อยากรู้ประวัติ ปาเลสไตน์กับ อิสราเอล สาเหตุที่ยัง รบกันอยู่จนถึงทุกวันนี้

เนื่องจากว่า กระทู้เก่า ของดิฉัน  โดนโจมตีเยอะค่ะ ( เค้าว่า ดิฉันมีอคติ ) ดิฉัน ก็เลย ตั้งกระทู้ใหม่ค่ะ

ใครรู้ประวัติ ( โดยคร่าวๆ ) ของสองประเทศนี้บ้างคะ  คนที่นี่ (ตะวันออกกลาง) เขาบอกว่า จนวันสิ้นโลก อิสราเอล ก็จะยังไม่วางมือ  อิสราเอล เป็น จิววิช ( Jewish ) ส่วน ปาเลสไตน์ ก็มีทั้ง คริสต์และ อิสลาม  แล้วก็ มีประเทศไหน อีกบ้างเหรอคะ ที่เป็น จิววิช ( นับถือศาสนายิว )  แล้วศาสนา นี้ แตกแขนง ออกมา จาก ต้นกำเนิด ยังไง เหรอคะ ( ไม่รู้ ต้นกำเนิด มาจาก ศาสนาไหน หรอกนะ แต่ว่า มีคนบอกว่า  These 3 religions share the same god.  ก็เลยมี ข้อกำหนด ที่ว่า มุสลิม สามารถแต่งงานได้กับ คน จาก สาม ศาสนา นี้เท่านั้น

อิสราเอล ได้พื้นที่ไป เยอะแล้ว  ยังไม่พออีก  เค้ากะจะให้ แผ่นดินปาเลสไตน์ หายไปจากแผนที่โลก หรือเปล่าคะ ( แต่ว่า ก่อนหน้านี้ มันเป็นของปาเลสไตน์ไม่ใช่เหรอ  แล้วก่อนหน้าเนี้ย พวก ยิวเขามาจากไหนกันเหรอคะ )  อยากรู้  อยากรู้

ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับศาสนา หรือเปล่านะ

จากคุณ : Freedom of Life - [ 10 ต.ค. 50 01:29:14 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

ปู่กับย่าคุณเดินทางไกล มาเจอบ้านร้างหลังหนึ่ง
ด้วยความที่ไม่เห็นว่ามีเจ้าของ ปู่กับย่าคุณก็ได้ใช้บ้านร้างนี้มาเป็นที่พักอาศัย
อยู่ๆ กันไปจนกระทั่งออกลูกออกหลาน
วันดีคืนดี มีกลุ่มคนมาที่บ้านคุณ บอกว่า ที่นี่คือบ้านของเขา ให้พวกคุณย้ายออกไปเสีย
จะไปอยู่ที่ไหนก็ไป
ไม่มีหลักฐานใดๆ บ่งบอก ว่าเค้าคือเจ้าของบ้าน
รู้แค่ว่า ถ้าคุณไม่ออกจากบ้าน คุณต้องตายล้างโคตร
และเค้ายืนยันว่า บรรพบุรุษของเค้าเคยอยู่ที่นี่มาก่อน
และคุณไม่มีสิทธิอยู่ เพราะพวกเขากลับมาบ้านของเขาแล้ว
และพวกเค้าทำทุกวิถีทางให้คุณออกจากบ้านไปให้ได้

จนในที่สุด คุณต้องระเห็ดออกจากบ้านพร้อมครอบครัว แต่ไม่มีที่พัก
เลยอาศัยพักริมรั้วหน้าบ้านที่คุณเคยอยู่น่ะแหละ
แต่ผู้รุกรานก็ยังไม่พอใจ จะไล่คุณออกจากรั้วหน้าบ้านให้ได้
คุณไม่ยอมไป เค้าก็ฆ่าพ่อฆ่าแม่ของคุณตาย

จนตอนหลัง คุณเริ่มทนไม่ได้ ก็พยายามสู้กลับ
ฆ่าพวกเขาตายบ้าง
เป็นอย่างนี้มานานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

คุณและครอบครัว ก็คือปาเลสไตน์
คนแปลกหน้านั้น ก็คือชาวอิสราเอล

รายละเอียดเชิงประวัติศาสตร์ รอท่านอื่นครับ


จากคุณ : Angos - [ 10 ต.ค. 50 02:51:09 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

อื้ม.....สงสัยต้องตั้งใจตอบและเก็บเข้าคลังกระทู้ FAQ

เรื่องยาวๆอ่านได้จากคุณ wiwanda ห้องสมุด

ตอบสั้นๆได้ใจความคือ

ยิวยุคแรกไปตั้งถิ่นฐานด้วยการซื้อที่ดิน เพราะเชื่อในพระคัมภีร์ว่านี่คือดินแดนที่พระเจ้ามอบให้ และตามประวัติศาสตร์ก่อนโดนสงครามทำให้อพยพไปดินแดนอื่นนั้น ดินแดนนี้มียิวอยู่ก่อน หลักฐานก็คือสิ่งปลูกสร้างต่างๆมากมาย

และเกิดการขัดแย้งขึ้น เนื่องจากมียิวเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆกว่าชาว ฟิลิสเตียนคนท้องถิ่น คนท้องถิ่นไม่มีที่ดิน และ บ้านในบริเวณนั้น และการปฏิบัติศาสนกิจบางอย่างที่กระทบกระทั่งกัน

ยิวยุคหลังๆจึงพยามรวมกลุ่มการปกครอง เป็นหมู่บ้าน ตามธรรมชาติของมนุษย์ที่รวมเป็นกลุ่ม  แต่คนของรัฐในเวลานั้น มักจะมีเหตุให้เข้ามาข้องเกี่ยวเสมอ

ส่วนเรื่องของคนสามศาสนาแต่งงานนั้น ไม่เป็นความจริงตามหลักการของพระคัมภีร์ทั้งสามฝ่ายครับ

แต่ในทางปฏิบัติ การแต่งงานข้ามความเชื่อก็เกิดเรื่อยๆครับ


จากคุณ : tanoy_delphi - [ 10 ต.ค. 50 07:32:58 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

อืม ค่อยๆมาเป็น step อิอิ  เด๋วก็รู้................ฮา

จากคุณ : คนแปลกหน้าในโลกดุนยา - [ 10 ต.ค. 50 07:36:35 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

ส่วนประเด็นสงครามที่เกิดขึ้น ไม่เกี่ยวกับศาสนานะครับ

ถ้าจะว่าจริงๆแล้ว ชาติอาหรับรอบๆด้านได้รวมตัวกัน ตียิวประเทศเดียว

เพื่อขับไล่ชาวยิวออกจากดินแดนปาเลสไตน์

แต่ยิวจ่ายเงินซื้อที่ดินมาอย่างถูกต้อง ไม่ได้ไปตีเขามา

จึงต้องสู้โดยจำใจ

ตอนนั้นยิวเป็นเหมือนไข่แดง ใครๆก็นึกว่าไม่รอด

แต่เหตุการณ์กลับตาลปัด คือยิวชนะในสงครามครั้งนั้น

และยึดดินดินของชาติอาหรับได้หลายส่วน

สหประชาชาติ และอเมริกามาไกล่เกลี่ย

ดินแดนอันใหนที่ยิวซื้อไว้ก็ให้เป็นของยิว

อันใหนได้มาจากการรบก็ให้คืนไป

และถ้าอยากปกครองตนเอง ก็ให้แยกประเทศมาปกครอง

เขียนเท่าที่จำได้คร่าวๆประมาณนี้ครับ

หากผิดถูกประการใด โปรดช่วยท้วงด้วยครับ


จากคุณ : tanoy_delphi - [ 10 ต.ค. 50 07:39:55 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

ทีนี้ ความตึงเครียด/ ความกดดันในยุคปัจจุบันเกิดจาก

- ชาติอาหรับพยามกดดันยิวให้สิทธิในการปกครองตนเองแก่ฟิลิสเตีย (ปาเลสไตน์)

- ยิวพยามเพิ่มกำลังทหารเพื่อป้องกันตนเองจากการโจมตี

- ชาตอาหรับกลัวโจมตีจึงเพิ่มกำลังทหารและอาวุธบ้าง

- ปาเลสไตน์พยามสู้รบเพื่อชิงดินแดนเพิ่ม


จากคุณ : tanoy_delphi - [ 10 ต.ค. 50 07:44:10 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

ก็พูดยากครับ

อย่างที่หลายท่านกล่าวมาข้างต้นนั่นแหละ

ไปอ้างคัมภีร์ว่านี่เป็นบ้านเก่า...อืม...อ้างคัมภีร์

แต่ที่ดิน เขามีตัง เขาก็ซื้อนะ...พวกอาหรับ ไม่เห็นด้วย

แต่นั่นแหละ ยิว ถือว่ามีตัง ก็ขับไล่เขา...ก็ไม่ถูกอีก

สรุปคือ "แย่" ทั้งสองฝ่ายแหละครับ


จากคุณ : yod_envi - [ 10 ต.ค. 50 07:49:51 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

ถ้าเอาเรื่องราวทางศาสนาละก็
________________________
ทั้ง3ศาสนาคือ ยิว คริสต์ อิสลาม
มีจุดกำเนิดเดียวกัน นับถือพระเจ้าองค์เดียวกันคือ พระยาห์เวห์

มีบิดาทางความเชื่อคือ อับราฮัม
บุคคลแรกที่พระเจ้าทรงเรียก หลังเหตุการ์ณน้ำวินาศสมัยโนอาห์

พระเจ้าได้ตรัสว่าจะประทานพรแก่ลูกของ อับราฮัม
แต่เมื่อพระเจ้าตรัสนั้น นางซาราห์ซึ่งเป็นเมียหลวงก็แก่มากแล้ว
นางซาราห์จึงยกทาสของตน คือนางฮาการ์ เป็นเมียคนที่2ของอับราฮัม
เพื่อให้อับราฮัมมีบุตรสืบเชื้อสาย

บุตที่เกิดจากนางฮาการ์นั้น มีชื่อว่า อิชมาเอล เป็นบรรพบุรุษของชาวอิสลามิก

แต่พระเจ้าได้ตรัสอีกว่าบุตรที่พระเจ้าได้เลือกไว้นั้น เป็นบุตรที่จะเกิดจากนางซาราห์

แล้วนางซาราห์ก็ได้ให้กำเนิดบุตรอย่างน่าอัศจรรย์
ชื่อว่า อิสอัค เป็นบรรพบุรุษของชาวยิว

เพื่อไม่ให้เกิดการแก่งแย่งสมบัติ นางซาราห์จึงขออับราฮัมให้ขับไล่ นางฮาการ์และอิชมาเอล ออกจากเผ่าไป

เมื่อนางฮาการ์และอิชมาเอลเดินทางไปในถิ่นทุรกันดาร เบเออร์เชบา
และกำลงจะตายอยู่นั้น พระเจ้าก็ได้ทรงบันดาลให้เกิดโอเอซิส แห่งหนึ่งขึ้น
และตรัสผ่านทูตสวรรค์ว่า จะทำให้เชื้อสายอิชมาเอลเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่
______________________


เวลาผ่านไป มี ศาสดา (นบี/ประกาศก/ผู้เผยพระวจนะ) มากมาย ในประวัติศาสตร์ยิว
แต่เขาก็รอ พระผู้ช่วยให้รอด/Messiah ที่พระเจ้าจะส่งมา
ซึ่งพระเยซูได้ทรงประกาศตนว่า พระองค์เป็น พระผู้ช่วยให้รอดผู้นั้น
แต่ด้วยเหตุผล หลายอย่าง (ถ้าสงสัยจะเพิ่มเติมทีหลัง) ชาวยิวส่วนหนึ่งไม่ยอมรับว่าพระองค์ เป็นพระผู้ไถ่
ศาสนาคริสต์ จึงแยกจากยิว และเผยแพร่ไปในนานาชาติ

____________________
กลับมาทางสายอิสลามิค

หลังการเสด็จมาของพระเยซู (ไม่แน่ใจว่าอีกกี่ร้อยปี)

มหหมัด ก็ได้ประกาศว่า ตนเป็น นบีองค์สุดท้าย จากสายอิสมาเอล
(จากที่เติมเดิมมา นบี ทั้งหลายเกิดจากสายอิสอัค)
________
ขอเล่าเท่านี้ก่อนดีกว่า เพราะ พาดพิงศาสนาอื่นทีตนไม่ได้นับถือ จะได้ไม่ให้ข้อมูลที่ผิดพลาด

แก้ไขเมื่อ 10 ต.ค. 50 08:22:54

จากคุณ : โยชูวาแห่งอัสซีซี - [ 10 ต.ค. 50 08:18:19 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 8

คนที่ผิดจริงๆน่าจะเป็นอังกฤษที่มาปล่อยความวุ่นวายทิ้งเอาไว้แล้วไม่ยอมเก็บกวาด

จากคุณ : Nexus - [ 10 ต.ค. 50 08:42:35 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

http://topicstock.pantip.com/rajdumnern/topicstock/P3627914/P3627914.html

ลองอ่านข้อมูลจากฝั่งยิวบ้างก็ดีครับ


จากคุณ : tanoy_delphi - [ 10 ต.ค. 50 09:17:18 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

A
i
i
i
i
คนนี้อ่ะรู้จริง  ปัญญาที่เกิดขึ้นทั่วโลกทุกวันนี้เกิดจาก ประเทศยุโรปที่ล่าอาณานิคม ทั้งนั้น


จากคุณ : muk_22 - [ 10 ต.ค. 50 09:19:00 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

แม่นแล้ว อังกฤษเป็นตัวต้นเหตุ

เป็น"ผู้ดูแล"พื้นที่อยู่ เพราะอาณาจักรออตโตมันแพ้สงคราม เสร็จแล้วก็แบ่งพื้นที่ให้ยิวเข้ามาอยู่ เสร็จแล้วก็จากไป ทิ้งให้ชาวบ้านตกลงกันเอง

:)

คล้ายๆ (แต่ไม่เชิง) กับที่ยึดอินเดียอยู่ เสร็จแล้วก็แบ่งพื้นที่ให้อิสลามไปอยู่ เป็นปากีสถาน แล้วก็จากไป ปล่อยให้ชาวบ้านตกลงกันเองนั่นแหละมังครับ


จากคุณ : Urim - [ 10 ต.ค. 50 09:21:50 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

เรื่องเริ่มจาก ออตโตมันเติร์กครับ

ในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ฝ่ายพันธมิตรกลางซึ่งออตโตมันเติร์กร่วมด้วย
ได้แพ้สงคราม ทำให้ต้องจ่ายค่าปฎิกรณ์สงครามในฐานะผู้แพ้ ซึ่งก็คือดินแดน
อาณานิคมต่างๆ ก็คือทั้งคาบสมุทธอาหรับนั่นแหละครับให้แก่ผู้ชนะ ซึ่งก็แบ่ง
เค็กกันไป ทั้งซาอุ อิรัก ซีเรีย ปาเลสไตน์ เลบานอน ซึ่งดินแดนปาเลสไตน์ก็ตก
ไปอยู่ในมืออังกฤษ และกลายเป็นดินแดนในปกครองอังกฤษ ขณะนั้นประชากร
ในดินแดนแถบนี้มีประมาณ 1 แสนคน

ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ลัทธิชาตินิยมได้ก่อตัวอย่างรุนแรง ทำให้ชนกลุ่มน้อย
ต่างๆ ได้รับความยากลำบากและถูกกดขี่มานาน ซึ่งพวกยิวก็ได้รับอิทธิพลนี้ด้วย
ชาวยิวในฝั่งยุโรป ได้รับความทุกข์ทรมาณมานานตั้งแต่สมัยโรมัน ยันยุคกลาง
จนถึงสงครามโลกครั้งที่ 1จึงได้มีความคิดที่จะตั้งประเทศของตัวเองขึ้น
และเรียกองค์กรณ์นี้ว่า ยิวไซออนนิสต์ หรือยิวอพยพ โดยเป้าหมายคือหาดินแดน
ตั้งประเทศตัวเองขึ้นมา ซึ่งยิวไซออนิสต์ได้เลือก ดินแดนปาเลสไตน์ เป็นที่ตั้งประเทศ
และเริ่มแผนอพยพ คนเข้าไปในดินแดนว่างเปล่าเหล่านั้น เริ่มต้นโดยใช้การซื้อที่ดิน
ที่ได้รับเงินบริจาคจากชาวยิวที่ร่ำรวยและส่งคนเข้าไปพัฒนาสร้างประเทศ

ผลกระทบของการอพยพ ทำให้ประชากรชาวพื้นเมืองในดินแดนแถบนี้ไม่พอใจ
และเรียกร้องให้อังกฤษหยุด การอพยพ ซึ่งอังกฤษก็ตอบสนองด้วยการห้ามชาวยิว
อพยพเข้ามาในดินแดนแถบนี้เพิ่ม ซึ่งชาวยิวก็ยังคงลักลอบอพยพเข้ามาอย่างต่อ
เนื่อง ปัญหายิวในยุโรปเลวร้ายลงเรื่อยๆทำให้คลื่นการอพยพเร็วขึ้น

หลังจากนั้น การกระทบกระทั่งกับคนพื้นเมืองก็รุนแรงขึ้นจนถึงขั้นจับอาวุธสู้กัน
ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็อ้างว่า อีกฝ่ายเป็นคนเริ่มใช้ความรุนแรงก่อน ช่วงนี้ความรุนแรง
ประมาณว่าไล่ฆ่าประชาชนไร้อาวุธของแต่ละฝ่ายเพื่อไล่ให้อีกฝ่ายออกไปจากพื้นที่ตัวเอง
จนอังกฤษก็เริ่มชักคุมไม่อยู่ + ตอนนี้สถาณการณ์ในยุโรปคุกรุ่นจะเป็นสงคราม

ปัญหานี้พักตัวเองไปเพราะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนปัญหาก็เลยคาราคาซัง

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหประชาชาติตั้งขึ้น ปัญหาปาเลสไตน์ก็ถูกนำเข้าที่ประชุม
มติของสหประชาชาติคือ ให้แบ่งดินแดนนี้ออกเป็น 2 ประเทศ คือปาเลสไตน์และ
อิสราเอล

ซึ่งถูกยอมรับทันทีโดยฝ่ายอิสราเอลและคัดค้านโดยปาเลสไตน์และชาติอาหรับเพื่อนบ้าน
สาเหตุที่คัดค้านก็มีเหตุผลเพราะพืนที่ที่ประชากรยิวหนาแน่นเป็นทำเลที่ดีและอุดมสมบูรณ์
และถ้าไม่แยกประเทศ ก็จะได้ประเทศที่มีชาวอาหรับ 67% และชาวยิว 33% แต่พูดอีก
แง่หนึ่งก็คือที่ทีอุดมสมบูรณ์คือที่ๆชาวอิสรเอลพัฒนาเอาไว้มันก็พูดยากถ้าไม่มีข้อมูลละเอียดพอ
และทันทีที่มติผ่าน อิสราเอลก็ประกาศตั้งประเทศเลย ซึ่งนำไปสู่สงครามอาหรับอิสราเอลครั้งที่1
ซึ่งแน่นอนฝ่ายอาหรับโดนยำเละดินแดนปาเลสไตน์ ก็ถูกยึดครองโดยอียิปต์และจอร์แดน
และอาหรับถูกแตะออกไปอีกครั้งในสงคราม 6 วัน

และหลังจากนั้น ก็รบกันมาเรื่อยๆผ่านทั้งยุคสงครามเย็น ยุคสงครามอ่าว ขบวนการ PLO
จนถึงปัจจุบัน
-----------------------------------------------------------
นี่เป็นความขัดแย้งในยุคใหม่ครับจะเห็นได้ว่าทั้งสองฝ่ายพอๆกันทั้งคู่ครับถ้าขุดมาก็นับว่า
ี่เป็นมหากาพย์หนังเรื่องยาวชนิดเล่า กัน 3วัน 3 คืนไม่จบ

เรื่องนี้นึกถึงคำพูดใน Kingdom of Heaven
"เมื่อมันเป็นอาณาจักรของพระเจ้าก็ให้พระเจ้าจัดการกับมันตามใจท่านเถอะ"

แก้ไขเมื่อ 10 ต.ค. 50 10:30:48

แก้ไขเมื่อ 10 ต.ค. 50 10:09:17

แก้ไขเมื่อ 10 ต.ค. 50 09:27:04

จากคุณ : Pongkm (Pongkm) - [ 10 ต.ค. 50 09:26:22 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 13

อิสมาเอล กับ อิสฮาก ไม่ตีกันนะครับ

moonstar


จากคุณ : ดาบจันทร์เสี้ยว - [ 10 ต.ค. 50 10:25:29 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

ได้ความรู้ดีจังกระทู้นี้   ชอบๆๆ

 
 


จากคุณ : น้ำตาลก้อนกลม - [ 10 ต.ค. 50 11:09:54 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

เมื่อขัดแย้งกันจนฆ่าฟันกันมานานแล้ว และต่างฝ่ายต่างใช้หลัก "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" ก็เห็นจะแฮปปี้เอนดิ้งยาก

จากคุณ : collocalia - [ 10 ต.ค. 50 11:10:27 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 16

ขอทำความเข้าใจนิดหน่อยนะครับ....

จากที่คุณโยชูวาแห่งอัสซีซี...กล่าวว่า...อิชมาเอล เป็นบรรพบุรุษของชาวอิสลามิก...นั้น...หากจะกล่าวให้ถูกต้องก็คือ... อิชมาแอลเป็นบรรพบุรุษของอาหรับ...ครับ...ซึ่งท่านนบีมูฮัมมัด (ซล.)...เป็นชาวอาหรับ...

ปัญหาระหว่า...อิสราเอล..กับ...ปาเลสไตน์...จริงๆแล้วมิใช่เป็นปัญหาด้านศาสนาครับ...เพราะ...ชาวปาเลสไตน์...มีทั้งมุสลิม....คริสเตียน...และ...ยิว...ครับ...แต่สาเหตุที่ทำให้มุสลิมทั่วโลก...เข้าไปมีส่วนร่วมในการเรียกร้องก็คือ

1. การเข้ายึดครอง...กรุงเยรูซาเล็ม...และ...มัสญิดอัลอักซอ...ซึ่งเป็นมัสญิดสำคัญลำดับที่ 3 ของอิสลามรองจากฮะรอมที่มักกะห์...และ...มะดีนะห์...

2. การที่ชาวปาเลสไตน์...ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมุสลิม...ถูกกระทำอย่างอยุติธรรม...จาก...ลัทธิไซออนนิสต์...และ...เครื่องมือของไซออนนิสต์...

ชาวปาเลสไตน์เอง...ไม่ว่าจะเป็นมุสลิม....คริสเตียน...และ...ยิว...ต่างก็ได้ร่วมกันต่อสู้...กับยิวไซออนนิสต์...เพราะ...แม้แต่ชาวยิวด้วยกันเอง...ที่เป็นยิวดั้งเดิมในพื้นที่...ก็ไม่ได้รับการยอมรับจาก..ยิวไซออนนิสต์...ครับ...ดูได้จากการต่อต้านจากยิวออร์โธด๊อกซ์...ที่ต่อต้านยิวไซออนนิสต์...ครับ...

ในการที่ยินยอมให้เกิดขึ้นของรัฐยิวนั้น... เป็นการสมประโยชน์ซึ่งกันและกัน...ของทุกฝ่ายครับ...ไม่ว่าจะเป็นชาวยิว...ที่ได้มีดินแดนของตน...ชาวตะวันตก...ที่ได้ระบายชาวยิวออกจากดินแดนของตน...อีกทั้งเป็นการลดทอนอำนาจของประเทศมุสลิมในแถบตะวันออกกลาง...เท่าที่ดูเหตุผลมาก็ล้วนมีแต่ได้กับได้...ครับ...

และก็เป็นที่น่าแปลกใจนะครับว่า...ในเรื่องนี้ก็เลยถูกแปรสภาพกลายเป็นเรื่องความขัดแย้งกันระหว่าง...ศาสนา...ได้อย่างไร...สาเหตุของการเบี่ยงเบนประเด็นคืออะไร???...น่าสนใจนะครับ...เพราะจะสามารถทราบถึงคำตอบที่ว่า...ดินแดนนี้คือดินแดนแห่งพันธะสัญญา...จริงๆหรือ???

หรือว่า...ดินแดนแห่งพันธะสัญญา...จะเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อกลบเกลื่อนเท่านั้นครับ...?????????? ....

 
 


จากคุณ : Crescent ) - [ 10 ต.ค. 50 12:40:35 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 17

ชาวยิว>>> ตามพระคัมภีร์ เป็นชาติที่ถูกสาปให้ไม่มีแผ่นดินและเป็นทาสเป็นเวลา เท่าไรจำไม่ได้) และลูกหลานจะไม่มีแผ่นดิน ชาวยิวโดนขับออกจากแผ่นดิน(ถ้าจำได้จะเห็นว่า โมเสส เป็นคนแหวกทะเลแดง แล้วพาชาวยิวกลุ่มสุดท้ายออกจะแผ่นดิน)

อิสราเอลคือแผ่นดินเดิมของชาวยิวเมื่อหลายพันปีก่อน แต่อยู่ในสภาพของทาส เพราะพระเจ้าสาป

ชาวปาเลสไตน์ ก็คือลูกหลานของมุสลิมที่ยึดแผ่นดินไปหลังชนะสงคราม
ครูเสต

ชาวยิวมีความต้องการที่จะกลับมาอยู่ อย่างคนที่มีประเทศ มีแผ่นดิน โดยเราจะเห็นได้ว่าคนยิวจะกระจายตัวอยู่ทั่วโลก แต่ฉลาดและรวยมาก เลยเริ่มซื้อที่ดินในเยรูซาเลม(เอากลางๆเมืองเหมือนบ้านกลางเมือง) เพราะอยากให้ลูกหลานมาอยู่บนแผ่นดินนี้ และตายที่นี่

ชาวปาเลสไตน์ ขายที่ดินจนหมด แล้วก็มีอยู่วันหนึ่ง ยิวก็ประกาศ และขับ ชาวปาเลสไตน์ออกจากที่ดินที่พวกเขาซื้อไว้ ยิวไม่ได้โกง ซื้อด้วยเงิน แล้วก็อยู่บนที่ดินที่ตนซื้อมาด้วยเงิน

ทุกวันนี้  มัสญิดอัลอักซอ ก็ถูกยึด แล้วสร้างโดมสีทองทับบนพื้นที่เดิม ใต้ลงไปเขาว่ามีหีบสีทองที่มีผู้หญิงมีปีก 2 ฝั่งบนฝา ฝังอยู่แต่ยังหาไม่เจอ

แน่นอนที่ชาวยิวจะพยายามกีดกัน และกดขี่ชาวปาเลสไตน์ แต่มันก็เหมือนกันคำสาป เพราะชาวยิวก็จะอยู่อย่างไม่มีความสุขไปอีกเป็น 1000 ปีตามคำสาปของพระเจ้า

เขาเชื่อกันว่าคำสาป นี่มี 3000 ปี พระเจ้าสาปเขาไว้.....จริงแท้ให้คนอื่นตอบ


จากคุณ : L'hivre - [ 10 ต.ค. 50 14:04:40 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 18

อ้อ เขาเรียกกรุงเยรูซาเล็มว่า land of promise หรือ land of God....

จากคุณ : L'hivre - [ 10 ต.ค. 50 14:06:46 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 19

การที่จะบอกว่า...ชาวปาเลสไตน์ขายที่ดินให้กับชาวยิว...แต่นั่นก็เป็นการซื้อขายที่ดิน...จริงอยู่ว่า...การขายที่ดิน...คือ...การยกสิทธิการครอบครองที่ดิน...แต่...ที่ดินนั้นก็ยังอยู่ในอำนาจอธิปไตยของประเทศที่ตั้งอยู่ครับ...ไม่ใช่เป็นการยกอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนปาเลสไตน์...ให้ชาวยิวนะครับ...เพราะ...อย่างไรแล้ว...อำนาจอธิปไตยของรัฐปาเลสไตน์...ก็ยังมีอำนาจเหนือสิทธิการครอบครองของที่ดินของยิวอยู่ดีครับ...เรื่องการซื้อขายที่ดินเป็นเรื่องระหว่างเอกชนกับเอกชน...แต่...เอกชนก็ไม่มีสิทธิที่จะมีอำนาจเหนืออำนาจอธิปไตยแห่งรัฐ...

ฉะนั้น...แยกให้ถูกระหว่างสิทธิครอบครองที่ดิน...กับ...อำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนแห่งรัฐ...ครับ...

เพราะหากเป็นเช่นในตรรกะที่คุณว่านี้...ใครสามารถรวบรวมที่ดินได้จำนวนหนึ่ง...ก็สามารถประกาศเขตแดนของตนเป็นรัฐเอกราชได้หรือครับ...

ถ้าเป็นอย่างนี้...คนเชื้อสายหยิวที่อยู่ในประเทศสารขัณฑ์...มีอำนาจทางเศรษฐกิจ...สามารถรวบรวมที่ดินในดินแดนสารขัณฑ์ได้จำนวนหนึ่ง...แล้วประกาศตั้งตนเป็นเอกราช...ไม่ขึ้นตรงต่อสารขัณฑ์...โดยมีประเทศอุษา...ซึ่งเป็นมาเฟียใหญ่ในโลก...ให้การสนับสนุนอยู่...โดยประกาศรับรองเอกราชของรัฐใหม่ที่ชื่อว่า...หยิว...ที่แยกตัวมาจากสารขัณฑ์...โดยอ้างว่า...นี่คือดินแดนที่ในอดีตเมื่อ 1,000 ปี ที่แล้ว...เป็นดินแดนที่อยู่ในอำนาจของชาวหยิว...คุณคิดว่า...หากคุณเป็นชาวสารขัณฑ์...คุณจะทำอย่างไรครับ...ระหว่าง...

1. ปล่อยเขาไป...เพราะเป็นสิทธิของเขา...ถือเป็นเวรเป็นกรรมของชาวสารขัณฑ์...เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร...

2. สู้เพื่อเรียกร้องเอาอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนสารขัณฑ์นี้คืนมา...

 
 


จากคุณ : Crescent ) - [ 10 ต.ค. 50 16:09:54 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 20

ได้ครับถ้ามีประเทศรับรองมากพอคุณก็สามารถตั้งเป็นประเทศได้ครับ

เอาแค่ภาคใต้ก็พอครับ ถ้าโจรใต้สามารถมีกำลังมากพอ จนสามารถประกาศตั้งประเทศได้แล้ว
มีประเทศจำนวนมาก หรืออย่างน้อยมหาอำนาจสัก 1 ประเทศรับรองก็สามารถตั้งประเทศถูกต้อง
ตามกฎหมายแล้วครับ

เมื่ออยู่ในสภาพนี้ทางรัฐบาลไทยก็ต้องตัดสินใจแล้วว่าจะปล่อยไปหรือจะทำสงครามเพื่อรวมดินแดน
ที่เสียไปคืนมา ซึ่งถ้าชนะก็สามารถเอาดินแดนคืนมาได้ ถ้าแพ้ก็ต้องปล่อยดินแดนนั้นไป

อิสรเอลประกาศอิสรภาพได้ด้วย มติUNที181ครับ และมีประเทศรับรองถือว่าเป็นประเทศถูกต้อง
ตามกฎหมายแล้วซึ่งอาหรับไม่ยอมจึงเปิดศึกอาหรับอิสรเอล และพ่ายแพ้ประเทศอิสรเอลจึงจัด
ตั้งขึ้นได้ครับ

แก้ไขเมื่อ 10 ต.ค. 50 17:20:10

แก้ไขเมื่อ 10 ต.ค. 50 17:07:59

แก้ไขเมื่อ 10 ต.ค. 50 17:06:24

จากคุณ : Pongkm (Pongkm) - [ 10 ต.ค. 50 17:05:36 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 21

ส่วนเรื่องจะสู้แค่ไหน สู้เท่าไหร่ เรื่องนี้ต้องอ้างอิงคำพูดของหลวงพ่ออุตมะที่พูดถึงพวกมอญกู้ชาติไว้น่าฟังว่า  

"กู้ชาติกันอย่างไรหนอ ถึงทำให้ชาติลำบากถึงเพียงนี้"

แก้ไขเมื่อ 10 ต.ค. 50 17:35:55

จากคุณ : Pongkm (Pongkm) - [ 10 ต.ค. 50 17:28:54 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 22

คุณ Pongkm...ครับ...

ที่คุณกล่าวว่า...อิสราเอลประกาศอิสรภาพได้ด้วย มติUNที181ครับ และมีประเทศรับรองถือว่าเป็นประเทศถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ซึ่งอาหรับไม่ยอมจึงเปิดศึกอาหรับอิสราเอล และพ่ายแพ้ประเทศอิสราเอลจึงจัดตั้งขึ้นได้ครับ...

ตามกฎหมาย...แต่ต้องพิจารณาดูว่า...มันถูกต้องตามหลักคุณธรรม...หรือไม่ครับ...ดูตัวอย่างจากรัฐบาลไทยชุดก่อนนะครับ...รัฐบาลทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง...แต่...มันถูกต้องตามหลักคุณธรรมหรือไม่ครับ...

กฎหมายที่ออกมา...ออกมาเพื่อรับใช้กับผู้ที่มีอำนาจ...สิ่งนี้คุณจะเรียกว่ามันคือ...ความชอบธรรมได้หรือไม่ครับ...???...

มติที่ออกมา...ออกมาจากอะไรครับ...ใครเป็นผู้ที่กดดันให้ออกมตินี้มา...หากมติUNที่ออกมาถูกต้อง...และ...ต้องถือปฏิบัติตามทั้งหมด...รัฐยิวนี้ก็ต้องปฏิบัติตามมติ UN เช่นกัน...รวมถึง ประเทศเจ้าโลกด้วย...ที่ไม่ยอมรับมติกี่มติของ UN...

และก็เป็นที่ทราบกันดีว่า...UN...แท้ที่จริงก็คือ...ตรายางเพื่อประทับตราให้กับ...เจ้าโลก...

สรุปแล้ว...คุณคิดว่า...คุณธรรมที่แท้จริง...คือ...สิ่งที่ผู้ที่มีอำนาจเห็นชอบหรือครับ...

ความชอบธรรม...ที่แท้จริงแล้ว...คืออะไรกันแน่...

แก้ไขเมื่อ 10 ต.ค. 50 17:34:33

 
 


จากคุณ : Crescent ) - [ 10 ต.ค. 50 17:33:09 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 23

ผมบอกว่าถูกกฎหมายระหว่างประเทศครับ ไม่ได้บอกว่าชอบธรรม หรือยุติธรรม

ถ้าถามความยุติธรรม ลองไปถามชาติอาหรับตอนรุมกินโต๊ะอิสราเอลก็ดีนะครับ
เผอิญว่าแพ้ มันก็เลยกลายเป็นไม่ยุติธรรม

ตอนนี้มีชาวปาเลสไตน์ส่วนหนึ่งที่พยายามใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เพื่อมีชีวิตที่สงบสุข
แต่ก็มีชาวปาเลสไตน์อีกส่วนหนึ่งที่เอาแต่พยายาม ต่อสู้กับอิสราเอลจนทำให้
ชาวปาเลสไตน์ ที่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเดือดร้อน คุณถามหาความยุติธรรมให้
พวกเขาได้ไหมละครับ

หรืออย่าง ผู้นำอียิปต์ที่เซ็นสัญญาสงบศึกกับอิสราเอลแล้วโดนทหารอียิปต์ฆ่าตาย
มันยุติธรรมไหมละครับ

บางทีความยุติธรรมทีี่เราเรียกร้อง มันก็แค่ความพอใจของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายแค่นั้นเอง

เกมสงคราม เมื่อเล่นแพ้ แล้วไม่ยอมเลิก ก็ต้องอาฆาตจองเวรกันไปไม่รู้จักไม่จบไม่สิ้น
"ผู้ชนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมนอนเป็นทุกข์ บุคคลพึงละความชนะและแพ้ได้แล้วจึงนอนเป็นสุข"

แก้ไขเมื่อ 10 ต.ค. 50 17:56:17

จากคุณ : Pongkm (Pongkm) - [ 10 ต.ค. 50 17:52:52 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 24

คุณ Pongkm...ครับ...

ที่คุณกล่าวว่า...ส่วนเรื่องจะสู้แค่ไหน สู้เท่าไหร่ เรื่องนี้ต้องอ้างอิงคำพูดของหลวงพ่ออุตมะที่พูดถึงพวกมอญกู้ชาติไว้น่าฟังว่า  

"พวกนั้นบอกว่ากู้ชาติ กู้ยังไงไม่รู้เห็นชาติมีแต่ล้มจมลงไม่มีดีขึ้น"


นั่นก็คือ...ความคิดของหลวงพ่อครับ...แต่เมื่อตอนเป็นเด็กเล็กๆ...ก่อนทีน้ำจะท่วมเขื่อน...วัดเก่ายังไม่ถูกน้ำท่วม...ผมเคยตามคุณพ่อไปดูสัมปทานไม้ที่สังขละ...เคยเจอตอนที่...เมื่อทหารพม่าเข้ามาถล่มทหารมอญในฝั่งนั้น...ในวัดก็มีการเคลื่อนไหวอย่างหนึ่งที่ผมเห็นแล้วจำได้ติดตาไม่ลืมครับ...มันเป็นภาพของการต่อสู้เพื่อสิทธิและเสรีภาพ...ของชนชาติที่ถูกกดขี่ครับ...

มันไม่ใช่เรื่องของความล่มจมหรือเจริญ...ครับ...แต่...ผมมองว่า...มันเป็นเรื่องของ...การยืนหยัดไม่ยอมก้มหัวให้กับความอยุติธรรม...ครับ...

การต่อสู้เพื่อความถูกต้อง...การต่อสู้เพื่อมาตุภูมิ...การต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิของคนที่ถูกริดรอน...การต่อสู้เพื่อเรียกร้องความชอบธรรมกลับมา...

มันเป็นเรื่องของการต่อสู้ระหว่าง...ความถูกต้อง...กับ...ความไม่ถูกต้อง...ระหว่าง...ธรรมะ...กับ...อธรรม...

แนวคิดของ...เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรนั้น...ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการต่อสู้เพื่อพิทักษ์ธรรม...อิสลามสอนว่า...ให้เราต่อสู้จนถึงเมื่อความเป็นธรรมได้กลับคืนมา...และเมื่อนั้น...จึงถึงคราวของการให้อภัย...ครับ

แม้แต่พระพุทธองค์ก็ได้สอนไว้ว่า...พึงสละชีวิต...เพื่อรักษาธรรม...

ผมว่า...การนิ่งสงบ...โดยการคิดว่า...ทำโดยการไม่ทำ...มันก็เหมือนกับการที่เรา...ลงเรือลำเดียวกัน...และเราเป็นผู้เดียวที่เห็นคนกำลังเจาะใต้ท้องเรือ...เราไม่เข้าไปขัดขวาง...เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้เขาขุ่นใจ...แล้ว...ปล่อยให้เรือนั้นรั่วและจมลง...ในที่สุด...แล้วการสงบนิ่งนี้..จะมีประโยชน์อย่างไร...

การที่อธรรมได้เป็นใหญ่...และ...ที่โลกนั้นวุ่นวาย... อยู่ถึงทุกวันนี้...ก็ไม่เพราะ...การเสียดายชีวิต...การศิโรราบของธรรม...หรือครับ...

แก้ไขเมื่อ 10 ต.ค. 50 18:01:46

 
 


จากคุณ : Crescent ) - [ 10 ต.ค. 50 17:55:10 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 25

คุณ Pongkm...ครับ...

ที่คุณกล่าวว่า... "ผู้ชนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมนอนเป็นทุกข์ บุคคลพึงละความชนะและแพ้ได้แล้วจึงนอนเป็นสุข"

หากเราเอาคำกล่าวนี้มาเปรียบเทียบกับความเป็นจริง...เอาเป็นที่เกิดขึ้นจริงในบ้านเรานี่แหละครับ...เป็นการต่อสู้ของฝ่ายธรรม...และ...อธรรม...โดยผมถือเอาทหารที่ทำตามหน้าที่...เป็นฝ่ายธรรม...และ...ให้ผู้ก่อความไม่สงบ(ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด)...เป็นฝ่ายอธรรม...

คุณเห็นว่า...ทหาร... ไม่ต้องไปต่อสู้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย...เพื่อผดุงความเป็นธรรมไว้...ควรละกลับบ้านมานอนหรือครับ...จะได้เป็นสุข...

หรือคุณเห็นว่า...ทหาร ผมให้เป็นผู้ชนะ...ย่อมก่อเวร...ผู้ก่อการร้าย ผมให้เป็นผู้แพ้...ย่อมเป็นทุกข์...คนที่ไม่สนใจอะไรเลย คือ บุคคลที่ละแล้วซึ่งความชนะและแพ้...จึงนอนเป็นสุข...หรือครับ...

ผมว่า...หากเป็นอย่างนั้นจริง...คนที่นอนเป็นสุขนั้น...น่าจะต้องเห็นแก่ตัวมากเลยนะครับ...

ผมเข้าใจครับว่า...คำกล่าวนี้คืออะไร...มุสลิมเคยประสบมาแล้วในสมัยของสงครามอุฮุด...เราได้มีการสอนกันมาตอนระยะเวลา 1,400 ปี...ครับ...นั่นคือ...ในสงครามนั้นมุสลิม...พ่ายแพ้ต่อชาวมักกะห์...และ...สงครามนั้นก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว...และความธรรมก็ได้ถูกพิทักษ์รักษาไว้...มุสลิม...ที่รบพ่ายแพ้...ไม่ได้นำเอาความพ่ายแพ้นั้น...มาคิดเคียดแค้น...หรือ...นำเอามาเป็นทุกข์...แล้วใช้ชีวิตอยู่อย่าง...ปกติสุขเหมือนเดิม...

สงครามนั้นได้สอนมุสลิมในหลายๆอย่างครับ...

ไม่ยึดติดกับความมีชัยชนะ...และ...ไม่จมอยู่กับความพ่ายแพ้...แต่...ก็ต้องต่อเมื่อ...ความเป็นธรรมได้ถูกพิทักษ์รักษาไว้...

 
 


จากคุณ : Crescent ) - [ 10 ต.ค. 50 18:19:20 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 26

พึงสละชีพเพื่อรักษาธรรม

ธรรมในที่นี้ หมายถึง ธรรม หรือความถูกต้องในธรรมชาติจริงๆนะครับ คือธรรมแท้ไม่ใช่
ความชอบธรรมตามความพอใจมนุษย์ที่มีกิเลสเช่นถ้าเราต้องทำความชั่วก็ยอมตายเสีย
ดีกว่าจะต้องทำความชั่วนั้น นี่ครับคือความหมายของภาษิตนี้

ไม่ใช่ยอมกระโดดเข้าสงครามที่ถูกกล่าวว่านี้คือสงครามที่ชอบธรรม เพราะส่วนใหญ่ใครๆ
ก็บอกว่าสงครามที่ชั้นก่อชอบธรรมทั้งนั้น

การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งดินแดนมาตุภูมิ ก็ฟังดูดีครับ แต่จริงๆ แล้ว ดินแดนมาตุภูมิมันอยู่
ตรงไหนครับ อีกสัก 20 ปี
ชาวปาเลสไตน์ที่โตในอียิปต์ จะถามหรือเปล่าครับว่า ทำไมผมต้องสู้เพื่อดินแดนที่ผมไม่เคยรู้จักด้วยซ้ำ
ในขณะที่ ชาวอิสรเอล บอกว่า ผมอยู่ที่นี้ตั้งแต่เกิด
ทำไมเขาจะมาแย่งบ้านของผม

ส่วนเรื่องสู้จนกว่าจะชนะแล้วผมถามกลับครับ ว่าถ้าไม่ชนะซักทีละครับ จะต้องสู้กันไปอีก
100 - 200 - 300 -1000 ปีงั้น หรือครับลองสู้วิธีอื่นเป็นบ้างไหม หรือรู้จักแต่จับ
ปืนแล้วกระโดดเข้าสงครามอย่างเดียว

อธรรม แท้จริงแล้วอยู่ในใจมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าไทย ยิว หรือปาเลสไตน์ เวลาเราโกรธอธรรม
ก็เฟื่องฟู เวลาเราโลภ อธรรมก็เฟื่องฟู เวลาเราเมตตาใครสักคนธรรมก็เฟื่องฟู เวลาอภัย
ธรรมก็เฟื่องฟู

ส่วนเรื่องภาคใต้ ทหารทุกคนก็ไปทำหน้าที่ เพื่อทำให้ภาคใต้สงบสุข อย่างเช่น วันนี้ฝ่าย
ทหารโดนยิงตาย 7 วันรุ่งขึ้นก็ยิงโจรตาย 5 ศพ เมื่อจบไม่ว่าแพ้หรือชนะ ก็ต้องอภัยกันและกัน
ครับนี้คือความหมายของพุทธสุภาษิตนี้

ไม่ใช่ ฉันแพ้ไม่ได้ ฉันต้องชนะเท่านั้น เพราะฉันเป็นฝ่ายถูกต้อง ไอ้อย่างนี้มันก็สู้กันไม่จบครับ
เพราะพวกโจรก็คิดว่าตัวเองถูกนะครับ

อุเบกขาธรรมถึงสำคัญไงครับ เมื่อทำไปถึงที่สุดแล้ว แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามความมุ่งหวังก็ไม่
เดือดร้อน กับความล้มเหลว และตั้งหน้าตั้งตา เริ่มความดีใหม่ต่อไป

แต่พูดก็พูดเหอะครับ พอถึงจริงๆ ไอ้อุเบกขากับอภัยก็ทำได้ยาก ถ้ามีโอกาสก็อยากโดดถีบพวกโจร
ใต้เหมือนกัน หรือไอ้ที่ทำไปแล้วมันล้มเหลว ก็แย่พอกัน


จากคุณ : Pongkm (Pongkm) - [ 10 ต.ค. 50 18:30:20 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 27

เอาประวัติหลวงพ่ออุตตมะมาให้ดู เพราะท่านเป้นตัวอย่างที่ดีที่สุดกว่าพวกเราซึ่งไม่เคยรู้สึกถึงความยาก
ลำบากของคนที่เสียชาติไป

ปลายพรรษาที่ 16 หลวงพ่ออุตตมะ จำพรรษา ณ โมกกะเนียง อำเภอเย จังหวัดมะละแหม่ง ประเทศพม่า เป็นช่วงเดียวกับการเกิดสงครามระหว่างพม่า กับขบวนการกู้ชาติของมอญ กะเหรี่ยง ยะไข่ และไทยใหญ่

พม่า...ยกพลระดมยิงกราดเข้าไปตามหมู่บ้าน เผาหมู่บ้าน ชาวบ้านล้มตายกันมาก หลวงพ่อเดินทางไปไหนไม่ได้ ต้องอยู่แต่ในวัด

หนังสือ 84 ปี หลวงพ่ออุตตมะบันทึกไว้ว่า...ขึ้นเดือน 9 ภัยสงครามใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พม่ารุกเข้าเผาหมู่บ้านตองมะลัง เกาะโด๊ด เกลาสะ ลุดตอง ตังมุม และก็เข้ามาเกือบจะถึงหมู่บ้านโมกกะเนียง

ช่วงนี้เป็นฤดูฝน...คนเผาก็เผาไป ฝนก็ตกไป ผู้คนก็หนีทั้งไฟ หนีทั้งฝน สับสนอลหม่าน

ย่างเข้ากลางเดือน 9 ชนเผ่าต่างๆ 10 เผ่า...มอญ กะเหรี่ยง ยะไข่ ไทยใหญ่ ฉิ่น คะฉิ่น กะยา ฯลฯ ร่วมมือกันเข้ายึดมะละแหม่งคืนจากพม่า

เป้าหมายขบวนการกู้ชาติยึดมะละแหม่งหนนี้ เพราะเป็นเมืองใหญ่ เป็นศูนย์กลางคมนาคมทั้งทางบกทางน้ำ

พม่า...ไพร่พลน้อยกว่า สู้ไม่ไหวก็แตกหนีไป

ข่าวว่า...ส่วนใหญ่มุ่งหน้าไปมัณฑะเลย์

ยึดมะละแหม่งสำเร็จขบวนการกู้ชาติก็ประกาศชัยชนะ...มอญเป็นประเทศอิสระแล้ว ชาวบ้านดีอกดีใจ พระสงฆ์ก็ออกไปร่วมเป็นกำลังใจ

ชนะศึกครั้งนี้...ว่ากันว่ามีชาวบ้านมานิมนต์หลวงพ่ออุตตมะ ไปมะละแหม่งเพื่อร่วมฉลองอิสรภาพ...แต่หลวงพ่อไม่ยอมไป บอกว่า... “ไม่ช้าพม่าก็จะกลับมาอีก”

กลางเดือน 10 พม่าใช้เรือรบอังกฤษชื่อเมยุ กำลังพล 500 คน อาวุธครบมือ ทำทีเป็นเรือมอญ ชักธงมอญ ประกาศว่ามอญยึดมาจากพม่า เดินทางมาจากย่างกุ้งมุ่งหน้าไปมะละแหม่ง ชาวบ้านรู้ข่าวก็ยิ่งคึกคัก

เรือถึงท่า พม่าก็ส่งไส้ศึกปล่อยข่าวว่าพรุ่งนี้คนในเรือจะขึ้นฝั่ง แต่ พอค่ำเท่านั้น...ทหารพม่าก็ยกพลขึ้นเต็มมะละแหม่ง ถูกข้าศึกจู่โจมโดยไม่ให้รู้ตัว ไม่ทันตั้งตัว ขบวนการกู้ชาติมอญสู้ไม่ได้ หนีเข้าป่า

สถานการณ์นี้ พรรษานี้...หลวงพ่ออุตตมะอยากออกไปไหน...ก็ไปไม่ได้ เทศกาลกฐิน ก็ไม่มีใครมีผ้ากฐินถวายพระ

ชาวบ้านที่ศรัทธา ก็สู้อุตส่าห์หาหูกมาทออยู่ข้างวัด

ถึงวันทอดกฐิน ทหารพม่าเข้ามาตรวจ ตั้งข้อสงสัย ชาวบ้านสนับสนุนกองโจรกู้ชาติ พลวงพ่อออกมาชี้แจงว่า ขอให้ดูผ้ากฐิน แม้แต่สีย้อมยังไม่มี ต้องหาขมิ้นมาย้อมแทน แล้วจะมีปัญญาหาเสบียงที่ไหน...ไปเลี้ยงโจร

ตกกลางดึก...กองโจรกู้ชาติก็เข้ามาขออาหารชาวบ้านที่เตรียมไว้ทำบุญ หลวงพ่อบอกให้โจรเอาเสบียงไปต้มแกงกินเอง ขืนให้อยู่ร่วมวง ทหารพม่ารู้จะพลอยตายกันหมด

ช่วงนั้นบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป ไม่ทราบว่าใครปกครองใคร แม้จะเป็นมอญด้วยกัน

“ใครเชื่อฟังคำสั่งพม่า ก็ถูกกองโจรมอญทำร้าย...ใครมีอาหารถวายพระถือว่ามีฐานะดี ก็ถูกโจรเรียกเก็บเงิน มอญบางคนก็เป็นสายให้พม่า”

เดือนยี่...หลวงลุงวัดเจ้าคะเลให้หลวงพ่ออุตตมะย้ายไปอยู่ด้วย ไปอยู่ได้เดือนเดียว ทั้งพม่าทั้งมอญกู้ชาติต่างก็เผาบ้านเรือนประชาชน วัดวาอาราม ปล้นเอาทรัพย์สิน หมู่บ้านใหญ่ๆ...พอมีเหลือรอด หมู่บ้านเล็กๆไม่ต้องพูดถึง ถูกเผาวอดทั้งหมู่บ้าน

กิตติศัพท์หลวงพ่ออุตตมะ สมัยเคยสยบกองโจรกะเหรี่ยง เป็นที่รู้ ของชาวบ้านทั่วไปในวงกว้าง ในช่วงขวัญหนีดีฝ่อ หาที่พึ่งที่ไหนไม่ได้ก็หนีกันมาพึ่งใบบุญหลวงพ่อ...

หลวงพ่อทอดถอนใจรำพันว่า

“กู้ชาติกันอย่างไรหนอ ถึงทำให้ชาติลำบากถึงเพียงนี้”

ปีนี้สถานการณ์บ้านเมืองเลวร้าย มอญกู้ชาติมีหัวหน้าสำคัญ 3 คน ซินแผ่ พุซอง โกมอง หลวงพ่ออุตตมะเคยขอให้พระระดับเจ้าอาวาสไปเจรจาไม่ให้ทำร้ายชาวบ้าน แต่ก็ถูกไล่กลับ

แรม 2 ค่ำ เดือน 4 ทุกคนในวัดมาประชุมกัน เพราะภัยใกล้เข้ามาทุกที กองโจรมอญเข้าปล้นคืนละ 2 หมู่บ้าน มรรคนายกเสนอว่า...ให้ยอมขึ้นกับพม่าเสีย แล้วขอกำลังพม่ามาคุ้มครอง หลวงพ่อบอกว่า...เรียกคนอื่นมาเป็นมิตร จะยิ่งเป็นเหตุชักนำความตายมาสู่

หลวงพ่อเสนอว่า น่าจะลองเจรจากับมอญกู้ชาติอีกครั้ง

ครั้งนี้...หลวงพ่ออุตตมะไปเจรจากับมอญกู้ชาติเพียงลำพัง เห็นหน้าค่าตาส่วนใหญ่บวชเรียนมาแล้วทั้งนั้น บางคนก็เป็นลูกศิษย์

“นี่หรือขบวนการกู้ชาติ...การไปปล้น ไปจับคน เรียกค่าไถ่ นี่มันการกระทำของโจรชัดๆ ตำรากู้ชาติที่ไหนสอนให้ทำอย่างนี้”

หลวงพ่ออุตตมะตำหนิซึ่งหน้า

โจรก็ตอบว่า...ก็ไม่มีอาวุธ ไม่มีกระสุน จะไปสู้พม่าได้อย่างไร

หลวงพ่อก็ว่า...“ก็อย่าไปปล้นเขาซี ตอนนี้ผู้คนหวาดกลัวหนีจากบ้านมารวมกันหมด ใครจะทำไร่ทำนาเล่า ถ้าปล่อยให้กลับหมู่บ้าน เวลาเขาดำนา เกี่ยวข้าวก็ไปช่วยเขา...ชาวบ้านเขาก็จะมีเมตตาสนับสนุนเอง ปืนกระบอกหนึ่งราคาพอกับหมากสิบต้นเท่านั้น

ถ้าชาวบ้านเขาให้ ก็จะได้มากมาย ขอให้บอกมาเถิดว่า ต้องการหมู่บ้านละเท่าไหร่ แต่ถ้าชาวบ้านทำมาหากินไม่ได้เลย ใครจะเอาที่ไหนมาให้ได้

มอญเป็นศัตรูกับมอญ...แล้วจะกู้ชาติไปให้ใคร จะชนะได้ มอญต้องเป็นมิตรกับมอญ”

พุทธศักราช 2492 หลวงพ่ออุตตมะลี้ภัยโจรกู้ชาติเข้ามาจำพรรษาในเขตประเทศไทย การสู้รบระหว่างพม่ากับมอญ รวมไปถึงชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆ มีทีท่าว่าจะไม่มีทางสงบได้

หลวงพ่ออุตตมะอยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ แต่ก็มีคนมาชวนให้หลวงพ่อกลับไปช่วยชาวมอญกู้ชาติอยู่หลายครั้ง

“เราไม่กู้หรอก...” หลวงพ่ออุตตมะตอบฝากไปถึงกลุ่มขบวนการกู้ชาติทั้งชาวมอญและชาวไทยใหญ่ “เราก็เป็นมนุษย์เหมือนกันทุกชาติ ไม่ว่าพม่า มอญ ไทยใหญ่ กะยา กะเหรี่ยง”

กลุ่มกู้ชาติก็มีคำถามตามมาว่า...เมื่อไม่กู้ชาติ แล้วท่านจะไปไหน?

“เราจะไปธุดงค์...”

วันเวลาผ่านไป...หลวงพ่ออุตตมะพูดถึงขบวนการกู้ชาติมอญด้วยความเป็นห่วง เพราะคิดถึงแต่การกู้ชาติ ชาวมอญจึงแทบไม่มีแผ่นดินที่จะอยู่ ผ่านมาหลายสิบปีแล้ว...การกู้ชาติก็ยังทำไม่สำเร็จ

“การเมืองและสงครามเราไม่เกี่ยว เราไม่อยากให้ทะเลาะกัน อยากให้อยู่ด้วยกันอย่างสงบทั่วโลก ทุกครั้งที่ชนกลุ่มน้อยมาพบเรา ก็จะบอกกันทุกคนว่า อยากให้อยู่กันแบบพี่น้อง

ถ้าเราพร้อมจะอยู่ประเทศเดียวกัน ก็แบ่งกันไป...ทางเหนือให้พม่าดูแลเป็นเขตพม่า ทางใต้ก็เป็นพื้นที่มอญ เรื่องเอกราชขอให้สงบไว้ก่อน วันหนึ่งถ้าเสมอภาคกันเมื่อใด ก็ได้แน่

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สงครามสงบไปเยอะ มีการต่อสู้กันประปรายระหว่างกะเหรี่ยง...พม่าเท่านั้น”

หลวงพ่ออุตตมะเชื่อว่า...อีกไม่นาน สงครามการสู้รบระหว่างเชื้อชาติก็จะจบลง

“การเมืองไม่มีในพระไตรปิฎก เราอ่านไม่ออก เราไปทางโลกุตระ...

นี่แหละ เราไปทางนั้นไม่มีทางรู้ว่าเขาทำกันอย่างไร เพราะฟังไม่ออก เรื่องสงครามเราไม่เกี่ยว เราไม่อยากให้ทะเลาะกัน อยากให้อยู่กันอย่างสงบ”

หลวงพ่ออุตตมะย้ำกับทุกคนที่มาหาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นทหารไทย... พม่า...กะเหรี่ยง...หรือว่า...มอญ จะไม่มีการพูดถึงการเมือง

“เราคิดอย่างเดียว จะทำอย่างไรให้วัดเป็นศูนย์กลางของศาสนา ดึงคนให้เข้าใจธรรม สนใจพุทธศาสนาให้มากๆ เพราะวัดเป็นของกลางของทุกคนทุกศาสนา”.

แก้ไขเมื่อ 10 ต.ค. 50 18:33:18

จากคุณ : Pongkm (Pongkm) - [ 10 ต.ค. 50 18:33:00 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 28

จริงว่ะ

พอพูดมากไปก็หาว่าเข้าข้างอาหรับ
พอพูดน้อยไปก็หาว่าเข้าข้างยิว
งั้นอยู่บนดินแดนสยาม แล้วหาทางป้องกันตัวเอง
จากพวก ไซออนนิสซ์ ก็พอแล้วว่ะ

"เมื่อมันเป็นอาณาจักรของพระเจ้าก็ให้พระเจ้าจัดการกับมันตามใจท่านเถอะ"


จากคุณ : เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับสูญไป - [ 10 ต.ค. 50 21:23:31 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 29

ความคิดเห็นที่ 20  

ได้ครับถ้ามีประเทศรับรองมากพอคุณก็สามารถตั้งเป็นประเทศได้ครับ

เอาแค่ภาคใต้ก็พอครับ ถ้าโจรใต้สามารถมีกำลังมากพอ จนสามารถประกาศตั้งประเทศได้แล้ว
มีประเทศจำนวนมาก หรืออย่างน้อยมหาอำนาจสัก 1 ประเทศรับรองก็สามารถตั้งประเทศถูกต้อง
ตามกฎหมายแล้วครับ

เมื่ออยู่ในสภาพนี้ทางรัฐบาลไทยก็ต้องตัดสินใจแล้วว่าจะปล่อยไปหรือจะทำสงครามเพื่อรวมดินแดน
ที่เสียไปคืนมา ซึ่งถ้าชนะก็สามารถเอาดินแดนคืนมาได้ ถ้าแพ้ก็ต้องปล่อยดินแดนนั้นไป

อิสรเอลประกาศอิสรภาพได้ด้วย มติUNที181ครับ และมีประเทศรับรองถือว่าเป็นประเทศถูกต้อง
ตามกฎหมายแล้วซึ่งอาหรับไม่ยอมจึงเปิดศึกอาหรับอิสรเอล และพ่ายแพ้ประเทศอิสรเอลจึงจัด
ตั้งขึ้นได้ครับ
แก้ไขเมื่อ 10 ต.ค. 50 17:20:10

แก้ไขเมื่อ 10 ต.ค. 50 17:07:59

แก้ไขเมื่อ 10 ต.ค. 50 17:06:24

จากคุณ : Pongkm (Pongkm)   - [ 10 ต.ค. 50 17:05:36 ]

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จริงๆแล้ว ... โดยหลักการ เห็นด้วยกับคุณ Cresent นะครับ

แต่...

ก็แค่เห็นด้วยกับหลักการ...

โลกแห่งความเป็นจริง...มันโหดร้ายครับ

อย่างที่เขาว่าแหละ

ถ้า 3 จังหวัดใต้ มี UN หรือ มหาอำนาจ มาแทรกแซง

เขาก็ตั้งประเทศของเขาเองได้...นั่นแหละ

ความเป็นประเทศนั่นอยู่ตรงไหน???

โจรใต้ เขาอ้าง(ย้ำว่าอ้าง) ว่าถูก สยาม รุกราน

แล้วก่อนมี ปัตตานีดารุสลาม ของเขานะ ไม่ใช่ ศรีวิชัย หรือ???

ถ้าอ้างอดีตกันไปอีก มันก็อาณาจักรโบราณก่อนนั้นให้เอามาอ้าง

อ้างกันไป อ้างกันมา สุดท้าย...

มันก็อยู่ที่ผู้มีอำนาจ...อยากเป็นใหญ่...ก็เท่านั้น


จากคุณ : yod_envi - [ 10 ต.ค. 50 21:24:29 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 30

คืนประเทศอเมริกาให้อินเดียนแดง (สามร้อยปี)

คืนตะวันออกกลาง (ส่วนหนึ่ง) ให้เติร์ก (พันสี่ร้อยกว่าปี)

คืนตะวันออกกลางส่วนใหญ่ให้เปอร์เชีย (กว่าสองพันแปดร้อยปี)

น่าจะดีนะ

ปล. ส่วนตัวไม่ชอบยิว (อเมริกาด้วย) นะเพราะมันกินคนไม่คายกระดูก


จากคุณ : proac - [ 11 ต.ค. 50 01:13:35 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 31

ได้ความรู้ค่ะ  ได้ความรู้

ขอบพระคุณทุก ๆ ท่านนะคะ  แต่ว่าสงสารปาเลสไตน์ จังเลยค่ะ สนามบิน ก็ไม่มีแล้วอ่ะ  จะกลับประเทศต้องไปทางอียิปต์ อย่างเดียว แล้วก็ไปรถ ( รูปใน google earth ก็เป็นรูปสนามบิน ที่ถูกอิสราเอล พังพินาศไปแล้ว )

คนปาเลสไตน์ ยิ่งทุกข์หนัก เพราะว่า มีช่วงที่ประธานาธิบดี ยัสเซอร์ อาราฟัด ประกาศ สนับสนุนอิรัก  คนปาเลสไตน์ ที่อยู่ตามประเทศต่าง ๆ (ลี้ภัย มา ทำงานมั่ง ) โดนปลด ออกจากงานเฉยๆ เลยอ่ะ   มองในแง่การทำงาน คนจากที่นี่ คือ ยังอยู่ติด ๆ แถบยุโรปใช่มั้ยคะ เค้าจะมีความตั้งใจมาก และ ขยัน อดทนมาก ( เทียบกับแขก ) คือ เหมือนกับว่า เขาก็อยากตอบแทนประเทศที่เขาอยู่ แล้วก็ แถบ ๆ นี้ จะหา คนที่มีอาชีพ เป็น professional จากแขกอาหรับ ไม่มีค่ะ  ( ไม่ค่อยเห็นนะ แบบ อาชีพ แบบ วิศวกร ต่างๆ นา ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกที่มาจาก เลบานอน ปาเลสไตน์ )  

แถมมีช่วงหนึ่ง ท่านประธานาธิบดี คนเดิม ยังบอกว่า ห้ามให้ ประเทศ อื่นให้สัญชาติกับ ปาเลสไตน์ด้วย เพราะว่า ไม่งั้นเดี๋ยว เผ่าพันธ์ ปาเลสไตน์จะหายไปจากโลก ( เพราะว่าคนที่มีที่ไป เขา ก็ไปอยู่ที่อื่น กัน ไปตั้งรกรากอยู่ที่อื่นเลย ไม่อยู่ประเทศตัวเอง ) เขาเหมือนมีชะนัก และเขาก็หวานอมขมกลืนด้วย นัยหนึ่ง ก็ ยังเป็นเผ่าพันธ์ ที่สืบเชื้อสาย มาจาก ประเทศ นั้นๆ แต่ อีกนัยหนึ่ง ถ้าเค้า ยังมีสัญชาติ ปาเลสไตน์ เขาจะลำบากในทางสังคม อื่น ๆ ด้วย ( ประเทศ ไม่มั่นคง )  บางคน ก็พยายาม ที่จะเปลี่ยนสัญชาติ  โดย ให้ภรรยาไปคลอดลูก ที่ ยูเอสเอ บ้าง แคนาดาบ้าง แต่ว่า ก็ต้องรอไปอีก สิบแปดปี ลูกถึงจะให้สัญชาติ กับพ่อแม่ได้

จบ ก่อน จบ  เดี๋ยวมาเขียนใหม่ ( ประวัติศาสตร์ไม่ค่อยรู้แต่ว่า ปัจจุบันพอรู้บ้าง )


จากคุณ : Freedom of Life - [ 11 ต.ค. 50 02:24:57 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 32

"ห้ามให้ ประเทศ อื่นให้สัญชาติกับ ปาเลสไตน์ด้วย เพราะว่า ไม่งั้นเดี๋ยว เผ่าพันธ์ ปาเลสไตน์จะหายไปจากโลก ( เพราะว่าคนที่มีที่ไป เขา ก็ไปอยู่ที่อื่น กัน ไปตั้งรกรากอยู่ที่อื่นเลย ไม่อยู่ประเทศตัวเอง ) เขาเหมือนมีชะนัก และเขาก็หวานอมขมกลืนด้วย นัยหนึ่ง ก็ ยังเป็นเผ่าพันธ์ ที่สืบเชื้อสาย มาจาก ประเทศ นั้นๆ แต่ อีกนัยหนึ่ง ถ้าเค้า ยังมีสัญชาติ ปาเลสไตน์ เขาจะลำบากในทางสังคม อื่น ๆ ด้วย ( ประเทศ ไม่มั่นคง )  บางคน ก็พยายาม ที่จะเปลี่ยนสัญชาติ  โดย ให้ภรรยาไปคลอดลูก ที่ ยูเอสเอ บ้าง แคนาดาบ้าง แต่ว่า ก็ต้องรอไปอีก สิบแปดปี ลูกถึงจะให้สัญชาติ กับพ่อแม่ได้"

เรื่องนี้มีมาตลอดเวลาแหละค่ะ คงไม่ใช่เฉพาะชาวปาเลสไตน์พวกเดียว ยิวเองก็เคยที่ต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ ไม่กล้าแม้แต่จะบอกคนอื่นว่าตัวเองเป็นยิว เพราะรู้ว่าคนอื่นรังเกียจ คนอื่นไม่อยากให้มีคนยิวอยู่ใกล้ๆ

ปิกมี่ ฆ่ากันกับ วูตู ก็เพื่อให้อีกฝากสูญพันธุ์

คนฆ่ากันทุกวัน และก็เกิดขึ้นทุกวัน มนุษย์เราคือสัตว์โลก สิงโตฆ่าพ่อสิงโตก็ตามไปฆ่าลูกมันด้วย เพื่อเอาตัวเมียมาตั้งท้องลูกตัวเอง เมื่อลูกมันโตก็ไล่จากฝูง ให้ไปไกลๆ แม่และเมียตัวอื่นของพ่อ ไปสืบสกุลกันอีก 1 ฝูง

ฉันใดฉันนั้น มนุษย์ก็เช่นกัน อนิจจัง


จากคุณ : L'hivre - [ 11 ต.ค. 50 12:37:46 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 33

เข้ามาอ่านคร้าบบบบบ

 
 


จากคุณ : @TipzaakunG@ - [ 12 ต.ค. 50 19:21:21 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

[กติกามารยาท] [Help & FAQ
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่

คลิกเพื่อเลือก : โพสไฟล์ประกอบ / วาดภาพประกอบ / โพสคลิปวิดีโอ
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ และวาดภาพประกอบ Preview ไม่ได้)  
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom