◀ Previous Next ▶ Up ▲


witpoko.com


เรื่องของตัวนำ ไม่รู้จะทำให้สับสนมากขึ้นหรือเปล่า

ตัวนำที่ว่าหมายถึง ตัวนำที่นำอิเล็กตรอนจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งนั่นเอง (ยิ่งงงเข้าไปใหญ่??? อิเล็กตรอนมันจะไปไหนก็ช่างหัวมันสิ : ไม่ได้ครับ เราช่างมันไม่ได้เพราะมันคือสายไฟนั่นเอง)

พูดถึงสายไฟ หลายๆคนคงสงสัยว่าทำไมสายไฟมีหลายราคาจัง มีตั้งแต่สายไฟที่เดินอยู่ตามบ้านเมตรละ 5 บาท ยันสายไฟที่ใช้เป็นสายลำโพงเส้นนึงยาวไม่ถึง 3 เมตร ราคาเป็นหมื่นๆ มันอะไรกัน

แฮ่ๆๆ พูดถึงตัวนำไฟฟ้า (ที่เอามาทำสายไฟนั่นล่ะ) เรามาดูกันนิดๆว่าตัวนำจะนำไฟฟ้าได้อย่างไร

อย่างแรกอยากให้เข้าใจว่าไฟฟ้าคืออิเล็กตรอน (ไฟฟ้ามี 2 ขั้ว คือขั้วบวกเป็นโปรตรอน และขั้วลบเป็นอิเล็กตรอน) เพราะโปรตรอนเคลื่อนที่ได้ยากกว่าอิเล็กตรอน (เพราะขนาดใหญ่กว่า) จึงให้การนำไฟฟ้าคือการที่อิเล็กตรอนเดินทาง

อิเล็กตรอนจะเดินทางได้ต้องผ่านตัวนำ ซึ่งตัวนำนั้นจะต้องสามารถถ่านเทอิเล็กตรอนซึ่งกันและกันได้ เช่น น้ำเปล่าๆบริสุทธิ์ๆ จะเป็น H2O ซึ่งเป็นสารที่เสถียรแล้ว (ในแง่ไฟฟ้า) หากเติมเกลือไปในน้ำ (เกลือคือ NaCl) เกลือจะละลายลงน้ำเป็น Na+ กับ Cl- ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้การแลกเปลี่ยนอิเล็กตรอนเกิดขึ้นได้

ว่ากันถึงนี่แล้วน้ำกับเกลือเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ ไม่เกี่ยวเท่าไหร่หรอกครับ แต่เดี๋ยวคนจะนึกว่าตัวนำมีแต่โลหะ เกิดวันนึงไม่นึกไม่ฝัน เห็นปลั๊กไฟจุ่มอยู่ในน้ำ แล้วเกิดจะใช้เลยหยิบขึ้นมาเสียบจะซวยเอา (น้ำที่มี H2O แท้ๆไม่มีสารอื่นเจือปนอยู่หายากมากๆๆๆๆๆๆครับ)

เอาล่ะเรามาถึงโลหะกันดีกว่า โลหะสามารถแลกเปลี่ยนอิเล็กตรอนซึ่งกันและกันได้ครับ และง่ายมากๆด้วยเพราะอะตอมของแต่ละอะตอมจะอยู่ชิดติดกันมากๆ ไม่ต้องรออะตอมอีกตัวเดินทางมาใกล้ๆ มันสามารถโยนอิเล็กตรอนไปที่อะตอมข้างๆได้ทันทีเมื่อตัวมันเองมีอิเล็กตรอนเกินมา

แต่โลหะที่บริสุทธิ์นั้นหาได้ยากพอๆกับน้ำบริสุทธิ์เช่นกัน หากไม่อ่อนตัว หรือเป็นของเหลว อาจจะสามารถทำปฏิกิริยากับอากาศแล้วระเบิดก็เป็นได้ (เพราะอุณหภูมิในตัวเองสูงมากๆ เมื่อเจอ O2 จึงเกิดการติดไฟ แต่ในปริมาณมาก และในเวลาฉับพลันจึงกลายเป็นระเบิด)

ดังเช่นทองแดงเราไม่สามารถขุดดินในเหมืองแร่แล้วเจอทองแดงเป็นเส้นออกมาได้ มันอาจจะเป็นก้อน หรืออาจจะเป็นผงซึ่งจำเป็นต้องแยกมาเพื่อหลอมให้กลายเป็นเนื้อเดียว แต่ทองแดงเมื่อหลอมแล้วจะไม่กลายเป็นของแข็งหากเป็น Cu บริสุทธิ์ (Cu คือธาตุ Copper หรือทองแดงนั่นเอง) จึงต้องผสมสารบางชนิดเข้าไป (อะไรผมจำไม่ได้จริงๆ) เมื่อหลอมแล้วอาจกลายเป็น CuXx หรือแท่ง Cu ที่มีสารบางอย่างแซมเป็นจุดๆ (ลองนึกถึงน้ำผสมน้ำมันครับ)

และหากเป็นสารอื่นแซมในเนื้อทองแดงจึงทำให้รูปแบบการจัดเรียงตัวของสารผิดไปจากเดิม ความเป็นระเบียบของการจัดเรียงจะไม่เหมือนเดิม ลองดูในรูปครับ

 
 


จากคุณ : hirolovely -[ 21 ธ.ค. 49 - 03:34:40 ]

Confirmed by : rurika , le dente , TeMpLaTe





กระทู้ยอดนิยม