ทฤษฎี Butterfly Effect คืออะไรคะ

รบกวนด้วยนะคะ ไปลองหากระทู้เก่าๆแล้วไม่เจออ่ะค่ะ และอยากรู้อีกด้วยว่าทำไมต้องชื่อ Butterfly Effect ไม่เป็น Bird Effect หรือชื่ออื่นๆ

จากคุณ : นู๋เรดะ - [ 30 ม.ค. 50 14:29:50 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

ทำไมไม่เป็น Bird Effect  ......
-__-"


นั่งรอคนมาให้คำตอบ..


จากคุณ : chubbmind - [ 30 ม.ค. 50 14:43:09 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

แรงลมจากผีเสื้อกระพือปีก ทำให้เกิดพายุใหญ่ได้

จากคุณ : kzytui - [ 30 ม.ค. 50 14:48:11 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

บ้านเราเรียกเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาวครับ

จากคุณ : Epinephrine - [ 30 ม.ค. 50 15:20:52 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

เป็นคำพูดที่บอกว่า ทำอะไรสักอย่างจะมีผลไปยังสิ่งอื่น ๆ เสมอ

เช่น เดียวกับคำว่า เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว


จากคุณ : ผู้เฒ่าสายลม - [ 30 ม.ค. 50 15:22:28 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

หาคำว่า Butterfly Effect ใน wikipedia ได้เลยครับ

ผมเคยรู้จักปรากฎการณ์เกี่ยวกับดวงอาทิตย์ครับ

http://solarscience.msfc.nasa.gov/dynamo.shtml

แก้ไขเมื่อ 30 ม.ค. 50 18:14:00

จากคุณ : freefeel - [ 30 ม.ค. 50 15:40:51 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 6

http://en.wikipedia.org/wiki/Butterfly_effect

จากคุณ : กฤตยฎีกา - [ 30 ม.ค. 50 16:28:11 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

ตาม คห.2,3,4 ค่ะ มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง หลังจากนั้นก็เอามาเรียกเหตุการณ์ทำนองเดียวกัน

 
 


จากคุณ : Gamoff - [ 30 ม.ค. 50 17:20:13 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

เคยดูหนังเรื่อง A Sound of Thunder ไหมครับ ว่าด้วยเรื่องทฤษฎีนี้ล้วนๆ

จากคุณ : Lancaster - [ 30 ม.ค. 50 19:15:08 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

Butterfly effect คือส่วนหนึ่งของทฤษฎีแห่งความยุ่งเหยิงครับ (chaos theory)


นอกจากกฎของความน่าจะเป็นแล้ว ยังมีเหตุการณ์อื่นๆอีกมากมายที่กฎของความน่าจะเป็นพิสูจน์ไม่ได้ เพราะมันลึกลับและซับซ้อนเป็นผลเนื่องมาจากปัจจัยอันหลากหลายที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นปรากฎการณ์ของภัยธรรมชาติและดินฟ้าอากาศ ซึ่งมีตัวแปรมากมายอยู่นอกเหนือความสามารถของกฎความน่าจะเป็น ยกตัวอย่างในการเกิดพายุลูกหนึ่ง เหตุและปัจจัยอันที่ทำให้เกิดมีอยู่เป็นจำนวนมาก และแต่ละตัวแปรล้วนแล้วมีความอ่อนไหวต่อระบบ  เช่นค่าตัวแปร x ที่ 3.00000 กับ ค่าตัวแปร x ที่ 3.000001  ความต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เมื่อคำนวณออกมาพบว่าสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ระบบอย่างมหาศาล จนมีการเปรียบเปรยกันว่า ถ้ามีผีเสื้อตัวหนึ่งกระพือปีกอยู่ที่ฮ่องกง เมื่อเหตุและปัจจัยเหมาะสมมันสามารถส่งผลให้เกิดพายุขึ้นที่นิวยอร์กได้ในเวลาหนึ่งเดือนต่อมา ( และเป็นเช่นนั้นจริงๆเมื่อนำมาคำนวณโดยใส่ตัวแปรที่เลือกให้สอดคล้องลงไปสร้างสถานการณ์จำลองในคอมพิวเตอร์ )

กฎข้อหนึ่งของลักษณะของ chaos theory ก็คือ การได้รับผลสะท้อนจากปัจจัยเริ่มต้นที่คาดไม่ถึง นั่นก็คือปัจจัยเริ่มต้นเพียงนิดเดียว อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบอันใหญ่หลวง ทำนองเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว หรือ ผีเสื้อกระพือปีกที่ฮ่องกง อาจเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดพายุที่นิวยอร์กได้ ที่เรียกว่า butterfly effect  

ผลกระทบจะเป็นเรขาคณิตและทวีคูณ ไม่ใช่ 1+1 เป็น 2  และบางครั้งผลของมันเพิ่มในระดับเลขยกกำลังทีเดียวโดยมีตัวแปรเรื่องเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

เช่นเดียวกับผลสะท้อนตามกฎแห่งกรรมที่ไม่ใช่ 1+1 เป็น 2  ผลของกรรมก็ทวีคูณและมีตัวแปรเรื่องเวลาเข้ามาร่วมเช่นกัน กรรมดีเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลมหาศาลในอนาคต เช่นเดียวกันกรรมชั่วเพียงน้อยนิดถ้าเหตุและปัจจัยเหมาะสม มันก็สามารถสะท้อนผลกรรมและผลแห่งวิบากได้รุนแรงกว่าที่คิด คำพูดเพียงไม่กี่คำจากวจีกรรม สามารถทำให้คนนั้นล้มเหลวไปตลอดชีวิต หรือในทางตรงกันข้ามเกิดแรงมุมานะจนประสบความสำเร็จอย่างคาดไม่ถึง หรืออาจเกิดความแค้นที่เก็บกดไว้ในใจเพื่อรอวันทวงคืน ซึ่งถ้ามองตามทฤษฎีแห่งความยุ่งเหยิงเราก็สรุปในระยะยาวไม่ได้ว่าผลจะเป็นเช่นไร

ถ้าทฤษฎีสัมพัทธภาพเป็นสุดยอดทฤษฎีแห่งศตวรรษที่ 20 ทฤษฎีแห่งความยุ่งเหยิงก็จะเป็นทฤษฎีของศตวรรษที่ 21

 เตาไมโครเวฟก็สร้างขึ้นมาจากพื้นฐานของทฤษฎีนี้ ในสมัยก่อน เราจะต้มน้ำด้วยการใช้เตา ให้ความร้อนผ่านเข้าสู่น้ำในกา ซึ่งใช้เวลานานมากกว่าน้ำจะเดือด แต่จากทฤษฎีนี้เราทราบแล้วว่าโมเลกุลของน้ำมีสภาพของความสับสนอลหม่านยุ่งเหยิงเสียดสีกันอยู่ภายในอยู่ตลอดเวลา จึงมีการคิดใช้คลื่นความถี่เข้าไปช่วยสั่นโมเลกุลของน้ำให้ยุ่งเหยิงมากขึ้นไปอีก ความสับสนอลหม่านเสียดสีกันของโมเลกุลทำให้เกิดพลังความร้อนขึ้นจากภายใน น้ำจะเดือดอย่างรวดเร็ว ความร้อนที่เกิดขึ้นเป็นความร้อนที่เกิดจากโมเลกุลของตัวน้ำเอง ไม่ใช่ความร้อนจากภายนอกที่ให้เข้าไป

     การตอบสนองของเจ้ากรรมนายเวร ก็ใช้กฎของธรรมชาติข้อนี้ พลังแห่งวิบากกรรมซึ่งส่งทอดผ่านคลื่นแสง สี เสียง กลิ่น รส เข้าไปสร้างความสับสนอลหม่านยุ่งเหยิงให้กับจิต เกิดความร้อนรุ่มอันเนื่องมาจาก โทสะ โมหะ โลภะ ซึ่งความร้อนรุ่มนั้นเป็นความร้อนที่เกิดขึ้นจากภายในตัวเราเอง ไม่ใช่ความร้อนจากภายนอกที่ให้เข้าไป ยิ่งสภาวะจิตมีความยุ่งเหยิงสับสนมากขึ้นเท่าไหร่ เจ้ากรรมนายเวรก็จะทำงานง่ายขึ้นเท่านั้น

ความมหัศจรรย์ของทฤษฎีนี้ก็คือสามารถนำไปใช้อธิบายในระบบได้ทุกระบบ ( ซึ่งน่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะทฤษฎีนี้เป็นส่วนหนึ่งของไตรลักษณ์ อิทัปปจยตา พระพุทธองค์ทรงค้นพบมาก่อนตั้งสองพันกว่าปี แต่นักวิทยาศาสตร์เพิ่งมาตื่นเต้น ) ร่างกายของเราเองก็เช่นกัน เมื่อพัฒนาจนถึงขีดสุดต่อให้แข็งแกร่งขนาดแซมซั่น ถ้าเกิดมีอากาศเพียงนิดเดียวหลุดเข้าไปในเส้นเลือด ระบบต่างๆของร่างกายส่วนอื่นทั้งหมดจะเสียหายไปด้วยทันที และอาจเสียชีวิตภายในไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ ทั้งๆที่ใช้เวลาสร้างระบบกว่าจะเติบโตมาเป็นเวลาหลายสิบปี

     ปัจจุบันนี้เราก็ดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อม ความซับซ้อนสับสนอลหม่านแห่งกรรมและวิบากกรรม ทั้งมโนกรรม วจีกรรม กายกรรม ที่มีปฏิสัมพันธ์กับเราอยู่โดยตลอด แต่เป็นนามธรรม ซึ่งทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถคำนวณได้เหมือนกับที่ใช้คำนวณสภาพดินฟ้าอากาศ เราจึงไม่สามารถอ้างอิงได้ชัดเจนเหมือนกับกรณีที่นักวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบว่า ผีเสื้อตัวหนึ่งกระพือปีกที่ฮ่องกง ถ้าเหตุและปัจจัยเหมาะสมมันสามารถทำให้เกิดพายุทอร์นาโดที่นิวยอร์กได้จริงๆ  

ถ้าเป็นเช่นนั้น การพิสูจน์เรื่องกรรมคงจะง่ายกว่านี้มาก เพราะผลกระทบของกรรมก็มีส่วนคล้ายทฤษฎีแห่งความยุ่งเหยิงอยู่บางส่วน ทฤษฎีนี้พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า ในสภาวะของระบบที่ซับซ้อนมากๆ การเปลี่ยนแปลงปัจจัยเริ่มต้นเพียงน้อยนิด ก็จะส่งผลอย่างมหาศาลต่อระบบใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  ยกตัวอย่างเช่น ประโยคเพียงประโยคเดียวขณะที่พระนเรศวรทรงได้ยินเมื่อวัยเด็กขณะตีไก่กับพระมหาอุปราช ว่า “ไก่เชลยตัวนี้เก่งจริงหนอ” ปัจจัยเพียงเท่านี้ ทำให้ประวัติศาสตร์ระหว่างไทย – พม่า เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ แม้ว่าบุเรงนองพระเจ้าหงสาวดีจะดูแลพระนเรศวรอย่างเมตตาเหมือนลูกแท้ๆของตัวเอง แต่กรรมนั้นก็มาหักล้างวจีกรรมนี้ไม่ได้  ถ้ามองในมุมของกรรม ก็เป็นเพราะวจีกรรมของพระมหาอุปราชแท้ๆ และไม่น่าเชื่อว่ากรรมที่ทำเพียงน้อยนิดราวกับลมกระพือปีกของผีเสื้อแค่นี้  จะกลายเป็นพายุไต้ฝุ่นกลับมาทำลายพม่าในเวลาต่อมา แม้แต่ชีวิตของคนก่อวจีกรรมนั้นก็ไม่เหลือ

     แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าตัวเราเอง ได้ก่อวจีกรรม มโนกรรม กายกรรม ในเชิง butterfly effect แบบพระมหาอุปราช ไว้มากแค่ไหน และจำไว้เสมอว่าการสนองของผลกรรม ไม่ใช่สมการเชิงเส้น แต่จะเป็นสมการเชิงซ้อนแบบ chaos theory ผลของมันจะทวีคูณๆๆๆ

 
 


จากคุณ : ปัจจตัง (ปัจจตัง) - [ 30 ม.ค. 50 21:55:09 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

ไม่เข้าใจว่าทำไมใช้หลักความน่าจะเป็นอธิบายไม่ได้
ทฤษฎีนี้เคยมีคนมาถามบ่อยอยู่พักหนึ่งโดยเอามาจากหนัง แล้วคนก็พยายามมาตีความสาเหตุที่ผีเสื้อกระพือปีกทำให้เกิดพายุอะไรนั่น ซึ่งผมว่าปัญญาอ่อนมาก คุณว่าเหตุการณ์ทำนองนั้นมันจะเกิดซักเท่าไร แล้วเข้ามามีความสำคัญกับชีวิตเราซักเท่าไรกัน


จากคุณ : hj - [ 30 ม.ค. 50 22:08:45 A:58.9.191.127 X: TicketID:125225 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

...โอโหเหะ  ป่านนี้กระเทือนถึงดาวไหนแล้ว...

ชอบทฤษฎีนี้อ่านแล้วสนุก เหมือนห่วงใยสภาพแวดล้อมเตือนให้เราไม่ทำอะไรชุ่ยๆๆ แล้วมันเกิดเอฟเฟคต่อคนอื่น
แต่บางคนหัวเราะตลกกับChaos theory แบบว่ามันยังเป็นทฤษฎีใหม่(ใหม่แบบหลังโพสต์โมเดิร์นพวกนี้ไม่ใช่ใหม่แบบปัจจุบัน) หาว่ามันยังเป็นทฤษฎีที่ไม่แข็งแรงพอ...


จากคุณ : ป้ามหาภัย - [ 30 ม.ค. 50 22:12:31 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

ดาว


Butterfly Effect ต้องการปัจจัยแค่ 2 อย่าง

1. เวลา
2. ระบบที่เป็นลักษณะ Amplifier (Gain >= 1 ) เมื่อใส่ Input เข้าไป

ความน่าสนใจคือ กว้างแค่ไหนจึงจะเป็นระบบที่เรากำลังพิจารณา นี่ล่ะครับที่จะเป็นตัวกำหนดว่า เราจะคาดเดาผลลัพธ์คร่าวๆได้แค่ไหน

แก้ไขเมื่อ 31 ม.ค. 50 00:48:54

จากคุณ : pzifrius - [ 31 ม.ค. 50 00:45:54 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 13

ร้านกาแฟสุดหรูหลอดหมด ไม่มีหลอดกาแฟอันละ 50 สตางค์ ก็ขายแก้วละ 120 ไม่ได้ ถือเป็น Butterfly Effect  หรือเปล่า

จากคุณ : Dr.slump - [ 31 ม.ค. 50 00:58:25 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

เด๋วนะ เหมือนคนตั้งกระทู้ แค่อยากถามถึงเรื่องที่มาของชื่ออะป่าวอะ

ถ้างั้น เราก็พอจะเดาได้ว่า ทำไมเป็นผีเสื้อไม่ใช่นก

เพราะว่า ผีเสื้อเป็นสัตว์ปีก (หรือแมลง) ตัวเล็ก ๆ ที่กระพือปีกแสนเบาไง เป็นการเปรียบเปรย ว่า สัตว์ตัวเล็ก ๆ (หรือแมลง) แค่ทำไรเล็กมาก ๆ ยังกระทบกระเทือนถึงสิ่งต่าง ๆ อย่างมหาศาล ได้


ป.ล. อันนี้จากความเห็นผม อย่างเดียวนะ -*-


จากคุณ : Kevinkung (KevinKung) - [ 31 ม.ค. 50 19:31:52 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

ขออนุญาตเก็บเกี่ยวความรู้ค่ะ


ขอบคุณค่ะ


จากคุณ : กขค-กบเขียดคางคก - [ 31 ม.ค. 50 20:14:08 A:124.157.138.250 X: TicketID:080496 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

[กติกามารยาท] [Help & FAQ
รายละเอียด : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่

ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)

วาดภาพประกอบ : คลิกเพื่อวาดภาพประกอบ
(ข้อควรระวัง : ต้องทำก่อนขั้นตอนอื่น มิฉะนั้นข้อความที่พิมพ์ไว้ และค่าที่เลือกจะหายไป - ใช้ได้เฉพาะสมาชิก)

แตกประเด็น : ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่

  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ และวาดภาพประกอบ Preview ไม่ได้) Science Symbol Generator
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom