◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    เบื่อกันแล้วยังคะ ประสบการณ์สัมภาษณ์วีซ่าเมกา

    เพิ่งกลับมาจากสัมภาษณ์วีซ่าท่องเที่ยวค่ะ อยากเล่าให้ฟัง ไม่รู้เบื่อกันยัง

    เราเริ่มหาข้อมูลจากในห้องไกลบ้านนี้ล่ะค่ะ อ่านแล้วติดหนึบต้องอ่านทุกวัน เมื่อก่อนติดแต่สวนลุม อ่านไปก็กังวลไป กลัวว่าจะไม่ผ่านเพราะตอนนี้ไม่ได้ทำงานประจำ กลัวเสียเงินค่าธรรมเนียม เสียเวลาเปล่าๆ ด้วย งก

    ก็เตรียมเอกสารทุกอย่างที่จะเตรียมได้น่ะค่ะ มีหนังสือรับรองจากมหาลัย transcript, bank statement จดหมายเชิญ

    วันนี้ออกจากบ้านประมาณเที่ยงครึ่งค่ะ ตอนแรกใส่กางเกงยีนส์ แต่ถามเพื่อนมันบอกว่าเป็นมันจะแต่งตัวเรียบร้อย เราก็เลยไปเปลี่ยนเป็นกระโปรงบานๆ รู้สึกว่าดูเชยๆ ยังไงไม่รู้ แต่พอดีไม่ค่อยมีชุดเรียบร้อย :-/

    ไปถึงสถานฑูตตอนก่อนบ่ายโมงครึ่ง เห็นคนต่อแถวยาวล้นออกมาข้างนอก ก็เลยเดินไปต่อมั่ง แต่คนข้างหน้าถามว่าตรวจเอกสารแล้วยัง ก็เลยต้องไปตรวจเอกสาร กลับมาต่อใหม่ อายๆ ยังไงไม่รู้ต้องมายืนต่อคิวอยู่ริมถนน :-( หลังจากฝากมือถือเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงด่านตรวจเอกสารอีกรอบ คนข้างหน้าเราเจ้าหน้าที่เอาปากกาไฮไลท์ตรงช่องที่ยังไม่ได้เติม ให้เติมให้ครบ ของเราผ่านไปด้วยดีด้วยเวลาอันสั้นเพราะเตรียมมาดีทุกอย่าง มาถึงตรงรอรับบัตรคิว ก็ช้าเหมือนกันพอดีคนข้างหน้าเขามีเปลี่ยนชื่อ มีไรหลายอย่าง อีกคิวหนึ่งว่างก่อน มีน้องนักศึกษาคนหนึ่งให้เราไปก่อน น่ารักมาก :D ได้คิว 248 ค่ะ แล้วเข้าไปนั่งรอในห้อง

    ในห้องคนเยอะ เราหิวน้ำมาก ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะไม่มีน้ำให้กิน :-( สักครู่หนึ่งก็เริ่มเรียกหมายเลข เริ่มที่ 137 กับเลขที่ขึ้นต้นด้วยเลข 9 และ 5 คิดในใจ โหต้องรอร้อยกว่าคิวเลยเหรอ หิว!!

    สักพักหนึ่ง คนข้างๆ เริ่มถูกเรียก มีน้องคนหนึ่งได้ช่องสิบ กลับมาเล่าให้คนอื่นฟังว่าไม่เห็นเขาถามไร แค่ have a good trip เราคิดในใจ โชคดีจังได้ช่องสิบ อยากเห็นหน้าหนุ่มช่องสิบ :D

    หลังจากนั้นเริ่มเรียกหมายเลย 235, 244 แล้วก็ 248 ของเรา เร็วมากค่ะ

    สัมภาษณ์กับผู้หญิงผมบลอนด์ช่อง 7 ค่ะ คิดในใจ พัวฟูเหมือนเราเลยโว้ย หลังจากสแกนนิ้วชี้ทั้งสองแล้วเธอก็เริ่มถามค่ะ

    officer : So you are studying at TU , what is your major?
    me: ตะกุกตะกักค่ะ ตื่นเต้น I'm studying for a master in translation English into Thai คิดในใจจะเสียชื่อสถาบันมั้ยเนี่ย เมเจอร์ Eng พูดภาษาปะกิดได้แค่นี้ พอดีเรียนแปลอ่ะ ไม่ได้เรียนพูด :D
    officer: เธอขอเอกสารจากมหาลัยค่ะ จำไม่ได้แล้วว่าเธอพูดยังไง
    เรายื่น จดหมายกับ transcript ให้ไป

    officer: you dont have a transcript for this semester?
    me: Actually I'm having an exam at the moment
    officer: Oh I'm sorry. How long for this program
    me: Two years and a half
    officer: Two and a half year. So you are going to  Marryland.
    me: Yes I'm going to stay with my friend there. I have a letter from her.
    officer: It is ok just tell me
    me: I met her here in Thailand and she would like me to visit there.
    officer: ดูแบบฟอร์ม but you are sponsoring yourself for trip?
    me: sure. I've been working and have some saving. You want to see my bank statement? offer มากค่ะ เพราะว่าอุตส่าห์เตรียมมา bank satement ยาวประมาณห้าเมตร บัญชีดูเหมือฟอกเงินมากๆ
    officer: No. What do your parents do?
    me: They are in their 70's and they are retired now but they own a rubber plantation in the south.
    officer: Do they stay here in Bangkok ?
    me: Nope they are living in the south, Pattalung
    officer: Your visa is approved, we are going to mail to you.
    me: Thank you.

    จบค่ะ ออกจากสถานฑูตตอนบ่ายสองครึ่ง ไปช็อปต่อที่ central chidlom หมดตังค์ไปหลาย :-(

    เราคิดว่าของเราคงเป็นเพราะมีจดหมายจากมหาลัยนะค่ะ เลยได้

    สุดท้าย ทำเหมือนได้รางวัล oscarI'd like to thank to my family เฮ้ย ไม่ใช่ ขอบคุณบล็อกคุณ susie และห้องไกลบ้านค่ะ :-)

    จากคุณ : Chapter 1-17 - [ 1 มี.ค. 50 18:49:08 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม