◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    กรรมฐานที่สั้น และไม่ยุ่งยาก ให้สำเร็จเป็นพระโสดาบันภึงเป็นพระอรหันต์ได้

    อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต
    ๙. มรณัสสติสูตรที่ ๑



              [๒๙๐] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทสร้างด้วยอิฐใกล้บ้านนาทิกคาม ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุ  ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า


               ดูกรภิกษุทั้งหลาย  มรณัสสติอันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมมีผลมากมีอานิสงส์มาก หยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นที่สุด


              ดูกรภิกษุทั้งหลาย  เธอทั้งหลายย่อมเจริญมรณัสสติหรือ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสถามอย่างนี้ ภิกษุรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้ข้าพระองค์ก็เจริญมรณัสสติ ฯ


              พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอเจริญมรณัสสติอย่างไร ฯ


              ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์คิดอย่างนี้ว่า โอหนอเราจะเป็นอยู่ได้ตลอดแค่คืนหนึ่งวันหนึ่ง เราควรใส่ใจคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค เราควรทำหน้าที่ให้มากหนอ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เจริญมรณัสสติอย่างนี้แล ฯ


              ภิกษุอีกรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้ข้าพระองค์ก็เจริญมรณัสสติ ฯ


              พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอย่อมเจริญมรณัสสติอย่างไร ฯ


              ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์คิดอย่างนี้ว่า โอหนอเราจะเป็นอยู่ได้ตลอดวันหนึ่ง เราควรใส่ใจคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค เราควรทำหน้าที่ให้มากหนอ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เจริญมรณัสสติอย่างนี้แล ฯ


              ภิกษุอีกรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้ข้าพระองค์ก็เจริญมรณัสสติ ฯ


              พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอย่อมเจริญมรณัสสติอย่างไร ฯ


              ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์คิดอย่างนี้ว่า โอหนอเราจะเป็นอยู่ชั่วขณะที่ฉันบิณฑบาตมื้อหนึ่ง เราควรใส่ใจคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค เราควรทำหน้าที่ให้มากหนอ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เจริญมรณัสสติอย่างนี้แล ฯ


              ภิกษุอีกรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้ข้าพระองค์ก็เจริญมรณัสสติ ฯ


              พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอย่อมเจริญมรณัสสติอย่างไร ฯ


              ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์คิดอย่างนี้ว่า โอหนอเราจะเป็นอยู่ชั่วขณะที่เคี้ยวคำข้าวสี่คำกลืนกิน เราควรใส่ใจคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค เราควรทำหน้าที่ให้มากหนอ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เจริญมรณัสสติอย่างนี้แล ฯ


              ภิกษุอีกรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้ข้าพระองค์ก็เจริญมรณัสสติ ฯ


              พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอย่อมเจริญมรณัสสติอย่างไร ฯ


              ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์คิดอย่างนี้ว่า โอหนอเราจะเป็นอยู่ชั่วขณะที่เคี้ยวข้าวคำหนึ่งกลืนกิน เราควรใส่ใจคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค เราควรทำหน้าที่ให้มากหนอ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เจริญมรณัสสติอย่างนี้แล ฯ


              ภิกษุอีกรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้ข้าพระองค์ก็เจริญมรณัสสติ ฯ


              พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอย่อมเจริญมรณัสสติอย่างไร ฯ


              ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์คิดอย่างนี้ว่า โอหนอ เราจะเป็นอยู่ได้ชั่วขณะที่หายใจเข้าแล้วหายใจออก หรือหายใจออกแล้วหายใจเข้า เราควรใส่ใจคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค เราควรทำหน้าที่ให้มากหนอ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เจริญมรณัสสติอย่างนี้แล ฯ



              เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลอย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย

    หากภิกษุใดเจริญมรณัสสติอย่างนี้ว่า โอหนอ เราพึงเป็นอยู่ได้ตลอดคืนหนึ่งวันหนึ่ง…
    เราจะเป็นอยู่ได้ตลอดวันหนึ่ง …
    เราจะเป็นอยู่ได้ชั่วขณะที่ฉันบิณฑบาตมื้อหนึ่ง…
    เราจะเป็นอยู่ได้ชั่วขณะที่เคี้ยวคำข้าวสี่คำกลืนกิน… เราจะมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ ดูก่อนภิกษุ ภิกษุเหล่านี้เรากล่าวว่า เป็นผู้ประมาท เจริญมรณัสสติเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายช้า


    ส่วนภิกษุใดย่อมเจริญมรณัสสติอย่างนี้ว่า โอหนอ เราจะเป็นอยู่ได้ชั่วขณะที่เคี้ยวข้าวคำหนึ่งกลืนกิน เราควรใส่ใจคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค เราควรทำหน้าที่ให้มากหนอ

    และภิกษุใดย่อมเจริญมรณัสสติอย่างนี้ว่า โอหนอ เราจะเป็นอยู่ได้ชั่วขณะที่หายใจเข้าแล้วหายใจออก หรือหายใจออกแล้วหายใจเข้า เราจะมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ


    ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านี้ เรากล่าวว่าเป็นผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญมรณัสสติ เพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายแรงกล้า


    ดูก่อนภิกษุ เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหมด จะเป็นผู้ไม่ประมาท จะเจริญมรณัสสติเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายอย่างแรงกล้า

    ดูก่อนภิกษุ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล ฯ


    มรณัสสติสูตร
    http://84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=22&A=7188&Z=7254&pagebreak=0
             
    ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :-
    http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=22&i=290

    คำอธิบาย


               ในบทว่า อสฺสสิตฺวา วา ปสฺสสามิ นี้ ลมที่เข้าไปข้างใน ท่านเรียกว่าอัลสาสะ. ลมที่ออกมาภายนอก ท่านเรียกว่าปัสสาสะ. ภิกษุนี้ปรารถนาจะดำรงชีวิตอยู่ ชั่วเวลาที่ลมเข้าไปข้างใน กลับออกมาข้างนอก ลมที่ออกไปข้างนอก กลับเข้ามาข้างใน จึงได้ทูลอย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้.
               
                บทว่า อาสวานํ ขยาย ได้แก่ เพื่อพระอรหัตผล.

                ในพระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสมรณสติไปจนถึงสำเร็จพระอรหันต์.

    แก้ไขเมื่อ 27 ส.ค. 51 12:51:11

    จากคุณ : SpiritWithin_HolyStream - [ 27 ส.ค. 51 12:50:29 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม