◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    เล่าประสบการณ์สัมภาษณ์วีซ่ารอบ 2 จ้า

    เช้านี้พึ่งไปสัมภาษณ์วีซ่าที่กงศุลอเมริกา (เชียงใหม่) มา
    ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 หลังจากถูกปฏิเสธวีซ่าเมื่อม.ค.ที่ผ่านมา
    กลัวมาก ๆ คิดว่าจะไม่ผ่านซะแล้ว เพราะครั้งแรกเราขอวีซ่าท่องเที่ยว ครั้งนี้เปลี่ยนไปโครงการ aupair มีสิทธ์ที่จะไม่ได้สูงมั่กมาก ไปดูหมอมา 2ที่ บอกว่าไม่ได้ชัว อีกที่นึงบอกว่า 50-50 จริง ๆ วันนี้ถ้าเราไปขอโอกาสไม่ได้สูงให้ไปแก้เคล็ด
    1. สวดคาถาชินบัญชรวันละ 10 จบ
    2.ไปบนครูบาศรีวิชัย
    3.ก่อนไปขอวีซ่าให้กราบเท้าขอพรพ่อ-แม่ (อันเนี้ยยากสุดเกิดมาไม่เคยกราบเท้าพ่อ-แม่เลยนะ ไม่กล้าอ่ะ)
    นอกนั้นเรายังไปหาของปลุกเสกต่าง ๆ นานามาสารพัด กลายเป็นคนเล่นของไปเลยนะวันเนี้ย

    เข้าเรื่องซะทีนะ เรามีนัดสัมภาษณ์8.30 มารออยู่หน้ากงศุลตั้งแต่ 7.30 เจ้าหน้าที่ดันโทรมาบอกอีกว่าให้ไปเอาตั๋วเครื่องบิน เผื่อไว้เป็นตัวแนบเพื่อความชัวให้เค้ารู้ว่าเรามีตั๋วแล้วต้องเดินทางให้ได้ เราก็ต้องขับรถไปเอาที่บริษัท พี่เค้าดันมาบอกอีกว่าเอกสารใบสมัครอะไรของเราพี่เค้าลืมไว้ที่กทม.นะ ของเราเลยมีไม่ครบอยู่คนเดียว ทำไมมันยุ่งวุ่นวายจริง ๆ เลย แล้วก็รีบกลับมา ยังเข้าไปในกงศุลไม่ได้อยู่ดีต้องรอ 8 โมง

    พอเข้าไปก็ถามพี่เสื้อแดงก่อนเลยว่าขอสัมภาษณ์กับความเห็นที่ 2 ได้มั้ยคะ เพราะเคยถูกปฏิเสธวีซ่ามาแล้ว เจ้าหน้าที่โครงการบอกให้ขอพี่เสี้อแดง ใจดี พี่จะช่วยหนูได้มั้ยคะ พี่เค้ากลับตอบว่าไม่ได้หรอก หนูไปเอามาจากไหน จะได้สัมภาษณ์กับใครเค้า random เอานะ ไม่สามารถระบุได้ เราก็ยิ่งใจเสียเข้าไปใหญ่ อยากได้พี่สุดหล่อที่เค้าลือกันว่าใจดีสุด ๆ ให้ผ่านตลอด แต่เราไม่เคยได้คนนี้ซักที พี่เสื้อแดงก็ถามเราว่าคราวก่อนหนูได้สัมภาษณ์กับใครคะ เราบอกไปว่าได้ลุงแก่  ๆ (ที่นี่มีคนสัมภาษณ์แค่ 3 คน) พี่เสื้อแดงบอกว่าวันนี้ลุงเค้าไม่มา เค้าไม่สบาย โอ้พระเจ้าจอช มันยอดมาก เราดีใจสุด ๆ อย่างน้อยโชคก็เข้าข้าง ให้ไม่ต้องเจอ ตาแก่ดุคนเดิม

    หลังจากเข้าไปเช็คเอกสาร ยื่นทุกอย่างที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ดูที่ช่อง 1 เจ้าหน้าที่เป็นคนเดิมกับที่คอยช่วยล่ามให้ตาแก่คนที่เราเคยถูกปฏิเสธวีซ่า ยังพูดไม่ดีเหมือนเดิม แต่ก็ไม่มีอะไร บอกเราว่า ตั๋วเครื่องบินทางเราไม่เคยขอดูนะครับ เก็บเอาไว้เลย สำเนาทุกอย่างเอามาทำไม ไม่ต้องการ จ๋อยไปเลย นึกว่าตั๋วจะพอช่วยอะไรเราได้บ้าง แต่เพื่อนเราที่ไปสัมภาษณ์ด้วยกันโดนดุมากกว่านี้อีก

    กลับมานั่งรอได้สัมภาษณ์ 10 โมง รอประมาณ 2 ชม. รอจนจะเป็นวิกลจริต นั่งอยู่ไม่ติดเลย ภาวนาขอให้ได้สุดหล่อ เราได้คิวที่ 3 แต่เค้ากลับเรียกข้ามเราไปคิวหลัง ๆ จนไปคิวที่ 10กว่าแล้ว เราก็งง ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพื่อนเราที่มาด้วยกัน ก็ทยอยสัมภาษณ์กันจะหมดแล้วมาหลังเราอีก เกิดอะไรขึ้น เค้าว่าสงสัยของเรามีปัญหานิดหน่อยเค้าคงเก็บไว้พิจารณา เราเริ่มใจไม่ดี ไม่ได้การคำถามเกี่ยวกับโครงการคงไม่จำเป็นเท่าไหร่แล้วตอนนี้ นั่งคิดว่าจะตอบคำถามแก้ตัวยังไงกับวีซ่าครั้งก่อนที่ถูกปฏิเสธ และแล้วเสียงกริ่งหมายเลข 3ก็ดังขึ้น ผิดหวังอย่างแรง ไม่ได้สุดหล่อ ได้สัมภาษณ์กับคนญี่ปุ่น แล้วก็เป็นอย่างที่เราคิด เค้าโจมตีคำถามที่เกี่ยวกับวีซ่าที่ถูกปฏิเสธ

    (สัมภาษณ์จริงภาษาอังกฤษนะ)
    กงศุล : ทำไมคุณถึงอยากไปโครงการนี้
    ellela : เพราะอยากไปหาประสบการณ์ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม, ท่องเที่ยวใน US และโครงการนี้ก็เกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียนมา (เราเรียนจบศึกษาฯ) จะได้นำประสบการณ์ที่ได้ไปปรับใช้กับการเรียน การสอนในอนาคต เราอยากเป็นครู ประมาณนี้
    กงศุล : คุณจบเมื่อไหร่
    ellela : ปีที่แล้วค่ะ
    กงศุล : หลังจากนั้นทำงานอะไร
    ellela : บอกสถานที่ทำงานไป
    กงศุล : ทำหน้าที่อะไรบ้าง
    ellela : บอกหน้าที่ทั้งหมดไป
    กงศุล : คุณไม่ชอบงานนั้นเหรอ
    ellela : ชอบค่ะ แต่มีปัญหาบางอย่างกับเพื่อนร่วมงาน (จริง ๆ น่าจะโกหกว่า ไม่ชอบ อย่างที่เค้าว่า แต่ครั้งนี้ตั้งใจว่าจะพูดความจริงไปทั้งหมด จะได้ไม่เป็นปัญหาเหมือนครั้งก่อน)
    กงศุล : คุณรู้จักโครงการนี้ได้ยังไง
    ellela : จากงาน Job fair exhibition ที่จัดเดือนม.ค.
    กงศุล : คุณเคยถูกปฏิเสธวีซ่าเมื่อเดือนม.ค. ใช่มั้ย มันเกิดอะไรขึ้นกับคุณ
    ellela : ฉันก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันถึงไม่ได้ แต่ฉันคิดว่าบางที ตอนนั้นกงศุลอาจจะคิดว่าฉันเด็กเกินไปที่จะไปคนเดียว แต่ฉันตั้งใจจะไปเที่ยวกับเพื่อนชาวอเมริกัน ที่เป็นเพื่อนกันตั้งแต่ฉันทำงานอยู่ Mc Donald โครงการ work&travel เมื่อ 3 ปีก่อน แต่ครั้งนี้ฉันอยู่กับ host family นะ
    กงศุล : เพื่อนของคุณทำอาชีพอะไร
    ellela : พึ่งฝึกทหารจบ ตอนนั้นเค้าอยู่ที่ NY แต่บ้านเค้าจริง ๆ อยู่ CT (เพราะเราระบุแผนการเดินทางครั้งก่อนว่าจะไป NY)
    กงศุล : เค้าเป็น american citizen รึป่าว
    ellela : ใช่
    กงศุล : บอกข้อมูลเกี่ยวกับ host family มาซิ
    ellela : อธิบายยาวตามที่ได้ท่องมา
    กงศุล : จะไปอยู่ที่ไหน
    ellela : อาทิตย์แรกอยู่ downtown chicago หลังจากนั้นต้องย้ายไปอยู่ชานเมือง
    กงศุล : คุณมีประสบการ์ณในการฝึกเลี้ยงเด็ก อะไรบ้าง
    ellela : ไปฝึกที่ร.ร.อนุบาล 150 ชม. แล้วก็มีประสบการณ์เลี้ยงลูกของเพื่อนบ้านอยู่แล้วด้วย อีกทั้งยังเรียนมาสายนี้
    กงศุล : พ่อ-แม่คุณทำงานอะไร
    ellela : ก็บอกไป
    กงศุล : ทำหน้าเหมือนได้คำตอบละ แล้วก็ยื่นเอกสารทั้งหมดคืนมาเราจ้องมองดูเล่มสีแดง ไม่นะ ไม่นะ เค้ายื่นคืนมาด้วยพร้อมกับพูดว่า "I know you didn't get visa last Jan so you will go with this program to get the visa right."
    ellela :เรารู้คำตอบแน่แล้ว นี่คือโอกาสสุดท้ายที่เราจะได้พูด เราเลยรีบแก้ตัวอย่างรวดเร็วไม่ทันได้หายใจเลย ว่าไม่นะ นี่ก็เป็นเหตุผลนึง แต่ฉันมีหลายเหตุผลมากกว่านั้นที่เข้าร่วมโครงการฉันจะได้มีโอกาสฝึกเลี้ยงเด็ก เอาประสบการณ์ที่ได้ไปพัฒนาการสอนของฉัน ฉันจะได้มีโอกาสเรียนด้วย ท่องเที่ยวในอเมริกา และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ฉันไม่รู้มาก่อนว่ามีโครงการ aupair นี้อยู่ เมื่อครั้งก่อนที่สมัครวีซ่า ถ้าฉันรู้ฉันจะไม่สมัครวีซ่าท่องเที่ยวแต่แรกหรอก ฉันจะมาสมัครโครงการ aupair นี้ตั้งแต่แรกถ้าฉันรู้ (พูดเร็วมาก  ๆ) จนไม่น่าเชื่อว่าเราจะพูดได้ กลัวไม่มีโอกาสได้พูด เพราะครั้งก่อนที่โดนปฏิเสธวีซ่ามา เค้าไม่ให้โอกาสเราได้พูดอะไรเลย เอกสารก็ดูไม่ครบ เลยเข็ดตั้งแต่นั้น เค้าคงรำคาญหรือไงไม่รู้
    กงศุล : ทำท่าคิดนิดนึง แล้วดึง passport กลับไป พร้อมกับพูดว่า ok I'll send you a visa.
    ellela : ยืนค้างอยู่แป๊บนึง นึกคำว่าขอบคุณเป็นภาษาญี่ป่นไม่ได้ เลยได้แต่ Thank you so much. Have a nice day.  ดีใจสุด ๆ อยากจะกรี๊ดตรงนั้นเลย

    เดี๋ยวต้องรีบไปแก้บนก่อน ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ทนอ่านมาจบจบ อิอิ

    จากคุณ : haha hasuki - [ 9 พ.ค. 50 14:31:38 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม