◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ครั้งนั้นบ้านเมืองสิ้นศึก (พลิกพงศาวดาร ๑)

    พลิกพงศาวดาร

    ตอนที่ ๑ ครั้งนั้นบ้านเมืองสิ้นศึก

    พ.สมานคุรุกรรม

                          กรุงศรีอยุธยาราชธานีของไทยนั้น ได้ตั้งมั่นลงเมื่อ พ.ศ.๑๘๙๓ โดยมี สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ แห่งราชวงศ์อู่ทอง เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรก และได้สืบราชวงศ์ต่อมาอีก สิบเจ็ดรัชกาลจนถึง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งทรงนำพาประเทศชาติให้พ้นจากการยึดครองของพม่า และครองราชสมบัติอยู่สิบห้าปี  

    ตามพระราชพงศาวดารฉบับ สมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระ    เชตุพน ฯ นั้น สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าเสด็จสวรรคต  เมื่อวันจันทร์  ขึ้นแปดค่ำ เดือนหก เพลาชายแล้วสองบาท พระชนมายุได้ห้าสิบพรรษา ศักราช ๙๕๕ ตรงกับ พ.ศ. ๒๑๓๖

                         ส่วนประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๖ ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรง                 ราชานุภาพ บันทึกว่า สมเด็จพระนเรศวรประชวรเป็นระลอกขึ้นที่พระพักตร์ แล้วกลายเป็นบาดพิษ สวรรคตเมื่อ วันจันทร์ เดือนหก ขึ้นแปดค่ำ ปีมะเส็ง  พ.ศ.๒๑๔๘ ต่างกัน ๑๒ ปีพอดี และได้ขยายความต่อไปอีกว่า

                       สมเด็จพระนเรศวรได้ทรงทำสงครามกับพม่ามาแต่พระชันษาได้ ๒๐ ปี  การสงครามในชั้นต้น เป็นการกู้สยามประเทศให้พ้นจากอำนาจพม่า พยายามรบพุ่งมา ๙ ปี เมืองไทยจึงได้เป็นอิสระภาพสมดังพระราชประสงค์ เมื่อคราวชนช้างชนะพระมหาอุปราชา

                        การสงครามต่อมาใน  ตอนกลาง เป็นการรวบรวมเขตแดนของสยามประเทศ ที่ได้เสียไป  กลับมาเป็นของไทยหมดภายในระยะเวลา ๒ ปี  

    การสงครามข้างตอนหลัง   ในระยะเวลา ๔ ปี เป็นการแผ่พระราชอาณาจักรให้กว้างขวางออกไป

                       รวมเวลาซึ่งสมเด็จพระนเรศวรทรงทำสงครามมา ๑๖ ปี ด้วยสามารถ  พระปรีชากล้าหาญ อันพึงเห็นได้ในเรื่องสงครามทุกคราวมา  สยามราชอาณาจักรจึงรุ่งเรืองเดชานุภาพ  มีอาณาเขตแผ่ไพศาลเป็นอย่างยิ่งในกาลครั้ง ๑  

    เพราะเหตุนี้คนทั้งหลายจึงยกย่องพระเกียรติยศ สมเด็จพระนเรศวรว่าวิเศษทั้งที่เป็นนักรบ และที่เป็นพระเจ้าแผ่นดิน นับเป็นมหาราชพระองค์หนึ่ง ซึ่งเคยปรากฎมาในโลกนี้  

    การที่ยกย่องนี้จะได้เป็นแต่ในหมู่ไทยเท่านั้นหามิได้ ถึงในหนังสือพงศาวดารของชาติอื่นเช่น พม่า มอญ เขมร  ลานช้างและเชียงใหม่ แม้ที่สุดจนในจดหมายเหตุของจีนและฝรั่ง บรรดาที่กล่าวถึงเรื่องพงศาวดารประเทศทางตะวันออกในสมัยนั้น ก็ย่อมยกย่องสมเด็จพระนเรศวร ว่าเป็น  วีรมหาราช อย่างเดียวกัน พระเกียรติยศจึงยังปรากฏอยู่ จนตราบเท่าทุกวันนี้    

                           ในพงศาวดารฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน ได้ดำเนินความต่อไปว่า พระบาทสมเด็จพระเอกาทศรถอิศวรบรมนาถบรมบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัว  เสด็จกรีธาพลพยุหยกทัพหลวงจากเมืองห้างหลวงคืนมาโดยชลมารควิถี ตั้งแต่  วันพฤหัสบดี ขึ้นสิบสองค่ำ เดือนหก แลเสด็จถึงกรุงมหานครศรีอยุธยา ในวันพฤหัสบดี  ขึ้นสิบค่ำ เดือนสิบสอง ปีมะเส็ง เบญจศกนั้น

    พระบาทสมเด็จพระเอกาทศรถ ก็เสด็จปราบดาภิเษกเสวยราชสมบัติ ในกรุงมหานคร   ศรีอยุธยา มหาดิลกภพนพรัตนราชธานีบุรีรมย์ ทรงพระนามพระศรีสรรเพชญ์ สมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดีศรีสรินทรบรมมหาจักรพรรดิ์

                       พระบาทสมเด็จพระเอกาทศรถพระพุทธเจ้าอยู่หัว ก็มีพระราชโองการตรัสสั่งแก่ท้าวพระยาเสนาบดีมุขมนตรีทั้งปวง ให้แต่งการพระบรมศพพระพุทธเจ้าหลวงแลแต่งเมรุมาศสูงเส้นสิบเจ็ดวา ประดับด้วยเมรุทิศ เมรุราย ราชวัติฉัตรนาคฉัตรเบญจรงค์ เสร็จแล้วก็อัญเชิญพระบรมศพ เสด็จเหนือกฤษฎาธาร อันประดับด้วยอภิรุมกลิ้งกลดรจนา  แลท้าวพระยาเสนาบดีมนตรีมุขทั้งหลายทั้งปวง มาประดับแห่ห้อมล้อมมหากฤษฎาธาร  อัญเชิญพระบรมศพเสด็จลิลาโดยรัถยาราชวัตร  ไปยังเมรุมาศด้วยบริวาร แลเครื่องสักการะบูชาหนักหนา  

    พระบาทสมเด็จพระเอกาทศรถพระพุทธเจ้าอยู่หัว ก็เสด็จไปถวายพระเพลิง พระบรมศพพระพุทธเจ้าหลวง  ให้นิมนต์พระสงฆ์   สบสังวาสหมื่นหนึ่ง  ถวายพระราชทานเครื่องอัฐบริขาร  ทักษิณาบูชาพระสงฆ์ทั้งปวงเป็นมโหฬาร

                       พระบาทสมเด็จพระเอกาทศรถพระพุทธเจ้าอยู่หัวทรงทศพิธราชธรรม  แลสถิตใน   พุทธัตถจรรยา เสด็จเสวยไอสุรียาธิปไตยบุรีรัตน สมบูรณ์มั่งคั่งด้วยช้างม้ารี้พลแสนยากร สมณ พราหมณาจารย์จัตุรพรรค ประชาชนคณะสบสมัยประเทศนานา พรรคนิกรสโมสรบรมสุขเกษมเปรมประชาราษฎร เลิศล้นพ้นกว่าโบราณราชประเพณี มีพระราชหฤทัยไกลกรุณาปราณีสัตว   โลกากรทั้งหลาย หมายให้นฤทุกข์ปลุกใจราษฎรให้ศานติ เกษมสุขโดยยุติธรรมอันบวรขจร        พระเกียรติปรากฏพระยศเซ็งซ่านทั่วทิศานุทิศ

                       แลท้าวพระยามหากษัตราธิราชเจ้าทั้งหลาย ก็แต่งเครื่องบรรณาการ  ให้ทูตานุทูตมาถวายบังคมพระบาทสมเด็จบรมนาถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวมิได้ขาด  พระยาตองอู แลพระยาล้านช้าง ก็แต่งราชทูต อุปทูต ตรีทูต ถือพระราชสาส์นคุมช้างม้าเครื่องราชบรรณาการ  มาถวายแด่พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ณ กรุงเทพมหานครศรีอยุธยา ขอพึ่งพระราชสมภารต่อไป

    ทรงพระกรุณาให้เบิกทูตานุทูตมาถวายบังคมในพระที่นั่งมังคลาภิเษก ตรัสพระราชปฏิสันฐานตามธรรมเนียมแล้วตรัสให้เลี้ยงดูแขกเมือง แลพระราชทานรางวัลโดยขนาด

                       ในปีนั้นข้าหลวงผู้รั้งเมืองเมาะลำเลิ่ง ได้พระยาพะโร่ แลมอญกบฎทั้งปวงอันอยู่ริมฝั่งสะโตงนั้นมาถวาย แลเมงมอญอันอยู่ในเมืองเมาะลำเลิ่ง เมาะตะมะนั้น ก็ราบคาบไปจนถึงเมืองตองอู

                       ปีถัดมา พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวก็มีพระราชโองการ ตรัสแก่พระยารัตนบาลให้รจนาพรพุทธปฏิมากรสมาธิ เป็นพระพุทธรูปสนองพระองค์ถึงห้าองค์  

    องค์หนึ่งบุทองนพคุณ ทรงเครื่องมงกุฎกุณฑลพาหุรัดย่อม ประดับเนาวรัตน์  แลบัลลังก์นั้นบุทองจำหลักประดับเพชรัตน

    องค์หนึ่งบุทองนพคุณ บัลลังก์นั้นบุทองจำหลัก

    องค์หนึ่งนั้นเป็นพระพุทธปฏิมานาคาสน์  พระพุทธรูปองค์นั้นรจนาด้วยนาคสวาด แลเครื่องทรงทองจำหลักประดับเนาวรัตน์  แลบัลลังก์นั้นรจนาด้วยนาคสวาด  

    พระพุทธปฏิมากรบุเงินสององค์ ฐานเงินจำหลักสรรพางค์

                       ถึงเดือนอ้ายขึ้น สิบสามค่ำ เพลารุ่งแล้วสองนาฬิกา ก็มีพระราชโองการให้เจ้าพระยาจักรี ไปรับพระพุทธปฏิมาอันให้สถาปนานั้น แห่โดยขบวนเรือพระที่นั่งอันมโหฬาดิเรกด้วยเรือต้นทั้งปวงไปทางชลมารค  แล้วอัญเชิญพระพุทธปฏิมากรเสด็จทรงพระคชาธาร แห่ไปประดิษฐานไว้ ณ วัดพระศรีสรรเพชญดาราม  แล้วให้ตั้งการสมโภชเล่นมหรสพเจ็ดวัน เป็นมโหฬารยิ่งนัก

                       ปีรุ่งขึ้น ทรงพระกรุณาตั้งพระราชกำหนดกฎหมายพระอัยการ แลส่วนสมพัตสรอากรขนอนตลาด แลพระกัลปนาถวายเป็นนิจภัต แก่พระสงฆ์ราชาคณะคามวาสี อรัญวาสีบริบูรณ์

                       สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว มีพระราชบุตรสองพระองค์  องค์หนึ่งทรงพระนาม เจ้าฟ้าสุทัศน์  พระอนุชาทรงพระนาม เจ้าฟ้าศรีเสาวภาค  ประชวรพระยอดเสียพระเนตรข้างหนึ่ง

    สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึ่งยกพระราชบุตรผู้พี่ ขึ้นเป็นมหาอุปราชอยู่มาสี่เดือนเศษ พระมหาอุปราชกราบทูลพระกรุณาว่า จะขอพิจารณาคนออก

    สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสว่าจักเป็นกบฏหรือ  พระมหาอุปราชมีความกลัวสมเด็จพระราชบิดาเป็นกำลัง ออกจากที่เฝ้าเสด็จมาพระราชวังบวรสถานมงคล เพลาค่ำก็เสวยยาพิษถึงสวรรคต  

    สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโทมนัสโสกาดูรถึงพระราชโอรสเป็นอันมาก  แล้วให้แต่งการพระราชทานเพลิงพระศพตามอย่างมหาอุปราช

                       พระบาทสมเด็จบรมนาถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระทัยบำเพ็ญทานการกุศลเป็นเอนกนุปการ อันพระเกียรติยศแผ่ไพศาล ไปทุกนานาประเทศธานีน้อยใหญ่ทั้งปวง เกรงพระเดชเดชานุภาพเป็นอันมาก  กรุงเทพพระนครศรีอยุธยาครั้งนั้น เกษมสุขสมบูรณ์ยิ่งนัก

    จากคุณ : เจียวต้าย - [ 12 มิ.ย. 50 05:29:45 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม