◀ Previous Next ▶ Up ▲


    Re-Thinking Market-ing พัฒนาการตลาดใหม่เพื่อความยั่งยืน

    โดย BusinessThai

    ประเทศต่างๆ ในเอเชียนั้นแตกต่างจากประเทศที่เคยอยู่ภายใต้อาณานิคมในภูมิภาคอื่นตรงที่ สามารถแสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมาก จากการที่มีรัฐ และ ประเทศเกิดขึ้นใหม่ทั่วทั้งเอเชียหลังการประกาศความเป็นเอกราช เมื่อครั้งที่ลัทธิอาณานิคมล่มสลายลง

    ความได้เปรียบของประเทศในเอเชียที่มีเหนือประเทศอื่นๆ มาจากการมีทรัพยากรมนุษย์ และทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีความมั่นคงทางสังคม และการเมืองมากกว่าประเทศในทวีปอื่นที่ตกอยู่ภายใต้ลัทธิอาณานิคมเว้นแต่ อินโดจีน และประเทศตะวันออกกลาง

    ประเทศในเอเชียมีโอกาสไม่เท่ากันที่จะคิดพัฒนาประเทศของตน ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกใน เอเชียที่เริ่มปรับประเทศให้ทันสมัย ญี่ปุ่นสนับสนุนให้ประเทศอื่นในเอเชียเปลี่ยนระบบ เศรษฐกิจที่อยู่บนพื้นฐานของเกษตรกรรมมาเป็นอุตสาหกรรม โดยหวังว่าจะสามารถย้ายฐานที่ตั้งอุตสาหกรรมที่ตนไม่สามารถแข่งขันด้วยได้จากเหตุที่ประเทศของตนมีค่าแรงงานสูง ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

    ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเช่นเดียวกันกับญี่ปุ่นก็ทำในรูปแบบเดียวกันนี้กับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ซึ่งจะช่วยยกระดับการพัฒนาในเอเชีย

    การที่ประเทศต่างๆ ในเอเชียพัฒนาขึ้นอย่างมากเชื้อเชิญให้ทุกคนเข้ามาทำธุรกิจในเอเชีย บริษัทหลายแห่งตักตวงประโยชน์จากโอกาสที่เอื้ออำนวยนี้ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนประชากร ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความมั่นคงทางการเมืองของประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียช่วยให้ระบบเศรษฐศาสตร์มหภาคเกิดความมั่นคง และเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ

    สภาพการณ์เช่นนี้ หลายบริษัทเติบโต และรุกขยายกิจการอย่างหนัก แต่ยังพึ่งพาความสัมพันธ์ และความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับองค์กรอื่นอย่างมาก บวกกับการใช้ความพยายามเพียงเล็กน้อยในการสร้างระบบบริหารที่เข้มแข็ง

    เมื่อเอเชียประสบวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ ธุรกิจต่างๆเข้าสู่ภาวะยุ่งเหยิง การพึ่งพาเพียงความสัมพันธ์กับการรู้จักกันระหว่างองค์กรคงไม่เพียงพอที่จะทำให้ดำเนินธุรกิจอยู่ได้

    เมื่อพิจารณาโดยใช้ความมั่นคงทางการเงิน และศักยภาพในการแข่งขันเป็นเกณฑ์ สามารถจำแนกบริษัทออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มฟองสบู่ กลุ่มพยายามเอาชนะ กลุ่มอนุรักษ์ และกลุ่มที่พัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อที่จะอยู่รอดในสภาพการณ์ปัจจุบัน บริษัทที่จัดอยู่ใน 3 กลุ่มแรก (กลุ่มฟองสบู่ กลุ่มพยายามเอาชนะ และกลุ่มอนุรักษ์) จะต้องเปลี่ยนตนเองให้เป็น “กลุ่มที่มีศักยภาพดำรงอยู่ได้” โดยพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน และแก้ปัญหาทางการเงิน

    ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME MODEL) ประกอบด้วย รูปแบบย่อยๆ 3 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (SUSTAINABILITY) บริษัทส่วนใหญ่ในแถบเอเชียต้องการที่จะพัฒนาเพื่อให้อยู่รอดอย่างมั่นคง เพื่อเอาชนะในธุรกิจทั้งระยะยาวและระยะสั้น

    ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ บริษัทที่พัฒนาอย่างยั่งยืนโดยแท้จริงจำต้องมีการประเมินและปรับกลยุทธทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ จึงจะสามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของ ธุรกิจได้

    การพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นหลักสำคัญในการบริหาร ทั้งยังสามารถนำไปใช้ในการอธิบายเกี่ยวกับประเทศได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่นในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรวดเร็ว และเกิดวิฤตทางการเมืองไปทั่วภาคพื้นทวีปเอเชีย ยังผลให้เกิดการปรับตัวทางเศรษฐกิจและการเมืองให้สอดคล้องกับความต้องการในปัจจุบัน ทวีปเอเชียจึงเข้าสู่การพัฒนาอีกระดับ ประเทศไทยเป็นตัวอย่างเด่นชัดสำหรับประเทศที่สามารถหลุดพ้นพันธนาการของ IMF และวิกฤตต่างๆ ได้จากการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

    รูปแบบย่อยที่สอง ได้แก่ “การตลาด” (Market-ing) การตลาดในที่นี้หมายถึง ทุกๆอย่างที่เกี่ยวข้องกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา บริษัทควรจะทำไปตามทิศทางของตลาด โดยดูภาพรวมของธุรกิจ จากนั้นก็สร้าง “สามเหลี่ยมกลยุทธ์ทางธุรกิจ” ซึ่งประกอบด้วย คน, ลูกค้า และผู้ถือหุ้น แล้วตรวจสอบว่าทำอย่างไรจึงจะสามารถทำให้ทั้งสามส่วนนั้นพึงพอใจมากที่สุด

    เพื่อให้บริษัทพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยแท้จริง บริษัทควรใช้ รูปแบบย่อยที่สาม “กิจกรรมธุรกิจ” (ENTERPRISE) ซึ่งประกอบด้วย แรงบันดาลใจ วัฒนธรรมองค์กร และ สถาบัน


    http://www.businessthai.co.th/content.php?data=405996_Special%20Report

    จากคุณ : FishLover - [ 22 ต.ค. 46 17:27:01 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม