◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    คนที่ไม่มีวันแก่

    คนที่ไม่มีวันแก่

    ดาราฮอลลีวูดมักมีภาพของความฉาบฉวย หวือหวา เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ เต็มไปด้วยข่าวซุบซิบนินทา คนในวงการมายาไม่น้อยไม่ยอมแก่ทางกายภาพด้วยการทำศัลยกรรมตกแต่ง และพยายามปกปิดรอยย่นบนใบหน้าอย่างสุดชีวิต เพื่อรั้งเวลาในสถานะดาราให้นานที่สุดก่อนโรยแสง เป็นโลกของเปลือกนอกโดยแท้

    แต่ข้อนี้ไม่เป็นความจริงไม่เสมอไป มีตัวอย่างชาวเมืองมายาไม่น้อยที่ขยันขันแข็ง มีสมอง ทำงานหนัก และแก่อย่างสง่างาม

    คลินท์ อีสต์วูด เริ่มต้นด้วยการเป็นนักแสดงหนังเกรด บี เขาโด่งดังครั้งแรกจากบทมือปืนนิรนามในหนังคาวบอยอิตาลีที่เรียกว่า คาวบอย สปาร์เก็ตตี้ สวมเสื้อคลุมดำยาว ขี่ม้าสู้คนร้าย (ทั้งที่ความจริงเขาเป็นโรคภูมิแพ้เมื่ออยู่ใกล้ม้า!) ถือปืนแบบมาดแมน ยิงปืนแม่นอย่างหาตัวจับยาก ยิงก่อนพูดทีหลัง (บุคลิกมือปืนนิรนามนี้สร้างแรงบันดาลใจให้ สตีเฟน คิง สร้างตัวละครมือปืนในนวนิยายเรื่องหนึ่งของเขาในเวลาต่อมา) ภาพลักษณ์คาวบอยฝังในตัวเขาจนยากสลัดออก แม้แต่ในชื่อของเขา! (หากสลับอักษรชื่อของเขา Clint Eastwood จะได้คำว่า Old West Action)

    เขาสลัดคราบคาวบอย หันไปสวมชุดนอกผูกไทถือปืนกระบอกโตวิ่งไล่ยิงคนร้ายในชุด เดอร์ตี้ แฮร์รี อีกหลายตอน ยิงก่อนพูดทีหลังเช่นกัน โด่งดังไปทั่วโลก

    แต่เขาไม่ต้องการยึดติดกับสถานะดาราและบุคลิกที่ผู้สร้างหนังต้องการให้เขาเป็น แล้วก็รอเวลาดับแสงเช่นเดียวกับดาวดวงอื่นๆ

    เขาไม่ยอมรอถึงวันนั้น

    การทำงานเพื่อรักษาชื่อเสียงเป็นเรื่องหนึ่ง การทำงานเพราะอยากทำเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และนั่นหมายถึงความกล้าเปลี่ยนแปลง

    เมื่อไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นว่าตนเองจะต้องเป็นดาวจรัสแสงตลอดกาล ก็กล้าทำในสิ่งที่อยากทำจริงๆ กล้าเริ่มต้นใหม่ในทิศทางใหม่

    เมื่อเขารับบทหนังเรื่อง Every Which Way But Loose (เรื่องของคนขับรถที่เดินทางไปกับลิงอุรังอุตังเพื่อตามหารักเก่า) คนรอบตัวเขาบอกว่า “อย่าเล่นหนังเรื่องนี้เลย มันไม่ใช่คุณ”

    เขาตอบว่า “ไม่มีอะไรเป็นตัวผมหรอก ผมเป็นเพียงความว่างเปล่า”

    คนที่ว่างเปล่าคนนี้ยังร้องเพลง เล่นหนังเพลง แล้วลอกคราบอีกครั้ง

    เมื่อเขาสลัดเปลือกของดาราหนังมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ หลายคนเชื่อว่าเขาก็เหมือนดาราหนังหลายคนที่เห็นงานกำกับการแสดงเป็นของเล่น เพื่อสนองความอยากชั่วคราว และคงไปได้ไม่กี่น้ำ

    ผ่านการกำกับหนังไป 27 เรื่อง ไม่มีใครคิดว่าเขาทำอะไรเล่นๆ อีกต่อไป



    คนแก่จำนวนมากแก่ตามกติกาของสังคม คนไม่น้อยมองคนแก่เป็นคนไร้ค่า ด้วยประโยคที่ว่า “อยู่บ้านเลี้ยงหลานเถอะ” หรือ “ถึงเวลาเข้าวัดเข้าวาได้แล้ว”

    ในวัยเจ็ดสิบหก เขายังไม่ยอม “อยู่บ้านเลี้ยงหลาน” และ “เข้าวัดเข้าวา” ตรงกันข้าม เขากลับสร้างงานทีเดียวถึงสองเรื่อง เรี่ยวแรงอาจอ่อนล้าลง แต่พลังใจไม่เคยพร่อง

    ผู้คนถามว่า “คุณทำได้ยังไง?”

    เขาตอบว่า "ผมก็ไม่แน่ใจนะ เราเพียงแต่ทำงาน แล้วปั่นให้สุดสุดไปเลยว่ะ”

    ไม่ต้องพูดมาก ไม่ต้องลากยาว ลงมือทำ!

    เขาบอกว่า “ชีวิตไม่ใช่แผนการใหญ่ ชีวิตของผมถูกขับเคลื่อนโดยงาน”

    อีสต์วูดทำงานหนัก สร้างหนังเรื่องชนเรื่อง ทำงานหลากหลาย และที่สำคัญที่สุดคือ ทำงานตามหัวใจ

    เขาเชื่อในเสรีนิยม เขาบอกว่า “คุณสร้างปรัชญาชีวิตของคุณเอง สำหรับผมชอบมุมมองของนักเสรีนิยม ซึ่งหมายถึงไม่ต้องไปยุ่งกับชีวิตคนอื่น... คนเราสมควรสามารถจะเป็นในสิ่งที่พวกเขาต้องการจะเป็น และทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการ ตราบที่ไม่เป็นอันตรายต่อคนอื่น”

    อีสต์วูดไม่ชอบความจำเจ ชอบสร้างงานที่เขาไม่เคยทำมาก่อน เขาว่า "ผมไม่รู้ว่าผมจะทำอะไรเป็นชิ้นต่อไป อาจเป็นงานตลก อาจเป็นงานดรามา แต่ที่แน่ๆ มันจะเป็นงานที่แตกต่างออกไปสำหรับผม"

    เพราะเขาไม่เห็นว่าจะทำงานที่เคยทำไปแล้วซ้ำอีกทำไม

    เพราะเขาเชื่อว่างานศิลปะไม่มีจุดสูงสุด เส้นทางแห่งศิลปะน่าหลงใหลก็เพราะมันมีความใหม่รอถือกำเนิดอยู่เสมอ

    เขาไม่เชื่อว่างานศิลปะจะต้องส่งอิทธิพลเปลี่ยนแปลงสังคม

    “หากคิดอย่างนั้น คุณอาจจะหลงทางได้ง่ายดาย ครั้งหนึ่งปรมาจารย์ภาพยนตร์ อัลเฟรด ฮิทช์คอกซ์ เห็นผมพยายามวิเคราะห์ความหมายของหนังของเขา บอกผมว่า ‘คลินท์ คุณต้องจดจำไว้ มันเป็นแค่หนังนะโว้ย!’ ”

    คลินท์ อีสต์วูด บอกว่า "คุณไม่มีทางไปถึงจุดที่คุณเป็นศาสตราจารย์ จุดที่คุณคิดว่า 'ฉันจะนั่งพักละ เพราะฉันรอบรู้ทุกอย่างแล้ว' คุณเป็นนักเรียนตลอดเวลา ก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา"

    เพราะเมื่อเรายอมรับว่าเราไม่สมบูรณ์ และกล้าเปลี่ยนแปลง กล้าทดลองทำสิ่งใหม่ๆ กล้าเดินไปในทางที่ไม่เคยเดินมาก่อน กล้าเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยไม่แยแสตัวเลขอายุของตัวเอง เราก็สามารถมีชีวิตที่สนุกได้ตลอดไป และไม่มีวันแก่



    หมายเหตุ : คลินท์ อีสต์วูด เป็นผู้กำกับการแสดงที่อายุมากที่สุดในโลกตอนรับรางวัลออสการ์

    วินทร์ เลียววาริณ
    www.winbookclub.com
    2 มิถุนายน 2550  


    คมคำคนคม
    Age is an issue of mind over matter. If you don't mind, it doesn't matter.

    Mark Twain
    (แปลเป็นภาษาไทยไม่สวยเท่าภาษาอังกฤษครับ เพราะเป็นการเล่นสำนวน ความหมายคือ อายุเป็นเรื่องของความคิดเหนือกาย ถ้าคุณไม่แยแสมัน มันก็ไม่มีความหมายอะไรกับคุณ)

     
     

    จากคุณ : ใบหูมังกร - [ 2 มิ.ย. 50 12:54:53 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม