◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    !!!โรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์กับนายอานันท์!!!

    หากจะท้าวความถึงกรณีการขายโรงกลั่นน้ำมันให้กับ บ.ไทยออยล์ ในสมัยที่นายอานันท์เป็นนายกฯ คาดว่าหลายคนคงอยากจะรู้ว่ามีความเป็นมาเช่นไร
    กรณีการขายโรงกลั่นน้ำมันให้แก่บริษัทไทยออยล์ จำกัด ถือเป็นอีกกรณีแห่งความอัปยศของนายอานันท์ ปันยารชุน ที่ไม่อาจปฏิเสธ
    การตัดสินใจครั้งนี้ของนายอานันท์ ปันยารชุน ไม่เพียงแต่ไร้เหตุผลและไร้ความโปร่งใสเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการทำให้ชาติสูญเสียผลประโยชน์อย่างมหาศาล เพียงเพื่อหวังที่จะให้พรรคพวกของตัวเองได้ผลประโยชน์จากชาติเท่านั้น
    ใครที่บอกว่านายอานันท์ รักชาติ รักประเทศไทย กรณีของไทยออยล์ จะเป็นกรณีตัวอย่างที่เป็นจริงอีกกรณีหนึ่ง ซึ่งจะชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่านายอานันท์ไม่ใช่บุคคลเช่นนั้น
    โรงกลั่นน้ำมันถูกสร้างขึ้นในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เพื่อหวังให้เป็นฐานการผลิตในการส่งเสริมการลงทุนแก่อุตสาหกรรมทุกภาค ให้ได้ใช้น้ำมันในราคาที่ถูกลง รวมทั้งต้องการมีโรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศเองจะสามารถช่วยเสริมความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและการทหารให้แก่รัฐบาลในยามที่เกิดสงคราม รัฐจึงมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันดังกล่าว แต่ในช่วงนั้นประเทศไทยยังไม่มีประสบการณ์ และไร้ซึ่งบุคคลที่มีความรู้ความเข้าใจในการก่อสร้างและการดำเนินธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันมาก่อน การหาเอกชนเข้ามาดำเนินการจัดสร้างและประกอบกิจการโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทยจึงเกิดขึ้น โดยกลุ่มของนักธุรกิจฮ่องกง ซึ่งต่อมาใช้ชื่อเป็นไทยว่า นายเชาวน์ เชาวน์ขวัญยืน เป็นผู้ดำเนินการ
    นายเชาวน์ เชาวน์ขวัญยืน ได้ตั้งบริษัทขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่าบริษัทโรงกลั่นน้ำมันไทย จำกัด (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทไทยออยล์ จำกัด ในปี 2528)
    การดำเนินการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันเสร็จเรียบร้อยอย่างที่ต้องการ ในขณะเดียวกันธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันไทยก็เป็นไปอย่างดียิ่ง สร้างกำไรให้กับบริษัทโรงกลั่นน้ำมันไทยอย่างมหาศาล จึงได้เสนอขออนุญาตเช่าและดำเนินธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันต่อไป โดยมีข้อเสนอว่าจะสร้างโรงกลั่นน้ำมันเพิ่มอีกโรงหนึ่ง เพื่อขยายกำลังการผลิต ซึ่งในสัญญาเช่าระบุราคาเช่าไว้ว่า ค่าเช่าโรงกลั่นทีโอซี 1 โรงกลั่นทีโอซี 2 และค่าเช่าที่ดินในปี 2524 ราคา 186.73 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ทุกปี ในปี 2534/35 ค่าเช่าทั้งสองกรณีเป็นเงิน 817.26 ล้านบาท และนับจากปี 2535 ไปจนถึงปี 2544 เป็นอันสิ้นสุดสัญญาเช่า รัฐจะได้เงินค่าเช่า รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 13.458 ล้านบาท
    ประเด็นนี้เป็นข้อน่าสงสัยเนื่องจากปี 2535 รัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน กลับตัดสินใจขายโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 2 แห่งไปในราคาแค่เพียง 8,764 ล้านบาท เท่านั้น ซึ่งตอนนี้เองการเข้ามาของนายเกษม จาติกวณิช กับกลุ่มของ นายเชาวน์ เชาวน์ขวัญยืน ได้เปลี่ยนชื่อโรงกลั่นน้ำมันไทยเป็นโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์
    ความสัมพันธ์ระหว่างนายเกษม จาติกวณิช กับนายอานันท์ ปันยารชุน นั้น ลึกซึ้ง การก้าวขึ้นมาเป็นนายกฯ ของนายอานันท์ ปันยารชุน ดูเหมือนจะเป็นการสร้างความหวังให้กับบริษัทไทยออยล์ ซึ่งมีนายเกษม จาติกวณิช เป็นประธานกรรมการ
    การกระทำครั้งนี้ของรัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน จึงไม่โปร่งใส และขัดกับหลักการและเหตุผลที่เอื้อประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะนักการเมืองที่รู้เรื่องธุรกิจน้ำมันดีอย่าง นายวัฒนา อัศวเหม ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ และเป็นพ่อค้าส่งน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ออกมาฉะแหลกรัฐบาลอานันท์ และให้เหตุผลว่าการขายโรงกลั่นน้ำมันครั้งนี้ไม่โปร่งใส และราคาขาย 8,000 กว่าล้านบาทนั้น เป็นราคาที่ถูกเกินไป ซึ่งนายวัฒนาเองก็พร้อมที่จะซื้อในราคา 15,000 ล้านบาท
    รัฐบาลนายอานันท์ ขายโรงกลั่นทั้งสองในราคาแค่ 8,000 กว่าล้านบาท ราคานี้ถูกเกินไป และรัฐบาลก็ไม่เปิดประมูล ซึ่งไม่ถูกต้อง

    นี่แค่เรื่องเดียวเท่านั้นที่ นายอานันท์ ปันยารชุน สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ ยังมีอีกหลาย ๆ เรื่องที่ยังไม่มีใครเปิดโปง คาดว่าไม่นานนี้คงได้กระชากหน้ากากผู้ดีจอมปลอมนี้เสียที

    ประชาชาคนหนึ่ง

    จากคุณ : ประชาชนคนหนึ่ง - [ 18 ธ.ค. 45 13:21:31 A:203.146.182.7 X: ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม