◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ทำไมถึงมีการเกลียดชังอเมริกา [การเกลียดอเมริกา]

    "ผู้เชี่ยวชาญตะวันออกกลางวิเคราะห์สาเหตุที่นำไปสู่เหตุการณ์ 11 กันยาในสหรัฐ [ 206.74.208.133 ]
    ในเเวดวงวิชาการถ้าพูดถึงเรื่องของตะัวันออกกลางเเละประเทศกลุ่มอาหรับเเล้วทุกคนยกนิ้วให้ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ๓ คน
    คือ Toby Dodge เเห่ง สถาบัน Royal Institute of International Affairs ของอังกฤษ Paul
    Lalor เเห่ง International for Strategic Studies ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในกรุงลอนดอน เเละ Olivier
    Roy ของฝรั่งเศส ทั้ง ๓ คนวิเคราะห์สาเหตุที่นำไปสู่เหตุการณ์วันที่ 11 กันยา ที่ New York เเละ
    Washington DC ไว้ดังนี้
    --------------------------------------------------
    ทั้ง ๓ คนเห็นพ้องกันว่าสาเหตุที่นำไปสู่เหตุการณ์นั้นมี ๓ อย่าง คือ
    - ความเข้าใจที่ว่าอเมริกาสนับสนุนอิสราเอล เเละ มีอคติต่อประเทศในกลุ่มอาหรับ นักวิชาการทั้ง ๓ คนใช้คำว่า
    perceived anti-Arab bias in US foreign policy
    ซึ่งเเปลง่ายๆว่าความเข้าใจนั้นอาจไม่เป็นความจริงทั้งหมดก็ได้
    - การ sanction ประเทศอิรัคซึ่งดำเนินมานานเกือบ 10 ปีเเล้ว เเละทำให้ชาวอิรัคเดือดร้อนมากมาย
    - ความรู้สึกสิ้นหวัง ท้อเเท้ในกลุ่มประเทศอาหรับ เเละรวมไปถึงอีกหลายประเทศในโลกที่ ๓ (third world
    countries) ซึ่งเป็นผลมาจากความยากจน คอรับชั่น เเละ รัฐบาลของตัวเองที่ไร้สมรรถภาพ
    เเต่เวลาที่ประเทศเหล่านั้นมองมาทางอเมริกา สิ่งที่พวกเขาเห็นมักจะเป็นความมั่งคั่ง ความมีเสรีของประชาชน
    เเละระบบบริหารประเทศที่มั่นคง ก็เลยเกิดความรู้สึกว่าอเมริกาคงมีส่วนควบคุม เเละ
    เป็นประเทศที่มีส่วนรับผิดชอบในความทุกข์ยากเเละความล้าหลังในประเทศของตัว

    Toby Dodge ระบุว่าเหตุการณ์วันที่ 11 กันยา มีรากฐานมาจากปัญหาหลายๆเรื่องรวมกัน
    บางเรื่องอเมริกามีส่วนรับผิดชอบเป็นบางส่วน บางเรื่องอยู่นอกเหนือการควบคุมของอเมริกา เเละ
    อีกหลายเรื่องอเมริกาไม่มีส่วนรู้เห็นเลยด้วยซํ้า Dodge ยํ้าว่ากลุ่มก่อการร้ายที่ก่อการในวันที่11 กันยา
    เป็นตัวเเทนของตัวเอง ไม่ใช่ประเทศในตะวันออกกลาง

    Paul Lalor กล่าวว่าคนที่กลายเป็น suicide bomber ได้ก็เพราะนั่นเป็นวิถีทางที่ทำให้เขารู้สึกว่าเขา can make
    a differece in the context of enormous frustration.
    Lalor กล่าวต่อไปว่า จุดมุ่งหมายของพวกนั้นไม่ใช่เพื่อล้มล้างอเมริกา
    เเต่เพื่อล้มล้างรัฐบาลในประเทศของตนเองที่พวกเขา perceived ว่าเป็นมิตรกับอเมริกา เขายอมเอาชีวิตเข้าเเลกเพื่อ
    make a statement เพื่อให้ประชาชนตามท้องถนนเดินขบวนขับไล่รัฐบาลของตัวเอง
    ประเทศหนึ่งที่เป็นเป้าหมายของการล้มล้างรัฐบาลด้วยวิธีนี้คือซาอุดิอเรเบีย
    Lolor กล่าวว่า Usama bin Laden เกลียดชังรัฐบาลในประเทศบ้านเกิดของตนเพราะปล่อยให้ทหารอเมริกัน ๕๐๐๐
    คนเข้ามาตั้งฐานปฎิบัติการอยู่ในประเทศตั้งเเต่ gulf war bin Laden อ้างคำเตือนของProphet Mohammed
    ที่ว่าในอะเรเบียจะต้องไม่มีศาสนา ๒ ศาสนา
    เเละว่าการที่อเมริกามีทหารอยู่ในซาอุดิอเรเบียเท่ากับการเข้าครอบครองสถานที่ศักสิทย์ของศาสนาอิสลาม ๒ เเห่งคือ
    เมกกะ เเละ เมดินา bin Laden ยังกล่าวหาอเมริกาว่าขโมยความมั่งคั่งไปจากซาอุดิอเรเบีย
    เข้ามามีอำนาจเหนือผู้นำประเทศ เเละเข้าดูหมิ่นคนในประเทศ เเละ ใช้ประเทศซาอุเป็นฐานต่อสู้กับประเทศอิสลามอื่นๆ
    bin Laden ประกาศสงครามจีฮัด กับสหรัฐอเมริกาในปี 1996 เเละ 1998 ในคำประกาศครั้งที่ ๒
    ของเขาเขาร้องขอให้คนที่สนับสนุนความคิดของเขาฆ่าคนอเมริกันเเละคนทุกคนที่อยู่ฝ่ายอเมริกันไม่ว่าจะเป็นพลเรือนหรือทหารในทุกประเทศเเละในทุกโอกาสที่จะหาได้


    Lolor
    อธิบายว่าความขัดเเย้งระหว่าอิสลามเเละคริสเตียนตะวันตกนับย้อนหลังไปได้จนถึงยุคกลางในครั้งที่กองทัพมุสลิมเข้ายึดครองสเปนเเละบางส่วนของคาบสมุทรบอลข่านเเละเคลื่อนทัพไปจนถึงกรุงเวียนนา
    เเละเมื่อ Christian Crusaders เข้ารุกรานโลกอาหรับเเละยึดกรุงเยรูซาเลม
    เเละเมืองศักสิทธิ์ในศาสนาอิสลามอีกหลายเมือง
    Islamic fundamentalism เริ่มรวบรวมผู้คนในปีทศวรรษที่ 1970
    ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปฎิกริยาต่อต้านรัฐบาลในหมู่ประเทศอาหรับด้วยกันเองที่มีการคอรับชั่นเเละยังได้รับการหนุนหลังจากสหรัฐ

    Lolor
    กล่าวต่อไปว่าในขณะที่กลุ่มผู้นับถือศาสนาอิสลามพยายามทำความเข้าใจว่าทำใมสังคมของตนถึงได้ถอยหลังเข้าสู่ยุคมืดเข้าทุกที
    หลายคนก็โยนข้อสรุปเเบบง่ายๆว่าเกิดจากรัฐบาลของตนปล่อยให้อิทธิพลตะวันตกซึ่งพวกเขามองว่าเลวทราม (corrupt)
    เข้ามามีอิทธิพลในประเทศเเละสังคมของตน
    ทางเเก้มีทางเดียวคือการล้มล้างรัฐบาลเเละหันประเทศกลับไปสู่สังคมอิสลามซึ่งนับย้อนหลังไปได้ตั้งเเต่ 7th century
    Lolor เน้นว่าในความพยายามมองหาสาเหตุของความล้าหลังของประเทศตน Islamic fundamentalists
    เหล่านั้นไม่ได้พิจารณาสาเหตุใหญ่ของความล้าหลังที่ว่าในสังคมเหล่านั้นไม่มีระบบประชาธิปไตยที่เเท้จริง
    เเละพวกเขาพอใจที่จะนำเอาระบบการปกครองเเบบอิสลามซึ่งประกอบด้วยระบบเผด็จการที่สุดกู่ (harshly autocratic)
    เข้ามาใช้
    เเนวคิดเเบบนั้นนำไปสู่การล้มล้าง ชาร์โมฮัมเมด เรซา เปเลวี ในอิหร่านในปี 1979
    เเละนำไปสู่การเเพร่กระจายของศาสนาอิสลามเเบบ fundamentalism การลอบสังหารประธานาธิบดี อันวา ซาดัท
    ของอิยิป ในปี 1981 เเละการเข้าครอบครองอาฟกานิสถานของกลุ่ม Taliban

    Olivier Roy ของฝรั่งเศสให้ความเห็นว่าความนิยมใน political Islam ในช่วงปีหลังๆค่อยๆลดลงตามลำดับ
    ทั้งนี้เพราะประชาชนที่เคยให้การสนับสนุนเริ่มมองเห็นเเล้วว่ารัฐบาลอิสลามเเบบสุดกู่นั้นมีเเต่ความล้มเหลว
    เเล้วก็ไม่ได้ช่วยทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น เช่นในอิหร่าน เป็นต้น
    ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่เเร้นเเค้นขึ้นเเละอยู่กันอย่างหวา่ดกลัว ในขณะที่ Islamic fundamenalism เริ่มอ่อนเเอลง
    ความเกลียดชังอเมริกาก็ยิ่งทวีความรุนเเรงขึ้น
    ความโกรธเเละเกลียดชังที่ว่านี้สาเหตุใหญ่มาจากต้องการเห็นรัฐอิสราเอลถูกทำลาย
    ในความเห็นของกลุ่มนี้มีว่าอเมริกามีนโยบายที่ไม่เป็นธรรมในกรณี Islael-Palestine
    ถึงเเม้ว่าอเมริกาจะได้พยายามทุกวิถีทางที่จะเป็นตัวไกล่เกลี่ยเจรจาสงบศึกของประเทศทั้งสองก็ตาม
    หรือเเม้ว่าอเมริกาจะเข้าช่วยปลดปล่อยชาวมุสลิมในบอสเนียจากการถูกพวกคริสเตียน Serb ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ก็ตาม
    มุสลิมหัวรุนเเรงเหล่านั้นไม่ยอมเอากรณีที่ว่ามาพิจารณา
    Roy ชี้ให้เห็นว่าในขณะที่อเมริกามีส่วนช่วยเหลืออิสลาเอลทั้งด้านการเงินเเละอาวุธ อเมริกาก็ให้ความช่วยเหลือทางด้าน
    humanitarian เเละ ช่วยด้าน economic incentive เเก่ปาเลสไตยน์ด้วยเช่นกัน เพื่อ keep the peace
    process on track เเละในบางครั้งอเมริกาก็ยังต่อต้านการกระทำบางอย่างของอิสราเอล
    เช่นการเข้าครอบครองฉนวนกาซา เป็นต้น บางครั้งอเมริกาไม่เพียงประนามอิสลาเอล
    เเต่ยังบีบให้อิสลาเอลเปลี่ยนวิธีการปฎิบัติการซึ่งอเมริกาเเละ สหประชาชาติเห็นว่าขัดต่อความถูกต้อง
    Roy สรุปว่าในขณะที่ประธานาธิบดี Clinton
    ได้ทุ่มเทเวลาเเละความพยายามที่จะช่วยเจรจาสงบศึกระหว่างอิสราเอลเเละปาเลสไตยน์ ประธานาธิบดี Bush
    ทันทีที่เข้ารับตำเเหน่งก็พยายามไกล่เกลี่ยให้มีการหยุดยิง
    เเต่ในขณะเดียวกันก็ไม่มีนโยบายเข้าไปทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการไกล่เกลี่ยเพื่อความสงบในตะวันออกกลางเหมือน Clinton
    เคยทำ
    นักวิชาการทั้ง ๓ คนมีความเห็นพ้องกันว่ากลุ่มอิสลามหัวรุนเเรงเหล่านั้นมีเป็นส่วนน้อย Dodge
    กะประมานว่าอิสลามที่สนับสนุน bin Laden มีเป็นหลักร้อย ไม่ใช่หลักพันอย่ีางที่คิดกัน
    เขายังกล่าวว่าชาวอิสลามที่มีการศึกษา เเละ sophisticate ส่วนใหญ่เข้าใจว่าปัญหาที่เเท้จริงในประเทศของตนคืออะไร

    ---------------------------------------------------
    ทั้งหมดนั้นคือข้อวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญที่มีผลงานค้นคว้า วิจัย เกี่ยวกับตะวันออกกลาง เเละ ประเทศในกลุ่มอาหรับ
    มากมาย หาข้อสรุปกันเองเเล้วกันนะคะ


    [กุลธิดา - - 2 ต.ค. 2544 00:30 ] "


    จากคุณ : Haa - [ 27 ก.ย. 45 08:16:02 A:63.189.208.65 X: ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม