มีท่านไหนรู้จักบทสวดสอนเจ้ากรรมนายเวรมั่งครับ

มีท่านไหนรู้จักบทสวดสอนเจ้ากรรมนายเวรมั่งครับ
อยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับบทสวดนี้
ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร  แล้วอานิสงค์ของการสวดเหมือนกับการแผ่เมตตาไหมครับ
แล้วก็อยากได้คำแปลด้วยครับ

ขอบคุณนะครับ

จากคุณ : photomoo472 - [ 4 ส.ค. 50 23:23:18 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

ไม่เคยมีความรู้เลยว่ามีบทสวดสอนเจ้ากรรมนายเวรด้วยแฮะ

จากคุณ : แมวเหมียวตัวลาย - [ 5 ส.ค. 50 01:41:56 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

เคยอ่านเเต่หนังสือวิธีเเก้กรรมครับ
.
ในนั้นก็มีคาถาต่างๆที่ใช้เเก้กรรมให้ท่องด้วย
.
ไม่ทราบว่าจะเหมือนกันหรือไม่
.
ถ้าเป็นเล่มนี้ก็เจอที่บูทของสนพ.กะรัต ครับ
.
หรือที่วัดระฆังก็มีผู้พิมพ์เเจกเป็นธรรมทานครับ  ..เเต่จะเป็นเล่มที่รวบรวมคาถาบูชาต่างๆไปด้วยครับไม่ใช่เเค่คาถาเเก้กรรมเพียงอย่างเดียว
.
ลองดูครับ
นกดื่มชา

 
 


จากคุณ : OH-hoคุง - [ 5 ส.ค. 50 02:08:26 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

ส่วนตัวผมว่าสวดเเผ่เมตตาเเล้วบอกว่าอุทิศถึงเจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้า
.
ทั้งที่ตั้งใจก็ดีเเละทั้งที่ข้าพเจ้ากระทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจก็ดี
.
ขอให้มารับส่วนบุญส่วนกุศลที่ข้าพเจ้าอุทิศ/แผ่เมตตาในครั้งนี้
.
เเละขอให้ข้าพเจ้า....(ตามเเต่จะอธิษฐาน)
.
น่าจะได้ผลเช่นเดียวกันนะครับ

 
 


จากคุณ : OH-hoคุง - [ 5 ส.ค. 50 02:13:19 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

พิมพ์ผิดหรือเปล่าจ๊ะเพราะไม่เคยได้ยินมาเลยว่ามีบทสวดสอนเจ้ากรรมนายเวร มีแต่บทคำขอขมาและอธิฐานจิต ลองเข้าไปดูในเว็บที่ให้มานี้นะคะมีบทสวดมากมาย และคุณสวดบทที่เราให้มานี้น่าจะดีกว่าอย่างน้อยทำให้เจ้ากรรมนายเวรอ่อนลงผูกอาฆาตน้อยลง และสิ่งศักดิ์ก็จะคุ้มครองเราด้วยถ้าเราเป็นคนดีมีศีลมีธรรมคะ ลองดูเด้ออออออออ

http://www.mahamodo.com/modo/dhama_bud/kata_main.aspx


จากคุณ : คนชาวเกาะ - [ 5 ส.ค. 50 04:07:14 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

มีด้วยหรือครับบทสวดนี้

ลองนึกดูซิครับว่ามันจะเป็นไปได้หรือ
สมมติ มีใครทำร้ายร่างกายคุณอย่างสาหัส  เสร็จแล้วเขาเอาอะไรมาสวดสอนคุณอีก เป็นคุณคุณจะยอมรึครับ บางคนอาจจะแค้นขึ้นไปอีก


จากคุณ : Poonoi - [ 5 ส.ค. 50 11:34:16 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

เจอแล้วครับ  

เท่าที่อ่านๆดู  คือคาถา ขออโหสิกรรมนั่นเอง  !!  (หรือเปล่า อิอิ)

สวดมนตร์สอนเจ้ากรรมนายเวร เพื่อให้เกิดพลังคุ้มครองตัวเองและผู้ป่วย


โดยพระอาจารย์ สิงห์ทน นราสโภ วัดวรเชษฐ์
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถาเทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก, โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูฮีติ(อ่านฮีติ)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเนยโย อัญชะลีกะระณีโย, อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ

สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ อัพยาปัชฌา โหนตุ อะนีฆา โหนตุ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุฯ(เมตตา)
สัพเพ สัตตา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ (กรุณา)
สัพเพ สัตตา ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ (มุทิตา)
สัพเพ สัตตา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะ พันธุ กัมมะปะฏิสะระณา ยัง, กัมมัง , กะริสสันติ กัลละยาณัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ (อุเบกขา)


ทุกขะโต ทุกขะฐานันติ วะทันติ พุทธา
นะ หิ เวเรนะ เวรานิ สะมันธีตะ กุทาจะนัง อะเวเรนะ จะ สัมมันติ เอสะ ธัมโม สะนันตะโนฯ
พุทโธ พุทธัง รักษา ธัมโม ธัมมัง รักษา สังโฆ สังฆัง รักษา
พุทโธ พุทธัง อะระหัง ธัมโม ธัมมัง อะระหัง สังโฆ สังฆัง อะระหัง
พุทโธ พุทธัง กัณหะ ธัมโม ธัมมัง กัณหะ สังโฆ สังฆัง กัณหะ
อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง ภะวันตุ เม

นะสาเปเส พุรุอะกัง ปะริปัตตัง ปะริขันตัง มัจจุราชา นะภาสะติ มัจจุราชา นะ ปัสสะติฯ
สุญญะโต โลกัง อะเวกขัสสุ *บุญชู (สมมติผู้ป่วยชื่อบุญชู)***>
สะทา สะโต อัตตานุทิฎฐิง อูหัจจะ เอวัง มัจจุตะโรสิยา เอวัง โลกัง อะเวกขันตัง มัจจุราชา นะ ปัสสะติฯ
อิมัง สัจจะวาจัง อะธิฎฐามิ ทุติยัมปิ อิมัง สัจจะวาจัง อะธิฎฐามิ ตะติยัมปิ อิมัง สัจจะวาจัง อะธิฎฐามิ
โย ทัณเฑนะ อะนันเฑสุ อัปปะทัฎเฐสุ ทุสสะติ ทะสันนะ มัญญัตตะรัง ฐานัง ขิปปะเมวะ นิคัจฉะติ เวทะนัง ผะรุสัง ชานิง สะรีรัสสะ วะ เภทะนัง คะรุกัง วาปิอาพาธัง จิตตักเขปัง วะ ปาปุเณ ราชะโต วา อุปะสัคคัง อัพภักขาณัง วะ ทารุณัง ปะริกขะ ยัง วะ ญาตีนัง โภคานัง วะ ปะภังคุนัง อะถะวาสสะ อะคะรานิ อัคคิ ฑะหะติ ปาวะโก กายัสสะ เภทา ทุปปัญโญ นิระยัง โส อุปปะปัชชติฯ
หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว ขะยะ วะยะ ธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถาติ อะยัง ตะถาคะตัสสะ ปัจฉิมาวาจา ฯ
อุททิฎฐัง โข เตนะ ภะคะวะตา ชานะตา ปัสสะตา อะระหะตา สัมมาสัมพุทเธนะ
โอวาทะ ปาฏิโมกขัง ตีหิ คาถาหิ ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี สะมะโณ โหติ ปะรัง
วิเหฐะยันโต สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง กุสะลัสสูปสัมปะทา
สะจิตตะปะริโยทะปะนัง เอตัง พุทธานะ สาสะนังฯอะนูปะวาโท อะนูปะฆาโต ปาฏิโมกเข จะ สังวะโร มัตตัญญุตา จะ ภัตตัสมิง ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง
อธิจิตเต จะ อาโยโค เอตัง พุทธานะ สาสะนันติฯ


*****  เมตตานิสังสะสุตตะปาโฐ

เอวัมเม สุตัง ฯ เอกัง สะมะยัง ภะคะวา สาวัตถิยัง วิหะระติ เชตะวะเน อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเม ฯ ตัตระ โข ภะคะวา ภิกขู อามันเตสิ ภิกขะโวติ ฯ ภะทันเตติ เต ภิกขู ภะคะวะโต ปัจจัสโสสุง ภะคะวา เอตะทะโว จะ
เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา อาเสวิตายะ ภาวิตายะ พะหุลีกะตายะ ยานีกะตายะ วัตถุกะตายะ อะนุฏฐิตายะ ปะริจิตายะ สุสะมารัทธายะ เอกาทะสานิสังสา ปาฏิกังขาฯ กะตะเม เอกาทะสะ ฯ สุขัง สุปะติ สุขัง ปะฏิพุชฌะติ ฯ นะ ปาปะกัง สุปินัง ปัสสะติ ฯมะนุสสานัง ปิโย โหติ, อะมะนุสสานัง ปิโย โหติ ฯ เทวะตา รักขันติ ฯ นาสสะ อัคคิ วา วิสัง วา สัตถัง วา กะมะติ ฯ ตุวะฏัง จิตตัง สะมาธิยะติ ฯ มุขะวัณโณ วิปปะสีทะติ ฯ อะสัมมุฬโห กาลังกะโรติ ฯ อุตตะริง อัปปะฏิวิชฌันโต พรัหมะโลกุปะโค โหติ ฯ
เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา อาเสวิตายะ ภาวิตายะ พะหุลีกะตายะ ยานีกะตายะ วัตถุกะตายะ อะนุฏฐิตายะ ปะริจิตายะ สุสะมารัทธายะ อิเม เอกาทะสานิสังสา ปาฏิกังขาติ ฯ อิทะมะโวจะ ภะคะวา ฯ อัตตะมะนา เต ภิกขู ภะคะวะโต ภาสิตัง อะภินันทุนติ ฯ
อายุวัฑฒะโก ธะนะวัฑฒะโก สิริวัฑฒะโก ยะสะวัฑฒะโก พะละวัฑฒะโก วัณณะวัฑฒะโก สุขะวัฑฒะโก โหตุ สัพพะทา ฯ ทุกขะโรคะภะยา เวรา โสกา สัตตุ จุปัททะวา อะเนกา อันตะรายาปิ วินัสสันตุ จะ เตชะสา ชะยะสิทธิ ธะนัง ลาภัง โสตถิ ภาคะยัง สุขัง พะลัง สิริ อายุ จะ วัณโณ จะ โภคัง วุฑฒี จะ ยะสะวา สะตะวัสสา จะ อายู จะ ชีวะสิทธี ภะวันตุ เม ฯ (หากสวดให้ผู้อื่นเปลี่ยน เมเป็น เต)



ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา

สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม ฯ


จากคุณ : Vickies - [ 5 ส.ค. 50 12:21:17 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

ขอบคุณครับ ผมอยากได้คำแปลด้วยอ่ะครับ
ถ้าท่านใดมีความรู้ก็ช่วยหน่อยนะครับ

ขอบคุณครับ


จากคุณ : photomoo472 - [ 5 ส.ค. 50 16:59:33 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

คำแปลบทสวดมนต์สอนเจ้ากรรมนายเวรและเพื่อให้เกิดพลังคุ้มครองตัวเองและผู้ป่วย

ขอให้สรรพสัตว์ผู้เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน
ทั้งหมดทั้งสิ้น อย่ามีเวรต่อกันเลย อย่าพยาบาทปองร้ายกันเลย อย่ามีความ
ทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย ขอให้มีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัย
ทั้งสิ้นเถิด (แผ่เมตตา)
ขอให้สรรพสัตว์ ฯลฯ จงพ้นจากความทุกข์โดยประการทั้งปวงเถิด(แผ่กรุณา)
ขอให้สรรพสัตว์ ฯลฯ อย่าได้ปราศจากและอย่าได้พลัดพรากจากสมบัติและบุคคล
ที่เป็นที่รัก ที่ตัวมีอยู่เถิด (แผ่มุทิตา)
สรรพสัตว์ ฯลฯ มีกรรมเป็นของตน มีกรรมเป็นทายาท มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย ทำกรรมใดไว้จะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่วก็ตาม จักได้รับผลแห่งกรรมนั้น(แผ่อุเบกขา)
พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ต่างตรัสสอนไว้ว่า ทำทุกข์แก่ท่าน ทุกนั้นจะมาถึงตน
เวรจะไม่ระงับด้วยการไม่จองเวร มันเป็นเช่นนี้ไม่ว่าในกาลเวลาใดก็ตามหรือไม่ว่ากาลไหน ๆ ก็ตาม เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร เท่านั้น ที่กล่าวมานี้เป็นคำสอนที่สืบต่อกันมาตั้งแต่ก่อนพุทธกาลแล้ว (ซึ่ง
พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ต่างก็ทรงยอมรับว่ามันเป็นจริงอย่างนั้น)
ขอคุณพระศรีรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ ปกป้องคุ้มครองรักษา ทั้งคุณญาณบารมีของพระอริยะผู้ทรงอภิญญาทั้งหลาย ช่วยปกป้องคุ้มครอง ช่วยให้มีอายุยืนยาว มีผิดพรรณผ่องใส มีความสุข และ
มีพลังคุ้มครอง เป็นเหตุให้เกิดพลังปาฏิหาริย์อันเป็นอัศจรรย์ ทำให้พญามัจจุราช(เจ้ากรรมนายเวร) ไม่พูดถึง
และมองไม่เห็น(ข้าพเจ้าหรือผู้ป่วย)
นี่แน่ บุญชู (สมมุติว่า คนป่วยชื่อ บุญชู) เธอจงมองโลกหรือตัวเองให้ว่างเปล่า ไม่มีตัวตน เมื่อเข้าใจมองโลก
หรือตัวเองว่า ว่างเปล่า(ไม่มีตัวตน) มัจจุราช (เจ้ากรรมนายเวร) จะมองไม่เห็น
ขอกล่าวย้ำ อธิฐานขอให้เป็นจริงอย่างนั้นอย่างแท้จริง ขอกล่าวย้ำเป็นครั้งที่ 2 เป็นครั้งที่ 3
ผู้ใดประทุษร้ายหรือคิดร้ายต่อผู้ไม่เคยคิดร้ายต่อ ลงโทษผู้ที่ไม่เคยทำความผิดย่อมได้รับภัยร้ายแรง 10 ประการ อย่างใดอย่างหนึ่ง อย่างทันตาเห็น คือ
๑. ได้รับทุกขเวทนา หรือทุกข์ทรมานอย่างแรงกล้า
๒. สรีระร่างการถูกทำลาย
๓. เจ็บป่วยอย่างหนัก
๔. มีจิตฟุ้งซ่านอย่างหนัก อาจถึงกับเป็นบ้า
๕. ถูกทางราชการทำโทษอย่างรุนแรง
๖. ถูกกล่าวหาว่ามีความผิดอย่างร้ายแรง
๗. ญาติเสียชีวิตแทน
๘. ทรัพย์สมบัติมีอันพินาศฉิบหาย
๙. ไฟป่าหรือไฟไหม้บ้านชนิดไม่ทราบสาเหตุ ไม่น่าจะเกิดภัยเข่นนั้น
๑๐. ตายไปแล้วยังตกนรกชดใช้กรรมต่อ
มานี่ซิ ภิกษุทั้งหลาย มา ณ บัดนี้ ฉันขอเตือนพวกเธอทั้งหลายว่าสังขารทั้งหลาย (คือสิ่งที่ประกอบด้วย รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ปรุงแต่งให้เป็นตัวตน) มีความเสื่อมสิ้นสลายไปเป็นธรรมดา พวกเธอพึงดำรงชีวิตอยู่
ด้วยความไม่ประมาท (คือให้มีสติควบคุมเสมอ อยู่กับปัจจุบันด้วยความมีสติเสมอ)
นี่เป็นคำสอนครั้งสุดท้าย ก่อนที่พระพุทธองค์จะปรินิพพานซึ่งตรัสสอนด้วยความเป็นห่วง
พระพุทธองค์ผู้ทรงไว้ซึ่งพระมหากรุณาธิคุณ ทรงตรัสรู้เห็นแจ้ง กำจัดกิเลสโดยพระองค์เอง ได้ทรง แสดงโอวาทปาฏิโมกข์ คือหลักคำสอนสำหรับผู้จะปฏิบัติตนเพื่อความหลุดพ้นจากกิเลส เป็นหลักการโดยย่อว่า ผู้ที่มุ่ต่อพระนิพพาน อันเป็นบรมสุข ต้องมีความอดทน เพียรพยายามเผาทำลายกิเลสให้สิ้นไป เพียรพยายามด้วยความ
อดทนอดกลั้นอย่างแรงกล้าจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย (หากจะเร่งปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมาย) บำเพ็ญตัวเป็นนักบวชก็ขอให้เป็นนักบวชที่แท้จริง ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน สงบกาย วาจา ใจ ไม่เบียดเบียนใคร ไม่ทำบาปโดยประการทั้งปวง ทำแต่กุศล ชำระจิตใจให้สะอาดผ่องใส ทั้งไม่กล่าวใส่ร้ายใคร ไม่ทำร้ายใคร รักษาศีลของตน
ให้บริสุทธิ์ รู้จักประมาณตนในการฉัน การบริโภค (ใช้สอยปัจจัย ๔) ยินดีอยู่อาศัยในที่เงียบสงัด เพียรพยายามบำเพ็ญภาวนาให้เกิด ภาวนามยะปัญญา ที่แท้จริง
นี่แหละคือคือสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย (จบ)

ปาฏิหารย์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการสวดมนต์ เพียงแต่สวดบทย่อที่พระอาจารย์ได้จัดให้ลูกศิษย์พิมพ์แจกแก่ผู้สนใจและตั้งใจสวดมนต์อย่างจริงจัง เพียงแต่สวดดังที่ปรากฎ ก็ปรากฎเป็นปาฏิหารย์ขึ้นถึง 3 ครั้ง คือ
คุณอภิญญา แห่งเมืองซูริค สวิตเซอร์แลนด์ ได้รับการบอกเล่าจากคุณญาณวี ซึ่งเป็นหัวหน้าทัวร์นำคณะไปแสวงบุญที่อินเดีย ไปเจอกันที่เมืองเดลฮี ก่อนจากกันได้รับบทสวดมนต์ไป 1 แผ่น คณะของคุณญาณวี กลับเมือวงไทยก่อน ขณะอยู่บนเครื่องบินผู้ร่วมคณะท่านหนึ่งชื่อ มยุรี เกิดอาการช็อคน้ำลายฟูมปาก ได้พยายามช่วยโดยเอาสร้อยเจ้าแม่อุมาและสร้อยพระแขวนให้ ปรากฎสร้อยขาดทั้งพระและเหรียญเจ้าแม่อุมาก็หลุดออกมาชนิดที่ไม่น่าจะหลุดได้ ได้อธิษฐานขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยครั้นแล้วก็นึกถึงแผ่นกระดาษที่ได้รับจาก พระอาจารย์สิงห์ทน จึงเอาออกมาดู ปรากฎว่าเป็นบทสวดมนต์สอนเจ้ากรรมนายเวร และเพื่อให้เกิดพลังคุ้มครองตัวเองและผู้ป่วย จึงได้นำมาสวดภาวนา ก็ปรากฎผลว่า คุณมยุรีฟื้นขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ ถ้าไม่เรียกว่าปาฏิหารย์แล้วจะเรียกว่าอะไร
นอกจากนั้นในวันที่ไปประกอบพิธีทางศาสนา ณ ศูนย์บัลวี กำลังจะสร้างขึ้นใหม่ ณ บ่อน้ำร้อนเวียงป่าเป้า จ.เชียงราย คุณหมอบรรจบและคุณหมอลลิตาก็เล่าให้ฟังถึงปาฏิหารย์ของบทสวดมนต์ดังกล่าวว่า มีปลาพิเศษราคาเป็นหลายหมื่นเกิดอาการหงายท้องกำลังทำท่าจะตาย พอนึกถึงบทสวดมนต์ดังกล่าว เมื่อสามารถเกิดปาฏิหารย์ช่วยให้คนสลบฟื้นได้คงจะใช้กับปลาได้ จึงนำบทสวดมนต์ดังกล่าวมาภาวนา พอสวดภาวนาไปพร้อมกับเอามือจับที่ปลา ลูบคลำปลา พร้อมกับสวดภาวนาไปเรื่อยๆ ก็เกิดปาฏิหารย์อย่างไม่คาดฝัน ปรากฎว่าปลาถ่ายออกมาแล้วพลิกตัวแหวกว่ายไปได้ คืนสู่สภาวะปกติ แต่ก่อนปลาตัวนั้นพอเห็นคุณหมอบรรจบจะหนี หลังจากคุณหมอช่วยให้มันหายป่วย พอคุณหมอบรรจบเข้าไปหามัน มันจะมาหาให้ลูบคลำอย่างมีความสุข จะไม่เรียกว่าเป็นปาฏิหารย์จากบทสวดมนต์ดังกล่าวแล้วจะเรียกว่าอะไร เพียงแต่สวดสั้น ๆ ยังมีปาฏิหารย์ดังกล่าว หากสวดใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง ดังที่พระอาจารย์เคยสวดสืบชะตาแล้วมันจะไม่เกิดปาฏิหารย์ได้อย่างไร

แก้ไขเมื่อ 05 ส.ค. 50 17:08:42

จากคุณ : LunaticBomberman - [ 5 ส.ค. 50 17:08:28 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม

[กติกามารยาท] [Help & FAQ
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่

คลิกเพื่อเลือก : โพสไฟล์ประกอบ / วาดภาพประกอบ / โพสคลิปวิดีโอ
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ และวาดภาพประกอบ Preview ไม่ได้)  
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom