◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ราคาน้ำตาลโลกทรุดหนักเหลือแค่ 6.50 บาท/กิโล แล้วทำไมราคาน้ำตาลบ้านเราไม่ลงตามหว่า 18บาทเหมือนเดิม

    ราคาน้ำตาลโลกทรุดหนักเหลือแค่ 6.50 บาท/กิโล

    วิกฤตการณ์อุตสาหกรรมอ้อย-น้ำตาลไทยปะทุ

                 แนวโน้มชีพจรความเคลื่อนไหวของธุรกิจการค้าน้ำตาลในสากลโลกกำลังส่อเค้าลาง
    ของความตกต่ำให้เห็นชัดเจนอย่างยิ่งในรอบปีนี้
                 ระดับราคาน้ำตาลที่ซื้อขายกันในตลาดการค้าน้ำตาลโลก ทั้งในตลาดลอนดอน ประเทศ
    อังกฤษ และในตลาดนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา มีการเคลื่อนไหวในจังหวะสาละวันเตี้ยลง
    อย่างต่อเนื่องมานานนับ 10 เดือนเข้าไปแล้ว
                 ณ ปัจจุบันนี้ราคาเฉลี่ยน้ำตาลในตลาดโลกซื้อขายกันอยู่ที่ประมาณ 8.50 เซ็นต์ต่อ
    น้ำหนัก 1 ปอนด์ หรือประมาณกิโลกรัมละ 6.50 บาทเท่านั้นเอง
                เทียบเคียงราคาน้ำตาลตลาดโลกกับราคาน้ำตาลในบ้านเราแล้ว จะเห็นชัดเจนถึงความ
    เหลื่อมล้ำอย่างน่าเกลียดน่าชังอย่างยิ่งระหว่างราคาตลาดโลกกับราคาท้องถิ่นในประเทศ
                 ขณะที่ค่าเฉลี่ยราคาน้ำตาลตลาดโลกอยู่แค่กิโลกรัมละ 6.50 บาท แต่ราคาเฉลี่ยน้ำตาล
    ในบ้านเรากลับสูงลิบลิ่วถึงกิโลกรัมละ 14 บาทกว่าๆ แตกต่างกัน 1 เท่าตัว
                เหตุปัจจัยสำคัญที่กดดันให้ราคาน้ำตาลตลาดโลกทรุดตัวต่อเนื่องกันมายาวนานถึง 10
    เดือน กระทั่งลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีอย่างที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้ มีเพียงประการเดียว
    เท่านั้นคือปริมาณผลผลิตน้ำตาลสูงท่วมท้นปริมาณความต้องการบริโภคน้ำตาล
                ข้อมูลจากองค์การน้ำตาลระหว่างประเทศ  หรือองค์การน้ำตาลโลก (International
    Sugar Organization-ISO) ระบุชัดเจนว่าปริมาณการผลิต น้ำตาลของโลกในรอบปีการผลิต
    2549/50 ซึ่งจะไปสิ้นสุดลงในสิ้นเดือนกันยายนปีนี้ มีแนวโน้มที่จะล้นตลาดมากถึงประมาณ 10
    ล้านตัน
                ปริมาณน้ำตาลล้นตลาดในปีการผลิตปัจจุบันดังกล่าว นับว่าสูงเกินกว่าที่ ISO ได้เคย      
    พยากรณ์เอาไว้เกือบ 1 ล้านตัน เนื่องจากก่อนหน้านี้ ISO เคยทำนายปริมาณน้ำตาลล้นตลาดในปี
    การผลิตปัจจุบันไว้แค่ 9.2 ล้านตัน แต่สถานการณ์ล่า สุดบ่งชี้ว่าผลผลิตน้ำตาลปีการผลิตปัจจุบัน
    จะล้นตลาดไม่น้อยกว่า 10 ล้านตัน
                 แหล่งผลิตน้ำตาลแหล่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง น้อย 3 แหล่ง คือ บราซิล อินเดีย และ
    ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะมีผลผลิตน้ำตาลล้นตลาดมากที่สุด และเป็นปริมาณผลผลิตน้ำตาลล้น
    ตลาดที่น่าตกอกตกใจอย่างยิ่ง
                 กรณีของบราซิล มีแนวโน้มที่จะมีผลผลิตน้ำตาลล้นตลาดในปีการผลิตปัจจุบันเป็น
    ปริมาณมหาศาลถึงประมาณ 20.4 ล้านตัน โดยมีมูลเหตุหลักมาจากผลผลิตอ้อยที่เป็นวัตถุดิบ
    หลักสำหรับการผลิตน้ำตาลในรอบปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 11% เป็นประมาณ 528 ล้านตัน
                กรณีของอินเดีย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่ง ก็ถูกคาดหมายว่าจะมีผล
    ผลิต น้ำตาลล้นตลาดในรอบปีนี้สูงถึงประมาณ 5.5 ล้านตัน
                มาถึงเมืองไทย ก็เป็นอีกแหล่งหนึ่งที่มีผล ผลิตน้ำตาลมากติดอันดับโลก ก็ได้รับการคาด
    หมาย ว่าปริมาณผลผลิตน้ำตาลในรอบปีการผลิต และปัจจุบันนี้มีแนวโน้มที่จะล้นตลาดประมาณ
    4.2 ล้านตัน
                สถานการณ์ที่ผลผลิตน้ำตาลล้นตลาด และกดดันให้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกทรุดตัวลง
    มาเหลือแค่กิโลกรัมละ 6.50 บาท และอาจตกต่ำหนักยิ่งขึ้นไปอีกในอนาคต เป็นสิ่งที่ดูจะเป็น
    ปัจจัยซ้ำเติมการแก้ไขเยียวยาปัญหาในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลในเมืองไทย ให้เป็นไปด้วย
    ความลำบากยากเย็นเข็ญใจหนักข้อยิ่งขึ้น
               อย่างน้อยที่สุดราคาอ้อยขั้นสุดท้าย ในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ซึ่งต่ำกว่าราคาอ้อย
    ขั้นต้น ที่โรงงานน้ำตาลจ่ายล่วงหน้าให้ชาวไร่ไปแล้ว และจำเป็นต้องได้รับชำระคืนส่วนต่างจาก
    ชาวไร่ ก็จะเป็นโจทย์ข้อใหญ่ให้คณะกรรมการอ้อย และน้ำตาลต้องแก้ให้ได้
                 อย่างน้อยที่สุดฐานะเงินกองทุนอ้อย และน้ำตาล ซึ่งมีหนี้สินล้นพ้นตัวนับเป็นหมื่นๆ ล้าน
    บาท ก็จะเป็นโจทย์อีกข้อที่คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล รวมทั้งรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง
    อุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะต้องขบคิดหาทางออกกันให้
    ได้
                  อนาคตชะตากรรมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทย กำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์
    ครั้งรุนแรงอีกครั้งหนึ่งแล้ว !

    ที่มา : หนังสือพิมพ์ สยามธุรกิจ











    แล้วทำไมน้ำตาลในตลาดถึงราคา18บาท ไม่เห็นลดลงเลย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ราคาตลาดโลกขึ้นไป20 ราคาน้ำตาลบ้านเราก็ขึ้นไปด้วยจาก13ไป18 แล้วตอนนี้ราคาลงจากเกิอบ 20ลงมา 6.50 ทำไมไม่ลดลงตามด้วย ส่วนต่าง 18-6.50=11.50 11.50 นี้ไปอยู่กับใคร

    จากคุณ : Roll on - [ 13 มิ.ย. 50 10:36:49 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม