◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    เช็คบิลภาษีสรรพสามิตโทรคมฯ ระวัง ประชาชนตกเป็นตัวประกัน [กลุ่มสื่อสาร]

    ระวังกลุ่มสื่อสารหน่อยนะครับ haha

    ระหว่างสัปดาห์ที่ผ่านมา วงการโทรคมนาคมไทยมีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเกิดขึ้น นั่นคือ การที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี พยายามที่จะยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2546 ที่กำหนดให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ ทีโอที และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ กสท เป็นผู้จ่ายภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมแทนเอกชนผู้รับสัมปทาน



    โดยความพยายามดังกล่าว มีความชัดเจนมากขึ้นหลังจาก นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ได้เข้าหารือกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 พ.ย. นายสิทธิชัยก็ได้นำประเด็นปัญหาเดียวกันเข้าหารือกับ พล.อ.สุรยุทธ์ และผู้ที่เกี่ยวข้องมาแล้ว



    สำหรับเนื้อหาของการแก้ไขปัญหา นายสิทธิชัย เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 ธ.ค. 2549 กระทรวงไอซีทีจะเสนอต่อที่ประชุม ครม. เพื่อขอให้ยกเลิกมติ ครม. เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2546 ที่ให้คู่สัญญาสัมปทานนำภาษีสรรพสามิตมาหักออกจากส่วนแบ่งรายได้ที่จ่ายเป็นค่าสัมปทานให้กับทีโอทีและ กสท เพราะไม่เป็นธรรมต่อทั้งทีโอทีและ กสท ที่จะต้องมารับภาระจ่ายภาษีแทนเอกชนคู่สัญญาสัมปทาน ตั้งแต่ปี 2546-2549 คิดเป็นมูลค่า 39,152 ล้านบาท



    รมว.ไอซีที เปิดเผยอีกว่า นอกจากจะเสนอให้ยกเลิกมติ ครม. เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2546 แล้ว กระทรวงไอซีทียังเสนอให้มีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตลงจากปัจจุบัน คือ โทรศัพท์พื้นฐานจัดเก็บในอัตรา 2% และโทรศัพท์มือถือจัดเก็บในอัตรา 10% เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชน ส่วนจะปรับลดลงในอัตราเท่าใดนั้น อยู่ที่การพิจารณาของกระทรวงการคลังที่ยึดหลักการร่วมกันว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน



    “กระทรวงไอซีทีและกระทรวงการคลังพิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่า การแก้ปัญหาภาษีสรรพสามิตโทรคมฯ จะยึดหลักการว่า ประชาชนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือจะต้องไม่ได้รับความเดือดร้อน ส่วนประเด็นจะมีผลบังคับย้อนหลังกับเอกชนหรือไม่ ส่วนตัวไม่อยากให้มีการจัดเก็บจากเอกชนย้อนหลัง เพราะเอกชนทำตามมติ ครม. ไม่ได้มีความผิด โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะเริ่มจัดเก็บในอัตราใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2550 เป็นต้นไป” นายสิทธิชัย กล่าวทิ้งท้าย    



    จากแนวคิดการให้เอกชนเป็นผู้จ่ายภาษีสรรพสามิตโทรคมฯ นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซิอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสพร้อมปฏิบัติตามเรื่องการจ่ายภาษีสรรพสามิต แต่รัฐบาลต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า จะให้จ่ายอย่างไรและอัตราเท่าไร อย่างไรก็ตาม ทางออกในเรื่องดังกล่าว คือ อาจจ่ายที่ 0% หรือ 1.5% ก็ได้ เพราะถ้ามากเกินไปจะเป็นภาระของเอกชนที่สุดท้ายก็จะตกอยู่กับผู้บริโภค  



    “รัฐจะให้จ่ายอย่างไรเงินก็ออกจากกระเป๋าเท่าเดิมแล้วแบ่งเข้ารัฐ ถ้าเห็นว่า ที่ผ่านมา ไม่ถูกต้องก็ไม่เป็นไร จะให้จ่าย 2 กระเป๋า กระเป๋าละเท่าๆ กันก็ไม่เป็นไร จะให้จ่าย 2 กระเป๋าเท่าๆ กันก็ได้ แต่ภาระความซ้ำซ้อนทั้งหมดสุดท้ายก็จะต้องกลับไปสู่ผู้บริโภค เพราะเป็นการทำธุรกิจตามปกติ ไม่ว่าจะค้าขายอะไรก็ต้องคำนวณต้นทุนตามปกติอยู่แล้ว” กรรมการผู้ อำนวยการ เอไอเอส กล่าว



    ด้าน นายซิคเว่ เบรกเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าว ถึงเรื่องเดียวกันว่า ภาษีสรรพสามิตเป็นเรื่องของการจัดเก็บจากสินค้าฟุ่มเฟือย แต่โทรศัพท์มือถือไม่ใช่สิ่งฟุ่มเฟือย อย่างไรก็ตาม หากถูกผลักภาระมาอยู่ที่ผู้ให้บริการที่ต้องแบ่งต้นทุนให้รัฐอยู่แล้ว สุดท้ายผลกระทบก็จะตกอยู่ที่ผู้บริโภค เพราะธุรกิจนี้ จำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมหาศาลในการติดตามเทคโนโลยีและลงทุน



    ขณะที่ นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลต้องการให้มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมฯ จากเอกชนโดยตรงว่า การยกเลิกมติ ครม.ชุดรัฐบาลทักษิณแล้วให้เก็บจากเอกชนโดยตรงต้องทำทั้งโทรศัพท์มือถือและโทรศัพท์พื้นฐาน ที่เป็นไปตาม ที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่ให้หักจากส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาสัมปทาน และจะต้องเอาผิดกับ ครม. ชุดนั้นด้วย



    ผ.อ.วิจัยด้านเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ ทีดีอาร์ไอ วิเคราะห์ว่า เมื่อมีการยกเลิกมติ ครม. และเอกชนต้องจ่ายทั้งส่วนแบ่งรายได้และภาษีสรรพสามิตเองจะทำให้เอกชนออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกการจัดเก็บ เพราะเป็นการเพิ่มภาระให้กับเอกชนและกระทบไปถึงผู้บริโภคในที่สุด อย่างไรก็ตาม ความจริงแล้วไม่มีประเทศใดที่จัดเก็บภาษีสรรพสามิตในธุรกิจโทรคมนาคม เพราะเป็นสิ่งจำเป็น โดยวิธีการแก้ไขปัญหา คือ ให้ปรับลดอัตราภาษีให้เหลือ 0%



    “เห็นชัดเจนว่า ครม.ชุดที่แล้วทำผิดกฎหมาย คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยแล้วก็ไม่สนใจ โดยมติ ครม.ที่ออกมาถือเป็นการเลือกปฏิบัติ คือ ทีโอทีและ กสท ต้องจ่ายภาษีจากส่วนแบ่งรายได้ แต่บริษัทที่รับสัญญาสัมปทานกับทีโอที และ กสท จ่ายเพียงหลอกๆ เท่านั้น ดังนั้น เมื่อรัฐบาลชุดนี้ ยกเลิกพระราชกำหนด หรือ พ.ร.ก. เดิมไป ก็จะนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายในอนาคต” นายสมเกียรติ กล่าวทิ้งท้าย    



    นับเป็นความพยายามในการยกเลิกมติ ครม. เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2546 ที่กำหนดให้ทีโอทีและ กสท เป็นผู้จ่ายภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมแทนเอกชนผู้รับสัมปทานอันเป็นจัดการกับความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาลชุดที่แล้ว อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าว ถือเป็นเรื่องดี แต่ในทางปฏิบัติยังจะต้องหามาตรการในการคุ้มครองผู้บริโภคเอาไว้ด้วย เพราะเพียง แค่นี้ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือก็ส่งเสียงข่มขู่แล้วว่า หากรัฐบาลให้เสียภาษีสรรพสามิตเอง ค่าบริการต้องแพงขึ้นอย่างแน่นอน...  


    http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology03a&content=29348

    จากคุณ : HaHaHa - [ 8 ธ.ค. 49 14:49:06 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม