◀ Previous Next ▶ Up ▲



 
ประเทศไทยตกอันดับน่าลงทุนของญี่ปุ่น vote  

ประเทศไทยตกอันดับน่าลงทุนของญี่ปุ่น

ที่มา  

http://www.nationmultimedia.com/2009/07/22/business/business_30108047.php


นาย ยูฮิอิ โอฮิมิ ผู้แทน JBIC ประจำประเทศไทยกล่าวว่าสถาณการ์ณ์ต่างๆ ทำให้นักลงทุนหันเป้าหมายไปประเทศอื่น ทั้งๆที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมาก

ประเทศไทยเสียโอกาสในการลงทุนดครงการหลายโครงการเพราะความล่าช้าในการตัดสินใจของรัฐบาล เขากล่าวว่า ..... นักลงทุนไม่พร้อมที่จะตดเป็นฝ่ายรอ พวกเข้าพร้อมที่จะตัดสินใจเปลี่ยนการลงทุนไปที่อื่นๆใดในโลกแทนที่ประเทศไทย..... ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องตื่นซักทีและแต่งตัวให้พร้อมที่จะดึงดูดนักลงทุน ไม่งั้นประเทศไทยจะล้าหลังเพื่อนบ้านในอาเซี่ยน ...... นายยุฮิอิกล่าวที่เวทีสัมมนาเรื่อง...วิกฤติประเทศไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติ.....

นาย จูดี้ เบน ผู้อำนวยการหอการค้าสหรัฐประจำประเทศไทย กล่าวในงานเดียวกันว่า นักธุรกิจอเมริกันพิจารณาเลือกที่ความมั่นคงแน่นอนไม่ใช้พิจารณาตรงความเป็นประชาธิปไตย
ท้ายที่สุด นักธุรกิจจึงพึงพอใจที่จะลงทุนใน จีน รัสเซีย และเวียดนาม
หลังรัฐประหารในปี 2006 ก็ตามด้วยการยึดสนามบิน ด้วยพวกประท้วง บรรดานักลงทุนต่างพากันไต่ถามด้วยความไม่มั่นใจและด้วยความกังวลของสถาณการณืที่อาจคาดไม่ถึง อาทิเช่น ประเทศไทยจะยินดีเปิดต้อนรับนักลงทุนต่างชาติหรือเปล่า?

นายเกรก วัตกิน จากหอการค้าอังกฤษกล่าวว่า ราชอาณาจักรไทยควรพิจารณาแก้กฏหมายให้ต่างชาติถือครองที่ดินได้ เพื่อที่จะเสริมสร้างการลงทุนต่างชาติที่เป้นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม..เขากล่าวว่า...... เราเชื่อว่าปัญหาการเมืองยังไม่จบสิ้นลง พูดตรงๆคือการเมืองยังไม่นิ่ง แต่เราเชื่อว่าไม่ว่าสีไหนขึ้นมาก็ตามประเทศไทยก็ยังต้องต้อนรับการลงทุน...
 


นาย โอฮิมิ ผู้แทน JBIC ประจำประเทศไทย บอกตบท้ายว่า ประเทศไทยตอนนี้จัดอยู่ในอันดับที่ห้าที่น่าลงทุน หลังจาก จีน อินเดีย เวียดนาม และรัสเซีย  เพราะว่า มีอุตสาหกรรมสนับสนุนที่แข็งแรง มีแรงงานถูก และตลาดภายในประเทศไทยก็ใหญ่  แต่นักลงทุนญี่ปุ่นต่างพากันบ่นเรื่องความไม่แน่นอนของนโยบายของรัฐบาล
เขาบอกว่าในอดีต ประเทศไทยจัดอยู่อันดับที่สองที่สาม แต่ตอนนี้ประเทศไทยตกอันดับมาอยู่ที่ ห้า เพราะมีการเมืองที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งที่หาทางออกไม่ได้และรุนแรง
เขากล่าวว่า นโยบายของญีปุ่นยังเหมือนเดิม แต่เราพยายามที่จะประสานทั้งทางรัฐบาลและทางภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือแบบ win-win หลังจากเมื่อเดือนตุลาคมทางญี่ปุ่นมีการเปลี่ยนเป้าหมายการสนับสนุนทางการเงินไปทางด้านนภาคการผลิตสินค้าและภาคการลงทุนในรูปแบบหุ้นส่วนภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งทางองค์กรด้านความร่วมมือในการลงทุนระหว่างประเทศของญี่ปุ่นได้เน้นที่โครงการขนาดยักษ์  ตัวอย่างเช่น ล่าสุดนักลงทุนญี่ปุ่นรายใหญ่สองรายได้แก่นิปปอนและเจเอฟอีสนใจลงทุนในโครงการขนาดยักษ์ในด้านเหล็กต้นน้ำในเมืองไทย





Thailand's continuing political instability has deterred many potential foreign investors, says the Japan Bank for International Cooperation


Yuhei Ohmi, the JBIC's chief representative in Thailand, said the situation had led to investors doing business in other countries despite the fact that Thailand had a lot of potential.
Thailand has lost opportunities to turn potential investment projects into reality, largely because of slow government decision-making.
"Investors are not prepared to wait, so they decide to put their investments in other parts of the world instead. It's time for Thailand to wake up and make itself a more attractive investment target; otherwise, it could be left behind by other Asean countries," Yuhei told a forum entitled "International Perceptions of Thailand's Crisis", hosted by the Institute of Security and International Studies.
Speaking at the same event, Judy Benn, executive director of the American Chamber of Commerce in Thailand, said American business people were also looking for consistency, not democracy.
As a result, businesses have preferred to invest in countries like China, Russia and Vietnam.
"Despite the coup in 2006, business was as usual. However, when the airports were shut down due to the protests, they came up with some questions regarding unpredictability and uncertainties. For example, would Thailand continue to be open for foreign business?"
Greg Watkins, executive director of the British Chamber of Commerce in Thailand, said the Kingdom should consider amending some laws and regulations to create a foreign-investor friendly environment, such as allowing them to own property.
"We believe the political problems have not been solved yet, but it is obvious that whichever shade of politics there are, Thailand will always welcome foreign investment," he said.
The JBIC's Ohmi said Thailand was still listed in the five top destinations for Japanese investment, thanks to its high potential in terms of future economic growth, strong supply-chain infrastructure, cheaper labour costs and its large domestic market.
However, he said Japanese firms complained about the political uncertainty, which
cast doubt over government policy.
A JBIC report on foreign business operations by Japanese manufacturing companies ranked Thailand fifth of promising countries for business operations, behind China, India, Vietnam and Russia.
He said Thailand earlier ranked second or third but had dropped to fifth since the country's political turmoil had intensified.
"Our political concern stays the same. However, we try to cooperate with both the government and the private sector to create a win-win situation," he said.
After undergoing a restructuring last October, the JBIC has shifted its financial support to the manufacturing sector and projects under the Public-Private Partnership scheme, while the Japan International Cooperation Agency has concentrated on government mega-projects.
Japanese investors Nippon and JFE, for example, are interested in pushing forward their mega-investment project for upstream steel smelters in Thailand, said Ohmi.

 
 

จากคุณ : รู้คุณ
เขียนเมื่อ : 22 ก.ค. 52 23:41:41





กระทู้ยอดนิยม