◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ประเด็นการตรวจสอบงบการเงิน THL

    ประเด็นการตรวจสอบงบการเงินของตลาดหากใครมีโอกาสตามติดงบการเงินอย่างใกล้ชิด จะเห็นว่าส่งที่ตลาดสงสัยว่ามีการดึงรายจ่ายจากปี 49 ไปหมกเม็ดไว้ที่ปี 50 หรือไม่นั้น ถ้าดูจากผลของงบการเงินมันทำให้สงสัยได้ไม่ยาก แมวที่ไหนก็สงสัยได้ทั้งนั้น ซึ่งส่วนตัวผมเชื่อว่า มีความจริงเพียงส่วนหนึ่ง ความจริงนั้นก็คือความประสงค์ที่จะกลับมาเทรดในตลาดให้ได้ภายในเร็ววันของผู้บริหารทุ่งคา อันนั้นไม่เถียง แน่นอนหากผมเป็นเขาผมก็ต้องทำทุกวิถีทางที่จะให้กลับมาเทรดได้โดยเร็วที่สุด แต่หากบอกว่าเพราะไปแต่งงบการเงินให้ดูดีเพื่อกลับเข้ามาเทรด ผมถามว่าแล้วจะมีหน้าโง่คนไหนมากล้าเซ็นต์รับรองงบให้ล่ะครับ ของอย่างนี้ไม่มีใครกล้าเสี่ยงหรอกครับกับวิชาชีพนักตรวจสอบบัญชี แล้วยิ่งพบว่าผู้ตรวจสอบบัญชีซึ่งเซ็นต์รับรองเองคือท่านศาสตราจารย์เกษรี ณรงค์เดช ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงนายกสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ แล้วด้วยงานนี้บอกได้เลยว่า ผู้ที่จะตรวจสอบท่านคงต้องขอบอกว่าเล่นของสูงซะแล้ว งานนี้ขอให้เก็บไปคิดเป็นการบ้านเอาเองครับ

    สิ่งที่ผมจะชี้ให้เห็นงบการเงินปี 2549 ของ THL นั้นไม่น่ากังวลก็คือ หากท่านๆไปอ่านวรรคอธิบายในรายงานประกอบงบการเงินหน้าแรกโดยท่านศ.เกษรีนั้น จะเห็นว่าได้ถูกเขียนเอาไว้ดังนี้

    “ข้าพเจ้าเห็นว่า งบการเงินข้างต้นนี้แสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 ผลการดำเนินงานและกระแสเงินสดสำหรับปีสิ้นสุดวันเดียวกันของ บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย และเฉพาะของบริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) โดยถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป โดยไม่เป็นเงื่อนไขในการแสดงความเห็นต่องบการเงิน”


    (นางเกษรี ณรงค์เดช)
    ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
    เลขทะเบียน 76


    สำนักงาน เอ.เอ็ม.ที แอสโซซิเอท
    กรุงเทพมหานคร
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2550


    นักบัญชีด้วยกันจะพึงทราบได้ในทันทีว่าเป็นการแสดงความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไขซึ่งเป็นรูปแบบที่น่าเชื่อถือที่สุด รองลงมาคือ การแสดงความเห็นแบบ “มีเงื่อนไข” ซึ่งก็ยังดีกว่า คำว่า “ไม่ถูกต้อง” และที่หนักกว่าเพื่อนคือ “ไม่แสดงความเห็น” ต่องบการเงินนั้น (กรณีรอยเนตนั้นผู้ตรวจสอบบัญชีใช้คำว่า “ไม่ถูกต้อง”ลงในรายงาน)

    เมื่อตรวจสอบงบการเงินของ THL โดยละเอียดแล้วพบว่ามีประเด็นเดียวที่ตลาดมีสิทธิ์ที่จะชี้ให้แก้ไขได้ก็คือ รายจ่ายให้กระทรวงการคลังเป็นเงิน 4 ล้านบาท เนื่องจากเป็นส่วนคาบเกี่ยวโดยแม้ว่าเป็นรายจ่ายของปี 2549 ก็จริงแต่ก็สามารถอธิบายได้เนื่องจาก รายจ่ายส่วนนี้ในปี 49 ยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะชำระเป็นทองคำหรือเงินสด ซึ่งกระทรวงการคลังได้สรุปให้ชำระเป็นเงินสด ตามราคาประกาศทองคำของกรมอุตสาหกรรมเหมืองแร่ หลังวันปิดงบของปี 2549 ไปแล้ว แต่หากตลาดจะสั่งแก้ประเด็นนี้ ก็จะทำให้งบการเงินปี 2549 เป็นบวกอยู่ดี จาก 6 ล้าน เหลือ 2 ล้านบาท ซึ่งก็มีศักดิ์และสิทธิ์ที่จะขอกลับเข้ามาในตลาดได้อยู่ดี

    แล้วจะถามว่างั้นผู้บริหารเขาซ่อนกลไว้ยังไงล่ะถึงทำงบปี 49 ออกมาสวยหรูผิดกับปี 50 แบบหน้ามือเป็นหลังเท้าอย่างนี้ คำตอบก็คือเขาเร่งรัดรายได้ของเขาในปี 49 น่ะสิครับ จะไปยากอะไร ผลิตทองคำมาตั้งแต่ไตรมาส 3 มีกำไร 17 ล้าน กับกำไรไตรมาส 4 อีก 50 ล้าน ก็พี่ท่านเล่นเอาสินแร่ความสมบูรณ์สูงในส่วนชั้นออกไซด์ชั้นบนสุด ซึ่งเป็นดินล้วนๆ(ง่ายสุด) เข้าสู่กระบวนการผลิต (เท่าที่ทราบ อัดไปตั้ง 3-4 ppm) ทองมันก็ออกมาเป็นเทน้ำเทท่า ส่วนปี 50 พี่ท่านก็เลยลด cut off grade ลงจาก 1.1 ลงเหลือ 0.6 ppm ทำให้ความสมบูรณ์เฉลี่ยลดฮวบจาก 3 ppm เหลือ 1.6-1.9 ppm ถามว่าทองมีน้อยรึ ก็ตอบว่าเปล่า ทองน่ะมันยังอยู่ในภูเขาของมันนั่นแหละ แต่ส่วนความสมบูรณ์สูง 6-10 ppm น่ะมันอยู่ในรูปหินซัลไฟต์เสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งต้องรอการติดตั้ง เครื่องบดย่อยอีกลูก 2 ลูก ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในสิ้นปี ถามว่าแล้วเอาเงินที่ไหนมาทำล่ะ บริษัทก็จนซะขนาดนี้ ข้อนี้ยิ่งตอบง่ายใหญ่ ก็เงินกู้ดอยช์แบงค์ยังไงล่ะท่าน คืนหนี้พร้อมค่าปรับ Exim ไปแล้ว 12 ล้านเหรียญ ก็ยังเหลือเงิน ตั้ง 13 ล้านเหรียญ ปัญหาตอนนี้ที่น่าหนักใจมีเพียงประการเดียวคือจะผลิตทองได้พอส่งมอบด๊อยช์แบงค์ไหมเท่านั้นเองครับ เดือนละ 2,083 ออนซ์ แต่เท่าที่สอบถามดูเห็นว่าตอนนี้บริษัทพยายามเปิดหน้าเหมืองเพิ่ม โดยเฉพาะเขาอีกลูกซึ่งอยู่ในสัมปทานเฟสแรก อยู่แล้วก็คือ T1-8(ภูซำป่าคาว) ซึ่งมีออกไซด์ค่อนข้างมากและความสมบูรณ์เฉลี่ย 3 ppm ขึ้นไป มี Ore ประมาณ 300,000 ตัน (ซึ่งอัตราการผลิตตรงนี้สามารถใช้ได้ถึง 8-12 เดือน) เพราะที่ภูทับฟ้าสินแร่ออกไซด์ ความสมบูรณ์เพียง 1.8 ppm ยังใช้ได้อีกไม่เกิน 7 เดือนก็จะหมดลง

    ส่วนงบปี 50 ที่มันสุดจะโหลยโท่ยก็อธิบายไม่ยากครับ ก็แร่ทองพี่ท่านอัดไปจนเต็มแมกซ์แล้วขณะที่ การขยายกำลังการผลิตยังไม่ไปถึงไหน มันก็เลยต้องดิ้นหาออกไซด์ฝุ่นทองหน้าดินอื่นๆมาป้อนเพื่อให้เพียงพอเพราะลองปนกับพวกทรานซิชั่นและซัลไฟต์แล้วไม่เวิร์ค (เป็นสาเหตุหนึ่งให้ต้องเติมน้ำยาเคมีเพิ่มเพื่อกัดทองให้มากที่สุด) ขณะที่ธุรกรรมกับดอยช์แบงค์พึ่งมาทำกันในไตรมาส 1 รายจ่ายต่างๆเลยมาอัดกันหมดในไตรมาสนี้เองครับ ดังนั้นการบ้านของเขาคือทำอย่างไรให้ทองออกมามากสุดอย่างน้อยๆต้องส่งดอยช์แบงค์ได้เท่านั้นเองครับ

    ที่พูดมายืดยาวทั้งหมดเป็นข้อมูลล้วนๆ ไม่ได้เชียร์หุ้น (เดี๋ยวจะมาหาว่านาย Korn09 พาไปดอยทับฟ้ากันอีก) และก็ไม่ได้ประสงค์จะกดหุ้นที่รักของท่าน ดังนั้น อ่านแล้วคิดก่อนวิจารณ์กันนะท่านที่รัก ไปหละ

    จากคุณ : Korn09 - [ 19 พ.ค. 50 19:10:00 A:124.121.152.3 X: TicketID:144166 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม