Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
เรื่องเลว ๆ ของธนาคารกรุงเทพ vote  

เรื่องยาวหน่อยนะครับ จะขอเล่าเรื่องเลว ๆ ของธนาคารกรุงเทพให้ฟัง ผมได้ทำการซื้อที่ดินที่หลุดจำนองของธนาคารกรุงเทพผ่านกรมบังคับคดี

เป็นที่ดินในโครงการจัดสรรที่ดิน โดยในคำโฆษณาระบุว่าที่ดินแปลงนี้ "สาธารณูปโภคครบครัน การคมนาคมสะดวก รถยนต์เข้าถึง" ซึ่งในการซื้อที่ดินนี้

ผมทำการกู้เงินธนาคารกรุงเทพเพื่อซื้อที่ดินดังกล่าว (พูดง่าย ๆ คือกู้เงินธนาคารกรุงเทพ เพื่อซื้อสินทรัพย์หลุดจำนองของธนาคารกรุงเทพเอง)

แต่เกิดปัญหาขึ้นคือเมื่อได้ที่ดินมาแล้วเจ้าของโครงการซึ่งเป็นคนเอาที่ดินไปจำนองกับธนาคารและหลุดจำนอง ได้มาทำการปิดล้อมที่ดินโดยให้

เหตุผลว่าถึงแม้ผมเป็นเจ้าของที่ดินแต่ถนนหนทางในหมู่บ้านยังเป็นโฉนดชื่อของพวกเขาอยู่ ดังนั้นเขามีสิทธิ์จะอนุญาตให้เข้าหรือไม่ก็ได้ และที่ดินโฉนด

ของถนนในหมู่บ้านยังมิได้จดภาระจำยอมให้ ซึ่งหมายความว่าที่ดินดังกล่าวกลายเป็นที่ดินตาบอดไป

เมื่อเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นจึงได้จึงได้เข้าแจ้งความกับ สน.ในท้องที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่ากรณีนี้เป็นเรื่องระหว่างบุคคล และเจ้าของที่ดินยัง

มีสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว  ตำรวจจัดการให้ไม่ได้ ให้ผมทำการฟ้องศาลก่อนแล้วนำหมายศาลมา ตำรวจจะจัดการให้

เมื่อตำรวจแนะนำมาเช่นนี้จึงได้ปรึกษาทนาย ระหว่างปรึกษาทนายนี้ได้พบกับเล่ห์เหลี่ยมของทนายหลายคน ดีที่ได้อ่านในเว็บพันธุ์ทิพย์นี้ ทำให้

คอยระวังพวกทนายเสือหิว ไม่อย่างนั้นคงเสียหายมากกว่านี้ (วีรกรรมของทนายเหล่านี้ผมจะได้มาเล่าให้ฟังต่อภายหลัง) สุดท้ายได้เจอทนายที่ดีคนหนึ่งได้

ให้คำแนะนำว่ากรณีนี้เมื่อเราซื้อของของธนาคารให้ลองปรึกษาธนาคารดู ถ้าธนาคารไม่ช่วยอะไรให้ปรึกษา สคบ. หรือ ธปท.

เริ่มต้นด้วยการปรึกษากับธนาคารกรุงเทพ โดยติดต่อผ่านสาขาที่ปล่อยเงินกู้ให้เรา เนื่องจากที่ดินแปลงนี้เป็นหลักทรัพย์จำนองอยู่กับธนาคารด้วย

สิ่งที่พบคือธนาคารไม่มีการจัดการอะไร เวลาผ่านไปไม่มีความคืบหน้า ไม่รวดเร็วเหมือนตอนคิดดอกเบี้ย แต่พอมีปัญหาอาศัยเฉยไว้เดี๋ยวดีเอง

เมื่อพบกับปัญหาดังกล่าวจึงได้ติดต่อไปที่ ธปท. ทาง ธปท. จึงส่งหนังสือไปถึงธนาคารกรุงเทพในปัญหาดังกล่าว ทั้งที่ให้เวลาธนาคาร 15 วันใน

การตอบคำถาม ธนาคารขอเวลาเพิ่มอีก 15 วัน แต่หลังจากนั้นประมาณเกือบ 2 เดือน ธนาคารได้มีจดหมายมาถึงผม (ตามรูป) พอสรุปได้ว่า "โครงการนี้

เป็นโครงการจัดสรรที่ดินผิดกฏหมาย ให้ผมฟ้องศาลเพื่อให้มีการจดภาระจำยอม" จริง ๆ แล้วไม่คิดว่าธนาคารจะกล้าออกจดหมายลักษณะนี้ออกมา

จากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถสรุปได้ว่า
- โครงการนี้เป็นโครงการจัดสรรที่ดินผิดกฏหมาย แต่กลับได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงเทพ ซึ่งหมายความว่าธนาคารให้การสนับสนุน

ธุรกิจผิดกฏหมาย ซึ่งข้อนี้ผิดกฏของ ธปท. และแน่นอนผิดจรรยาบรรณการทำธุรกิจ ยิ่งกับธุรกิจของธนาคารขนาดใหญ่ ไม่ควรเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น และเมื่อมี

ผู้เดือดร้อนจากการกระทำดังกล่าวธนาคารกลับไม่สนใจ ผมได้สอบถาม ผจก.สาขาที่ผมกู้เงินว่าการปล่อยกู้โครงการผิดกฏหมายสามารถทำได้หรือไม่ คำ

ตอบที่ได้คือ "ใคร ๆ เขาก็ทำกันทั้งนั้น"
- ตอนที่ผมขอกู้โดยใช้ที่ดินดังกล่าวค้ำประกันเงินกู้ ธนาคารไม่ควรปล่อยกู้ เพราะถ้าไม่ปล่อยกู้โดยให้เหตุผลว่าที่ดินตาบอด ผมก็จะไม่กู้และไม่

ซื้อที่ดินดังกล่าว ซึ่งการปล่อยกู้นี้เป็นการหลอกให้กู้ เพราะปัจจุบันผมต้องผ่านจ่ายเงินกู้ทุกเดือน ไม่เช่นนั้นก็ติดเครดิตบูโร แต่หลักทรัพย์ที่ซื้อมากลับไม่มี

ค่าอะไรเลย ปัจจุบันจะเอาไป Refinance ก็ไม่มีใครรับเนื่องจากที่ดินตาบอด ก็มีแต่ธนาคารกรุงเทพเท่านั้นแหละครับ ซึ่งก็คือธนาคารที่เอามาหลอกขาย
- จากหนังสือดังกล่าวที่บอกว่าให้มีการฟ้องร้องต่อศาล ซึ่งในการฟ้องศาลจะต้องมีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าทนาย ค่าธรรมเนียมศาล รวมทั้งต้องเสีย

เวลามากมายก่อนที่ศาลจะตัดสิน ทำให้ไม่สามารถใช้ที่ดินดังกล่าวได้ ซึ่งผมถามว่าธนาคารจะช่วยอย่างไรได้บ้าง หรือช่วยพักการชำระหนี้ก่อนได้หรือไม่

จนกว่าคดีจะแล้วเสร็จและช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ผลก็คือเหมือนเดิม ไม่มีคำตอบจากธนาคารกรุงเทพ
- ผมถามทาง ผจก.สาขาว่าถ้ามีการการฟ้องร้องและแพ้คดีจะทำอย่างไร ผจก.ตอบว่าทางฝ่ายกฏหมายบอกว่าไม่ต้องห่วง ชนะแน่ ถึงรู้ว่าตอนนี้

ไม่ใช่แค่ธนาคารนะครับ แต่เป็นศาลเสียด้วย มีอำนาจตัดสินคดีดั่งศาลสั่ง

ปัจจุบันผมได้ร้องเรียนไปยัง "คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ" ต้องบอกว่าเป็นหน่วยงานที่ดีมาก เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลืออย่างดี ทั้ง

การศึกษาข้อกฏหมายและติดต่อประสานงานกับ ธปท. ในปัญหาดังกล่าว ปัจจุบันเรื่องร้องเรียนอยู่ระหว่างดำเนินการ ถ้ามีความคืบหน้าอย่างไรจะมาเล่าให้

ฟังอีกที

ปัจจุบันธนาคารยังมีการประกาศขายที่ดินในหมู่บ้านนี้อยู่ในเว็บไซต์ของธนาคาร ทั้งที่รู้แล้วว่ามีปัญหายังประกาศขายเพื่อหลอกคนเข้ามาซื้ออีก

ยังไงเวลาซื้อสินทรัพย์ธนาคารกรุงเทพให้ระวัง ทางที่ดีเลี่ยงไปธนาคารอื่นดีกว่า ไม่รู้ว่าถ้าผู้บริหารระดับสูงของธนาคารได้อ่านกระทู้นี้แล้วจะรู้สึกอย่างไร จะรู้สึกละอายใจในการกระทำของธนาคารหรืออาจจะรู้สึกว่าลูกน้องตัวเองเก่งหลอกเงินชาวบ้านมาได้

 
 

จากคุณ : TLL01
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 15:05:43



ความคิดเห็นที่ 1  

ถ้าใครโพสห้องสินธรได้ ช่วยโพส link ให้หน่อยนะครับ

จากคุณ : TLL01
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 15:24:24

ความคิดเห็นที่ 2  

ฟ้องเพิกถอนการขายสิครับ

จากคุณ : aftertime
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 15:36:07

ความคิดเห็นที่ 3  

เข้ามาอ่านครับ ขอบคุณที่มาแชร์ประสบการณ์


อ่านแล้วก็อึ้งครับ เรื่องมันไปกันใหญ่โต



ผมเห็นด้วยในแง่ที่ว่า ธนาคารไม่ได้บรรเทาทุกข์คุณเลย ตั้งหน้าตั้งตาเก็บเงินอย่างเดียว





จริงๆ แล้ว ผมเองก็มีประสบการณ์แย่ๆหลายอย่างกับการใช้บริการธนาคารนี้ พนักงานของธนาคารดีแต่คอยจะขายประกัน ให้ผม ปีนึงไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ จนไม่อยากจะเหยียบไปอีกเลย

ครั้นจะเปลี่ยนธนาคารก็ไม่ได้ เพราะลูกค้ารายใหญ่ใช้แต่ธนาคารนี้

จากคุณ : ทองพญา
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 15:38:57

ความคิดเห็นที่ 4  

ไม่มีความรู้ด้านกฎหมายค่ะ

มาให้กำลังใจเฉยๆ

จากคุณ : ซูสีไทเฮา
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 15:45:32 A:119.42.74.97 X: TicketID:272851

ความคิดเห็นที่ 5  

เพิ่มเติมนะครับ จะเห็นได้ว่าจดหมายฉบับนี้ออกมาตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย. ผมได้ทวงถามไปยัง ผจก.สาขารัชดา-ลาดพร้าว ผจก.เพิ่งบอกผมว่า สนญ.เพิ่งจะแฟ็กซ์มาให้วันที่ 6 พ.ค. ผู้จัดการบอกจะส่งมาให้แต่ผมบอกว่าเข้าไปเอาที่สาขาเองดีกว่า

หลังจากนั้นผมเพิ่งได้รับจดหมายลงทะเบียนตัวจริงวันที่ 19 พ.ค. หลังจากจดหมายออกมา 37 วัน โดยเจ้าหน้าที่บอกว่าจดหมายตีกลับ แต่ในความเป็นจริงไม่น่าเป็นไปได้ ผมจ่ายหนี้โดยการตัดบัญชีทุกเดือนและใบเสร็จส่งมาถึงทุกเดือน แต่จดหมายฉบับนี้กลับส่งมาไม่ถึง มีผู้รู้กฏหมายบอกว่ากรณีนี้เข้าข่ายฉ้อโกง ธนาคารพยายามยื้อเวลาไม่ให้ผมฟ้องภายใน 3 เดือน จะทำให้ฟ้องอาญาไม่ได้และกลายเป็นการฟ้องแพ่งไป

เสมือนธนาคารก็รู้ว่าตัวเองผิดแต่ไม่อยากรับผิดชอบนั่นเอง

จากคุณ : TLL01
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 16:12:37

ความคิดเห็นที่ 6  

ขายประกัน เลียนแบบ บริษัทประกันฝรั่งแห่งหนึ่ง

ที่ไร้จรรยาบรรณ ทั้งโกหก หมกเม็ด หลอกลวง

เพียงเพื่อให้ได้เงินฝากต้นทุนต่ำ (ประจำ 20 ปี ดอกร้อยละ 2 ต่อปี)

แล้วเอามาปล่อยสินเชื่อ ดอกร้อยละ 28 (หมายถึงบริษัทประกัน
นิรนามแห่งนั้นนะครับ ไม่ได้หมายถึงธนาคารกรุงเทพ)


เห็นฝรั่งทำแล้วรวยก็เลยทำกันบ้าง ตอนนี้ หลายธนาคารอาการหนักมาก

ตอนนี้ผมใช้ k-bank ยังพอทน ไม่เช้าชี้ ไม่แหล มากจนทนไม่ไหว

(ตย. เพียงแค่เป็นไข้หวัด ไปนอน รพ.เล่น ๆ ก็ได้เงินชดเชยวันละ 2000 นะคะพี่, คุ้มครองอุบัติเหตุทุกกรณีค่ะ ทั้งเล่นกีฬา จราจล มีส่วนร่วมในการทะเลาะวิวาท ดื่มสุรา ก็คุ้มครองนะคะ, คุ้มครองการเจ็บป่วยตลอด 20 ปีค่ะ
ไม่มีการยกเลิกสัญญาก่อน 20 ปีแน่ค่ะ เป็นมะเร็ง หัวใจ อัมพาต ก็คุ้มครองค่ะ ในสัญญาที่ระบุว่าสัญญาสุขภาพต่อเป็นปีต่อปีนั้นเขียนไว้เล่น ๆ ค่ะ ฯลฯ)

แก้ไขเมื่อ 10 มิ.ย. 53 17:59:45

จากคุณ : omm_jaa
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 16:22:43

ความคิดเห็นที่ 7  

ของดีมักไม่ตกถึงชาวบ้านทั่วไป

ขอบคุณที่ช่วยตีแผ่พวกนายทุนที่เลวๆมักเอาของไม่ดีมาขาย ส่วนดีๆบอกพวกพ้องไปเรียบร้อยแล้ว

ฝากเพื่อนสมาชิกถ้าจะไปซื้อบ้านหรือที่ดินไม่ว่ามาจากกรมบังคับคดีหรือสถาบันการเงินต่างๆ ควรสืบหาข้อมูลก่อน ว่าเพื่อนบ้านเป็นอย่างไร การเดินทางสะดวกไหม น้ำท่วมหรือเปล่า เป็นต้น

เห็นใจ จขกท ยังไงก็ขอให้แก้ไขปัญหาได้สำเร็จ

จากคุณ : Taijin
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 16:40:31

ความคิดเห็นที่ 9  

ของดีมักไม่ตกถึงชาวบ้านทั่วไป

ขอบคุณที่ช่วยตีแผ่พวกนายทุนที่เลวๆมักเอาของไม่ดีมาขาย ส่วนดีๆบอกพวกพ้องไปเรียบร้อยแล้ว

ฝากเพื่อนสมาชิกถ้าจะไปซื้อบ้านหรือที่ดินไม่ว่ามาจากกรมบังคับคดีหรือสถาบันการเงินต่างๆ ควรสืบหาข้อมูลก่อน ว่าเพื่อนบ้านเป็นอย่างไร การเดินทางสะดวกไหม น้ำท่วมหรือเปล่า เป็นต้น

เห็นใจ จขกท ยังไงก็ขอให้แก้ไขปัญหาได้สำเร็จ

จากคุณ : Taijin
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 16:40:53

ความคิดเห็นที่ 10  

เห็นใจคุณจังเลยค่ะ เอาใจช่วยคุณนะคะ

ทีนี้เวลาเราไปซื้อที่ซื้อบ้านที่หลุดจากธนาคาร แล้วเราจะไว้ใจได้ยังไงนี่ ขอบคุณที่เอามาแชร์ให้ฟังค่ะ จะได้รอบคอบมากขึ้น

จากคุณ : ขาหมูแก้มป่อง
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 16:44:24

ความคิดเห็นที่ 11  

เอิ่ม ธนาคารกรุงเทพ ชื่อนี้.... More Than word

จากคุณ : Ham (noopin)
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 16:47:04

ความคิดเห็นที่ 12  

กำลังเลือกจะไปกู้เงินกับธนาคารนี้อยู่พอดี คงต้องทบทวนใหม่แล้วละ

จากคุณ : rakniyay (rakniyay)
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 16:53:31

ความคิดเห็นที่ 13  

คห 8 ของผมหายไปไหน...

จากคุณ : SummerMan
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 16:54:37

ความคิดเห็นที่ 14  

ช่วยโหวตให้นะคะ

จากคุณ : นาโนจัง
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 16:59:31

ความคิดเห็นที่ 15  

ถ้าบริษัทไม่จ่ายเงินเดือนผ่าน ธ.นี้่ เราก็ไม่คิดจะใช้บริการค่ะ ห่วยสุดๆ
แม้แต่พนักงานเองที่สนิทกับบริษัทเรา ยังแนะนำเราให้ใช้บริการของที่อื่นเลย เหอ เหอ

จากคุณ : ke@
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 16:59:31

ความคิดเห็นที่ 16  

ปรึกษา  สคบ  ด่วนนนนนนนนนนน

จากคุณ : หลินผิงจือ
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 17:17:34

ความคิดเห็นที่ 17  

ความคิดเห็นที่ 2    
ฟ้องเพิกถอนการขายสิครับ

จากคุณ : aftertime  
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 15:36:07

จากคุณ : yai-cho
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 17:26:21

ความคิดเห็นที่ 18  

ไม่แน่ใจว่าจะฟ้องเพิกถอนการซื้อขายได้ไหม

เพราะที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์พิพาท ไม่ได้มีการรอนสิทธิของผู้ซื้อ เพราะก็ไม่มีภาระอะไรติดไป เพียงแต่มีปัญหาเรื่องทางเข้าออก
ซึ่งเป็นปัญหาของที่ข้างเคียงกะที่ดินของผู้ซื้อ




ฟ้องขอให้เปิดทางเป็นภารจำยอมน่าจะได้นะครับ
และน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด


ส่วนฟ้องแบ็งค์ไม่แน่ใจ  เพราะตามหลักกฎหมาย ก็มีคติอยู่ข้อนึงว่า
ผู้ซื้อเป็นผู้ต้องระมัดระวัง
ก่อนซื้อ  ปกติดต้องมีการสำรวจระวางที่ดิน ไปดูทำเลที่ดินก่อนแล้ว
และน่าจะเห็นความผิดปกติก่อนซื้อขายได้

อันนี้ไม่ได้เข้าข้างฝ่าย Bank แต่จะบอกว่า Bank อ้างอย่างนี้ได้
และศาลน่าจะรับฟัง

แต่จะพลิกคดีไปยังไงให้ จขกท. ได้เปรียบ  
อันนี้ต้องขอแรงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ
ช่วยกันพิจารณาครับ

จากคุณ : ลูกหมีเขี้ยวยาวเขาโง้ง
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 17:40:58

ความคิดเห็นที่ 19  

จากคำ โฆษณา ขายที่ดินได้ไหมครับ
ว่า สาธารณูปโภคครบครัน การคมนาคมสะดวก รถยนต์เข้าถึง

จากคุณ : ออม (omm_jaa)
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 17:53:33

ความคิดเห็นที่ 20  

จากคำ โฆษณา ขายที่ดินได้ไหมครับ
ว่า สาธารณูปโภคครบครัน การคมนาคมสะดวก รถยนต์เข้าถึง

จากคุณ : ออม (omm_jaa)
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 17:54:00

ความคิดเห็นที่ 21  

อืม
ที่นี่เป็นแบบนี้มานานแล้วค่ะ

จากคุณ : kangkakangka
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 17:56:56

ความคิดเห็นที่ 22  

ไม่รู้ว่าเรื่องอย่างนี้ มีทางที่สื่อมวลชนจะสนใจมั๊ยนะเนี่ย

จากคุณ : สุกดิบ
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 18:22:54

ความคิดเห็นที่ 23  

ต้องดูการจัดสรรที่ดินแปลงนี้ด้วยครับว่ามีตั้งแต่เมื่อไหร่

เพราะเคยมีประกาศคณะปฏวัติหรือประกาศอะซักอย่างนี่แหละครับ

กำหนดคร่าวๆว่า

ถ้าที่ดินจัดสรร ถนนที่ใช้สำหรับใรที่ดินที่จัดสรร ให้ถือว่าเป็นสาธรณะประโยชน์เลย โดยที่ไม่ต้องจดทะเบียน

ที่ผมมั่นใจว่ามี เพราะว่าบ้านผมอยู่ในที่ดินจัดสรรแปลงหนึ่ง ทุกวันนี้หน้าปากซอยยังมีป้อมและป้ายติดว่าเป็นถนนส่วนบุคคล

ผมไปคัดโนดเกี่ยวกับถนนก็พบว่าเป็นบุคคลจริงๆแต่ตามกฎหมายไม่ใช่แล้ว

เมื่อเป็นดังนี้ทำให้ กทม.ไม่สามารถเข้ามาพัฒนาพื้นที่ได้

เช็งครับ ไม่มีถนนลาดยางซักที

จากคุณ : เหน่งใส (yunyoo2961)
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 19:11:37

ความคิดเห็นที่ 24  

กลายเป็นกระทู้แนะนำไปแล้ว ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากทุกท่านนะครับ ขออนุญาตตอบคำถามบางคำถามตามนี้นะครับ
- การฟ้องเปิดภาระจำยอมอาจจะทำได้ แต่มีคนอื่นที่เจอปัญหาเดียวกับผม 4 ปีแล้วยังไม่เสร็จ อีกทั้งต้องเผชิญกับปัญหาสารพัดเล่ห์เหลี่ยมของทนายเสือหิว ดังนั้นกรณีนี้ผมจึงพยายามเลี่ยงการฟ้องร้องถ้าทำได้ แต่ถ้าจะฟ้องจริงก็ฟ้องแบงค์ครับ ไม่ฟ้องเปิดทาง เพราะกรณีนี้เท่ากับแบงค์ให้การสนับสนุนธุรกิจผิดกฏหมาย รวมทั้งการหลอกปล่อยกู้ให้ผมด้วย เพราะไม่ควรรับจำนองที่ดินแปลงนี้ ซึ่งปัจจุบันจะไป Refinance ที่ไหนก็ไม่ได้ เพราะไม่มีคนรับ
- เรื่องการโฆษณานั้น จริงอยู่ว่านี่เป็นการซื้อผ่านกรมบังคับคดี แต่การใช้สิทธิ์ของกรมบังคับคดีมาโฆษณาหลอกขายนั้นเป็นสิ่งที่ผิดแน่นอน ถ้าไม่บอกว่า "การคมนาคมสะดวก รถยนต์เข้าถึง" ก็ว่าไปอย่าง เพราะเวลาเข้าไปดูที่ก็เห็นเป็นถนนหนทางตามปรกติ แต่พอจะเข้าไปใช้กลายเป็นที่ดินตาบอด ไม่มีใครเคยดูหรอกว่าถนนหน้าบ้านเป็นทางสาธารณะหรือไม่ หรือเป็นที่ดินโฉนดของใคร
- เรื่องการจัดสรรที่ดินว่ามีตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่างที่บอกก็คือเป็นโครงการที่ไม่มีการจดจัดสรรที่ดิน ดังนั้นจึงไม่สามารถระบุได้ว่าจัดสรรตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่หากดูจากโฉนดแล้ว โฉนดถูกออกมาตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2536 แต่ที่แน่ ๆ คือธนาคารไม่ควรสนับสนุนธุรกิจที่ผิดกฏหมาย รวมทั้งที่ดินตาบอดก็ไม่ควรรับจำนองตอนที่ผมขอกู้

ขณะนี้เรื่องร้องเรียนนี้อยู่กับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเคยมีกรณีคล้ายคลึงกันกับธนาคารอื่น และทางหน่วยงานได้ทำการเพิกถอนการขายไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับกรณีนี้ก็ลองดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะมาเล่าให้ฟังนะครับ

จากคุณ : TLL01
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 19:26:46

ความคิดเห็นที่ 25  

ของเราไปกู้ซื้อที่ดินเปล่าที่ธนาคารกรุงเทพ
กู้ซื้อตรงที่ดินเป็นที่ดินตาบอด  แต่มีที่ของเราซึ่งติดกับที่ที่เพิ่งซื้อ จะอยู่ติดถนน
เรายังต้องโดนบังคับเอาที่ดินที่ติดถนน เข้าแบงค์เป็นหลักประกันไปด้วยเลย
เราว่ามันแปลกๆนะที่ธนาคารให้กู้ที่ดินตาบอดนะ

จากคุณ : นู๋กำไร
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 19:41:09

ความคิดเห็นที่ 26  

กรณีตามกระทู้  จขกท เป็นคู่สัญญากับกรมบังคับคดี

หากจะเพิกถอนสัญญาซื้อขายนี้

ยังพอจะมีทางทำได้ ด้วยการ ร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดนั้น ตามหลักใน ป.วิ.แพ่งดังนี้ครับ

///////

มาตรา 296 ในกรณีที่คำบังคับ หมายบังคับคดี หรือคำสั่งศาลใน ชั้นบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะนี้ เมื่อศาลเห็นสมควร ไม่ว่าในเวลาใดก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง หรือเมื่อเจ้าพนักงาน บังคับคดีรายงานต่อศาล หรือเมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตาม คำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้อง เสียหายเพราะเหตุดังกล่าวยื่นคำร้องต่อศาล ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่ง เพิกถอนหรือแก้ไขคำบังคับ หมายบังคับคดี หรือคำสั่งดังกล่าวทั้งหมด หรือบางส่วนหรือมีคำสั่งอย่างใดตามที่ศาลเห็นสมควร
ภายใต้บังคับ มาตรา 309ทวิ วรรคสอง ถ้าเจ้าพนักงานบังคับคดี ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะนี้ เมื่อศาลเห็น สมควรไม่ว่าในเวลาใดก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง หรือเมื่อเจ้าหนี้ ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วน ได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าวยื่นคำร้อง ต่อศาลให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขกระบวนวิธีการ บังคับคดีทั้งปวง หรือวิธีการบังคับใด ๆ โดยเฉพาะ หรือมีคำสั่ง กำหนดวิธีการอย่างใดตามที่ศาลเห็นสมควร
การยื่นคำร้องตาม มาตรานี้ อาจกระทำได้ไม่ว่าในเวลาใดก่อนการ บังคับคดีได้เสร็จลง แต่ต้องไม่ช้ากว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบข้อ ความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น แต่ทั้งนี้ผู้ยื่นคำร้อง ต้องมิได้ดำเนินการอันใดขึ้นใหม่หลังจากได้ทราบเรื่องฝ่าฝืนต่อ บทบัญญัติแห่งลักษณะนี้แล้ว หรือต้องมิได้ให้สัตยาบรรณแก่การ กระทำนั้น และในกรณีเช่นว่านี้ ผู้ยื่นคำร้องจะขอต่อศาลในขณะ เดียวกันนั้นให้มีคำสั่งงดการบังคับคดีไว้ในระหว่างวินิจฉัยชี้ขาดก็ได้
เพื่อประโยชน์แห่ง มาตรานี้ ให้ถือว่าการบังคับคดีได้เสร็จลง เมื่อ ได้มีการดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีที่คำบังคับหรือหมายบังคับคดีกำหนดให้ส่งมอบ ทรัพย์สินการกระทำหรืองดเว้นการกระทำอย่างใด เมื่อได้มีการ ปฏิบัติตามคำบังคับหรือหมายบังคับคดีที่ให้ส่งมอบทรัพย์สินกระทำ การหรืองดเว้นกระทำการอย่างนั้นแล้ว แต่ถ้าการปฏิบัติการตาม คำบังคับหรือหมายบังคับคดีดังกล่าวอาจแยกได้เป็นส่วน ๆ เมื่อได้มีการปฏิบัติตามคำบังคับหรือหมายบังคับคดีในส่วนใดแล้ว ให้ถือว่าการบังคับคดีได้เสร็จลงเฉพาะในส่วนนั้น
(2) ในกรณีที่คำบังคับหรือหมายบังคับคดีกำหนดให้ใช้เงิน เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้จ่ายเงินตาม มาตรา 318 มาตรา 319 มาตรา 320 มาตรา 321 หรือ มาตรา 322 แล้วแต่กรณี แล้วแต่ ถ้าทรัพย์สินที่ถูกบังคับคดีมีหลายรายการเมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ได้จ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินรายการใดแล้ว ให้ถือว่าการบังคับคดีได้เสร็จลงเฉพาะทรัพย์สินรายการนั้น
ในการยื่นคำร้องต่อศาลตาม มาตรานี้ หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้น แสดงว่าคำร้องนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้า เมื่อศาล เห็นสมควรหรือเมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่อาจได้รับความเสียหาย เนื่องจากการคำร้องดังกล่าวร้องขอ ศาลมีอำนาจที่จะ สั่งให้ผู้ยื่นคำร้องวางเงินหรือหาประกันต่อศาลตามจำนวนและภายใน ระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนด เพื่อเป็นประกันการชำระค่า สินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลนั้นได้ ถ้าผู้ยื่น คำร้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ให้ศาลมีคำสั่งยกคำร้องนั้นเสีย คำสั่งของศาลที่ออกตามความในวรรคนี้ให้เป็นที่สุด
ในกรณีที่ศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องที่ยื่นไว้ตามวรรคหนึ่งและ วรรคสองถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่ได้รับความ เสียหายเนื่องจากการยื่นคำร้องดังกล่าวเห็นว่าคำร้องนั้นไม่มีมูลและ ยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้าบุคคลดังกล่าวอาจยื่นคำร้องต่อศาล ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่งยกคำร้องเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่ง ให้ผู้ยื่นคำร้องนั้นชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนได้ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้แยกการพิจารณาเป็นสำนวนต่างหากจาก คดีเดิม และเมื่อศาลไต่สวนแล้วเห็นว่าคำร้องนั้นรับฟังได้ให้ศาลมี คำสั่งให้ผู้ยื่นคำร้องนั้นชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตาม คำพิพากษาหรือบุคคลที่ได้รับความเสียหายดังกล่าวตามจำนวนที่ ศาลเห็นสมควร ถ้าผู้ยื่นคำร้องนั้นไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ศาลมี อำนาจบังคับผู้ยื่นคำร้องนั้นได้เสมือนหนึ่งว่าเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา

//////////

ทั้งนี้ "การยื่นคำร้องตาม มาตรานี้ อาจกระทำได้ไม่ว่าในเวลาใดก่อนการ บังคับคดีได้เสร็จลง แต่ต้องไม่ช้ากว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบข้อ ความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น แต่ทั้งนี้ผู้ยื่นคำร้อง ต้องมิได้ดำเนินการอันใดขึ้นใหม่หลังจากได้ทราบเรื่องฝ่าฝืนต่อ บทบัญญัติแห่งลักษณะนี้แล้ว หรือต้องมิได้ให้สัตยาบรรณแก่การ กระทำนั้น และในกรณีเช่นว่านี้ ผู้ยื่นคำร้องจะขอต่อศาลในขณะ เดียวกันนั้นให้มีคำสั่งงดการบังคับคดีไว้ในระหว่างวินิจฉัยชี้ขาดก็ได้"


และเคยเห็นศาลเพิกถอนการขายเพราะ ทรัพย์ที่ประกาศขายทอดตลาดไม่ตรงกับที่ประกาศขายมาบ้างแล้วครับ

กรณี จขกท.คงพอจะเข้าข้อกฏหมายข้างต้น  แต่...อาจพ้นระยะเวลาที่จะยื่นคำร้องได้แล้วครับ

ขอร่วมแสดงความเห็นเพียงเท่านี้ครับ

จากคุณ : อุบลแมน
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 20:21:45

ความคิดเห็นที่ 27  

ตกลงผมว่า ฟ้องธนาคารเลยครับ   เพราะตามกฏการปล่อยสินเชื่อ ที่ดินจะต้องติดถนน สาธารณะ หรือ ถนน ที่จดทะเบียนสิทธิจำยอมก่อนถึงจปล่อยกู้ได้   ธนาคารทำผิดเต็มๆเลย  ต้องให้ธนาคารวิ่งเรื่องให้ หรือฟ้องเรียกค่าเสียหายทั้งหมดได้
    ทางที่ดี ฟ้อง ยกเลิกการซื้อขายทั้งหมด   ไปหาที่ดินที่อื่นจะดีกว่าอยู่ในที่ที่มีปัญหาอีกต่อไปอีกนาน

จากคุณ : ไม่รู้เป็นไร
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 20:38:43

ความคิดเห็นที่ 28  

อ้าว--ธนาคารกรุงเทพ สาขารัชดา-ลาดพร้าว นี้เองที่ถูกยิงด้วย M79 จนกระจกด้านหน้าแตก

สงสัยมีแรงแค้นในพฤติกรรมหลายรายแฮะ!!

จากคุณ : พาชื่น
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 20:40:14

ความคิดเห็นที่ 29  

คุณอุบลแมนเยี่ยมครับ
ฟ้องได้ครับ ตามที่คุณอุบลแมนว่าไว้ หรือฟ้องว่าเป็นการขายโดยมิชอบ (ด้วยอะไรที่ทำให้คุณเข้าใจผิดจนทำให้หลงเชื่อก็ว่าไป)
ผมเคยฟ้องให้ลูกค้า เรื่องยังไม่ไปไหน แบ็งค์ก็คืนเงินละครับ

แนะนำเพิ่มเติมครับ คุณควรทำหนังสือหนังสือขอความเป็นธรรมถึงกรรมการผู้จัดการใหญ่ แนบคำฟ้องพร้อมรายละเอียด ไปส่งด้วยตัวเองที่สำนักงานใหญ่ครับ ทำหนังสือให้หน้าห้องเซ็นต์รับเอาไว้ด้วย เรื่องจะเร็วจี๋เชียวครับ

ปล.ยังไงก็ต้องใช้ทนายอยู่ดีครับ จะเสือหิวหรือไม่หิวก็เถอะครับ

จากคุณ : aftertime
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 20:48:32

ความคิดเห็นที่ 30  

น่ากลัวแหะ ไว้จะไปบอกต่อนะครับ

จากคุณ : ม้าดีกำลังเยี่ยม
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 21:27:27

ความคิดเห็นที่ 31  

มาให้กำลังใจครับ
ทำธุระกรรมกับธนาคารนี้ทุกเดือน
บอกตามตรงห่วยที่สุด แต่จำใจต้องยอม
บริษัทคู่สัญญาสั่งจ่ายเช็คที่นี่ตลอด
อีกอย่างมันอยู่ใกล้บ้าน

จากคุณ : ดูแรน
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 21:44:09

ความคิดเห็นที่ 32  

เป็นกำลังใจให้ จขกท นะคะ

แบงค์นี้ห่วยด้านงานบริการอยู่แล้วค่ะ

ที่บ้านเลิกใช้บริการไปนานแล้ว

จากคุณ : เจ๊ดาว
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 22:14:43

ความคิดเห็นที่ 33  

มาให้กำลังใจ จขกท ค่ะเราก็ไม่ปลื้มแบงค์นี้เหมือนกันบริการ ห่วยสุดๆ

จากคุณ : น้าน้องแก้ม (น้าน้องแก้ม)
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 22:35:29

ความคิดเห็นที่ 34  

ทำให้ได้รู้ค่าความเป็นคนไทย
ขอให้กำลังใจ จขกท. ด้วย

จากคุณ : ว่าที่
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 22:53:20

ความคิดเห็นที่ 35  

ไม่ได้เข้าข้างแบงค์นะครับ (โดยส่วนตัวก็ไม่ชอบบริการของธนาคารนี้เหมือนกัน) แต่ผู้ซื้อก็ควรมีความรอบคอบครับ และมีหน้าที่ต้องตรวจเช็คทางเข้า-ออก ว่าเป็นทางสาธารณะ หรือเป็นทางจำเป็นหรือไม่เอง    อันนี้ผมว่าคุณพลาดเองอ่าครับ  เพราะคงไม่มีผู้ขายที่บอกโต้งๆๆหรอกครับว่าทีดินที่ขายเป็นที่ดินตาบอด


ปล.แต่ก็เห็นใจขอให้เรื่องจบโดยดีนะครับ

จากคุณ : ต้นคับ9999
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 23:55:54

ความคิดเห็นที่ 36  

เงินเดือนออกผ่านธนาคารนี้
ก็จำใจใช้

จากคุณ : Organizer
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 23:59:03

ความคิดเห็นที่ 37  

ที่บ้านอยู่ต่างอำเภอและมีแค่ธ.นี้ ธ.เดียว พนักงานเป็นอะไรที่หยาบและสายตาดูถูกตาสีตาสาที่มาทำธุรกรรมกับทาง ธ.มากๆ -*- บริการ ช้า ห่วย ไม่ปลื้มค่ะ

แก้ไขเมื่อ 11 มิ.ย. 53 00:02:40

จากคุณ : รองเท้ากับนาฬิกา
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 00:01:54

ความคิดเห็นที่ 38  

ขอนำไปเผยแพร่ต่อนะครับ
-*- เลวสิ้นดี -*-

จากคุณ : @Lfa7D
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 00:27:27

ความคิดเห็นที่ 39  

ตกลงธนาคารนี่มีอะไรดีมั่งไหมเนี่ย
ฟังดูแล้วเลวไม่มีที่ติเลย
ขอเอาใจช่วยคุณ จขกท ละกันค่ะ
สู้ ๆ ค่ะ

จากคุณ : ##ขออภัยป้ายหน้าไม่จอด##
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 01:10:05

ความคิดเห็นที่ 40  

มาให้กำลังใจ จกขท ขอให้เรื่องนีี้ผ่านพ้นไปด้วยดีครับ

 
 

จากคุณ : บราวนี่ชีสเค้กท็อปปิ้งวิคครีม
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 02:26:03

ความคิดเห็นที่ 41  

เสียใจกับเจ้าของกระทู้ด้วย

ผมเองหลังจากเจอความจันไรของธนาคารเห็ดๆ นี้แล้ว

ได้แต่นั่งเผาพริก เผาเกลือ และห้ามคนในครอบครัวและญาติพี่น้อง

ทำธุรกรรมกับธนาคารนี้เด็ดขาด

แก้ไขเมื่อ 11 มิ.ย. 53 10:48:36

จากคุณ : griffith
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 10:48:06

ความคิดเห็นที่ 42  

ทำไม ธปท. ถึงไม่สามารถจัดการได้ แล้วจะมีหน่วยงานเพื่อมากำกับกิจการธนาคารเพื่ออะไร

จากคุณ : ฉันมาทำอะไรที่นี่ (jollybear)
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 11:40:41

ความคิดเห็นที่ 43  

อยากให้ ธนาคารออกมาชี้แจง

ขอแสดงความเห็นใจ จขกท. ด้วยคนครับ.

จากคุณ : ก้องชายแดน
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 13:47:52

ความคิดเห็นที่ 44  

ไม่สงสัยเลย ทำไม ถึงโดนเผามากที่สุดแบงค์นี้

จากคุณ : hamich
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 13:49:12

ความคิดเห็นที่ 45  

ความคิดเห็น ที่ 5 ค่ะ
        ไม่เฉพาะ K Bank นะคะ  ตอนนี้ เข้าแบงค์ไหน ทุก ๆ แบงค์  เป็นเหมือนกันหมด  เหมือนเข้าสำนักงานขายประกัน มีประกันทุกอย่าง ทุกชนิด ทุกประเภท ทำไมอ่ะ !!! หรือเป็นนโยบายของแบงค์ชาติ
        เศรษฐกิจก็แย่อยู่แล้ว เงินหมุนเวียนก็ไม่ทัน กู้แบงค์ก็ไม่ได้ จะกู้เพิ่มก็กลัวหนักไป จะขอปรับลดการชำระหนี้ พนักงานแบงค์ ก็บอกจะเสียเครดิต แล้วนี่ยังจะต้องมารับภาระช่วยเพื่อน(พนักงานแบงค์)เพราะผู้ใหญ่ในแบงค์บังคับให้ทำยอด  ต้องช่วยซื้อประกันอีก
        เดี๋ยวนี้ไม่กล้าไปแบงค์เองเลย ไปก็โดนเพื่อนขอให้ช่วย ใจอ่อนอีก ธนาคารเล่นแบบนี้ เอายอดขาย(ประกัน)บีบพนักงานตัวเองด้วย ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ไม่ได้ส่งเสริมสังคม ไม่ได้ส่งเสริมการทำธุรกิจใด ๆ อย่างที่โฆษณา ... สงสัยจริง ๆ แบงค์ไม่มีรายได้เลยหรืองัยทุกวันนี้อ่ะ

ปล. ขอโทษเจ้าของกระทู้ด้วยนะคะ อาศัยพื้นที่ระบายนิดนึง อึดอัดใจมานาน
ส่วน ธนาคารกรุงเทพนั้น   ถ้าไม่มีซี้หรือเส้นสายภายใน ทำอะไรจะยุ่งยากและลำบากค่ะ ขอบอกจากประสบการณ์จริง

แก้ไขเมื่อ 11 มิ.ย. 53 14:55:53

แก้ไขเมื่อ 11 มิ.ย. 53 14:55:03

จากคุณ : กู้นอกระบบดีกว่ามั้ง (จุมปา)
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 14:50:07

ความคิดเห็นที่ 46  

- กรณีอย่างนี้มีเยอะครับ การแบ่งแยกที่ดินหรือสร้างบ้านจัดสรรขายตั้งแต่ ๑๐ แปลง ตามกฎหมายต้องยื่นขออนุญาตขอจัดสรรที่ดินต่อคณะกรรมการ  และต้องจัดให้มีสาธารณูปโภคบนที่ดินด้วย    โดยกฎหมายกำหนดให้สาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต เช่น ถนน สวน สนามเด็กเล่น ให้ตกอยู่ในภาระจำยอม

 เนื่องจากการขออนุญาตจัดสรร ต้องทำแผนผังและจัดให้มีสาธารณูปโภค จึงมีผู้จัดสรรบางรายหลีกเลี่ยงไม่ขออนุญาตจัดสรร  ทำให้ทางสาธารณะบนที่ดินจัดสรรไม่ได้จดทะเบียนภาระจำยอมหรือจดเป็นทางสาธารณะ  แต่เมื่อเกิดเป็นคดีสู่ศาล  ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยในทำนองว่า แม้มีการหลีกเลี่ยงไม่ขออนุญาตจัดสรรที่ดิน  สาธารณูปโภค (ถนน ทางเท้า สวน ฯ ) ที่ได้จัดทำในที่ดินจัดสรร ก็ตกอยู่ในภาระจำยอมเช่นกัน  เจ้าของโครงการจะอ้างความเป็นเจ้าของ หวงกันไม่ให้ผู้ซื้อที่ดินใช้ไม่ได้  ดังนั้น  เจ้าของโครงการจึงไม่มีสิทธิมาปิดล้อมที่ดินที่ จขกท. ประมูลซื้อ  ขอยกคำพิพากษาฎีกาให้ศึกษาประกอบครับ  

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4300/2543  

     อ. ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินเดิมเป็นผู้รังวัดแบ่งแยกที่ดินออกเป็นแปลงย่อยจำนวน 158 แปลง แล้วต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัด น. ซื้อที่ดินที่ อ. แบ่งแยกไว้มาจัดจำหน่ายแก่บุคคลทั่วไป    การขายที่ดินของห้างหุ้นส่วนจำกัด น. เป็นการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 286        ( ปัจจุบันเป็น พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดิน ฯ )   ส่วนที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด น. จะได้ขออนุญาตจัดสรรที่ดินหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก การที่ไม่ได้ขออนุญาตจัดสรรที่ดินไม่ทำให้การดำเนินการขายที่ดินดังกล่าวกลับไม่เป็นการจัดสรรที่ดิน

  เมื่อการดำเนินการขายที่ดินของห้างหุ้นส่วนจำกัด น.เป็นการจัดสรรที่ดินทางเท้า ท่อระบายน้ำใต้ทางเท้า และถนนคอนกรีตเสริมเหล็กซึ่งเป็นสาธารณูปโภคในที่ดินพิพาทย่อมตกอยู่ในภารจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรโดยผลของกฎหมายตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 ข้อ 30 วรรคหนึ่ง แม้จำเลยจะซื้อที่ดินพิพาทมาจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลในคดีที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด น. ถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลายก็ไม่ทำให้ภารจำยอมนั้นสิ้นไป

     ตราบใดที่กำแพงคอนกรีตหรือวัสดุอื่นใดในภารยทรัพย์ยังเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกแก่เจ้าของสามยทรัพย์ เจ้าของสามยทรัพย์ย่อมฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ได้แม้จะเกินหนึ่งปีนับแต่ก่อสร้างก็ไม่ขาดอายุความ

  สรุป เจ้าของโครงการไม่อาจปิดกั้นที่ดินของ จขกท. ได้ครับ

จากคุณ : ใต้หล้า (นายตัวบท)
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 14:59:27

ความคิดเห็นที่ 47  

ดีนะไม่เป็นลูกค้า ธนาคารนี้

เอาเงินฝังไหไว้นะดีแระ

 
 

จากคุณ : robba williams
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 15:16:14

ความคิดเห็นที่ 48  

เราคิดถึง ทางจำเป็น

จำได้ว่า หากแบ่งแยก แล้วที่ดินแปลงใดแปลงหนึ่งตาบอด ไปขอทางจำเป็นได้  แต่อันนี้ ไม่แน่ใจเลยว่าจะเข้าข่ายไหม

จากคุณ : เหมันต์ใบไม้ผลิ
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 15:17:24

ความคิดเห็นที่ 49  

ไม่เคยอยากทำธุรกรรมกับ ธนาคารนี้เลย.....

จากคุณ : ดำดี
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 16:18:19 A:172.22.13.117 X:202.57.132.197 TicketID:132854

ความคิดเห็นที่ 50  

ผม จขกท. นะครับ จริงอยู่ว่าผมสามารถฟ้องเปิดทางได้ แต่ปัญหาคือว่าในเมื่อที่ดินที่เราซื้อมาและธนาคารก็โฆษณาว่า "การคมนาคมสะดวก รถยนต์เข้าถึง" ปรากฏว่าไม่เป็นไปตามคำโฆษณา ทำไมเราต้องมาแก้ไขเองด้วย ควรเป็นหน้าที่ของธนาคารที่แก้ไขให้

อีกทั้งการที่ธนาคารรับจำนองที่ดินดังกล่าวก็เท่ากับว่าธนาคารรับจำนองที่ดินตาบอด ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดกฏของ ธปท. ธนาคารต้องชี้แจ้งตรงนี้ให้ได้

ตอนที่คุยกับทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกับ ธปท. ก็มีประเด็นนี้เหมือนกันว่าเจ้าของโครงบการสามารถปิดทางได้หรือไม่ และต้องเริ่มหารายละเอียดตรงนี้ แต่เมื่อธนาคารออกหนังสือดังกล่าวมาให้ก็สรุปว่าสามารถปิดได้ แต่ผมก็สามารถฟ้องให้เปิดทางได้ คำถามคือทำไมต้องฟ้อง และค่าใช้จ่ายรวมทั้งเวลาที่เสียไประหว่างนี้ใครรับผิดชอบ ถ้าจะฟ้องสู้ฟ้องแบงค์ไปเลยดีกว่าว่า
- ทำไมถึงรับจำนองที่ดินตาบอดในตอนแรก เพราะโครงการนี้เป็นโครงการจัดสรรที่ดินผิดกฏหมายที่ธนาคารไม่ควรให้การสนับสนุน
- ทำไมถึงรับจำนองตอนที่ผมขอกู้

ตอนนี้เรื่องอยู่กับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกำลังจะมีการประชุมและสรุปผลในสัปดาห์หน้า ได้ผลอย่างไรจะมาเล่าให้ฟังครับ

จากคุณ : TLL01
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 17:35:07

ความคิดเห็นที่ 51  

เลววววววววววว ค่ะ พวกนี้ หากินบน ความทุกข์ คนอื่น

จากคุณ : BackWell
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 21:32:33

ความคิดเห็นที่ 52  

เอ.... ผมว่าจะไปว่าธนาคารอย่างเดียวก็ไม่ถูกนะครับ ควรจะด่าเจ้าของโครงการด้วย มีอย่างที่ไหนปิดทางเข้าออกแบบนี้ จงใจกลั่นแกล้งกันชัดๆ

จากคุณ : MitJung
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 23:27:17

ความคิดเห็นที่ 53  

ผมเห็นด้วยกับคุณ"ต้นคับ9999"(คห.35)ว่า จขกท.พลาดอย่างแรงในเรื่องไม่ไปตรวจสอบระวาง ที่สนง.ที่ดินให้ดีก่อนว่าทางเข้าเป็นทางสาธารณะประโยชน์หรือไม่

ที่ผมแสดงความเห็นเช่นนี้เพราะว่าผมก็ซื้อที่ดินเปล่าผ่านกรมบังคับคดีมาหลายแปลงแล้ว และทุกครั้งผมจะไม่พลาดในการตรวจสอบโฉนดที่ ที่ดินและยังขอดูระวางที่รังวัดอีกด้วย ซึ่งมีบ่อยครั้งที่พบว่าที่ดินไม่มีทางที่เขียนว่าทางสาธารณประโยชน์ผ่าน ทั้งที่ในพื้นที่จริงจะมีทางลาดยางผ่านผมก็จะไม่สนใจ

และผมก็ยังเคยใช้บริการธนาคารกรุงเทพ ขอกู้ซื้อที่ดินเปล่าจากการซื้อผ่านกรมบังคับคดีด้วยแปลงหนึ่ง การบริการก็ดีครับกันเองดีพยายามช่วยให้ผ่านด้วยซ้ำ  ความจริงผมก็มีความรู้สึกไม่ดีกับแบ้งค์นี้มาเหมือนกันแต่มันนานมาแล้ว ทุกวันนี้ผมยังรู้สึกขอบคุณธนาคารกรุงเทพฯ(อ่าวอุดม)อยู่ทุกครั้งที่นำเงินเข้าบัญชีเพื่อชำระเงินกู้ เพราะเป็นธนาคารเดียวจริงๆที่ให้กู้ซื้อที่ดินเปล่า  ถึงแม้จะให้แค่70%ก็ตาม(น้อยไปหน่อย)

แต่ผมทราบจากผู้มาประเมิณที่ดินของธนาคารกรุงเทพ ว่าหากรูปที่ดินในหน้าโฉนดไม่แสดงทางว่าเป็นทางสาธารณะผ่านแล้ว จะไม่รับหรือหากจะรับก็ใช้แปลงคงและให้ที่ดินรับรองว่าทางเข้าหรือผ่านที่ดินได้จดทะเบียนภาระจำยอมแล้วเท่านั้น  แต่ส่วนมากจะปฏิเสธทันที่ที่เห็นรูปหน้าโฉนดนั้นๆ

จากคุณ : saiphat
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 23:31:29

ความคิดเห็นที่ 54  

ตอบคำถามคุณ saiphat นะครับ ผู้ประเมินไม่ควรรับจำนองที่ดินที่ไม่มีทางสาธารณะผ่าน รวมทั้งที่ดินในโครงการที่ไม่มีการระบุว่าที่ดินแปลงนี้เข้าสู่กระบวนการจัดสรรที่ดิน แต่ปัญหาคือทำไมธนาคารกรุงเทพถึงรับจำนองเวลาที่ผมจะซื้อที่ดินแปลงนี้ จะให้คิดอย่างไรนอกจากว่าธนาคารมีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้ขาย ซึ่งก็คือตัวธนาคารเอง พูดง่าย ๆ คือหลอกให้กู้เพื่อระบายสินทรัพย์ของตัวเอง รวมถึงการที่รับจำนองที่ดินในครั้งแรกว่ารับจำนองที่ดินตาบอดมาได้อย่างไร

จากคุณ : TLL01
เขียนเมื่อ : 12 มิ.ย. 53 07:24:11

ความคิดเห็นที่ 55  

ธนาคารนี้ เคยพูดกล่อมให้ทำบัตร ATM ที่เป็นแบบเบิกเงินสดจากตู้ได้สูงสุด 1 แสนบาท...................แล้วต่อมาเงินผมก็ถูกกดออกไปจากใครก็ไม่รู้จนถึงวันนี้.......**************

จากคุณ : ! Feel it
เขียนเมื่อ : 12 มิ.ย. 53 10:45:59

ความคิดเห็นที่ 56  

ต้องฟ้องผู้ที่มาปิดกั้นทาง...โดยร่วมมือกันกับผู้เสียหายคนอื่นๆ

จากคุณ : ! Feel it
เขียนเมื่อ : 12 มิ.ย. 53 10:52:08

ความคิดเห็นที่ 57  

เท่าที่ทราบ หากเราซื้อบ้านหลุดจำนองมา

ไม่ว่ากรณีไหน..
ส่วนใหญ ธนาคารจะไม่รับผิดชอบค่ะ

อย่างเราเคยไปดู บ้านหลุดจำนองมาหลังหนึ่ง ..
จาก ธนาคาร และไปดูบ้านจริงมาแล้ว

ปรากฏว่าตัวบ้านจริงยังมีผู้อยู่อาศัยอยู่ ..
คือเจ้าของบ้านที่เอาบ้านไปจำนอง ..

เราเลยถาม จนท. ธนาคารว่า
ถ้าเราซื้อบ้านไปแล้วคนที่อยู่ที่บ้านนั้นจะออกหรือเปล่า

ธนาคารบอกว่า .. เราต้องจัดการเอง
ธนาคารไม่รับผิดชอบ/เกี่ยวข้องตรงนี้
ถ้าเจ้าของบ้านเก่าดื้อเพ่งอยู่ เราไม่สามารถทำอะไรได้
นอกจากฟ้องร้องเอาเอง

แสดงว่า ธนาคารมีหน้าที่ ออกเงินกู้และหาทางเอาเงินคืนอย่างเดียวค่ะ

จากคุณ : คุณพ่อมือ1
เขียนเมื่อ : 12 มิ.ย. 53 11:20:06

ความคิดเห็นที่ 58  

ที่จริงก็อยากจะเห็นใจเจ้าของกระทู้ที่ไปซื้อที่ดินเช่นนั้นจากแบงค์  แต่ถ้ามาพิจารณาดูข้อเท๋็จจริงดีๆ เจ้าของกระทู้ โทษบุคคลอืน โทษบุคคลภายนอกทุกคน แต่ไม่เคยโทษตัวเอง
      การซื้อของ โดยเฉพาะที่ดินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ตัวเองก็ควรจะมีความรอบคอบในการตรวจสอบ เพราะมูลค่าไม่ใช่ร้อยสองร้อย การตรวจสอบระวาง ที่สนง.ที่ดินให้ดีก่อนว่าทางเข้าเป็นทางสาธารณะประโยชน์หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องยาก  ซึ่ง ไม่ควรซื้อของเพราะเชื่อคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว  
         จริงอยู่ แม้ว่าจะมีทางที่จะฟ้องเพิกถอนการขายได้ เพราะการโฆษณาขายของธนาคารอาจเข้าข่ายเป็นการชักจูงหลอกลวงให้ผู้ซื้อหลงเชื่อ และเจตนารมณ์ของผู้ซื้อต้องการซื้อที่ดินที่มีทางสาธารณะเข้าออกได้ตามคำโฆษณา  การขายดังกล่าวจึงผิดเจตนาหลักของผู้ซื้อ อสังหาริมทรัพย์ที่ขายไม่เป็นไปตามที่ธนาคารแจ้งไว้แต่แรก
          เรื่องทนายความ ดูท่าทางผู้ซื้อจะมีทัศนคติกับทนายความไม่ค่อยดีนัก เพราะอาจเคยไปเจอทนายความที่ไม่ค่อยมีจรรยาบรรณ มรรยาท ซึ่งที่จริงแล้ว ทุกอาชีพมีทั้งคนดีและคนไม่ดี   แต่การจะตีความหรือตราหน้าว่า"ทนายเสือหิว"ไปเสียทุกคน คุณก็ต้องพิจารณาว่า ตัวคุณเองเป็นอย่างไรด้วย  หมายถึงหากคุณเจ็บไข้ไม่สบาย มีอาการป่วยทางร่างกาย แล้วคุณไม่อยากไปหาหมอ เพราะคิดว่าหมอคอยแต่จะสูบค่ารักษาคุณ ได้เงินจากคุณบนความเจ็บป่วยของคุณ  ถ้าคุณคิดว่าตัวคุณมีความรู้ที่จะรักษาตัวเองให้หายเจ็บป่วยได้ก็รักษาไป   หมอเองก็มีทั้งหมอที่ดีและหมอที่เห็นแก่เงิน ดูโน่นนิดดูนี่หน่อย ปรึกษาหน่อยก็คิดเงินไม่ใช่ถูกๆ   แต่อย่าลืมว่า กว่าเขาจะมีความรู้ความสามารถ เขาเสียเงินเขาเรียนมาหลายเงิน หมอหรือแพทย์คือคนที่รักษาอาการเจ็บป่วยทางร่างกาย หรือกายภาพ
         ทนายความก็เหมือนกัน เวลาคนมีปัญหาด้านกฎหมายที่จะต้องหาทางแก้ไขด้านกฎหมาย ก็ต้องปรึกษาผู้รู้ทางกฎหมาย  ทนายความก็คือหมอที่รักษามนุษย์ทางด้านสิทธิและเสรีภาพ   คุณก็ต้องจ่ายค่าวิช่าชีพ หรือภาษาฝรั่งเขาเรียก โพรเฟสชั่น ฟี
          ในต่างประเทศ หรือใน ลอว์เฟริม เมืองไทยหลายแห่ง แค่คุณคุย  ปรึกษากับเขาเขาก็จับเวลาคิดเงินคุณแล้วนะครับ เพราะการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแม้ยังไม่ทันรับเป็นทนายฟ้องร้อง ก็เป็นการประกอบวิชาชีพแล้ว คุณจะไม่จ่ายเลยเชียวหรือ???? ทนายเขาเรียนมา ฟรีๆหรือ??
         คนไทยส่วนใหญ่ มักไม่ได้นึกเรื่องป้องกัน  แต่มีเรื่องแล้วค่อยหาทนายมาแก้ไขปัญหาที่ตัวเองก่อ  เรียกว่ามีปัญหาแล้วค่อมาหาวิธี คนแก้ไข  
         ในต่างประเทศ เวลาเขาจะทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับกฎหมาย จะซื้อบ้าน จะซื้อที่ดิน จะทำธุกิจ จะเปิดร้านค้าขาย เขาจะปรึกษาทนายความก่อนเสมอ ให้ทนายเป็นคนช่วยจัดการ ช่วยดูสัญยาว่าการดำเนินการจะมีปัญหาด้านกฎหมาย จะเสียเปรียบอย่างไรหรือไม่ แล้วก็จ่ายค่าบริการให้แก่ทนายไปดำเนินการ (ค่าใช้จ่ายในการป้องกัน ถูกกว่าค่าใช้จ่ายในการแก้ไข เมื่อเป็นความขึ้นฟ้องร้องที่ศาล แถมเสียเวลาเป็นปีๆ)  
          ทนายความหรือนักกฎหมายนั้นๆจะตรวจสอบหรือตรวจสัญญา ตรวจสอบในสิ่งที่ควรตรวจสอบหรือเจรจา ให้เรา แทนเรา  นี่แหละที่เขาเรียกว่า "ป้องกัน ย่อมดีกว่าแก้ไข" แต่เรามักจะไม่ทำแบบนี้กัน  แบบว่้าถ้าไม่มีเรื่องก็แล้วไป  ถ้ามีปัญหาแล้วค่อยหาทางแก้ไข   เพราะไม่อยากเสียเงินให้ทนายความ และมองทนายความในแง่ว่า ทำอะไรนิดอะไรหน่อยก็คิดเงิน
         แต่ไม่คิดอย่างนี้กับหมอ เวลาป่วยไข้   อาจเพราะเรื่องกฎหมายเป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพ ไม่รู้สึกเจ็บปวด เหมือนป่วยไข้  คนเราก็เลยไม่คิดว่ามันสำคัญกับชีวิตประจำวัน
         แต่ถ้าเป็นเรื่องเจ็บป่วย มันเป็นเรื่อง ชีวิต อนามัย ร่างกาย อย่างนี้เสียให้หมอได้ เท่าไหร่เท่ากัน  
         ที่พูดแบบนี้ ไม่ได้บอกว่าไม่ควรจ่ายให้หมอ  ก็ต้องจ่ายเพราะบอกแล้วว่ากว่าจะเป็นหมอที่มีความรู้ทางร่างกายคนเรา เขาก็เสียเงินเสียเวลาเรียนมาหนักหนาสาหัส  แต่ทนายความที่มีความรู้ก็ไม่ใช่เรียนง่ายๆเหมือนกัน   แต่อยากจะให้มองทุกวิชาชีพ กว่าเขาจะรู้เรื่องอาชีพเขา เขาก็เสียเงินเสียเวลามามาก เหมือนกัน จะไม่ให้ค่าวิชาชีพเขาเชียวหรือ???
         ทนายดีๆก็มีเยอะนะครับ  ถ้าเจอคนที่ไม่ดี ก็แจ้งสภาทนายความได้  แต่คำว่า "ทนายเสือหิว" ผมไม่เข้าใจว่าหมายความถึงการประพฤติอย่างไรถึงเรียกแบบนั้น
         ผมเคยพบกับคนที่มีปัญหาทางกฎหมายแล้วเที่ยวร้องเรียนองค์กร ไปทั่วทุกองค์กร อยากให้องค์กรจัดการให้ เพราะร้องเรียนองค์กร หน่วยงานของรัฐ ไม่ต้องเสียเงิน รู้ตัวว่าถ้าไปจ้างเอกชน ตัวเองจะเสียเงิน
         ถ้าอยากเจอทนายดีๆ และดำนินคดีได้อย่างมีมาตรฐาน และคุณไม่เกี่ยงเรื่องค่าใช้จ่าย ทำไม่คุณไมไปให้ สำนักงานทนายความที่มีชื่อเสียงเช่น สำนักงานเบเคอร์แอนด์แมคเคนซี่  สำนักงานดำเนิน สมเกียรติ บุญมา สำนักงานเสนีย์ ปราโมทย์ สำนักงานมารุต บุนนาค  สำนักงานไชยรพี ฯลฯ  ดำเนินการให้ล่ะครับ
         ผมไม่ได้บอกว่าแบงค์ทำกับคุณถูกต้อง  แต่ก็ไม่ได้บอกว่าคุณก็ทำถูกต้องเช่นกัน  แต่ลองพิจารณาดูตัวเองด้วย แล้วเปิดใจกว้างกว่านี้อีกสักนิด  เพราะถ้าคุณป่วยทางกฎหมายแล้วคุณเหนียวค่ารักษา ไม่ยอมหาหมอความ  มัวแต่หวังเรื่องร้องเรียนองค์กร หน่วยงานของรัฐ  บางทีก็ต้องทำใจเรื่องระยะเวลา เรื่องอายุความด้วยนะครับ  และเมือถึงตอนนั้น เข้าขั้นโคม่าแล้วจะโทษใครอีก

แก้ไขเมื่อ 12 มิ.ย. 53 23:53:28

จากคุณ : parabellum
เขียนเมื่อ : 12 มิ.ย. 53 22:05:25

ความคิดเห็นที่ 59  

ถึงคุณ parabellum นะครับ ผมไม่ได้หมายความว่าทนายทุกคนจะเป็นทนายเสือหิว อย่างน้อยทนายที่แนะนำผมว่ากรณีนี้สามารถร้องเรียน สคบ. หรือ ธปท. ได้โดยที่ไม่ต้องจ้างทนายก็เป็นทนายที่ดีคนหนึ่ง

ส่วนเรื่องสำนักงานทนายความที่คุณบอกมาก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งไม่เคยคิดถึงมาก่อน เพราะเราไม่มีประสบการณ์เรื่องปัญหาทางกฏหมาย ไม่ใช่เราเหนียวค่าทนาย แต่อย่างน้อยก่อนจะจ่ายเงินก็ต้องระวังว่าเงินไม่สูญและจ่ายในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น

เรื่องความรอบคอบในการซื้อที่ดินก็ยอมรับว่าพลาดไปในเรื่องการตรวจสอบ แต่ก็ต้องบอกว่าไม่มีประสบการณ์ในการซื้อขายที่ดินมาก่อน ทำให้ไม่ตรวจสอบให้ชัดเจนในด้านนี้ แต่ไม่คิดว่าจะถูกหลอกโดยธนาคารกรุงเทพซึ่งบอกว่าตัวเองทำธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ

เคยเจอไหม ทนายประเภทจ้างทำคดีให้ ตกลงราคาแน่นอนว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไหร่ ทำไประหว่างทางบอกขอเงินเพิ่ม ถ้าไม่จ่ายไม่ทำต่อ

หรืออีกประเภท ทนายรับเงินไป แต่ไม่ทำอะไรให้ ตามไปก็บอกกำลังทำอยู่ สุดท้ายรอจนคดีขาดอายุความ พวกนี้ก็มี แต่ถ้าถามเราว่าเรารู้หรือเปล่าว่าคดีจะขาดอายุความ เราจะไปรู้ได้อย่างไรว่าคดีประเภทนี้มีอายุความเท่าไหร่ สุดท้ายคือถ้าจะใช้ทนายก็ต้องรู้ทัน หรือถ้าจะใช้ทนายก็ต้องอ้างอิงโดยคนรู้จักว่าทนายคนนี้ดีจริง ๆ ไม่ซี้ซั้ว

ทนายดี ๆ ก็มี ไม่ใช่ไม่มี แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าคนไหนดีหรือเปล่า จะจ้างใครก็ต้องระวังเหมือนกัน

สุดท้ายอยากบอกว่าอย่าดูถูกหน่วยงานราชการเหล่านี้มากนัก เพราะหน่วยงานที่ดี ๆ ก็มีเหมือนกัน ระบบราชการอาจมีความล่าช้าบ้าง แต่จากประสบการณ์ที่เคยเจอมา เช่น ทนายรับเงินไปบอกจะทำให้แต่ไม่ทำ ปล่อยให้คดีขาดอายุความ อย่างนี้สู้พึ่งพิงหน่วยงานร้องทุกข์ของทางราชการดีกว่า และเร็วกว่าการใช้ทนายอย่างว่าเสียอีก

แก้ไขเมื่อ 13 มิ.ย. 53 21:51:44

จากคุณ : TLL01
เขียนเมื่อ : 13 มิ.ย. 53 00:08:14

ความคิดเห็นที่ 60  

ต้องร้องเรียนไปที่ สคบ.ด้วยค่ะ เพราะผิดสัญญาในการโฆษณา

จากคุณ : อ.กรร
เขียนเมื่อ : 13 มิ.ย. 53 14:51:12

ความคิดเห็นที่ 61  

สนามกลอฟ์ที่เขาสอยดาวเมืองจันท์น่ะ ไปถึงไหนแล้ว

จากคุณ : ทองแป๊ะ (ทองแป๊ะ)
เขียนเมื่อ : 13 มิ.ย. 53 21:16:55

ความคิดเห็นที่ 62  

คุณ TLL01  จะแก้ปัญหามันต้องแก้ที่เหตุ  ที่ต้นเหตุ  และตรงประเด็น  การที่แบงค์โฆษณาจนคุณหลงเชื่อคำโฆษณาและมาซื้อที่ดินตามที่แบงค์โฆษณา แต่เมื่อซื้อไปแล้ว กลับไม่ตรงตามที่โฆษณา  แล้วคุณได้รับความเสียหายจากการซื้อ เสียทั้งเงินที่คุณต้องเป็นหนี้เงินกู้ อีกทั้งมูลค่าของทรัพย์สินที่ได้ อาจไม่สมราคาที่กู้
      อย่างที่ผมเสนอแนะไปแล้วว่า น่าจะฟ้องเพิกถอนการขาย เพราะทรัพย์สินที่ซื้อไม่ตรงตามเจตนาในการซื้อขาย การโฆษณาหลอกลวงเกินจริง ทำให้ได้รับความเสียหาย
      ปัญหาที่จะพิจารณาต่อไปว่า  ใครจะดำเนินการบีบให้แบงค์ ยกเลิกสัญยา ซื้อขายและยกเลิกสัญญากู้ของคุณได้
       ถ้าพิจารณาในแง่ของกฎหมาย ถ้าแบงค์ไม่เป็นฝ่ายยินยอมเอง คุณก็ต้องใช้อำนาจทางศาลเท่านั้น
       ถามว่าหน่วยงานทั้งหลายที่คุณไปร้องเรียน และรอผลจากหน่วงยงานราชการ หน่วยงานดังกล่าวทั้งหลายนั้น มีอำนาจสั่งให้แบงค์ยกเลิกสัญญาซื้อขายและยกเลิกสัญญาจ้างหรือไม่ ตอบโจทย์ให้ได้ก่อน
       ในความคิดและความรู้อันน้อยนิดของผม ผมมองไม่ออกว่า หน่วยงานทั้งหลายไม่ว่าแบงค์ชาติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยขนหรือ สคบ.จะมีอำนาจตามกฎหมายออกคำบังคับกับแบงค์ได้แต่อย่างใด
       แบงค์จะต้องตอบแบงค์ชาติว่า ขั้นตอนการขายสินทรัพย์ การซื้อทอดตลาด และการกู้ เป็นไปตามประกาศแบงค์ชาติและชอบด้วยกฎหมายแล้ว  แบงค์ชาติ ไม่มีอำนาจยกเลิกสัญญาเอกชน
       ยิ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ยิ่งไปกันใหญ่ ยิ่งไม่มีอำนาจอะไรเลย มาตรา 15 พรบ.คณะกรรมการสิทธิ พ.ศ.2542 ไม่มีอำนาจฟ้องร้อง บังคับใคร ได้แต่ให้ความเห็นปรับปรุงกฎหมาย
       ถ้า สคบ. แม้ สคบ.มีอำนาจฟ้องร้องให้แก่ผู้บริโภคได้ แต่กว่าจะถถึงเวลานั้นจะต้องมีขั้นตอนการไกล่เกลี่ย ร่วม ปี    ถ้าไกล่เกลี่ยแล้วไม่ได้ผล ก็ต้องส่งเรื่องไปให้อนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณา ตามคิวก็อาจเป็นปี   ถ้าอนุกรรมการกลั่นกรองเห็นว่าควรฟ้องจึงทำความเห็นเสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคคณะใหญ่  และถ้าคณะกรรมการชุดใหญ่เห็นด้วย จึงจะมีมติ ฟ้องร้องได้  แล้วคุณรู้ไหมว่า เรื่องค้างใน สคบ.กี่หมื่นคดี  แล้วของคุณเป็นลำดับที่เท่าไหร่????
       ผมก็ยังยืนยันว่า เรื่องร้องเรียนหน่วยงานของรัฐไม่ได้ผิดตรงไหน  แต่ไม่อยากให้ฝากความหวังกับหน่วยงานดังกล่าวมากนัก  เพราะเรื่องแบบนี้ เป็นเรื่องทางแพ่งที่หน่วยงานของรัฐไม่อาจช่วยได้เต็มที่นัก   เจอมานักต่อนักแล้ว คำตอบสุดท้ายที่ได้จากหน่วยงานของรัฐคือ "หน่วยงานดำเนินการให้ได้เท่านี้  ต่อจากนี้คุณต้องไปฟ้องร้องเอาเอง"  สรุปคือสุดท้ายต้องไปหาทนายฟ้องเอาเองอยู่ดี
        ถ้าคุณไปหาทนายก็เหมือนคุณไปหาหมอ ถ้าคุณกลัวว่า หมอที่คลินิกเล็กๆจะเลี้ยงไข้เป็นหมอไม่ดี  รักษาไม่ได้ผล กินเงินค่ารักษาไปเปล่าๆ  เสียสุขภาพเสียเวลา คุณก็ไปโรงพยาบาลซิครับ โรงพยาบาลใหญ่ๆมีขื่อเสียง ถ้าคุณมีเงินจ่าย เขาก็รักษาด้วยแพทย์ที่ดี อุปกรณ์ดี คุณกล้าจ่ายหรือเปล่า  เห็นด้วยครับ ถ้าเราจะเสียเงินทั้งทีก็ขอให้เสียเงินแล้วได้ผลงานที่คุ้มค่า   ดังนั้นอยากรักษาให้หาย  อยากได้ยาดีๆ อยากให้เขาใช้เครื่องมือดีๆ แต่ไม่อยากเสียเงิน แล้วมันจะหายจากโรคไหมเนี่ย

จากคุณ : parabellum
เขียนเมื่อ : 14 มิ.ย. 53 19:28:39

ความคิดเห็นที่ 63  

เดี๊ยว ผม ปลุก ผี แดง ให้ อีก รอบ ไหม ครับ

จากคุณ : beetan
เขียนเมื่อ : 17 มิ.ย. 53 17:41:05

ความคิดเห็นที่ 64  

ขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่ถูกกระทำจากธนาคารเลว แห่งนี้ด้วยค่ะ
ซึ่งดิฉันก็โดนเอาเปรียบจากธนาคารนี้เช่นกัน ค่ะ
ดิฉันเคยฝึกงานกับสนงใหญ่ของธนาคารนี้ด้วยนะค่ะ เมื่อก่อนจะภูมิใจมาก
เวลาไปสมัครงานที่ไหนก็จะแนบเอกสารการฝึกงานไปด้วย แต่ต่อจากนี้ไปจะไม่ทำแล้วค่ะเพราะรู้สึกอาย เพราะมีลูกค้าหลาย ๆ คนที่โดนเอาเปรียบเสียดายกับความใหญ่โตของธนาคารนะค่ะ แต่ไม่มีการพัฒนาทางด้านความคิดที่จะเข้าถึงลูกค้าเลย ต่อไปนี้ดิฉันก็จะไม่ทำธุรกรรมใด ๆ กับธนาคารนี้อีกแล้วค่ะ คงจะมีแค่บัญชีที่เป็นบัญชีเงินเดือนเท่านั้น แต่ถ้ามีการเสนอให้เปลี่ยนธนาคาร ก็จะเป็นเสียงหนึ่งที่ลงคะแนนให้เปลี่ยนแน่นอนค่ะ

จากคุณ : ผู้ถูกกระทำ
เขียนเมื่อ : 27 มิ.ย. 53 17:35:57 A:115.87.29.191 X: TicketID:276192

ความคิดเห็นที่ 65  

จากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถสรุปได้ว่า
- โครงการนี้เป็นโครงการจัดสรรที่ดินผิดกฏหมาย

จริงๆแล้วโครงการนี้จัดสรรมาตั้งแต่ปี 38 -39 แล้วครับ ก่อนกฎหมายควบคุมจัดสรรจะออกมา ปี43 ที่แบงค์อ้างถึง ที่นี่แบงค์จะมาบอกว่าโครงการทำผิดกฏหมายได้อย่างไรครับ แบงค์เองควรจ้างพนักงานชำนาณงานด้านทรัพย์สินที่มีความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์ก้จะรู้ข้อนี้ดี ว่าหมู่บ้านจัดสรรหลายๆโครงการที่สร้างก่อนออกกฏหมาย พรบ.ควบคุมการจัดสรรมา เค้าก้ไม่จำเนต้องจดภาระจำยอมครับและแบงค์ก้ปล่อยกู้ได้นะ แต่ปัจจุบันมี กฏหมายมาควบคุมแล้ว โครงการในปัจจุบันจำเป็นต้องจดภาระจำยอมให้ตาม พรบ.ปี43
ที่นี่ใครจะซื้อบ้านในโครงการ ก่อนที่จะมี พรบ.ควบคุมจัดสรรปี43ออกมาคงต้องดูให้ดีก่อนนะครับ
แบงค์ควรตรวจทรัพย์สินให้เรียบร้อยก่อนก้คงไม่เกิดเรื่องขึ้น สงสัยทรัพย์สินเยอะจัดไม่มีเวลามาตรวจทรัพย์สินได้หมด เพราะเป็นแบงค์ที่มีทุนสำรองอันดับ1ของประเทศ

จากคุณ : คนแถวๆนั้น (tinakonl)
เขียนเมื่อ : 29 มิ.ย. 53 17:11:53

ความคิดเห็นที่ 66  

เคยมีคนเจอกรณีนี้

เขาแก้ปัญหาด้วยการ สร้างเป็นฮวงซุ้ยไว้กลางหมู่บ้าน -*-

ท่าน จขกท. ลองเอาสารกัมตภาพรังสีไปทิ้งไว้สิครับ เด๋วเค้าก็ดิ้น อิอิ

ps. ผมเลิกยุ่งเกี่ยวกับธนาคารห่วย ๆ พรรค์นี้นานแย้วว

จากคุณ : เค้าเปล่านะ
เขียนเมื่อ : 4 ก.ค. 53 14:39:49

ความคิดเห็นที่ 67  

สละเวลาเดินทางไปดูซักหน่อยก่อนตัดสินใจ  หมดปัญหา

จากคุณ : paclear
เขียนเมื่อ : 4 ก.ค. 53 19:53:12



กระทู้ยอดนิยม

[ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่] [กติกามารยาท] [Help & FAQ] 
 
ความคิดเห็น :
  PANTIP Toys
จัดรูปแบบ :
ไฟล์ประกอบ :
  Help
ชื่อ :
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com


cript%22%20language%3D%22JavaScript%22%20src%3D%22')); document.write((location.protocol.indexOf('https')>-1?'https://th-ssl':'http://th-cdn') +unescape('.effectivemeasure.net/em.js%22%3E%3C/script%3E')); //]]>