◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    --->>> ตัวเรา ไม่ใช่ตัวเรา

    ตัวเรา    ไม่ใช่ตัวเรา



    ยากมาก  ยากที่สุดที่จะเห็นได้ดังนี้ว่า  ตัวเราไม่ใช่ตัวเรา    คำว่า  “ตัว”  เป็นอัตตา  เป็นอัตภาพ  เป็นตัวตน  รูปกาย  ที่เรียกว่า  “รูปขันธ์”  รวมทั้ง  “นามขันธ์”  อีก  ๔  คือ  เวทนา สัญญา  สังขาร  วิญญาณ  รวม  ๕  ขันธ์เป็น “เบญจขันธ์”  ซึ่ง เราพากันยึดถือว่าเป็น  “ตัวเรา” เป็น  “ตัวตน”



    ที่เป็นตัวเราเพราะเรายึดถือเอา  สมมุติเอา และบัญญัติเอา  โดยที่ธรรมชาติคือ  “ธรรมะ”  มิได้ถือเอาอย่างสมมุตินี้



    ธรรมะ  คือธรรมชาติ  โดยเฉพาะพุทธธรรม  ธรรมะในพระพุทธศาสนา  สอนในสิ่งที่เป็นความจริงโดยไม่ได้สมมุติ  เป็นการสอนความจริงโดยปรมัตถ์    ในความหมายที่แท้จริง  เป็นปรมัตถธรรมในสิ่งที่เป็นจริงโดยความหมายสูงสุดตามหลักอภิธรรมกล่าวถึงตัวตนและภาวะที่ไม่เป็นตัวตนว่ามี  ๔  คือ  จิต  เจตสิก  รูป  และนิพพาน



    “จิต  เจตสิก  รูป”  ก็คือ  เบญจขันธ์  หรือขันธ์  ๕  หรือตัวตน  นั่นเอง  ส่วน  “นิพพาน”  ก็คือพ้นจากเบญจขันธ์   หรือขันธ์  ๕ แล้วไม่  เป็นตัวตน



    สอนให้รู้จักเบญจขันธ์อันแท้จริงว่าไม่ใช่ตัวตนแล้วจะละเสียเพื่อความหลุดพ้นสู่พระนิพพาน


    ตัวตนที่เราเป็นอยู่  จะทำยังไงจึงจะทำให้เราเห็นว่ามันไม่ใช่ตัวตน



    พระพุทธเจ้าทรงแนะนำ  ให้เรารู้จักแยกส่วนประกอบออกจากตัวรวมคือสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นตัวตนโดยย่อจากขันธ์  ๕  แล้ว  จะเหลือเพียง  ๓  คือ “จิต  เจตสิก  รูป”



    เพราะจิตคือธรรมชาติที่รู้อารมณ์  สภาพที่นึกคิด  ความคิด  ใจ และเจตสิก  คือธรรมที่ประกอบกับจิต  อาการหรือคุณสมบัติ ต่าง ๆ ของจิต  เช่น ความโลภ   ความโกรธ  ความหลง   ศรัทธา  เมตตา  สติ ปัญญา  เป็นต้น



    ส่วนรูป  คือสิ่งที่เป็นรูปร่างพร้อมทั้งลักษณะอาการของมันส่วนของร่างกาย



    รวมจิตกับเจตสิกเข้าด้วยกันเพราะเป็นส่วนเดียวกัน  เป็น ๑    คือจิต  แล้วรวมจิตเข้ากับรูปอีก  จะย่อจาก ๓  ลงมาจาก  ๓  ลงมาเหลือ   ๒  คือ รูป  กับ จิต  หรือ  กาย  กับใจเท่านั้น



    มาตั้งต้นพิจารณากายกับใจเพียง  ๒ อย่างนี้ก็พอ



    พิจารณากาย  หรือรูปกายที่เห็นชัดว่าเป็นตัวตน  ตา  หู จมูก  ลิ้น  กาย  พิจารณาต่อไปซีว่าถ้าเราแยกกายออกจากจิตเสียให้เหลือแต่ กาย  คือ  ตา  หู  จมูก  ลิ้น  กาย  ตาจะมองเห็นอะไรได้ไหม  หูจะได้ยินเสียงได้ไหม  จมูกจะรู้กลิ่นได้ไหม  ลิ้นจะรู้รสได้ไหม  กายจะรู้ความสัมผัสได้ไหม  พิจารณาให้ถูกต้องตามความเป็นจริงก็จะทราบว่าไม่ได้



    แล้วถ้าลองมีแต่ใจ  ไม่มีกาย  ใจจะเห็นรูปทางตาได้ไหม  ใจจะได้ยินเสียงทางหูได้ไหม  ใจจะรู้กลิ่นทางจมูกได้ไหม  ใจจะรู้รสทางลิ้นได้ไหม  ใจจะรู้สึกสัมผัสทางกายได้ไหมใจนะรู้ธรรมมารมณ์ได้ไหมก็ย่อมไม่ได้เช่นเดียวกัน



    ฉะนั้นจึงสรุปได้ว่า  เพราะกายกับใจมันประกอบกันอยู่นี่เองจึงเห็นได้  ได้ยินได้   ได้กลิ่นได้  รู้รสได้  รู้สัมผัสได้  รู้ธรรมมารมณ์ได้



    กายกับใจนี่เองทำให้เราเห็นเป็นตัวตน  เราเขา  รัก-เกลียด  สุข-ทุกข์  ฯลฯ  ถ้ากายกับใจไม่ประกอบกันก็ไม่มีสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น

    จากคุณ : ปราชญ์ขยะ - [ 25 ก.ค. 50 22:06:57 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม