◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    นายกล้านรงค์ จันทิก กับส่วนหนึ่งของผลงานอันน่าภาคภูมืใจ

    ป.ป.ช.ฟัน ตร.ยำม็อบไล่ “ทักษิณ”  
    http://www.thairath.co.th/news.php?section=politics&content=36313

    เที่ยงวันเดียวกัน นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. แถลงผลการประชุม ป.ป.ช.ว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ชี้มูลความผิด พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ เทพจันดา อดีต ผกก.สส.น.6 กระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง กระทำการเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และมีความผิดทางอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ เพื่อช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องโทษตามความผิดอาญามาตรา 157 และ 299 จากกรณีการสั่งการให้ควบคุมจับกุมนายฤทธิรงค์ ลิขิตประเสริฐ กับนายวิชัย เอื้อสิยาพันธุ์ ประชาชนที่ตะโกนต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์กลางการค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2549  

    ระบุมีเจตนาไม่จับกุมผู้ก่อเหตุ  

    นายกล้านรงค์ จันทิก โฆษกกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวเสริมว่า คดีนี้คณะอนุกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.ได้สอบปากคำพยานบุคคล 19 ปาก และมีหลักฐานจากสถานีโทรทัศน์ที่บันทึกภาพในช่วงเกิดเหตุ โดยตั้งประเด็นการพิจารณา 2 ประเด็น คือ 1. ผู้ถูกกล่าวหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยนายจรัล จงอ่อน นายชัยสิทธิ์ รอมะ และนายสุเมธ บุญยรัตพันธุ์ ไม่ต้องได้รับโทษ กรณีเข้าไปรุมทำร้ายนายฤทธิรงค์และนายวิชัย ซึ่งคณะอนุกรรมการเห็นว่าช่วงเกิดเหตุมีการประท้วงตะโกนตอบโต้กันไปมาของกลุ่มประชาชนที่ต่อต้านและสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ โดยนายจรัลกับนายสุเมธเข้าไปล็อกคอกดศีรษะนายวิชัย พร้อมลากคอออกมา และมีชายชุดขาวเข้ามาชกหน้านายวิชัย ซึ่งเป็นความผิดซึ่งหน้า ระหว่างนั้น พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ยืนอยู่ในเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ไม่เข้าระงับเหตุ กลับเดินตามนายจรัลกับพวกควบคุมตัวนายวิชัยออกไป แสดงว่า พ.ต.อ.ฤทธิรงค์มีเจตนาพิเศษที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายวิชัย ถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  

    ใช้อำนาจข่มขู่จับกุมผิด  ก.ม.  

    นายกล้านรงค์กล่าวว่า ประเด็นที่ 2 การที่ พ.ต.อ.ฤทธิรงค์สั่งการให้นายจรัล นายชัยสิทธิ์และนายสุเมธไปจับกุมนายฤทธิรงค์ เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามกฎหมายอาญามาตรา 78 ที่ระบุว่า ตำรวจจะจับกุมใครโดยไม่มีหมายจับจากศาลไม่ได้ เว้นแต่เป็นความผิดซึ่งหน้า และ พ.ต.อ.ฤทธิรงค์เจาะจงให้นายจรัลกับพวกจับกุมเฉพาะฝ่ายที่ต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ อีกทั้งการสั่งการให้จับกุมก็ทำผิดมาตรา 83 เพราะไม่ได้แจ้งผู้ถูกจับว่าต้องถูกจับ แต่กลับใช้วิธีฉุดกระชาก ข่มขู่ ใช้อำนาจบาตรใหญ่ ผิดวิสัยของผู้รักษากฎหมายที่รับราชการมามากกว่า 20 ปี จึงเป็นการสั่งโดยปราศจากดุลพินิจที่ชอบ ส่วนที่ พ.ต.อ.ฤทธิรงค์อ้างว่าเข้าใจผิดว่านายจรัลกับพวกเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบก็ฟังไม่ขึ้น เพราะได้มีการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี และแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ในการระงับเหตุไว้อย่างชัดเจน โดยเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบได้กำหนดถึงการใส่เสื้อและมีเครื่องหมายประจำ  

    ส่งเชือดทั้งอาญาและวินัย  

    นายกล้านรงค์กล่าวว่า นอกจากนี้ จากการให้ครูสอนคนหูหนวกมาอ่านปากในการสนทนาระหว่าง พ.ต.อ.ฤทธิรงค์กับนายจรัล พบว่ามีการพูดว่า “ทำไมไอ้คนเสื้อเหลืองยังล็อกไม่ได้ เออไปหาให้เจอ” แสดงให้เห็นว่ามีความรู้จักมักคุ้นกัน จึงขัดแย้งกับข้อแก้ตัวที่ พ.ต.อ.ฤทธิรงค์อ้างว่าไม่เคยรู้จักนายจรัล คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงเห็นว่า การกระทำของ พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ไม่ยึดหลักความเสมอภาคในการใช้กฎหมาย เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ใช้ดุลพินิจไร้ซึ่งเหตุผลอันถูกต้องด้วยหลักนิติธรรม จึงมีมูลความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 157 และ 200 และมีความผิดทางวินัยฐานประพฤติชั่วร้ายแรง จึงมีมติส่งเรื่องให้ ผบ.ตร.ดำเนินการทางวินัย และส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญาต่อไป  

    ขยายผลเล่นงาน ผบก.น. 1  

    นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวนคดีนี้ กล่าวว่า จากการไต่สวนยังพบว่ามีนายตำรวจหลายคนอยู่ในเหตุการณ์ที่มีส่วนร่วมกระทำความผิดด้วย คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีความเห็นให้คณะอนุกรรมการฯดำเนินการเอาผิดกับนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นเตรียมจะแจ้งข้อกล่าวหา พล.ต.ต.มานิต วงศ์สมบูรณ์ ผบก.น. 1 ซึ่งระหว่างเกิดเหตุเป็นรอง ผบก.น. 1 ที่ได้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ฉุดตัวนายวิชัย โดยเป็นคนดันหลังนายวิชัยเพื่อนำไปขึ้นรถของ พล.ต.ต.มานิต ซึ่ง ป.ป.ช. มีหลักฐานพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา พล.ต.ต.มานิตได้ทันที ไม่จำเป็นต้องสอบพยานเพิ่มอีก เหลือเพียงให้ พล.ต.ต. มานิตมารับทราบข้อกล่าวหา เพื่อแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นอกจากนี้ กำลังพิจารณาว่ามีนายตำรวจอีก 2 คนอยู่ในข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่คือ พล.ต.ต. วณิช สุรพลชัย ผบก.น.6 และ พ.ต.อ.วัลลภ ปทุมเมือง ผกก.สน.ปทุมวัน ซึ่ง ป.ป.ช.จะเรียกตัวมาสอบสวนต่อไป  

    ผู้บังคับบัญชารับลูกเตรียมฟัน  

    ขณะที่ พล.ต.ต.มานิต วงศ์สมบูรณ์ ผบก.น. 1 กล่าวว่า ขณะนี้ ป.ป.ช.มีมติให้ไต่สวนตน พล.ต.ต.วณิช สุรพลชัย ผบก.น.6 และ พ.ต.อ.วัลลภ ปทุมเมือง ผกก. สน.ปทุมวัน ว่ามีความผิดหรือไม่ เบื้องต้นได้ให้การไปเกือบทุกประเด็นแล้ว หลังจากนี้จะไปพบคณะกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช.เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่ยังสงสัยต่อไป ขณะที่ พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ผบช.สนว.ตร. กล่าวว่า ยังไม่ได้รับผลการสอบสวนและชี้มูลอย่างทางการของ ป.ป.ช. ในกรณี พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ เทพจันดา รอง ผบก.อก. สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ ในฐานะอดีต ผกก.สส. บก.น.6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 200 แต่หากได้รับจะต้องดำเนินการตามที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดมา ตำแหน่งระดับ รอง ผบก.เป็นอำนาจของ ผบช.ที่จะพิจารณาสั่งการได้ ไม่ต้องเสนอรักษาการ ผบ.ตร.แต่อย่างใด

    จากคุณ : จอมยุทธเจ้า อย่าหวัง - [ 12 มิ.ย. 50 09:59:07 A:125.25.71.79 X: ]

 
 

กระทู้ยอดนิยม