◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    “กรรมฐาน 40” เครื่องมือ 40 อย่างที่นักปฏิบัติสมาธิและวิปัสสนากรรมฐานจำเป็นต้องรู้จัก!!!!!

    ขอแนะนำเรื่อง กรรมฐาน 40

    ซึ่งหมายความว่า
    เครื่องมือในการปฏิบัติสมาธิและวิปัสสนากรรมฐาน
    ของพระพุทธศาสนา มี 40 อย่างด้วยกัน

    การที่มีเครื่องมือมากถึง 40 อย่าง
    ก็เปรียบเทียบเหมือนกับเครื่องมือช่างที่ซ่อมรถ
    ซ่อมโทรทัศน์ ซ่อมคอมพิวเอตร์ หรือ เครื่องมือแพทย์นั่นแหละ
    ต้องมีเครื่องมีอหลาย ๆ ชิ้น ๆ หลาย ๆ ลักษณะ
    เพื่อให้เหมาะกับการใช้งาน
    ในแต่ละส่วนแต่ละหน้าที่

    ในการปฏิบัติสมาธิ และวิปัสสนากรรมฐานจริง ๆ นั้น
    ถ้าจะใช้เครื่องมืออย่างใดอย่างหนึ่งอย่างเดียว
    ก็จะไม่เพียงพอ
    และการปฏิบัติจะไม่ได้ผล

    ในการปฏิบัติจริง ๆ นั้น
    จะต้องใช้เครื่องมือหลาย ๆ อย่างพร้อม ๆ กัน
    หรือสลับกัน
    บางครั้งก็ใช้เครื่องมือ น้อยตัวบ้าง
    บางครั้งก็ใช้มากตัวบ้าง
    จึงจะได้ผล

    การจะเลือกเครื่องมือแบบใดมาใช้เมื่อใดนั้น
    ก็ต้องแล้วแต่จริตของแต่ละบุคคล
    และ ขึ้นอยู่กับสภาวะจิต
    ของแต่ละท่านในขณะนั้น ๆ ด้วย

    เครื่องมือบางตัวก็ใช้ได้ตลอดเวลา
    ไม่มีโทษอะไร

    แต่บางตัวก็ใช้ได้เฉพาะบางเวลา
    บางโอกาสเท่านั้น

    ................................

    กรรมฐาน 40 วิธี
    แบ่งออกเป็น 7 หมวด
    ดังนี้                                                                          

    หมวดกสิน ๑๐
    เป็นการทำสมาธิด้วยวิธีการเพ่ง

    ๑. ปฐวีกสิน  เพ่งธาตุดิน
    ๒. อาโปกสิณ  เพ่งธาตุน้ำ
    ๓. เตโชกสิณ  เพ่งไฟ
    ๔. วาโยกสิน  เพ่งลม
    ๕. นีลกสิน เพ่งสีเขียว
    ๖. ปีตกสิน  เพ่งสีเหลือง
    ๗. โลหิตกสิณ  เพ่งสีแดง
    ๘. โอฑาตกสิณ  เพ่งสีขาว
    ๙. อาโลกกสิณ  เพ่งแสงสว่าง
    ๑๐. อากาศกสิณ  เพ่งอากาศ

    หมวดอสุภกรรมฐาน ๑๐
    เป็นการตั้งอารมณ์ไว้ให้เห็นว่า ไม่มีอะไรสวยงดงาม
    มีแต่สิ่งสกปรกโสโครก น่าเกลียด

    ๑๑. อุทธุมาตกอสุภ ร่างกายของคนและสัตว์ที่ตายไปแล้ว นับแต่วันตายเป็นต้นไป มีร่างกายบวมขึ้น พองไปด้วยลม ขึ้นอืด
    ๑๒. วินีลกอสุภ  วีนีลกะ แปลว่า สีเขียว  
    เป็นร่างกายที่มีสีเขียว สีแดง สีขาว คละปนระคนกัน คือ มีสีแดงในที่มีเนื้อมาก มีสีขาวในที่มีน้ำเหลืองน้ำหนองมาก มีสีเขียวในที่มีผ้าคลุมไว้ ฉะนั้นตามร่างกายของผู้ตาย จึงมีสีเขียวมาก
    ๑๓. วิปุพพกอสุภกรรมฐาน  เป็นซากศพที่มีน้ำเหลืองไหลอยู่เป็นปกติ
    ๑๔. วิฉิททกอสุภ คือซากศพที่มีร่างกายขาดเป็นสองท่อนในท่ามกลางกาย
    ๑๕. วิกขายิตกอสุภ เป็นร่างกายของซากศพที่ถูกยื้อแย่งกัดกิน
    ๑๖. วิกขิตตกอสุภ  เป็นซากศพที่ถูกทอดทิ้งไว้จนส่วนต่าง ๆ กระจัดกระจาย มีมือ แขน ขา ศีรษะ กระจัดพลัดพรากออกไปคนละทาง
    ๑๗. หตวิกขิตตกอสุภ  คือ ซากศพที่ถูกสับฟันเป็นท่อนน้อยและท่อนใหญ่
    ๑๘. โลหิตกอสุภ คือ ซากศพที่มีเลือดไหลออกเป็นปกติ
    ๑๙. ปุฬุวกอสุภ  คือ ซากศพที่เต็มไปด้วยตัวหนอนคลานกินอยู่
    ๒๐. อัฏฐิกอสุภ คือ ซากศพที่มีแต่กระดูก

    อนุสสติกรรมฐาน ๑๐
    อนุสสติ แปลว่า ตามระลึกถึง
    เมื่อเลือกปฏิบัติให้พอเหมาะแก่จริต
    จะได้ผลเป็นสมาธิมีอารมณ์ ตั้งมั่นได้รวดเร็ว

    ๒๑. พุทธานุสสติกรรมฐาน  ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์
    ๒๒. ธัมมานุสสติกรรมฐาน ระลึกถึงคุณพระธรรมเป็นอารมณ์
    ๒๓. สังฆานุสสติกรรมฐาน  ระลึกถึงคุณพระสงฆ์เป็นอารมณ์
    ๒๔. สีลานุสสติกรรมฐาน ระลึกถึงคุณศีลเป็นอารมณ์
    ๒๕. จาคานุสสติกรรมฐาน ระลึกถึงผลของการบริจาคเป็นอารมณ์
    ๒๖. เทวตานุสสติเป็นกรรมฐาน ระลึกถึงความดีของเทวดาเป็นอารมณ์
    ๒๗. มรณานุสสติกรรมฐาน  ระลึกถึงความตายเป็นอารมณ์
    ๒๘. กายคตานุสสติกรรมฐาน  เหมาะแก่ผู้ที่หนักไปในจาคะจริต
    ๒๙. อานาปานานุสสติกรรมฐาน เหมาะแก่ผู้ที่หนักไปในโมหะ และวิตกจริต
    ๓๐. อุปสมานุสสติกรรมฐาน  ระลึกความสุขในพระนิพพานเป็นอารมณ์

    หมวดอาหาเรปฏิกูลสัญญา

    ๓๑. อาหาเรปฏิกูลสัญญา เพ่งอาหารให้เห็นเป็นของน่าเกลียด
    บริโภคเพื่อบำรุงร่างกาย ไม่บริโภคเพื่อสนองกิเลส

    หมวดจตุธาตุววัฏฐาน

    ๓๒. จตุธาตุววัฏฐาน ๔ พิจารณาร่างกายประกอบด้วยธาตุ ๔ ดิน น้ำ ลม ไฟ

    หมวดพรหมวิหาร ๔

    พรหมวิหาร แปลว่า ธรรมเป็นที่อยู่ของพรหม พรหมแปลว่าประเสริฐ
    พรหมวิหาร ๔ จึงแปลว่า คุณธรรม ๔ ประการ ที่ทำให้ผู้ประพฤติปฏิบัติเป็นผู้ประเสริฐ ได้แก่

    ๓๓. เมตตา  คุมอารมณ์ไว้ตลอดวัน  ให้มีความรัก อันเนื่องด้วยความปรารถนาดี ไม่มีอารมณ์เนื่องด้วยกามารมณ์ เมตตาสงเคราะห์ผู้อื่นให้พ้นทุกข์
    ๓๔. กรุณา ความสงสารปรานี มีประสงค์จะสงเคราะห์แก่ทั้งคนและสัตว์
    ๓๕. มุทิตา   มีจิตชื่นบาน พลอยยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี ไม่มีจิตริษยาเจือปน
    ๓๖. อุเบกขา มีอารมณ์เป็นกลางวางเฉย

    หมวดอรูปฌาณ ๔

    เป็นการปล่อยอารมณ์ ไม่ยึดถืออะไร มีผลทำให้จิตว่าง มีอารมณ์เป็นสุขประณีต ในฌานที่ได้ ผู้จะเจริญอรูปฌาณ ๔ ต้องเจริญฌานในกสินให้ได้ฌาณ ๔ เสียก่อน แล้วจึงเจริญอรูปฌาณจนจิตเป็นอุเบกขารมณ์
    ๓๗. อากาสานัญจายตนะ ถือ อากาศเป็นอารมณ์ จนวงอากาศเกิดเป็นนิมิตย่อใหญ่เล็กได้ ทรงจิตรักษาอากาศไว้ กำหนดใจว่าอากาศหาที่สุดมิได้ จนจิตเป็นอุเบกขารมณ์
    ๓๘. วิญญาณัญจายตนะ กำหนดวิญญาณหาที่สุดมิได้ ทิ้งอากาศและรูปทั้งหมด ต้องการจิตเท่านั้น จนจิตเป็นอุเบกขารมณ์
    ๓๙. อากิญจัญญายตนะ กำหนดความไม่มีอะไรเลย อากาศไม่มี วิญญาณก็ไม่มี ถ้ามีอะไรสักหน่อยหนึ่งก็เป็นเหตุของภยันตราย ไม่ยึดถืออะไรจนจิตตั้งเป็นอุเบกขารมณ์
    ๔๐. เนวสัญญานาสัญญายตนะ ทำความรู้สึกตัวเสมอว่า ทั้งที่มีสัญญาอยู่ก็ทำเหมือนไม่มี ไม่รับอารมณ์ใด ๆ จะหนาว ร้อนก็รู้แต่ไม่ดิ้นรนกระวนกระวาย ปล่อยตามเรื่อง เปลื้องความสนใจใด ๆ ออกจนสิ้น จนจิตเป็นอุเบกขารมณ์

    .............................................

    http://www.vimokkha.com/krammathan.htm

    ขอให้ท่านโชคดี

    และขอให้ทุก ๆ ท่านเจริญในธรรม

    แก้ไขเมื่อ 05 มิ.ย. 51 11:55:15

     
     

    จากคุณ : kongsilp2000 - [ 5 มิ.ย. 51 11:49:04 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม