คดีตัวอย่าง"ประหารหมอวิสุทธิ์ฆ่าเมีย"

ลองเค้าไปดูตามลิงค์นะคะ
แล้วก็อ่านให้ถึงความคิดเห็นที่ 1 ค่ะ
http://www.lawyerthai.com/news/view.php?topic=31

จากคุณ : เจ้าจอมแมวเหมียว - [ 27 ก.ค. 50 10:29:04 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

ประเด็นที่น่าสนใจอีกแง่มุมหนึ่ง กรณีหมอผัสพรหายตัว

ประเด็นที่น่าสนใจอีกแง่มุมหนึ่ง กรณีหมอผู้หญิงหายตัว ฝากสื่อให้คิดด้วยสติและปัญญา รวบรวมจากการพูดคุย กับคนที่มีการศึกษาสูง และมีหน้าที่การงานสูง

( ข้อสังเกตของ ศ.ดร.เกษม สุวรรณกุล นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเพื่อนร่วมงาน ของนายแพทย์วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ ที่ได้ตั้งข้อสังเกต ความผิดปกติหลายประการ กรณี
พญ ผัสพรหายตัว )

1.ใครเป็นผู้นำรูปหมอผู้หญิงไปให้หนังสือพิมพ์ คนหายทำไมไม่แจ้งตำรวจ รูปอีก 2 วันต่อมา ที่หมอผู้ชายไปร่วมงานเปิดร้าน ก็เช่นเดียวกัน ใครเตรียมรูปเหล่านี้ไปให้หนังสือพิมพ์
ได้มีการเตรียมการไว้ก่อนหรือไม่ เพื่อนคนนี้รู้เห็นกับแผนของหมอผู้หญิงหรือไม่ ทำไมไม่กลับไปซักไซร้เพื่อนคนนี้ ไปค้นดูบ้านเพื่อนคนนี้ว่า หมอผู้หญิงไปซ่อนตัวอยู่หรือไม่
รูปหมอผู้หญิงที่เผยแพร่ออกไป เป็นรูปที่ถ่ายดีมาก ถ้ามีกรณีเพื่อนร่วมงานหาย โดยปกติเราจะหารูปดีๆอย่างนี้ได้หรือไม่

2.ภาพโทรทัศน์วงจรปิดที่ดิสคัฟเวอรี่ ทำไมถ่ายคู่นี้ได้ชัดและนาน มีการวางแผนเส้นทางการเดินหรือไม่ ทำไมเลือกร้านอาหารนี้ ซึ่งมีโทรทัศน์วงจรปิด ฝ่ายหญิงเป็นผู้เลือกร้านอาหาร
แต่ลูกชายคิดว่าพ่อเป็นผู้นัดแม่ เพราะแม่พูดอย่างนั้น ตำรวจก็เลือกเชื่อลูก เพราะต้องการให้รูปคดีเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ใช่หรือไม่ ลองไปเดินเล่นที่นั่นดูว่า
กล้องถ่ายได้ครอบคลุมหมดทุกเส้นทางจริงหรือไม่

3.ถ้าฝ่ายชายจะเป็นผู้กระทำ คงฉลาดพอที่จะไม่เลือกร้านอาหารหรูหรา ไม่เลือกสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน มีพยานเต็มไปหมด หาที่จอดรถก็ยาก ที่จอดรถมียามเฝ้าจำนวนมาก

4.ช่วงเวลาที่เกิดเหตุเป็นช่วงที่หมอผู้ชาย ต้องไปประชุมที่บาหลี คนทั่วไปคงไม่ทราบว่า การประชุมของพวกหมอ ที่มีผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกมาพบปะกันเช่นนี้ มีความสำคัญมาก
และไม่ใช่หมอทุกคน สามารถเข้าร่วมประชุมได้ ต้องเป็นหมอมือหนึ่งในสาขานั้นๆ เป็นหมอที่เป็นที่ยอมรับ ในระดับนานาชาติ การขาดประชุมจะมีผลมากต่อวิชาชีพ
อาจทำให้หลุดจากยุทธจักร เมื่อเกิดความวุ่นวาย หมอต้องยกเลิกการไปบาหลี ซึ่งทำให้เสียหายมาก ทั้งกับตัวหมอเองและกับจุฬาฯ รวมถังประเทศไทยด้วย
เพราะเท่ากับหมอเป็นตัวแทนประเทศไทย ฉะนั้น ถ้าหมอผู้ชายจะลงมือเองจะไม่เลือกช่วงนี้

5ช่วงเวลาที่เกิดเหตุเป็นช่วงที่ลูกชายสอบเข้ามหาวิทยาลัย เท่าที่ทราบข่าวหมอผู้ชายสนิทกับลูกมาก ดูแลรับส่งและติวลูกทั้ง 2 คน การสอบครั้งนี้มีความหมายมาก คนที่มีจิตเป็นปกติ
จะต้องระมัดระวังเรื่องนี้ เพราะจะส่งผลกระทบกับจิตใจลูก ถ้าผู้ชายเป็นผู้ลงมือไม่น่าเลือกเวลานี้

6.ทำไมตำรวจจึงสอบสวนแบบมีอคติ อย่างยิ่ง มีผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่ ตำรวจทำทุกอย่างที่จะให้หมอผู้ชายเป็นผู้ต้องหา หรือเพียงแต่จะเอาใจสื่อ
เพราะสื่อเป็นผู้ชี้นำทุกอย่างในสังคมขณะนี้ ข้อมูลใดที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายชาย ทำไมตำรวจจึงตัดออก และมุ่งเก็บเฉพาะประเด็นที่จะผูกเรื่องให้ฝ่ายชายผิดเท่านั้น
และเมื่อสอบสวนหลายประเด็นที่น่าสงสัยจนเคลียร์แล้วทำไมตำรวจไม่เปิดเผย เช่นการซื้อของใช้ การจากกันที่ดิสคัฟเวอรี่ ไปอย่างไร เงื่อนเวลาต่างๆที่เสนอประเด็นแล้วทางหนังสือพิมพ์
ฯลฯ เพราะเกรงว่าจะเสียรูปคดีใช่หรือไม่ เกรงว่าผลจะไม่เป็นตาที่ตั้งเป้าไว้ใช่หรือไม่

7.มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากนายตำรวจระดับนายพล ตั้งข้อสังเกตว่าการสอบสวน เป็นไปอย่างเอาสีข้างถูกมาตั้งแต่แรก ซึ่งพวกตำรวจด้วยกันดูออกว่า
งานนี้น่าจะมีผลประโยชน์ก้อนใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้อง และผู้ที่ช่วยวางแผน น่าจะเป็นคนในเครื่องแบบ น่าจะสืบดูว่า หมอผู้หญิงสนิทสนมกับหมอคนไหน ที่มีสามีเป็นตำรวจ
งานนี้กุนซือเป็นมืออาชีพ ขณะนี้คงกำลังคิดอยู่ว่า หมอผู้หญิงจะโผล่ออกมาปรากฎตัวในลักษณะไหน จึงจะไม่น่าเกลียด และถ้าจะมีการผิดใจกันเกิดขึ้น
คราวนี้ผู้ช่วยวางแผนกับหมอผู้หญิงจะเก็บกันเอง ในขณะเดียวกัน หมอผู้ชายก็กำลังตกอยู่ในอันตรายด้วย เพราะขณะนี้ เมื่อข่าวเบาลง ผลจึงไม่เป็นที่พอใจของหมอผู้หญิง
หมอผู้ชายจะถูกเก็บหรือไม่ ลองติดตาม ตามประวัติหมอผู้หญิงเป็นคนขี้เหนียวมาก และเคยเบี้ยวการจ่ายเงินพวกหมอผี เมื่อผลออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจ

8.เมื่อทางจุฬาฯ เริ่มสงสัยเรื่องความเป็นธรรมในการสอบสวน จึงส่งคนไปหาข้อมูลกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยมิเคยขอให้ช่วย และทางจุฬาฯได้ตั้งหลักเสมอมาตั้งแต่ต้น ว่าจะไม่ช่วยคนผิด
ถ้าผิดก็ว่าไปตามผิด ได้รับคำตอบกลับมาจากทุกระดับ เป็นเสียงเดียวกันว่า ผู้ใหญ่สั่งให้ทำอย่างนี้ จึงเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ และเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหนักใจมาก
แต่ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง จึงได้ขอความเป็นธรรมไปยังผู้ใหญ่ ในวันสุดท้ายของการรับข้อหาที่สน.ปทุมวัน ทุกอย่างจึงราบรื่น ขึ้น ตำรวจสุภาพขึ้น ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้
ทางตำรวจตั้งใจจะจัดการขั้นเด็ดขาด ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะทำอะไรบ้าง

9.เมื่อถูกตั้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว นายตำรวจระดับนายพลคนหนึ่งให้ความเห็นว่า เป็นข้อหาที่ตลกที่สุด ถ้าเรานั่งทานข้าวกับใครสองต่อสอง แล้วหลังจากนั้น ปรากฎว่าเขาหายตัวไป
เราจะโดนตั้งข้อหา กักขังหน่วงเหนี่ยวใช่หรือไม่ นายตำรวจผู้นี้ยังบอกว่า หลักฐานเด็ด ที่ตำรวจอ้างว่ามีพอที่จะส่งฟ้อง ไม่น่าจะจริง เพราะปกติ ถ้าได้หลักฐานอะไรมาชิ้นหนึ่ง
ตำรวจจะรีบเปิดเผย เพราะเป็นผลงานของตัว จะเก็บไว้เป็นประโยชน์กับการสอบในชั้นศาลทำไม เมื่ออัยการชั้นผู้ใหญ่ ออกมาท้วงติงว่าไม่เห็นด้วย
กับข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวนี้เพราะพยานอ่อนมาก ตำรวจกลับแสดงอาการไม่พอใจ

10.การชี้ตัวผู้ต้องหาในวันนั้น เป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะหมอผู้ชายออกทีวีทุกวัน ใครๆที่ไม่เคยรู้จัก ก็ชี้ตัวได้ถูกต้องอยู่แล้ว เด็กเสิร์ฟที่ร้าน อาหารโออิซิ
ถึงแม้จะจำหมอไม่ได้ในวันนั้น ดูทีวีกันทุกวันเหมือนกัน ทำไมสื่อจึงไม่ตั้งประเด็นนี้กับทางตำรวจบ้าง


จากคุณ : pla2 - [ 27 ก.ค. 50 15:13:56 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

11.การสอบสวนเป็นวิธีการของตำรวจ ที่จะทำให้ผู้ถูกสอบเหนื่อยมากจนสับสน แล้วเลยกลายเป็นว่า ให้การสับสนมีพิรุธ ความจริง น่าลองถามนักจิตวิทยาเรื่องพวกนี้
จะได้ปกป้องประชาชนคนอื่นๆ ด้วยเช่นเดียวกัน เวลาสอบสวนเด็กที่ถูกข่มขืน เดี๋ยวนี้มีนักสังคมสงเคราะห์คอยดูแล ไม่งั้นถูกตำรวจโขกสับแทบตาย สื่อควรช่วยกันปกป้องคนทั่วไป
นี่ขนาดเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ในสถาบันการศึกษาชั้นสูงและเป็นนายแพทย์ มืออาชีพที่ได้รับการนับหน้าถือตา ยังโดนหนักแทบเอาตัวไม่รอด แล้วประชาชนจะอยู่กันอย่างไร
ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ยังออกความเห็นว่า ถ้าเป็นคนธรรมดาไม่มีตำแหน่งหน้าที่การงาน คงโดนหลักฐานเท็จ มัดตัวเรียบร้อยไปแล้วเหมือนกับหลายคดี
นี่นับว่าสู้กันอย่างตรงไปตรงมาก เพราะใช้ไม่ได้ผลกับตำรวจ แต่ทางจุฬาฯ เป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูง จึงไม่คิดจะต่อสู้แบบนั้น

12. บุคลิกของผู้ถูกสอบเป็นคนพูดน้อยมาก เป็นหมอผ่าตัด การพูดไม่รู้เรื่องหรืออ้ำอึ้ง ให้การสับสน ไม่น่าจะเป็นข้อพิรุธเพื่อจับให้เป็นผู้ต้องสงสัย และมุ่งการสอบให้กลายเป็นผู้ต้องหา
อยากให้สื่อเสนอให้ตำรวจ รู้จักดูผลทางจิตวิยาด้วย อย่าเอาความแข็งกร้าวข องพวกตำรวจมาใช้กับคนทั่วไป

13.หมอผู้หญิงเล่นไสยศาสตร์อย่างหนัก ตามแบบฉบับของพวกที่ทำงานที่การรถไฟ ทำไมไม่ดูปัญหาทางจิตของฝ่ายหญิง คนที่เข้าถึงไสยศาสตร์ขนาดนี้ สามารถคิดหรือทำอะไรก็ได้
ที่คนทั่วไปคาดเดาไม่ถูก หมอผู้หญิงใช้เวลาและเงินทองไปมาก กับเรื่องบริกรรมทำเสน่ห์ และพ่อมดหมอผี มีของปลุกเสกเป็นจำนวนมาก หายตัวไปบ่อยๆ แต่ไม่นานเท่านี้
เพื่อไปทำพิธีตามสำนักต่างๆ น่าจะสืบว่าปกติไปกับใคร ไปที่ไหน ถูกหลอกมากน้อยแค่ไหน เพราะเรื่องไสยาศาสตร์ เป็นอาชีพของพวกมิจฉาชีพ ทำไมไม่พิจารณาประเด็นนี้บ้าง
น่าจะสำคัญไม่น้อย

14.วิธีการสอบสวนของตำรวจจะตั้งเป้าว่า ให้ใครเป็นผู้กระทำผิด แล้วพยายามสอบสวน ให้ผลออกมาเป็นอย่างนั้น ซึ่งผิดกับกระบวนการยุติธรรมของศาล จึงเห็นด้วยที่หมอผู้ชาย
ไม่ยอมให้การกับตำรวจอีกแล้ว และจะให้การในชั้นศาล การไม่ยอมเข้าเครื่องจับเท็จ ก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ของคนที่มีศักดิ์มีศรี แต่สื่อกลับมองว่ากลัวเขาจับได้ว่าโกหก
ลองไปถามใครก็ได้ที่มีตำแหน่งหน้าที่สูงๆ เขาจะคิดอย่างนี้กันทั้งนั้น

15.ตามหลักของการฆ่าคนตาย ไม่ใช่เรื่องง่าย ต่อให้คนฆ่ามีความรู้เป็นอย่างดี ก็จะต้องหลงเหลือหลักฐานมัดตัวให้ ปรากฎ แต่ถ้าหลบซ่อนตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่ง แบบที่มีชีวิตอยู่
เป็นเรื่องง่ายมาก ลองนึกดูว่า ถ้าเราไปอาศัย อยู่ที่บ้านใครสักคนเป็นเวลานับปี โดยไม่แพร่งพรายให้ใครรู้ ก็จะไม่มีใครหาเจอ ลองนึกดูว่าคดีฆ่าคนตาย เท่าที่ผ่านมา มีกี่รายที่รอดไปได้

16.ก่อนเกิดเหตุ ฝ่ายหญิงได้เตือนฝ่ายชายแล้วว่า จะทำลายชื่อเสียงสามีทุกวิถีทาง เป้าหมายคือทำให้เป็นที่จงเกลียดจงชัง ทำให้เสื่อมเสียจนไม่มีอาชีพ ทำให้ผู้หญิงไม่สนใจ
ทำให้จุฬาฯไล่ออกจากงาน ทำให้ถูกยึดใบประกอบโรคศิลป์ ด้วยเหตุผลที่ผู้ชายขอหย่า ทำให้ฝ่ายหญิงต้องอับอายขายหน้า เพราะสามีเป็นหน้าเป็นตามาโดยตลอด และมีรายได้สูงมาก

17.ฝ่ายชายให้สัมภาษณ์และให้การน้อยมาก เกี่ยวกับเรื่องนี้ สื่อน่าจะเห็นความเป็นสุภาพบุรุษ ที่ไม่โจมตีแม่ของลูก ให้สาธารณชนทราบ เพราะเท่าที่ดูรูปการณ์ น่าจะมีเบื้องหลังที่น่าอาย
และผิดปกติเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ ไม่งั้นลูกทั้งสองคงไม่เลือก ที่จะอยู่กับพ่อ ซึ่งผิดวิสัยลูกทั่วไปที่น่าจะเลือกแม่ก่อน

18.หมอผู้ชายน้อยคนนัก ที่จะให้เงินเดือนภรรยาเป็นแสนๆ และหาเวลารับส่งลูก สอนการบ้านลูกด้วยตนเอง มีความรับผิดชอบกับครอบครัว มากกว่าผู้ชายไทยทั่วไป
แต่สื่อกำลังทำให้ผู้ชายที่ดีมากคนหนึ่ง กลายเป็นผู้ชายที่เลวที่สุด ในสายตาของสังคม ยุติธรรมหรือไม่ ใครจะรับผิดชอบ ควรแนะนำให้หมอผู้ชายฟ้องกลับ เรียกค่าเสียหายใครบ้าง
เป็นเงินเท่าไร ถ้าเป็นต่างประเทศ จะได้รับค่าเสียหายจากหนังสือพิมพ์ ไม่ต่ำกว่าร้อยล้านบาท เพราะตีค่าจากคุณสมบัติของผู้เสียหาย

19.สื่อไม่รับผิดชอบในการเสนอข่าว ข้อมูลที่เสียหายเกี่ยวกับหมอผู้ชาย ได้มาจากบันทึกของหมอผู้หญิง ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าจริงหรือไม่ ได้ข้อมูลมาจากการเข้าทรงหรือเปล่า
แต่เมื่อข่าวออกไปแล้วประชาชน ชาวไทยส่วนใหญ่ซึ่งเชื่อง่ายงมงาย ก็รุมประณามหมอ อย่างขาดความยุติธรรม บัดนี้คนไข้ประจำของหมอหนีไปหมด ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว
หมอก็มีอาการเหมือนคนเหม่อลอย ไม่น่าจะทำงานได้ดีเหมือนเดิม แล้วจะโทษใคร จรรยาบรรณของสื่ออยู่ที่ไหน

20.จากข่าว พอจะเดาได้ว่า หมอผู้หญิงเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนแอ ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง จึงยึดสามี เงินทอง ลูก และไสยศาสตร์เป็นที่พึ่ง ถ้าถามผู้หญิงที่มีการศึกษาสูงทั่วไปว่า
สามีขอหย่าจะยอมไหม ก็จะตอบว่าไม่มีปัญหากันทั้งนั้น ยิ่งได้ส่วนแบ่งในทรัพย์สินมากขนาดนี้ ยิ่งไม่น่าปฏิเสธ เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของผู้หญิง
ไม่ใช่วิ่งตามเกาะผู้ชายทั้งๆที่เขาไม่ต้องการเราแล้ว ที่จุฬาฯ พวกอาจารย์หมอผู้หญิงทั้งหลาย รู้สึกสังเวชใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะทำให้เสียสถาบันผู้หญิง ล่าสุดที่มีปัญหากระทบจิตใจมากก็คือ
ลูกทั้งสองขอไปอยู่กับพ่อ แม่จึงออกอาการผิดหวังอย่างรุนแรง จุดนี้น่าจะเป็นจุดที่ตัดสินใจทำอะไรแบบไม่ยั่งคิด และจะเอาชนะ โดยไม่นึกถึงผลรุนแรงที่ตามมา


จากคุณ : pla2 - [ 27 ก.ค. 50 15:14:15 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

21.สภาพของที่ทำงานก็สำคัญ ถ้าเป็นที่โรงพยาบาลจุฬาฯ คนจะคิดอย่างหนึ่ง ถ้าเป็นที่โรงพยาบาลรถไฟ คนจะคิดอีกอย่างหนึ่ง เช่นกรณีที่เกิดขึ้น ทราบมาว่า ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ
ไม่มีใครแม้แต่ 1 คนที่เชื่อว่าหมอผู้ชายเป็นคนทำ ส่วนที่โรงพยาบาลรถไฟเชื่อกันเกือบทั้งนั้น ระดับสติและปัญญาของคนต่างกัน ย่อมคิดและปฏิบัติต่างกัน

22.สื่อส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในชีวิตน้อย คิดและมองอะไรแคบๆ เพื่อขายข่าวไปวันๆ ตั้งตัวเป็นศาลตัดสินให้เบ็ดเสร็จ ยิ่งในปัจจุบันอะไรๆ ก็ต้องตามสื่อ ตำรวจตัดสินคดีตามสื่อ
ทำให้สื่อได้ใจและขาดความรับผิดชอบ อย่างไม่น่าให้อภัย ชีวิตหมอผู้ชายถูกทำลายทั้งชื่อเสียง และวิชาชีพภายในไม่กี่วัน ทรัพยากรบุคคลที่มีค่าของจุฬาฯ
และของประเทศถูกทำลายจนยับเยิน เขาเป็นหมอชั้นหนึ่ง เก่งแบบหาตัวจับได้ยาก เป็นตัวตั้งตัวตีในเรื่องโคลนนิ่งที่จุฬาฯ รวมถึงเรื่องการผสมเทียม และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านฮอร์โมน
ในระดับโลก ไม่ใช่หมอทำคลอดธรรมๆ ใครไปหาหมอที่ไหนแล้วรักษาไม่หายด้านนรีเวช มาหาหมอคนนี้แล้วไม่เคยผิดหวัง เพียงแต่เป็นหมอที่พูดน้อยมาก ไม่พูดเอาใจคนไข้
ไม่หลอกเอาเงิน ซื่อสัตย์ในวิชาชีพจนเป็นที่รู้กันทั่วไป นอกจากนี้ยังเคยเป็นผู้บริหารระดับสูง คือผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวางแผนของจุฬาฯ ในสมัยที่ศาสตราจารย์ ดร.เทียนฉาย กีระนันทน์
เป็นอธิการบดี

23.สื่อลำเอียงอย่างยิ่ง ไม่มีข้อมูลที่ดีจากฝ่ายชายเลย ไม่เคยปรากฎว่ามีการไปสัมภาษณ์ญาติ เพื่อนร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นหมอหรือพยาบาล เจ้านาย หรือคนไข้ของหมอผู้ชาย
มีแต่สัมภาษณ์พวกเพื่อนฝ่ายหมอผู้หญิง ที่เล่นไสยศาสตร์เหมือนกัน สื่อทั้งหลายน่าจะรู้จักตรวจสอบกันเอง รู้จักทำการบ้าน เหมือนอย่างที่อดีตนายกฯ อานันท์พูดเสมอว่า
สื่อไม่ทำการบ้าน จึงไม่อยากตอบคำถาม

24.เรื่องนี้น่าจะมีการวางแผนกันอย่างเป็นระบบ ในที่สุดตำรวจและสื่อมวลชน น่าจะเป็นตัวตลกในงานนี้ เป็นเครื่องมือให้กับผู้หญิงคนหนึ่งที่สติไม่ดี เหยื่อในงานนี้ก็คือ หมอผู้ชายและลูกๆ
อันที่จริงเรื่องนี้เป็นความขัดแย้ง ตามปกติในสังคม เป็นเรื่องภายในครอบครัว และเป็นเรื่องการแจ้งความคนหาย แต่เรื่องดังมาก เพราะสื่อถูกใช้เป็นเครื่องมือ ขอมองในแง่ดี
คิดว่าสื่อคงไม่ได้รับเงินด้วย บางสื่อโหมกระพือมากเหลือเกินจนผิดสังเกต

25.ขอแนะนำให้มีการสัมภาษณ์ บุคคลที่สนิทสนมกับหมอผู้ชายมาก เพื่อจะได้ข้อมูลอีกด้านหนึ่ง เช่น ศาสตราจารย์ ดร.เกษม สุวรรณกุล นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (โทร
218-3324 หรือ 01-629-3322) หรือ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประมวล วีรุตมเสน เลขาธิการแพทยสภา(โทร 256-4829)

26.ข้อมูลล่าสุด ได้ทราบจากอดีตคณบดีแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่า หมอผู้หญิงคนนี้ ใครๆ ก็จำได้ เพราะไม่ค่อยปกติมาตั้งแต่สมัย เป็นนักเรียนแพทย์แล้ว
สื่อน่าจะไปสัมภาษณ์เพื่อนฝูงและอาจารย์ โดยปกติเรื่องจิตใจของคนที่มีปัญหา มันจะแย่ลงตามลำดับจนยากที่จะเยียวยา

27.หมอผู้ชายมีตำแหน่งใน WHO องค์การสหประชาชาติด้วย เป็นผู้อนุมัติและประเมินโครงการต่างๆของประเทศ ในแถบเอเซียแปซิฟิก เป็นคนไทยคนเดียวที่อยู่ใน board นี้
ต้องเดินทางบ่อยไปตามประเทศ ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านสุขภาพ จะเห็นว่าระดับของงาน ระหว่างหมอผู้หญิงและหมอผู้ชายนั้นผิดกันมาก.

28. สื่อควรช่วยกันตรวจสอบวิธีการสอบสวนของตำรวจ เมื่อเกิดคดี ควรหาความเป็นไปได้หลายประเด็น และแบ่งคณะทำงานหาข้อมูลสนับสนุน แต่ในกรณีนี้ทางตำรวจมุ่งประเด็นเดียว
เพราะง่ายและไม่เสียเวลา สื่อก็เข้าใจตามนี้ได้ง่าย ไม่มีหลักวิชาซับซ้อนที่ต้องทำความเข้าใจ ข้อมูลแวดล้อมที่ควรตรวจสอบเช่น นิสัยใจคอของทั้ง 2 ฝ่าย สภาพจิตของฝ่ายหญิง
การเล่นไสยศาสตร์ของฝ่ายหญิง พื้นเพของทั้ง 2 ฝ่าย การใช้ชีวิตประจำวันของทั้ง 2ฝ่าย เป็นต้น การตั้งประเด็นว่า เมื่อคน 2 คนไม่ถูกกัน คนหนึ่งหายไป อีกคนหนึ่งน่าเป็นผู้ต้องสงสัย
เป็นประเด็นที่ตื้นเกินไป โดยเฉพาะกับคนที่มีการศึกษา และหน้าที่การงานสูง สื่อไม่ควรหูเบาและเป็นเครื่องมือของตำรวจ

29. หมอผู้ชายเป็นผู้แจ้งความคนหาย ควรอยู่ในฐานะผู้เสียหาย และผลของการแจ้งความ ก็ยังมีอยู่อย่างสมบูรณ์ แต่ตำรวจมิได้ทำหน้าที่เท่าที่ควร มุ่งแต่ประเด็นที่จะให้ผู้เสียหาย
กลายเป็นผู้ต้องหา ทำให้หมอผู้ชายสูญเสียอิสรภาพ ถูกดักฟังโทรศัพท์ บ้านถูกค้นหลายครั้งโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ 30-40 นาย ถูกติดตามทุกย่างก้าว ที่โรงพยาบาลมีตำรวจมานั่งเฝ้า
ลูกถูกนำตัวไปตรวจทางพยาธิสภาพ ผู้ที่ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวให้เสียอิสรภาพก็คือ หมอผู้ชาย สื่อควรช่วยกันดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชนและสิทธิส่วนบุคคลด้วย ถ้าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นกับเรา
จะรู้สึกอย่างไร

30. ข้อมูลที่เพื่อนร่วมงานของฝ่ายหญิง เพิ่งเปิดเผยกับทางสื่อโทรทัศน์ เมื่อเวลาผ่านไป 1 เดือน คือ 2-3 วันก่อนที่หมอผู้หญิงจะหายตัวไป หมอผู้หญิงซุกตัวอยู่ในห้องผ่าตัด
ซึ่งไม่เคยทำมาก่อน นี่เป็นข้อมูลที่น่าสนใน ควรขยายผลและสัมภาษณ์เพื่อนร่วมงานเพิ่มเติม

***อ่านแล้วก้อช่วยๆกันคิดหน่อยนะครับ เป็นอีกหนึ่งความคิดเห็น ช่วยๆกัน สังคมจะได้ปลอดคนเลวซักที***

คัดลอกมาจาก http://www.saranair.com/article.php?sid=56


จากคุณ : pla2 - [ 27 ก.ค. 50 15:14:56 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

ทั้งหมดคือเรื่องปกติครับ
ความซวยมันไม่เลือกคนดีหรือคนบ้า
มันไม่เลือกว่ามีหรือจน  

+++++++++++++++++++++++++


คุกตะรางที่สร้างไว้อย่างแน่นหนา
จะขังหมูขังหมาก็หาไม่
คุกขังคนชั่วทั่วๆไป
คนดีๆก็ขังได้ถ้าใส่ความ

+++++++++++++++++++++++++


จากคุณ : bass_kb - [ วันเข้าพรรษา 00:01:55 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

ได้คุยกับลูกศิษย์ของอาจารย์หมอผู้ชายหลายคน บอกว่าอาจารย์เป็นคนดีมาก เป็นอาจารย์ที่น่ารักมาก เค้าไม่เชื่อว่าจะทำอย่างนั้น

และเคยได้ยินมาว่า(อันนี้ไม่แน่ใจนะคะ) เค้าเคยสัมภาษณ์ลูกชายของหมอ ว่าทำไมถึงอยากเรียนนิติศาสตร์ ลูกชายของหมอตอบว่า เพราะเห็นว่าพ่อไม่ได้รับความยุติธรรม

คือพอจะรู้มาเท่านี้ แถมยังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ด้วย คือก็อยากรู้เหมือนกันว่าจริงๆแล้วคุณหมอผู้ชายเป็นคนทำหรือปล่าว ผู้รู้ช่วยแสดงความคิดเห็นกันก็ดีนะคะ


จากคุณ : neini - [ 5 ส.ค. 50 00:21:25 A:203.113.61.71 X: ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

[กติกามารยาท] [Help & FAQ
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่

คลิกเพื่อเลือก : โพสไฟล์ประกอบ / วาดภาพประกอบ / โพสคลิปวิดีโอ
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
แตกประเด็น : ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่

  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ และวาดภาพประกอบ Preview ไม่ได้)  
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom