◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ++ ถึงเวลาประกันสังคมไถ่บาป ที่ทำลายความมั่งคั่งของชนชั้นแรงงาน ++

    เชื่อหรือไม่ ประกันสังคมเป็นกลไกการ "บังคับออม" ได้ทำลายความมั่งคั่งของชนชั้นแรงงานอย่างมาก จนหลายคนต้องตกอยู่ในวังวนแห่งหนี้สิน

    ยกตัวอย่าง แรงงานที่มีรายได้พอดีรายจ่ายที่ 1.5 หมื่นบาท แต่เมื่อเข้าประกันสังคม เขาถูกบังคับออม 6%(ลูกจ้าง 3% และนายจ้าง 3%) เข้ากองทุนสงเคราะห์ชราภาพ ดังนั้น 1 ปี เขาออมเงินได้แล้ว 1.08 หมื่นบาทต่อปี ดูเหมือนเป็นการดีที่เขาได้ออมเงิน แต่ความจริงแล้วมิใช่เช่นนั้นเลย เพื่อให้พอกับค่าใช้จ่ายเขาต้องไปกู้เงินจากสินเชื่อบุคคลหรือบัตรเครดิต 1.08 หมื่นบาทต่อปีเช่นกัน เพื่อให้รายได้สมดุลกับรายจ่าย
    ซึ่งนั่นก็หมายถึง มีสินทรัพย์การออม และ หนี้สินเท่ากัน คือ 1.08 หมื่นบาท ไม่น่าจะมีปัญหา....
    แต่ความจริงก็กลับตรงกันข้าม เพราะ ประกันสังคมทำผลตอบแทนต่อปีได้ที่ 4.5% ขณะที่สินเชื่อบุคคลต้องจ่าย ดบ.สูงถึง 25% ต่อปี
    เมื่อลองคิดคำนวณดูแล้ว เงินประกันสังคมจะเพิ่มทุกปี 1.08 หมื่นบาท และ ได้ดบ. 4.5% ทบต้น ดังนั้นเมื่อผ่านไป 10 ปี เขาจะมีเงินเก็บถึง 1.4 แสนบาท ไม่เลวเลยใช่ไหมครับ
    แต่ในด้านหนี้สิน หนี้เพิ่มทุกปี 1.08 หมื่นบาท และโดน ดบ. 25% ทบต้นเช่นกัน หนี้สินจะสูงถึง 4.5 แสนบาททีเดียว นั่นหมายถึง เขากลายเป็นบุคคลมีหนี้สินสุทธิ 3.1 แสนบาทไปแล้ว (หนี้สินสุทธินี้สูงถึง 20 เท่าของเงินเดือน1.5 หมื่นบาท)
    และหากยืดเวลาเป็น 20 ปีแล้วละก็ ตัวเลขยิ่งน่าตกใจ เขาจะมีเงินออมในประกันสังคม 3.5 แสนบาท แต่ด้านหนี้สินจะสูงถึง 4.6 ล้านบาท นั่นหมายถึง เขาจะกลายเป็นผู้มีหนี้สินสุทธิ 4.3 ล้านบาท หรือเกือบ 300 เท่าของเงินเดือน.... เข้าข่ายล้มละลายไปเรียบร้อยแล้ว

    จากมนุษย์เงินเดือนที่ใช้เงินหมดเดือนชนเดือน พอเอาตัวรอดได้ ระบบประกันสังคมกลับบีบให้เขากลายเป็นคนที่ต้องกู้หนี้ยืมสินจากสินเชื่อเงินด่วน ดบ.สูงลิ่ว และ ติดหนี้สูงถึงหลายสิบหลายร้อยเท่าของเงินเดือนไป ด้วยกลไกแห่งส่วนต่างของ ดบ.การออม และ ดบ.ของหนี้สินที่ต่างกันลิบลับ
    ความมั่งคั่งนี้ไปอยู่ที่ไหน .... ไปอยู่ที่ผู้ถือหุ้นของ นอนแบงก์อย่าง อิออน อีซี่บาย KTC ละมั้งครับ ราคาหุ้นของ อิออนสูงกว่าพาร์ถึง 47 เท่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ตั้งแต่แรกนอนยิ้มเลยละครับ

    ผมขอเรียกร้องให้ประกันสังคม เปิดช่องการไถ่บาปนี้ ด้วยการให้โอกาสผู้ประกันตนสามารถยืมเงินจากส่วนการออมเพื่อสงเคราะห์ชราภาพออกมาได้ เพื่อทำการ refinance สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ดบ.สูงลิ่วนั้นเสีย หากเราปล่อยไปเนิ่นนานกว่านี้ จะมีบุคคลล้มละลายตามมาอีกมากแน่นอน

    เงิน 4.3 แสนล้านซึ่งเป็นความั่งคั่งอย่างมาก ของประกันสังคมนั้น ได้ทำให้ผู้ใช้แรงงานระดับล่าง ที่มีรายได้ไม่ค่อยพอรายจ่ายเข้าวังวนของสินเชื่อดบ.แพงลิ่ว หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลก็โตเอาๆ เช่นกัน ตอนนี้คงสูงถึงราว 6 แสนล้านได้แล้ว การบังคับออมกับคนที่ไม่สามารถจะออมได้นั้น ก็เหมือนการฆ่าเขาทางการเงินแบบอ้อมๆ นั่นเอง
    ปัจจุบันภาระการผ่อนหนี้.... ทำให้คนไม่เหลือเงินติดกระเป๋าที่จะมาจับจ่ายใช้สอยได้ ไม่ใช่เพราะไม่มั่นใจการเมืองอะไรหรอกครับ ศก.ก็ซบเซาฝืดมากๆ

    ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และ กบข. ควรจะต้องศึกษาการปล่อยกู้ของกองทุนบำนาญอเมริกา อย่าง IRA, 401K ไว้ด้วยเช่นกัน ว่าควรกำหนดเงื้อนไขอย่างไรบ้างสำหรับผู้ประกันตนและสมาชิก

    เราต้องเปิดช่องให้ให้มีการถอนเงินบำนาญออกมาได้หากมีความจำเป็น....เช่นในภาวะน้ำมันและค่าครองชีพที่สูงเช่นนี้ ไม่ใช่บังคับออมตลอด และ ผลักดันพวกเขาให้เข้าสู่วังวนหนี้สินและล้มละลายในที่สุด

    ผมเชื่อว่าต้องรีบทำด่วนที่สุด กองทุนบำนาญทั้งหลายต้องปล่อยสินเชื่อ 10 ปี ดบ. 9-10% ภาระผ่อนจะเหลือเพียง 1.2% ของยอดสินเชื่อเท่านั้น ผุ้ใช้แรงงานที่ตอนนี้ภาระหนี้ไม่มากจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ให้ผ่านไปได้มีเงินเหลือในกระเป๋ามากขึ้น กองทุนเองก็จะได้รับผลตอบแทนมากขึ้น เงินที่ผ่อนก็หักจะสลิปเงินเดือนโดยตรงได้เลย นี่เป็นการกู้เงินที่แต่ละคนออมไว้ ดังนั้นความเสี่ยงจึงเป็นศูนย์สำหรับกองทุนที่ปล่อยกู้ เชื่อได้ว่าคนที่จะเบี้ยวเป็น NPL จะน้อยมากๆ

    ไม่มีเวลาเหลือมากแล้ว รัฐฯ และ กองทุนบำนาญโดยเฉพาะประกันสังคม ต้องรีบปลดล็อคตรงนี้ด่วน การบังคับออม เป็นต้นเหตุที่ทำให้คนไม่เหลือเงินติดกระเป๋าในปัจจุบัน ศก.กำลังซบเซาหนัก อย่ายืดเวลาไปกว่านี้เพื่อผลักให้ผู้ใช้แรงงานจำนวนมาก ต้องติดหนี้สินรุงรังและเข้าข่ายล้มละลายเลยครับ.....
    ต้องรีบทำเพื่อช่วยพวกเขาด่วน และ เพื่อกระตุ้นศก.โดยรวมโดยไม่ต้องใช้เงินรัฐฯ แม้แต่บาทเดียวด้วย

    จากคุณ : ryuken - [ 27 เม.ย. 50 05:29:24 A:125.24.8.205 X: TicketID:143864 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม