Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
การถวายฎีกาและการขอพระราชทานอภัยโทษ vote  

การถวายฎีกา

การถวายฎีกาพระมหากษัตริย์ ต้องถือเป็นปกติประเพณีของระบอบการปกครองประเทศไทย

การถวายฎีกาโดยตรงต่อพระมหากษัตริย์เพื่อทรงบำบัดทุกข์ให้ประชาชนนั้น เป็นประเพณีมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยกว่า 800 ปีมาแล้ว แม้รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรไม่ได้บัญญัติไว้ ก็ต้องถือเป็นรัฐธรรมนูญจารีตประเพณี หรือ Constitutional Convention ที่ทรงรับฎีกา และทรงบำบัดทุกข์ให้ราษฎร

โดยปกติ จะโปรดเกล้าฯ ให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานต่างๆ ดำเนินงานตามหน้าที่ก่อน แต่ถ้ายังไม่ดำเนินการหรือดำเนินการไม่ดี ราษฎรถวายฎีกาใหม่ ก็ทรงมีพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญจารีตประเพณีที่อาจมีพระบรมราชวินิจฉัยสั่งการให้หน่วยราชการดำเนินการได้ ส่วนราชการต้องเคารพและปฏิบัติตาม

สำนักราชเลขาธิการมีภารกิจหลักเกี่ยวกับงานหนังสือที่หน่วยราชการ หน่วยงาน
เอกชนและบุคคลทั่วไป ส่งเข้ามาเพื่อขอให้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา ขอ
พระราชทาน พระบรมราชานุญาต พระบรมราชวินิจฉัย และพระมหากรุณา แล้วแต่กรณี
รวมทั้งทำหน้าที่รับพระราชทานพระราชดำริ และพระราชดำรัส เพื่อเชิญไปยังหน่วยงาน
และบุคคลที่เกี่ยวข้อง จะเห็นได้ว่า สำนักราชเลขาธิการมีบทบาทเป็นผู้ประสานงาน
ระหว่างพระมหากษัตริย์กับรัฐบาล และหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจน
บุคคลทั่วไป ทั้งที่เป็นราชการแผ่นดินและการส่วนพระองค์


ฎีการ้องทุกข์ขอพระราชทานความเป็นธรรมนั้น
มีหลายประเภทและหลายรูปแบบทีเดียวเช่น ......
1....ส่งเป็นทางการ คือทำเป็นหนังสือไปที่สำนักราชเลขาธิการ
กล่าวคือ เมื่อสำนักราชเลขาธิการได้รับเรื่องแล้ว ...
จะสำเนาเรื่องเป็น 2 ชุด
.......เพื่อนำถวายส่ง....ให้พระเจ้าอยู่หัว
........ส่งให้รัฐบาล
2......ยื่นถวายส่งถึงพระหัตถ์พระเจ้าอยู่ พระราชินี และพระราชวงค์ เป็นต้น
3.......ฎีกาของนักโทษที่ศาลตัดสินสิ้นสุดแล้ว..
ก็จะถวายฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ขอพระราชทานอภัยโทษ ขอลดหย่อนโทษ
ชั้นตอนนี้อยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์


การขอพระราชทานอภัยโทษ

หลักเกณฑ์การขอพระราชทานอภัยโทษ


คุณสมบัติของผู้ต้องขัง

1. ต้องเป็นนักโทษที่คดีเด็ดขาดแล้ว

2. ผู้ยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯ ต้องเป็นผู้ต้องโทษหรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เช่น บิดา มารดา บุตร ธิดา และญาติผู้เกี่ยวข้องใกล้ชิด
หลักฐานที่จะต้องใช้

1. สำเนาคำพิพากษาทุกชั้นศาลที่ปรากฎ และรับรองสำเนาถูกต้องโดยจ่าศาล

2. บันทึกความเห็นแพทย์หรือจิตแพทย์ กรณีพักโทษอ้างปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ

3. เอกสารประกอบอื่นๆ (ถ้ามี) เช่น

- หนังสือรับรองความประพฤติจากผู้นำชุมชนหรือเจ้าหน้าที่

- เอกสารประกอบคุณงามความดีตามที่ได้อ้าง

- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ต้องขังและผู้ที่เกี่ยวข้อง


ประเภทของการพระราชทานอภัยโทษ

1.การพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคลหรือคณะบุคคล

2.การพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไป

1. การพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคลหรือคณะบุคคล

หลักเกณฑ์การขอพระราชทานอภัยโทษ

การขอพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคล (เฉพาะราย) เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550
มาตรา 191 ซึ่งบัญญัติว่า “พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ” และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 259 - 267 โดยมาตรา 259 กำหนดให้ผู้ต้องคำพิพากษาที่คดีถึงที่สุดหรือผู้ที่มีประโยชน์
เกี่ยวข้อง เช่น บิดา มารดา บุตร-ธิดา ฯลฯ เป็นผู้ยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษต่อองค์
พระมหากษัตริย์ ทั้งนี้จะดำเนินการได้ต่อเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วหรือในกรณีที่ไม่มีผู้ใดถวายเรื่องราว ถ้ารัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงยุติธรรมเห็นเป็นการสมควรจะถวายคำแนะนำขอพระราชทานอภัยโทษให้ก็ได้ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธี
พิจารณาความอาญา มาตรา 261 วรรคสอง การขอพระราชทานอภัยโทษโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนี้จะ
ดำเนินการได้ต่อเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วเช่นเดียวกันในการยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 261 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่ถวายเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งถวายความเห็นว่าควร
พระราชทานอภัยโทษให้หรือไม่ เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้วจะทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยว่าสมควร
พระราชทานอภัยโทษให้หรือไม่ประการใด หากพระราชทานอภัยโทษให้อาจจะเป็นการพระราชทานอภัยโทษให้ทั้งหมดโดย
ให้ปล่อยตัวไปหรือพระราชทานอภัยโทษให้เป็นบางส่วน เช่น ลดโทษจากประหารชีวิตเป็นจำคุกตลอดชีวิตหรือลดโทษจาก
กำหนดระยะเวลาต้องโทษเดิมลง การพระราชทานอภัยโทษให้นี้จะมีพระบรมราชโองการพระราชทานอภัยโทษลงมาเป็นการ
เฉพาะ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ส่วนในรายที่ไม่พระราชทานอภัยโทษให้ จะมีหนังสือสำคัญแจ้งผลฎีกาโดยอ้างพระราชกระแสว่าความทราบ
ฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้วมีพระราชกระแสให้ยกฎีกา หนังสือสำคัญดังกล่าวนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามแจ้งพระราช
กระแส
อนึ่ง เรื่องราวขอพระราชทานอภัยโทษซึ่งไม่ใช่โทษประหารชีวิต ถ้ามีพระราชกระแสให้ยกฎีกาแล้ว จะยื่น
ใหม่อีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นสองปีนับแต่วันถูกยกครั้งก่อน คือ จะต้องรอให้พ้นสองปีไปก่อนจึงจะยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอ
พระราชทานอภัยโทษขึ้นไปใหม่ได้ ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 264

วิธีการและขั้นตอนการดำเนินการขอพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคล

ผู้ต้องคำพิพากษาให้รับโทษหรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้องจะใช้สิทธิยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอ
พระราชทานอภัยโทษ ผ่านเรือนจำ/ทัณฑสถาน หรือส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องก็ได้ เช่น สำนักราชเลขาธิการ กระทรวง
ยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ (กรณีเป็นนักโทษชาวต่างประเทศ) หรือกรมราชทัณฑ์ เมื่อ
เรือนจำหรือทัณฑสถานได้รับเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษของนักโทษเด็ดขาด หรือผู้มีประโยชน์
เกี่ยวข้องแล้ว จะต้องดำเนินการดังนี้

1. การสอบสวนเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ

1.1 การยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษผู้ที่จะมีสิทธิยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวาย
ฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษได้ จะต้องเป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้รับโทษประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ หรือริบ
ทรัพย์สิน หรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว เช่น บิดา มารดา บุตร ภรรยา ญาติที่เกี่ยวข้องใกล้ชิด ไม่รวมถึง
ทนายความ ซึ่งไม่ถือว่าเป็นผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้องตามมาตรา 259 (ตามนัยหนังสือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่
1.2 เมื่อเรือนจำ/ทัณฑสถานได้รับฎีกาทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษของผู้ต้องขังหรือผู้มี
ประโยชน์เกี่ยวข้อง ให้เรือนจำ/ทัณฑสถานดำเนินการสอบสวนเรื่องราวทูลเกล้าฯ เพื่อรวบรวมเอกสารหลักฐานให้แล้ว
เสร็จ แล้วส่งเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้ไปกรมราชทัณฑ์เพื่อประกอบการพิจารณา จำนวนอย่างละ 2 ชุด คือ
1.2.1 แบบสอบสวนเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งให้ใช้แบบตาม
ตัวอย่างแนบท้าย
1.2.2 ฎีกาทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษของผู้ต้องขังหรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง
1.2.3 สำเนาคำพิพากษาทุกชั้นศาลที่ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับวันที่ศาลได้อ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟัง
เมื่อใด และมีการรับรองสำเนาถูกต้องโดยเจ้าหน้าที่ศาล
1.2.4 สำเนาหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดและหมายลดโทษ
1.2.5 ทะเบียนประวัติอาชญากร (ยกเว้นกรณีนักโทษชาวต่างประเทศ)
1.2.6 สำเนาทะเบียนรายตัว (ร.ท. 101) ที่มีข้อความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน
1.2.7 บันทึกความเห็นของแพทย์หรือจิตแพทย์ กรณีนักโทษประหารชีวิต หรือนักโทษอื่นที่อ้าง
ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ความพิการของร่างกาย ความบกพร่องทางจิตใจและอารมณ์
1.2.8 คำสั่งถอดยศกรณีผู้ต้องขังเคยรับราชการตำรวจหรือทหารซึ่งมีชั้นยศ ยกเว้น พลตำรวจหรือ
พลทหาร
1.2.9 หนังสือสถานทูตรับรองการส่งตัวกลับประเทศ (กรณีนักโทษชาวต่างชาติ)
1.2.10 เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)
ในการส่งเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษของนักโทษเด็ดขาดทุกรายไปให้กรม
ราชทัณฑ์พิจารณาดำเนินการ เรือนจำ/ทัณฑสถาน จะต้องรวบรวมเอกสารตามรายการดังกล่าวให้ครบถ้วนเสียก่อน

จากคุณ : คนไทย
เขียนเมื่อ : 11 ส.ค. 52 15:56:32 A:125.24.17.52 X: TicketID:225557





[ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่] [กติกามารยาท] [Help & FAQ] 
 
ความคิดเห็น :
  PANTIP Toys
จัดรูปแบบ :
ไฟล์ประกอบ :
  Help
ชื่อ :
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com