◀ Previous Next ▶ Up ▲



 
**ยิงเก็บแต้ม เรื่องจริงที่เกิดขึ้นที่พิษณุโลก** vote  

ต้องขออนุญาตโพสท์กระทู้นี้นะครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ
เหยื่อกระสุนปริศนาที่ถูกวัยรุ่นกวนเมืองยิงเก็บแต้ม


อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์ร่มเสลา


ที่มา : http://www.mornor.com/2009/forum/viewthread.php?tid=27825&extra=&page=1



... แม่นุชแม่ใจเพชรผู้เฝ้ารอปาฎิหาริย์  
 

วันแม่ที่ผ่านมาคงเป็นวันพิเศษที่หลายๆคนมอบสิ่งดีๆให้กับคุณแม่ เวลายาวนาน9เดือนที่แม่อุ้มท้องเรามา
กี่วันกี่เดือนกี่ปี ที่แม่ฟูมฟักจนเราเติบโตเป็นเราเช่นทุกวันนี้ คำว่าแม่จึงเป็นคำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตทุกคน

หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวจากรายการทีวี หรือจากหนังสือพิมพ์ ในกรณีที่มีการใช้ปืนยิงผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต
เพื่อเป็นการเก็บแต้มและแข่งขันกันของกลุ่มวัยรุ่นกวนเมือง

หลายคนที่ตกเป็นเยื่อ หลายครอบครัวที่ต้องสูญเสีย และเหยื่อหนึ่งในนั้นก็รวมถึงผู้หญิงตัวเล็ก
แต่หัวใจยิ่งใหญ่อย่างแม่นุช แม่ผู้ต่อสู้เพื่อลูกชาย เหยื่อกระสุนปืนปริศนา
     
นางนุช โพธิ์ศรี หรือแม่นุช เล่าให้ฟังว่า มีบุตรชายจำนวน 2 คน คือ นายวีรจิต ศรีรักษ์ หรือน้องน้ำลูกชายคนโต
อายุ20ปี และ ด.ช.ภัทรพล แม่สองเจริญศรี หรือน้องบาซู อายุ 10 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.4 โรงเรียนวัดจันทร์ตะวันออก

แม่นุชเลี้ยงลูกทั้งสองมาโดยลำพังเพราะได้หย่าร้างกับสามีมาได้ 6 ปีแล้ว
จากการต้องเลี้ยงลูกทั้งสองโดยลำพัง ทำให้รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย

น้องน้ำจึงตัดสินใจไม่เรียนต่อ และเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพตั้งแต่จบชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6
เพื่อหาค่าใช้จ่ายช่วยผู้เป็นแม่อีกแรงหนึ่ง โดยได้ทำงานเป็นช่างทาสี
จนกระทั่งน้องน้ำโดนโกงค่าแรงถึง 7000 บาท

ด้วยความท้อแท้และเหนื่อยหน่าย จึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้าน
และได้เข้าทำงานเป็นทหารยาม อยู่ภายในกองบิน 46 ทำงานอยู่ได้ประมาณ 20 วันเศษ

จนเมื่อกลางดึกวันที่ 25 มิ.ย.2551 น้องน้ำขับรถจักรยานยนต์กลับจากทำงาน
ขับมาถึงบริเวณโรงเรียนอาชีวศึกษา ถ.วังจันทน์ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก
ได้ถูกวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ประกบด้านหลัง ก่อนใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่บริเวณท้ายทอย    
           
ผลจากการถูกยิงโดยปืนลูกซองสั้นในระยะประชิด ทำให้กระสุนฝังในตัวน้องน้ำถึง18 เม็ด

โดยแพทย์ระบุว่ากระสุนตัดเส้นประสาทไขสันหลังและกระสุนได้ไหลลงไปในกระดูกสันหลัง
จนทำให้พิการเป็นอัมพาต

กระสุนทั้งหมดถูกผ่าออกเพียงเม็ดเดียว เนื่องจากแพทย์วินิจฉัยว่า
หากผ่าตัดอาจเกิดอันตรายถึงชีวิต จึงไม่เสี่ยงผ่าเอากระสุนออก  

เมื่อรู้ว่าลูกชายต้องเป็นอัมพาตตลอดชีวิต หัวใจของผู้เป็นแม่แทบแตกสลาย

เป็นสิ่งที่ยากเหลือเกินที่ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอจะแบกรับไหว เหนือสิ่งอื่นใด
สิ่งที่ยากยิ่งกว่าที่เธอต้องทำคือ จะบอกลูกยังไงให้ลูกรับกับสภาพที่เกิดขึ้น

แม่นุชเล่าให้ฟังว่าหลังจากคืนนั้นก็บอกลูกทันทีว่า
หนูต้องเป็นอย่างนี้ไปตลอดชีวิต หนูต้องเข้มแข็ง หนูต้องรับสภาพให้ได้

และเป็นสิ่งที่ยากอีกเช่นกันที่เด็กหนุ่มอายุยังน้อยอย่างน้องน้ำ
จะยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขาอย่างกะทันหันได้

น้องน้ำไม่ยอมกินข้าวกินปลาอยู่ร่วมเดือนจนร่างกายผ่ายผอม แต่สุดท้ายเขาก็ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง

เพราะเขาจะยอมแพ้ได้อย่างไรในเมื่อผู้เป็นแม่ยังยืนสู้อยู่เคียงข้างเขาทั้งที่ใบหน้ายังเต็มไปด้วยคราบน้ำตา

5 เดือนที่น้องน้ำต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล
กับความคืบหน้าของการติดตามคนร้ายที่ตำรวจสันนิษฐานว่า
เป็นการฆ่าเก็บแต้มของกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนอง
.....ไร้ วี่แววของคนร้าย คดีไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด  

แม่นุชบอกว่า เป็นช่วงเวลาที่ลำบากที่สุด ต้องอยู่คอยดูแลลูกตลอดจนไม่ได้ทำงาน
เงินทองก็หมดไป ทางร.พ.สงสาร จึงไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆ

หลังจากที่ออกจาก ร.พ.มาอยู่ที่บ้าน แม่ก็ต้องดูแลน้องน้ำโดยมีลูกชายน้องบาซูช่วยเหลือบ้าง
เพราะต้องไปโรงเรียน บางวันถ้าแม่ไม่สบายเพราะมีโรคประจำตัว ลูกชายคนเล็กก็ต้องหยุดเรียนเพื่อดูแลพี่ชาย

จากคุณ : สาวกgarfield
เขียนเมื่อ : 9 ก.ย. 52 01:53:59





กระทู้ยอดนิยม