◀ Previous Next ▶ Up ▲



 
ลูกหนี้ขับรถเย้ยผ่านหน้าบ้าน มีรถขับแต่ไม่ยอมใช้หนี้ ฟ้องศาลก็แล้ว ทำไงต่อดี vote  

เรื่องมีอยู่ว่า...

แม่ดิฉัน อายุ 70 ปี เสียรู้ให้เงินลูกหนี้ยืมไป 4 แสน
ไม่มีเซ็นสัญญา ไม่มีผู้ค้ำ ไม่มีหลักทรัพย์มาวาง ยืมกันลอยๆ เห็นว่าเชื่อถือได้
ต่อมาลูกหนี้ เริ่มติดต่อไม่ค่อยได้ หลบหน้า โกหกบ่ายเบี่ยง
ขาดส่งดอกเบี้ย เงินต้นก็ไม่ต้องหวังแล้วค่ะ


แม่เลยเครียด มาเล่าให้ดิฉันฟังแบบเศร้าๆ
พอดิฉันรู้เรื่องทั้งหมด เลยต้องออกโรงแทน
จิกลูกหนี้มาทำสัญญา โดยทำในนามดิฉัน
(ดิฉันเป็นเจ้าหนี้แทนแม่ เพราะแม่คงจะไปขึ้นโรงขึ้นศาลไม่ไหวแล้ว)
เงินที่ได้ก็ให้แม่นะคะ ไม่ได้เอาไว้เอง คนแก่เค้าเครียดมาก เงินทั้งชีวิตของเค้า


ตอนเซ็นสัญญากัน ก็ไม่มีผู้ค้ำ ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำ
(แค่ตามลูกหนี้มาเซ็นสัญญาได้ ดิฉันก็หืดขึ้นคอแล้วค่ะ)
ถามถึงรถยนต์ที่ขับอยู่ ลูกหนี้ก็บอกว่า เป็นชื่อของสามี
ซึ่งตอนนี้จดทะเบียนอย่ากันแล้ว เอามาค้ำไม่ได้ ไม่ใช่ชื่อเค้า
(แต่ตัวลูกหนี้ ก็ยังขับโฉบหน้าบ้านอยู่ทุกวัน
แล้วก็ยังอยู่บ้านเดียวกับสามี ยังเลี้ยงดูบุตรอยู่ด้วยกัน)


ดิฉันกับลูกหนี้ เซ็นสัญญากู้กัน เป็นวันที่หลังจากเค้าอย่าร้างกันกับสามีแล้วนะคะ
แต่หนี้สินนั้น ยืมแม่ดิฉันมาก่อนที่เค้าจะอย่าร้างกว่า 1 ปีแล้วค่ะ


พอถึงกำหนดชำระในสัญญา ลูกหนี้ก็ไม่คืนเงิน
โทรทวงเงิน ก็ได้รับแต่คำโกหก ว่าจะให้วันนั้นวันนี้
แล้วก็ไปสืบข่าวมาได้ว่า ลูกหนี้คนนี้ เป็นหนี้ชาวบ้านเค้าไปทั่วทั้งซอย
แม่ดิฉันไม่ได้ออกไปสุงสิงกับใครมากนัก ก็เลยตกข่าว ตกเป็นเหยื่อ


ดิฉันทนไม่ไหว เสียเงินตั้งทนายฟ้องศาล
ไปขึ้นศาล ลูกหนี้มาเจรจาขอผ่อนชำระ
แต่ลูกหนี้ก็ผิดตั้งแต่งวดแรกเลยค่ะ
มีข้อตกลงว่า ถ้าผิดคำสั่งศาล ก็จะบังคับคดีเลย


เรื่องคร่าวๆ ประมาณนี้ ซึ่งดิฉันมีคำถามค่ะ ว่า

คำถามที่ 1 รถยนต์ที่ลูกหนี้ขับโฉบหน้าบ้านดิฉันอยู่นี้ จะยึดทรัพย์บังคับคดีได้หรือไม่ ?

- ดิฉันมองว่า รถยนต์ คือ สินสมรส ของลูกหนี้กับสามี
ซึ่งดิฉันมีภาพถ่ายยืนยันว่า ลูกหนี้คนนี้ใช้รถคันนี้เป็นประจำสม่ำเสมอ
ทุกเช้าลูกหนี้จะต้องขับรถไปส่งลูกชายที่โรงเรียนทุกวัน
ยังปฏิบัติหน้าที่แม่ดูแลบุตร บางครั้งฝ่ายสามีก็ใช้รถบ้าง
แต่นานๆ ครั้ง เพราะสามีขึ้นรถรับส่งของบริษัทไปทำงาน

- รถคันนี้ ซื้อมาประมาณปี 2549 ซึ่งขณะนั้นลูกหนี้และสามียังสมรสกันอยู่

- ได้เช็คมาแล้วว่า รถคันนี้ เป็นชื่อของสามี ยังติดไฟแนนซ์อยู่อีกปีกว่าๆ (นับถึงปี 2554)
ถ้ายึดรถได้ ก็อยากจะยึดเลย ไม่อยากเห็นลูกหนี้มาขับเย้ยหน้าบ้านอยู่อย่างนี้ ได้เงินเท่าไหร่ก็เอาค่ะ

- แม้จะบอกว่า จดทะเบียนอย่ากันแล้วเมื่อประมาณปลายปี 2551
(คล้ายๆ กับว่า อย่าร้างเพื่อแยกหนี้สิน เพราะฝ่ายภรรยาสร้างหนี้ไว้มาก)
แต่ สามี + ภรรยา (ลูกหนี้) + บุตรชาย ก็ยังอยู่บ้านเดียวกัน ไม่ได้แยกกันอยู่แต่อย่างใด
ทำให้ดิฉันสงสัยแล้วว่า ปากบอกว่าอย่าร้าง จริงๆ แล้วได้จดทะเบียนอย่ากันจริงมั๊ย


- ดิฉันเคยพูดคุยกับสามีของเค้า ตัวสามีก็ปัดความรับผิดชอบ ว่า
เค้าอย่าร้างกันแล้ว เค้าไม่เกี่ยวด้วย ใครยืมคุณ คุณก็ไปทวงคนนั้นสิ
(ดิฉันกับลูกหนี้ เซ็นสัญญากู้กันหลังจากที่เค้าบอกว่า อย่าร้างกันแล้ว)

- ตอนนี้ก็ให้แม่ทำใจ ว่าโดนโกงแน่ๆ แต่ที่เจ็บใจคือ
พวกเขายังอยู่ดีกินดี มีรถขับ สุขสบายกว่าแม่ดิฉันอีก แม่แก่ๆ อายุ 70
ไปไหนต้องขึ้นรถเมล์ บ้านดิฉันขึ้นรถเมล์กันทุกคน
แต่ลูกหนี้มีรถขับ ขับเย้ยหน้าบ้านซะอีกค่ะ
บางทีแม่ต้องวิ่งกระเดกๆ ตามรถมันไปทวงเงิน เห็นแล้วดิฉันจี๊ดค่ะ โมโหมากค่ะ


คำถามที่ 2 ดิฉันสามารถ นำสืบไปถึงทรัพย์ของตัวสามีลูกหนี้ได้บ้างหรือไม่ ?

เพราะดิฉันมองว่า มันคือสินสมรส เค้าคือครอบครัวเดียวกันค่ะ
ตอนนี้ลูกหนี้ (ตัวภรรยา) ไม่ได้ทำงาน แต่ทุกวันยังมีเงินกินข้าวอยู่
มีเงินใช้จ่าย มีเงินเติมน้ำมันรถ ซึ่งก็คงได้รับความช่วยเหลือจากสามี

แต่ตัวสามีก็ปฏิเสธว่า ไม่ยุ่งไม่เกี่ยวกันแล้ว แต่ก็อยู่บ้านเดียวกัน ดูแลลูกด้วยกัน มันยังไงกันนะ

คำถามที่ 3 ดิฉันต้องทำอะไร / เตรียมหลักฐานสืบทรัพย์ อะไรเพิ่มเติมบ้าง ?

ตอนนี้มีภาพถ่ายการใช้รถยนต์ของลูกหนี้ รวบรวมไว้ 4 เดือนแล้ว มีเยอะเหมือนกัน


คำถามที่ 4 ขั้นตอนบังคับคดียากไหมคะ ถ้าดิฉันจะทำเองต้องเสียเวลาไปติดต่อกี่วัน ?

ดิฉันไม่มีเงินจะจ้างทนายทำงานแล้วค่ะ ตอนนี้พ่อก็ป่วย แม่ก็ป่วย เงินก็ไม่ได้คืน
ทนายคนเดิมก็ดูเหมือนจะไม่ทำเรื่องบังคับคดีให้ โทรหาหลายวันแล้วปิดเครื่องตลอดเลย
ถ้าดำเนินการเองจะยากมั๊ย เรื่องสืบทรัพย์ดิฉันก็พยายามเก็บข้อมูลเองอยู่ทุกวัน


คำถามที่ 5 ดิฉันจะสามารถขอบังคับคดีสัญญากู้ฉบับสุดท้าย พ่วงไปกับ
คำตัดสินของศาลตามสัญญาฉบับแรกได้ไหม ?

เพราะว่าลูกหนี้มีเจตนาไม่ดี ไม่ชำระหนี้แสดงให้เห็นชัดเจนแล้ว

ตอนนี้มีสัญญากู้ฉบับสุดท้ายกับลูกหนี้คนเดิม ซึ่งยังไม่ได้ฟ้องศาล
เพราะเพิ่งหมดกำหนดชำระไม่นานนี้ ทนายรับเงินค่าวางศาลไปแล้วพร้อมๆ กับการฟ้องฉบับแรกแล้วค่ะ




สุดท้าย ขอบคุณสำหรับคำตอบที่ท่านมีให้แก่ผู้เดือดร้อนนะคะ

จากคุณ : ต้นแก้ว
เขียนเมื่อ : 8 ก.ย. 52 15:38:13 A:203.148.162.137 X:





กระทู้ยอดนิยม