◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ในพระไตรปิฎก ปรากฏคำว่า ธรรมกาย อยู่ 4 แห่งด้วยกัน คือ...

    อย่าว่าพรรณโน้นพรรณนี้เลย   เสียงเค้าว่ากันพรรณนั้น

          ในพระไตรปิฎก ปรากฏคำว่า ธรรมกายโดยตรงอยู่ 4 แห่งด้วยกัน คือ ในเล่มที่ 11 ปรากฏ 1 ครั้ง เล่มที่ 32 ปรากฏ 2 ครั้ง และเล่มที่ 33 ปรากฏ 1 ครั้ง

          1.ธรรมกายที่ปรากฏในอัคคัญสูตร ทีฆนิกายปาฏิกวรรค ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 11

          เรื่องมีอยู่ว่า วาเสฏฐะ และภารทวาชพราหมณ์ มาบวชเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนา ครั้งหนึ่ง ได้กราบทูลพระพุทธองค์ ถึงเรื่องที่พวกตนถูกพวกพราหมณ์มาว่ากล่าวต่างๆ นานา เพื่อชักชวนให้สึกโดยอ้างเหตุผลว่าพราหมณ์พวกเดียวเป็นวรณะที่ประเสริฐ วรรณะอื่นเลวทราม เพราะพราหมณ์ถือว่าพวกตนเท่านั้นที่เกิดจากอุระเกิดจากปากของพรหม เป็นทายาทของพรหม พวกสมณะที่มีศีรษะโล้นเป็นพวกเลวทรามไม่มีอะไรประเสริฐ พระพุทธองค์จึงตรัสชี้แจงว่า

          “...ผู้ใดแล มีศรัทธาตั้งมั่น เกิดแล้วแต่รากแก้ว คือ อริยมรรค ประดิษฐ์มั่นคง อันสมณพราหมณ์ มาร พรหม หรือผู้หนึ่งผู้ใดในโลกไม่พรากไปได้ ควรเรียกผู้นั้นว่า เป็นบุตรเกิดแต่อุระ เกิดแต่แต่พระโอษฐ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้เกิดแต่ธรรม เป็นผู้ที่ธรรมเนรมิตขึ้น เป็นทายาทแห่งธรรม ข้อนั้นเพราะอะไร เพราะคำว่า      ธรรมกาย     ก็ดี พรหมกายก็ดี ธรรมภูติก็ดี พรหมภูติก็ดีล้วนเป็น     ชื่อของพระตถาคต”
          อ้างอิง  ที. ปา 11 / 118 / 71-72 .  

          เป้าหมายในการตรัสถึง     ธรรมกาย     ในครั้งนี้ เป็นเพราะว่า พระองค์ประสงค์จะชี้ให้เห็นว่า  มนุษย์เป็นสิ่งประเสริฐ เพราะว่าสามารถปฏิบัติธรรมแล้วเป็นอะไรก็ได้ เพราะพระองค์ได้เป็นมาหมดแล้ว  ที่พวกพราหมณ์สอนว่า พราหมณ์ประเสริฐที่สุดนั้นไม่จริง เพราะพระองค์ได้พบความเป็นจริงแล้วว่า มนุษย์ที่ปฏิบัติธรรมให้มีธรรมแล้วเป็นได้ทุกอย่าง

          2. ปรากฏในขุททนิกาย อัตถสันทัสสกุตเถราปทาน พระไตรปิฎก เล่มที่ 32 เป็นคำของพระเถระพูดถึงพระพุทธองค์ ความว่า

                    “พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงแสดง     ธรรมกาย
    อันเป็นบ่อเกิดแห่งรัตนะทั้งสิ้น
    ชนทั้งหลายไม่สามารถจะทำให้กำเริบได้
    ใครเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใสเล่า”

          จากข้อความนี้ คำว่า     ธรรมกาย     หมายถึง ธรรมวินัยที่พระองค์ทรงแสดง คือ พระพุทธพจน์ ( ธรรมวินัย ) นั้นเอง เป็นคำเชิงเปรียบเทียบว่า     ธรรมกาย     ( ชุมนุมแห่งธรรม ) เป็นบ่อเกิดแห่งความดีงาม และความประเสริฐทั้งหลาย เหมือนมหาสมุทรเป็นบ่อเกิดแห่งรัตนะ ดังพระพุทธพจน์ ว่า

          “ดูกรภิกษุทั้งหลาย   ( ธรรมกาย ) เปรียบเหมือนมหาสมุทรที่มีรัตนะมาก มีรัตนะมิใช่อย่างเดียว รัตนะในมหาสมุทรนั้นมีดังนี้ คือ แก้วมุกดา แก้วมณี แก้วไพฑูรย์ สังข์ ศิลา แก้ว ประพาฬ เงิน ทอง ทับทิม มรกต พระธรรมวินัยนี้ก็เหมือนกัน มีรัตนะมาก มีรัตนะมิใช่อย่างเดียว รัตนะในพระธรรมวินัยนั้นมีดังนี้ คือ สติปัฏฐาน 4  สัมมัปปธาน 4  อิทธิบาท 4  อินทรีย์ 5  พละ 5  โพชฌงค์ 7  อริยมรรคมีองค์ 8 ..... ที่ภิกษุทั้งหลายพบเห็น แล้วพากันชื่นชมพระธรรมวินัยนี้”
          อ้างอิง วิ. จุ 7 / 385 / 209 – 10.  :  ขุ. อุ. 25 / 45 / 169 – 170. ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 2500.

          ตามหลักฐานนี้แสดงให้เห็นว่าธรรมะต่างๆ คือ สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน และอิทธิบาท เป้นต้น เป็นเสมือนหนึ่งรัตนะ ( ของประเสริฐ ) ซึ่งเกิดจากแห่ง คือ องค์ พระพุทธเจ้าอันเป็นตัวธรรมกาย เป็นที่หลั่งออกแห่งธรรมมีอเนกประการ

          3.ธรรมกายที่ปรากฏในขุททกนิกาย อปทานปัจเจกพุทธาปทาน พระไตรปิฎกเล่มที่ 32  เป็นข้อความที่พระพุทธเจ้าตรัสถึงภาษิตของพระปัจเจกพุทธเจ้าในอดีต ความว่า

                   “มีธรรมใหญ่ มี     ธรรมกาย     มาก
    มีจิตเป็นอิสระ ข้ามห้วงทุกข์ทั้งมวลได้
    มีจิตโสมนัส มีปกติเห็นประโยชน์อย่างยิ่ง
    เปรียบดังราชสีห์ เช่นกับนอแรด ฉะนั้น”
          อ้างอิง ขุ. อป. 32 / 134 / 20.

          ข้อความในคาถานี้ กล่าวถึงพระพุทธองค์ว่าเป็นผู้มีธรรมต่างๆ มากมาย จนเรียกว่ามี     ธรรมกาย     มาก ก็เป็นข้อเปรียบเทียบธรรมดาไม่มีความหมายพิเศษใดๆ  

          4.ธรรมกาย ที่ปรากฏในขุททกนิกาย อปทานนมหาปชาบดีโคตรมีเถริยาปทาน พระไตรปิฎกเล่มที่ 33 พระนางปชาปดีโคตรมี ได้ทูลลาพระพุทธองค์เพื่อนิพพานจึงได้พรรณนาความเกี่ยวเนื่องของพระพุทธองค์กับพระนาง และได้กราบทูลตอนหนึ่งว่า

          “รูปกายของพระพุทธองค์ เป็นอันหม่อมฉันให้เจริญเติบโตแล้ว
           ธรรมกาย     ของหม่อมฉัน อันพระพุทธองค์ให้เจริญเติบโต...”
    อ้างอิง ขุ. อป. 33 / 131 / 313.

          ข้อความนี้ พระนางปชาบดีโคตรมี ต้องการกราบทูลถึง รูปกายกับธรรมะว่า พระนางเป็นผู้เลี้ยงดูรูปกายของพระสิทธัตถะจนเจริญเติบโต ส่วนธรรมที่พระนางได้รับตั้งแต่ต้นจนเป็นพระอรหันต์ พระนางได้รับจากพระพุทธองค์ และพระนางได้ทูลเรียกพระพุทธองค์ด้วยพระนามมากมาย คำว่า     ธรรมกาย     เป็นเพียงคำหนึ่งที่พระนางใช้เรียกพระพุทธเจ้า

          ด้วยความที่ “บ้าได้ถ้วย” พื้นฐานทางธรรมน้อย ศึกษาพระไตรปิฎกแบบเปิดผ่านๆ  พบ 4 แห่ง ท่านผู้รู้ ผู้มีเมตตาธรรม โปรดอนุเคราะห์โดยพลัน  ว่า  ธรรมกาย  มีตรงไหนในพระไตรปิฎกอีกที่มากกว่า 4 แห่ง ที่กล่าวมาเบื้องต้น

          และคำว่า  วิชชาธรรมกาย   อยู่ตรงไหนในพระไตรปิฎก เพื่อประดับความรู้ของ “บ้าได้ถ้วย”  ที่  “โง่ได้จัย”  จริงๆ ในเรื่องธรรมะ  ขอบอก. ขอขอบพระคุณ

     
     

    จากคุณ : บ้าได้ถ้วย - [ 4 พ.ย. 50 16:29:31 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม