หลักธรรมของศาสนาพุทธ นิกายเซน

หลักธรรมของศาสนาพุทธ นิกายเซน

ผมคัดมาจากหน้า 93 หนังสือพระพุทธศาสนามหายาน ของรองศาสตราจารย์ ดร. ประยงค์ แสนบุราญ

“ สรรพสิ่งในโลกล้วนมีอมตจิตเป็นมูลการณะ   สิ่งทั้งหลายล้วนเป็นปรากฏการณ์ของอมตภาวะนี้เท่านั้น   อมตภาวะนี้แผ่ครอบคลุมไปทุกหนทุกแห่ง   ไม่มีขอบเขตจำกัด  ไม่เกิด  ไม่ดับ  ที่เห็นเกิด-ดับนั้นเป็นเพียงปรากฏการณ์  ซึ่งเป็นภาพมายา  มิใช่ภาวะที่แท้จริงของจิต     ด้วยเหตุนี้  จิตธาตุอันนี้จึงเป็นนิรันดรไม่เกิดไม่ดับ   และเป็นมูลการณะของสรรพสิ่ง   พระพุทธเจ้าและสรรพสัตว์ต่างมีจิตมาจากแหล่งเดียวกัน  ไม่มีอะไรแตกต่าง     กล่าวคือ  จิตของพระพุทธเจ้าและสรรพสัตว์มาจากอมตจิตดวงเดียวกัน  เมื่อเป็นเช่นนี้ จิตของพระพุทธเจ้าและสรรพสัตว์จึงเหมือนกัน  แตกต่างกันก็เพียง  จิตของสรรพสัตว์มีอวิชชาปิดบัง  ไปยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5  ในขณะที่จิตของพระพุทธองค์อวิชชาปิดบังไม่ได้  เพราะไม่ยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5  เมื่อทำลายขันธ์ 5 แล้ว   จึงไม่มีเชื้อใดๆจะให้เวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏอีก ”

สรุปหลักธรรมของพุทธศาสนานิกายเซนมี 3 ข้อ

1. จิตเป็นอมตะ(อมตจิต)  คำว่า "จิต" ของเขา  รวมถึง จิตบริสุทธิ์อวิชชาปิดบังไม่ได้ในพระนิพพาน  และจิตไม่บริสุทธิ์ของสรรพสัตว์

2. จิตไม่บริสุทธิ์ของสรรพสัตว์นั้น   อวิชชาปิดบังได้สบาย   เพราะไปหลงยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5  ทำให้ต้องเวียนว่ายตายเกิดไปเรื่อยๆ

3. สิ่งที่เกิด-ดับนั้น เป็นเพียงปรากฏการณ์  ซึ่งเป็นภาพมายา  เกิดจากความไม่บริสุทธิ์ของจิต   มันไม่ใช่ภาวะที่แท้จริงของจิต  

พูดง่ายๆ...จิตของสรรพสัตว์นั้นเป็นจิตเคลือบสี   เจือปนด้วยกิเลส  และไปยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5     จึงมีอวิชชาปิดบัง  มีเชื้อเหลือให้สร้างปฏิจจสมุปบาท   ทำให้เวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏไปเรื่อยๆ

ดังนั้นจะเห็นว่า  คำว่า"จิต"ในศาสนาพุทธมหายานจะแตกต่างจากคำว่า"จิต" ของศาสนาพุทธเถรวาท    เพราะคำว่า"จิต" ของพุทธมหายานหมายถึง ทั้งจิตทั้งบริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์    ส่วนคำว่า "จิต" ของพุทธเถรวาท หมายถึง "จิต" ในปฏิจจสมุปบาทซึ่งเป็นจิตที่ไม่บริสุทธิ์(จิตมนุษย์และสรรพสัตว์)อย่างเดียว    ส่วนจิตบริสุทธิ์ไม่มีอวิชชานั้นแยกเอาไว้ต่างหาก   พระพุทธเจ้าเรียกจิตบริสุทธิ์ไม่มีอวิชชาว่า  "นิพพาน"

จิตเคลือบสี   หรือจิตเจือปนด้วยกิเลส  หรือจิตไม่บริสุทธิ์ตัวนี้นั่นแหละเป็น “อนัตตา”    ส่วนอมตจิตหรือ  จิตบริสุทธิ์ในพระนิพพานนั้นเป็น"อัตตา" ซึ่งหมายถึงเที่ยงและไม่มีทุกข์ชั่วนิรันดร

เป้าหมายของชาวพุทธทุกนิกายคือ  เอาสิ่งเคลือบแฝงคือกิเลสออกจากจิตให้ได้   เพื่อจะได้กลับไปสู่บ้านเดิมของเราคือ  "นิพพาน"    นิพพานก็คือ  ความเป็นพุทธะ  หรือที่ศาสนาอื่นเรียกว่าพระเจ้านั่นเอง

จากคุณ : tuenum - [ 6 ก.พ. 50 09:21:26 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

...เพ้อเจ้อ...

จากคุณ : พรหมยาน - [ 6 ก.พ. 50 10:13:30 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

ท่านพรหมยาน .... ผมว่าคงไม่เพ้อเจ้อขนาดนั้นมั้ง ที่กล่าวมานั้นย่อมมีส่วนที่ถูกต้องตามหลักพุทธศาสนา ส่วนถูกทั้งหมดหรือไม่ คงช่วยๆกันเป็นตาบอดคลำช้างกันไปจนกว่าจะรู้แจ้งเห็นจริง

ตามเนื้อหาที่กล่าวมา ... ใช่ครับ ภูมิจิตในพระปฏิจจสมุปบาท ตั้งแต่สังขารจิต วิญาณจิต ลงไป ยังเป็นจิตอันไม่บริสุทธิ์เนื่องด้วยมีอวิชชาบงการ

ส่วนสิ่งใดจะเป็นอัตตาหรืออนัตตา นั้นเป็นเรื่องของมันก็แล้วกัน คิดลำบาก เดี๋ยวปวดหัวเปล่าๆ  ถ้าเป็นกระผมก็จะพยายามพิจารณาอ้างอิงตามหลักพระสัจธรรมที่สำคัญจริงๆ ซึ่งพิจารณาแค่ 3 หลักพระสัจธรรมนับว่ามีสาระเต็มเปี่ยมแล้ว เพียงแต่ปัญญาของเราจะพิจารณาได้ตรงแค่ไหน  พระสัจธรรมที่ผมใช้อ้างอิงก็คือ พระไตรลักษณ์ พระอริยสัจ 4 และพระปฏิจจสมุปบาท 12

พูดถึงหลักนิกายเซน หวนคิดถึงท่านธุลีกองฟอนจัง

แก้ไขเมื่อ 06 ก.พ. 50 11:03:02

จากคุณ : ผู้ศึกษา - [ 6 ก.พ. 50 10:49:50 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 3

คุณพรหมยาน


เมื่อความรู้ไม่รับ   ก็ช่วยไม่ได้นะครับ   เชิญคุณไปตีความว่านิพพานเป็น 0  ไม่มีอะไรเลยต่อไปแล้วกัน     ...เพ้อเจ้อ... นั่นอาจจะเป็นคุณก็ได้นะครับ   ไม่ใช่ผม    ผมศึกษาศาสนาพุทธอย่างแจ่มแจ้งจริงๆ     จึงกล้าแสดงความเห็นที่ขัดแย้งกับความเชื่อผิดๆของพุทธศาสนิกชนทั่วไป

ผมย้ำว่า!    

ในพระไตรปิฎกของเถรวาท - นิพพานเป็นจิตบริสุทธิ   หมดความยึดมั่นถือมั่นแล้ว   ส่วนจิตที่อยู่ในปฏิจจสมุปบาท   เป็นจิตที่ยังครอบงำด้วยกิเลส อวิชชา

ในปิฎกของมหายาน   -   จิตของเขาหมายถึงทั้งจิตบริสุทธิ์และจิตที่ถูกครอบงำด้วยกิเลส


จากคุณ : tuenum - [ 6 ก.พ. 50 10:58:24 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

ความรู้ของคุณ กับความจริง มันตรงข้ามกันราวฟ้ากับดิน ที่ผมตำหนิคุณ"เพ้อเจ้อ"นั้น ผ่านการใคร่ครวญแล้วจึงกล่าวว่า...ทิวน้ำ"เพ้อเจ้อ"   รู้ตรงนั้นนิด รู้ตรงนี้หน่อย อ่านมาแบบสะเปะสะปะแล้วก็เอามายำมั่วกันไปหมด...เฮ้อกรรม.

จากคุณ : พรหมยาน - [ 6 ก.พ. 50 11:27:15 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

แวะมาอ่าน... :)

จากคุณ : Chuck - [ 6 ก.พ. 50 11:56:44 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

คุณ : พรหมยาน ครับ


คุณเถียงโต้ผม   แต่ไม่แสดงเหตุผลแม้แต่ข้อเดียว   นี่แหละครับที่เรียกว่า "เพ้อเจ้อ"    ถ้าคุณคิดว่า  ความรู้ของผม กับความจริง  มันตรงข้ามกันราวฟ้ากับดิน    ก็แสดงเหตุผลของคุณมาซิครับ

เพื่อให้ง่ายนะครับ   ผมจะอธิบายด้วยคณิตศาตร์ง่ายๆให้คุณฟัง

จิตของมหายาน       =   จิตไร้กิเลิส +  จิตปรุงแต่งที่มีกิเลส

จิตในปฏิจจสมุปบาท =  จิตปรุงแต่งที่มีกิเลส

นิพพาน                 =   จิตไร้กิเลิส

ดังนั้นจิตของมหายานจึง       =    จิตในปฏิจจสมุปบาท + นิพพาน

จิตในปฏิจจสมุปบาทก็คือ  อนัตตา


คราวนี้ถามว่าปริศนาธรรมในพุทธศาสนาเถรวาทที่ว่า   เมื่อเข้านิพพานแล้วไฟนั้นหายไปไหน   คุณตอบได้หรือยังครับ  

ไฟนั้นคือ  จิตในปฏิจจสมุปบาทที่เป็น อนัตตา   พอคุณไม่เติมเชื้อเพลิงให้มันอีก   คุณเลยไม่พบไฟ    กลับกลายเป็นจิตไร้กิเลิส(นิพพาน)

ผมคิดว่า  คุณน่าจะเป็นคุณล่อจี้ที่อาละวาดอยู่ในเว็บธรรมะของเมเนเจอร์


จากคุณ : tuenum - [ 6 ก.พ. 50 13:19:16 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

1."ล่อจี๊"  คือใครพรหมยานไม่รู้จัก  นอกจากห้องศาสนาพันทิพ พรหมยานไม่ได้ไปเพ่นพ่านคุยเรื่องศาสนาที่บอร์ดอื่นๆอีก....คุณคิดว่าคนนี้เป็นคนนั้น  คนนั้นเป็นคนนี้ก็แสดงพฤติกรรมความคิดมั่วซั่วของคุณเอง

2.ผมจะแสดงเหตุผลกับคุณได้อย่างไร เพราะความคิดและการกระทำของคุณมันสับสน จับต้นชนปลายไม่ถูก เอาศาสนานี้ไปใส่ศาสนานั้น เอาความเชื่อนั้นมายำรวมกับความเชื่อนี้ แล้วก็สรุปออกมาเป็นคำพูดของคุณเอง  ใครคุยกับคุณได้ก็คงจะ.....พอๆกัน

แก้ไขเมื่อ 06 ก.พ. 50 13:36:50

จากคุณ : พรหมยาน - [ 6 ก.พ. 50 13:36:05 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 9

ซัดส่าย ปนเป ไม่มีจุดยืน จุดเดียวที่ยืนอยู่ได้คือคำว่า "อัตตา"  คำสูงของลัทธิอื่นซึ่งพระพุทธเจ้าทรงปฏิเสธ ลอยเคว้งคว้างอยู่บนความเชื่อก่อนสมัยพระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ และพยายามดึงอัตตาของทุกศาสนา ลัทธินิกายที่ยืนยันอัตตาอันเที่ยงแท้ มาอ้างว่าเป็นหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า

จากคุณ : สายลมเหงาแห่งขุนเขา - [ 6 ก.พ. 50 17:25:02 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

คุณ : สายลมเหงาแห่งขุนเขา ครับ


พระพุทธเจ้าทรงปฏิเสธอัตตาที่เป็นขันธ์ 5 นะครับ    พระองค์ไม่เคยปฏิเสทอัตตาในระดับพระอรหํนต์และพระเจ้า    

ลัทธินิกายที่ยืนยันอัตตาอันเที่ยงแท้   คือ ลัทธิพราหมณ์    พวกเขาพูดถึงระดับสูงสุด ได้แก่ พระเจ้า   แต่คนของเขาไปตีความผิดว่า  สิ่งที่เป็นระดับมนุษย์และสรรพสัตว์เป็นอัตตา  พระพุทธเจ้าจึงตรัสสอนอย่างชัดเจนว่า ขันธ์ 5 เป็นอนัตตา  แต่พระองค์ไม่ได้ปฏิเสทอัตตาในระดับพระเจ้าเลย    ชาวพุทธเถรวาทที่ไม่ใช่พระอริยะกลับเข้าใจผิดกันเองว่า  ระดับสูงสุด คือ  พระเจ้า และพระอรหันต์ เป็นอนัตตาอีก  

พระอรหันต์เหล่านี้ก็สอนพวกคุณ   แต่พวกคุณก็ไม่เชื่อ   แล้วพวกคุณก็ไปคิดและตีความกันเองว่า   นิพพานเป็นอนัตตา   ลองอ่านดูอย่างช้าๆอีกทีนะครับ

1.   หลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ

"ส่วนกายพระอรหัต ถ้าถึงพระอรหัตละก็ นิจจัง สุขัง อัตตาแท้ๆ กายธรรมมีขันธ์เหมือนกัน แต่เป็นธรรมขันธ์ ท่านไม่เรียกเบญจขันธ์ เป็นธรรมขันธ์เสีย มีธาตุเหมือนกัน เป็นวิราคธาตุ เป็นวิราคธรรมม"

2.   อดีตพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส)

" พระธรรมกาย ได้เแก่พระกายอันบริสุทธิ์ ไม่สาธารณะแก่เทวา และมนุษย์ หมายถึงจิตที่พ้นจากกิเลสแล้ว เป็นพระกายที่เที่ยงแท้ไม่สูญสลาย อินทรีย์ของพระอรหันต์ประณีตสุขุม แม้ตาทิพย์ของเทวดาก็มองไม่เห็น"

3.   สมเด็จพระสังฆราช อริยวงศาคตญาณ (แพ ติสูรเทโว)

"สัตว์โลกยังมีอวิชชาจะเข้าใจว่าขันธ์ ๕ เป็นอัตตา เว้นเมื่อเข้าถึงอสังขตธาตุได้ความบริสุทธ์เป็นนิพพาน จะเข้าใจว่าขันธ์ ๕ เป็นอนัตตาทันที แล้วจะเห็นว่าพระนิพพานเป็นอัตตา"


4.   พระครูพัฒนกิจจานุรักษ์ (หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา)

" นิพพานเป็นแดนแห่งความมั่นเที่ยง นิพพานแล้วเป็นสุข นิพพานมีสาระเป็นแก่นสาร....."

 
5.   หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

"จิตวิญญาณมันไม่ใช่ของแตกของทำลาย แลไม่ใช่ของสูญหาย พระพุทธเจ้าสอนให้จิตมันเที่ยง เหมือนพระนิพพานเป็นของเที่ยง ไม่แปรผัน ยักย้าย สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็ฯทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ "

6.   หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต

" สูญในพระนิพพานมีขอบเขต สูญจากกิเลสเท่านั้น รสของพระนิพพานมีอยู่ พระนิพพาน ไม่เกิดไม่ดับไปไหน เป็นอนัตตาธรรม เราจะเอาพระนิพพานมาเป็นอนัตตา เหมือนขันธ์ ๕ และกิเลสทั้งหลายมันก็ไม่ถูก เรียกว่าแยกอนัตตาธรรมไม่ถูก"

กรุณาอย่าอ้างว่าเป็นหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าเลยนะครับ   พุทธพจน์นั้นดีอยู่แล้ว    แต่คนตีความซิครับ    ตีความผิดๆถูกๆไปเอง   พระอรหันต์พูดก็ไม่เชื่อ   ไปเชื่อพระและฆราวาสที่จิตเต็มไปด้วยกิเลสและอวิชชาได้อย่างไร


จากคุณ : tuenum - [ 6 ก.พ. 50 19:46:50 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

คุณ : Elshaddai ครับ


ผมจำได้ว่ามีท่านหนึ่งในเว็บเมเนเจอร์นำคำสอนในพระไตรปิฎกที่บอกว่า   เรื่องในพระไตรปิฎกเหล่านี้  ผู้ที่เข้าถึงระดับพระอริยะบุคคลจึงจะเข้าใจ   แล้วเขาก็สรุปว่า  ผมไม่ใช่พระอริยะบุคคล  จะเข้าใจได้อย่างไร   ทั้งๆที่ผมเคยบอกในเว็บไม่รู้กี่ครั้งว่า   ผมมีความโกรธ ความโลภ  ความหลง  และความยึดมั่นถือมั่นเบาบางมาก  แค่ 10% เขาก็ยังไม่เข้าใจที่ผมพูด   ผมจึงต้องบอกเขาตามตรงว่า   ผมบรรลุโสดาบันแล้ว   แทนที่เขาจะเชื่อ  กลับด่าว่าผมหนักกว่าเดิมอีก   ใน 100 กระทู้   คนผู้นี้(เข้าใจว่าเป็นเว็บมาสเตอร์)  เขาอวตารมาตั้งกระทู้ด่าผม 90 กระทู้   และด่าในกระทู้อีกนับเป็น 10  10  ข้อความ   จนคนดีๆหนีออกจากเว็บนั้นหมด  

ผมจำเป็นต้องออกจากเว็บนั้นมาเว็บนี้  ไม่ใช่หนีนะครับ   ผมไม่สนใจคำด่าว่าอยู่แล้ว   แต่ไม่อยากให้เขาทำบาปหนักอีก   นอกจากนี้ก็มีผู้สนับสนุนผมหลายท่าน   เข้าไปด่าคนที่ด่าผมอีกที   ผมไม่ต้องการให้เกิดสงครามในเว็บธรรมะ  และไม่ต้องการให้ใครตกนรก   ผมจึงลองกลับเข้ามาในเว็บนี้อีกครั้ง


จากคุณ : tuenum - [ 6 ก.พ. 50 20:06:02 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

เอาเถอะครับ เอาเถอะครับ
ผมหน่ะไม่ได้เชื่อใครหรอกครับ
จะไปดึงคำสอนพระรูปใดองค์ใดก็ตามเถอะ
ผมเป็นคนเชื่อคนยาก ถ้าอันไหนมันเอามาปฏิบัติแล้ว มันนำผมไปสู่ความยึดความติด ยิ่งสะสมมานะตัวตนอัตตา
ผมก็ไม่เอาล่ะครับ
สายอัตตาของคุณนะหน่ะครับ ผมก็เคยมีความเห็นอย่างนั้นมาพอควร อย่าว่าแต่คำว่าอัตตาเรย
ประสบการณ์ในศาสนาอื่นๆ ที่เชื่อในพระเจ้าผมก็เคย ไม่ใช่ไม่เคย อารมณ์ที่คุณเป็นผมก็เข้าใจดี
ศรัทธาล้วนมันตันจริงๆครับ
เวลาวิปัสนาคุณจะพิจารณาอัตตาก็เอาเถอะ
มันเป็นอย่างนี้ครับวงจรของคุณ
อัตตา(ขันธ์ 5)>> อนิจจัง>>ทุกขัง>> อนัตตา>>อัตตา(นิพพาน)
ผมหน่ะยังไม่ถึงนิพพานล่ะครับแต่ด้วยประสบการณ์ผมเห็นตระหนักชัดว่าถ้าเชื่อตามนี้ ไม่มีทางถึงหรอกครับ
ยังยืนยันว่า อัตตาเป็นคำต่ำในความหมายของพระพุทธเจ้า
เราจะพิจารณาอัตตา ดังนี้ครับ อัตตา>>อนิจจัง>>ทุกขัง>>อนัตตา อย่างนี้เป็นสัมมาแล้วครับ นำไปสู่ (นิพพาน) พระพุทธเจ้าตรัสไว้เท่านี้ครับ หยุดไว้เท่านี้ครับ ไม่มีนิพพานัง ปรมัง อัตตา ไม่มีครับ
พระท่านเทศน์ให้คนที่เค้าไม่เคยปฏิบัติเข้าใจได้ง่ายๆครับ มันเป็นภาษาธรรมที่ท่านเรียกอย่างภาษาคนครับ
มันเที่ยงแท้ แต่ว่ามันเที่ยงแบบไหน
บอกไปหลายรอบมากแล้วครับ ว่า
อัตตา มันเป็นคำต่ำ
เราไม่เอาดินขึ้นบ้านครับ


จากคุณ : สายลมเหงาแห่งขุนเขา - [ 6 ก.พ. 50 20:09:21 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

คุณ : พรหมยาน ครับ


นี่ขนาดผมหลีกเลี่ยงการพูดถึงของความในไบเบิลและในอัลกุรอานนะครับ    รู้เขารู้เรา   รบร้อยครั้ง  ชนะร้อยครั้งครับ    แต่นี่ผมนำเอาคำสอนของศาสนาพุทธนิกายมหายาน   มาอธิบายคำว่า  จิต  ในนิกายเถรวาทนะครับ   ไม่ใช่ศาสนาอื่น  แต่เป็นศาสนาพุทธเหมือนกัน   เมื่อไม่เข้าใจเรื่องหนึ่งดีพอ   และปฏิบัติไม่ได้ถึงขั้นอริยะ  จึงไม่เกิดปัญญา   คุณก็ควรศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมซิครับ   อย่าไปหยุดอยู่กับที่


จากคุณ : tuenum - [ 6 ก.พ. 50 20:14:55 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

ความหมายของคำว่า ศาสนาพุทธ ..มีกี่ความหมาย ...เรียงลำดับจากต้นไปหาปลาย ได้กี่แบบ

ขอเสนอให้พิจารณา
(๑) ศาสนาพุทธ อุบัติขึ้นเพราะการอุบัติของพระพุทธเจ้า พระองค์นี้ คือ เจ้าชายสิทธัตถะ ที่ตรัสรู้อริยสัจสี่ หรือปฏิจจฯ

..ส่วน พุทธศาสนานิกายเซน จีน นั้น ...ทีหลังตั้งหลายพ้นปี

(๒) ปฐมสังคายนา ..รวบรวม ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ...ก็ก่อนกว่า..พุทธศาสนานิกายเซน จีน นั้น ...ทีหลังตั้งหลายพ้นปี

(๓) ที่เสนอว่า ..ผมคัดมาจากหน้า 93 หนังสือพระพุทธศาสนามหายาน ของรองศาสตราจารย์ ดร. ประยงค์ แสนบุราญ นั้น
..นิกายเซน ไหนครับ เซนเว่ยหล่าง เซนฮวงโป หรือเซนชินเชา ที่สอนว่า มีจิตอมตะ (จิตเป็นอมตะ(อมตจิต)  คำว่า "จิต" ของเขา  รวมถึง จิตบริสุทธิ์อวิชชาปิดบังไม่ได้ในพระนิพพาน  และจิตไม่บริสุทธิ์ของสรรพสัตว์)

..ช่างเหมือนกับ พระป่าอิสานบางรูปกล่าวว่า ..ถึงกายจะแตกสลายไป ใจที่บริสุทธิ์ก็ไม่แตกสลายไปด้วย..

ตกลง พระป่าูรูุปนี้ เป็นเถรวาทครั้งแรกสุด หรือว่าเป็น มหายาน เซน กันแน่?


จากคุณ : เซนเถรวาท (F=9b) - [ 6 ก.พ. 50 20:31:06 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 16

พุทธแท้ๆไม่มีความรู้สึกว่านี่เถรวาท นั่นมหายาน  พุทธแท้ๆคือ"พุทธะ"  

 ถ้าบุคคลใดยังกล่าวถึงพุทธด้วยการแบ่งฝักฝ่าย ชะรอยว่าจะเป็นโสดาบันปฏิรูปซะแล้ว...ไม่มีคำใดจะเหมาะสมกับบุคคลนั้นนอกจาก "ทิฎฐิวิปลาส"


จากคุณ : พรหมยาน - [ 6 ก.พ. 50 20:43:25 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 17

โสดาบัน ทำลายสักายะทิฏฐิได้แล้ว ดังนั้นโสดาบันย่อมไม่คิดว่าตนเป็นโสดาบัน  โสดาบันไม่เป็นตน...ทิวน้ำ ยังหลงเพ้อเจ้อว่าตนเองเป็นอริยะบุคคล ก็แสดงให้เห็นถึงสักายะทิฐิของตนเอง  สรุปแล้วก็ยังวนเวียนอยู่กับความคิดฟุ้งซ่านเพ้อเจ้ออยู่นั่นเอง

จากคุณ : พรหมยาน - [ 6 ก.พ. 50 20:48:06 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 18

แค่ ทิวน้ำใช้คำว่า"ตีความ" บ่อยๆก็แสดงให้เห็นวิธีการศึกษาธรรมะของทิวน้ำว่าไม่ได้ผ่านการปฏิบัติทางจิตมา เป็นเพียงแต่การอ่านแล้วคิดเอาเอง  ซึ่งเป็นการศึกษาธรรมะที่ผิดทาง

   ธรรมะแท้ๆรู้แจ้งได้ด้วยการปฏิบัติศีล สมถะ สมาธิ วิปัสสนา ปัญญาพิจารณาสภาวะ...ธรรมะแท้ไม่สามารถคิดและตีความเอาได้

   ดังนั้นยิ่ง ทิวน้ำพูด ก็ยิ่งแสดงความวิปลาสทางความคิดที่มีต่อพุทธรรมออกมา


จากคุณ : พรหมยาน - [ 6 ก.พ. 50 20:52:15 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 19

ทิวน้ำ ตอบคำถามมาซิว่า...

 สภาวะความเป็นพ่อหรือแม่ จัดเป็นสังโยชน์ข้อใด.?


จากคุณ : พรหมยาน - [ 6 ก.พ. 50 20:54:26 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 20

เพราะว่า  พุทธ พยายามไปมองว่า  ปรมัตถ์ของศาสนาอื่น
คือยังวน ใน วฏฏ  31 ภพ  ที่พุทธอาจจะเมก ขึ้นมาเองก็ได้ครับ

ใครจะแน่ใจและตอบได้ว่ามันมีวฏฏ มี ภพจริงให้เวียนว่ายตายเกิด

ในขณะ กลุ่มที่เชื่อพระเจ้า   ก็มีภาวะเที่ยงแท้นิรันดร์ในแบบ
ของเขาอยู่  แต่  พุทธพยายาม ตีค่าให้เป็นแค่ระดับ อัตตา
----------------------------------------------------------
ตรงนี้ล่ะครับที่เรายังต้องปฏิบัติ เพื่อพิสูจน์พระธรรมใบไม้หนึ่งกำมือของพระพุทธเจ้า ว่าทำไม จึงสูงกว่า  เหนือไปกว่าอัตตาอันเที่ยงแท้ที่ศาสนาอื่นก่อนหน้านั้นที่เค้าระบุเอาไว้
เรื่องพระเจ้าอันเป็นนิรันดร์ในศาสนาอื่น ยอมรับครับว่า แม้ในศาสนาที่ศรัทธาพระเจ้าบางคนรู้จักนิพพานดีกว่าคนหลายคนในศาสนาพุทธอีกครับ แต่ในศาสนาอื่นๆนั้น แค่สวรรค์ก็เที่ยงแล้วครับ เค้าไม่มีระบบศึกษาจิตใจอย่างเป็นวิทยาศาตร์อย่างเรา ไม่มีผู้รู้ไปถึงภพชาติที่ต้องเวียนว่ายตายเกิด เค้าเห็นแค่ตอนกายตายแล้ว วิญญาณยังอยู่เค้าก็พูดว่ามันอมตะแล้วครับ ฝรั่งเอาศาสนาไปทำเพี้ยนเยอะครับ คนในศาสนาอื่นนั้นผมเชื่อว่า เค้านิพพานได้ครับ แต่ว่าจะต้องในทางเดียวคือ มรรคมีองค์ 8เท่านั้น จะมีใครเป็นทาง ไม่สำคัญทางทางนั้นต้องเป็นทางที่พระพุทธเจ้าเป็นผู้ชี้
ไม่มีหรอกครับระดับอริยบุคคลในเวปนี้ จะมีเค้าก็ไม่ตอบล่ะครับ เพราะทางนี้มันไม่นำไปสู่ทางพ้นทุกข์จริงๆ จะมีประโยชน์ก็มีบ้างในเรื่องมาแก้ต่างปัญหาคนมาทำให้แนวทางของพุทธศาสนาเพี้ยนไป นิพพานเป้นอัตตานี่มันอยู่ในศาสนาอื่นๆครับ


จากคุณ : สายลมเหงาแห่งขุนเขา - [ 6 ก.พ. 50 20:55:48 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 21

คุณเซนเถรวาท ครับ


พุทธศาสนานิกายเซนนี้   ปรมาจารย์คนแรกของเขาคือ  พระมหากัสสปนะครับ   นิกายนี้เริ่มการสอนตั้งแต่ในครั้งพุทธกาล   พระมหากัสสปคนนี้เป็นประธานในครั้งปฐมสังคายนาพระไตรปิฎก   และท่านยังเป็นคนที่พระพุทธเจ้าตรัสชมว่า  " ดูกรกัสสปะ  ท่านมีธรรมจักษุครรถ์อันถูกต้อง  เพราะนิพพานจิต  ลักษณะที่แท้จริงย่อมไม่มีลักษณะ......"    

นิกายเซนถือเอาพระวัจนะของพระพุทธเจ้านี้เป็นบ่อเกิดนิกายของตน   คงจำกันได้ว่า  พระพุทธเจ้าทรงชูดอกไม้ขึ้นมาดอกหนึ่ง  มีแต่พระมหากัสสปะเพียงคนเดียวที่เข้าใจความหมาย    นั่นคือโกอาน(การเข้าใจพระนิพพานโดยฉับพลัน)


จากคุณ : tuenum - [ 6 ก.พ. 50 22:02:54 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 22

พุทธศาสนานิกายเซนนี้   ปรมาจารย์คนแรกของเขาคือ  พระมหากัสสปนะครับ   นิกายนี้เริ่มการสอนตั้งแต่ในครั้งพุทธกาล  

เทียบกับที่ผมเสนอว่า
ขอเสนอให้พิจารณา
(๑) ศาสนาพุทธ อุบัติขึ้นเพราะการอุบัติของพระพุทธเจ้า พระองค์นี้ คือ เจ้าชายสิทธัตถะ ที่ตรัสรู้อริยสัจสี่ หรือปฏิจจฯ

..ส่วน พุทธศาสนานิกายเซน จีน นั้น ...ทีหลังตั้งหลายพ้นปี

แล้ว ความตามที่ หลักธรรมของศาสนาพุทธ นิกายเซน
ที่คุณtuenumคัดมาจากหน้า 93 หนังสือพระพุทธศาสนามหายาน ของรองศาสตราจารย์ ดร. ประยงค์ แสนบุราญ ..กล่าวถึง "คำสอนของท่านพระมหากัสสปนะครับ" หรือเปล่าละครับ

แล้วที่เสนอว่า นิกายนี้เริ่มการสอนตั้งแต่ในครั้งพุทธกาล   พระมหากัสสปคนนี้เป็นประธานในครั้งปฐมสังคายนาพระไตรปิฎก  ...ตกลง สอนแข่งกับพระพุทธเจ้า หรือเปล่าครับ?

สรุปว่า
ตรรก และหรือเหตุผล ตามที่คุณtuenum อ้างนั้น ..ยังมีช่องโหว่

พิจารณา..ตาม มหาปรินิพพานสูตร (ซึ่งมหาปิฎกฝ่ายมหายานจีน เขาก็มีพระสูตรนี้) ตรัสว่า ...ธรรม วินัย ที่เราตรัสบัญญัติไว้ดีแล้ว จะเป็นศาสดาของพวกเธอ ฯ

พวกเธอนี้ ..รวมทั้ง พระมหากัสสปนะ ด้วยไหมครับคุณtuenum

ก็ในเมื่อ องค์พระศาสดายังทรงยังอยู่ .."หลังจากสนใจคำกล่าวชั้นสาวกแล้ว แล้วทำไมจึง กลับมาเผ้าองค์พระศาสดาที่ยังทรงยังอยู่ละครับ"

กระทู้นี้ ก็เนื่องกับหลักธรรมตามที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เองแล้วสอน ฯ

ขอให้ เพ่งที่เสนอว่า
ดังนั้นจะเห็นว่า  คำว่า"จิต"ในศาสนาพุทธมหายานจะแตกต่างจากคำว่า"จิต" ของศาสนาพุทธเถรวาท    เพราะคำว่า"จิต" ของพุทธมหายานหมายถึง ทั้งจิตทั้งบริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์    ส่วนคำว่า "จิต" ของพุทธเถรวาท หมายถึง "จิต" ในปฏิจจสมุปบาทซึ่งเป็นจิตที่ไม่บริสุทธิ์(จิตมนุษย์และสรรพสัตว์)อย่างเดียว    ส่วนจิตบริสุทธิ์ไม่มีอวิชชานั้นแยกเอาไว้ต่างหาก   พระพุทธเจ้าเรียกจิตบริสุทธิ์ไม่มีอวิชชาว่า  "นิพพาน"

คำว่า ..พระพุทธเจ้าเรียกจิตบริสุทธิ์ไม่มีอวิชชาว่า  "นิพพาน"
ช่วยยืนยันหลักฐานนะครับว่า ตรัสไว้ในพระสูตรไหน ที่แปลแล้วตรงกับที่เสนอว่า ..พระพุทธเจ้าเรียกจิตบริสุทธิ์ไม่มีอวิชชาว่า  "นิพพาน"

ผมหามานานแล้วยังไม่พบ ยังหาอยู่ ฯลฯ
ดังนั้น เมื่อยังหาไม่พบ ..ก็ขอชี้ว่า อย่าตู่จากพระพุทธเจ้า ครับ

พระพุทธองค์ไม่ตรัสคำว่า ...เราตถาคตเรียกจิตบริสุทธิ์ไม่มีอวิชชาว่า  "นิพพาน" ...ใครหาเจอ เอามาอ้างอิง เพื่อ "ล้ม" ที่ผมเสนอนี้นะครับ

สรุป
ดูเหมือนมีความพยายามเหลือเกิน ที่จะให้ีมี "จิตอมตะ คือ นิพพาน ให้ได้

ดู
คคห 15 / คคห 17
http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y5112807/Y5112807.html


จากคุณ : เซนเถรวาท (F=9b) - [ 6 ก.พ. 50 22:58:55 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 23

คุณเซนครับ


สาวกแต่ละคนของพระพุทธเจ้า    เขาก็มีสาวกของเขาเองด้วยนะครับ   พระพุทธเจ้าท่องเที่ยวไปทั่ว   ถ้าสาวกที่พระองค์สอนไม่สอนคนอื่นแทนพระองค์บ้าง   พระองค์ก็งานล้นมือล่ะครับ   ไปสอนทั้งในสวรรค์และในพรหมโลกด้วย   ผมถามคุณว่า  พระมหากัสสปไม่ไปสอนคนอื่น  มันจะเป็นไปได้ไหม?  

ประเด็นอื่นผมคงไม่ตอบคุณนะครับ   เพราะตอบไปมากแล้ว   ยิ่งตอบคุณยิ่งถาม  แล้วถามมาทีละเป็นปึกๆ    ผมก็งานล้นมือเหมือนกัน   ต้องตอบคนที่มีแววเห็นดวงตาธรรมก่อน   ประเภทที่ขี้สงสัยนี่   ผมเอาเวลาช่วงนั้นไปตอบคนอื่นได้อีกเป็น 10 คนนะครับ

ผมถือว่า  คุณก็มีแนวความคิดเป็นของคุณ  ผมก็มีแนวความคิดเป็นของผม    อ้อ! ลืมไป   อีกอย่างหนึ่ง  คำว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา   คุณต้องดูในบทนั้นด้วยว่า  พระพุทธเจ้ากำลังพูดถึงอะไรอยู่  ไม่ใช่พระองค์พูดถึงขันธ์ 5  พูดถึงสังขาร   คุณไปมั่วเอาข้อความ " ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา "   เข้าไปในนิพพานด้วย    ผมย้ำครับ  พระพุทธเจ้าไม่เคยตรัสว่า   " ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา "  รวมถึงนิพพานเลย   มีแต่อรรถกถาที่พระที่ไม่บรรลุอรหันต์เอาไปตีความเท่านั้น


จากคุณ : tuenum - [ 7 ก.พ. 50 02:26:36 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 24

คุณเซนครับ


ว่าจะไม่ตอบแล้ว   แต่อดไม่ได้  ตอบอีกข้อก่อนไปนอน

ในหนังสือของเสถียร โพธินันทะ เรื่องปรัชญามหายาน   และในหนังสือพระพุทธศาสนามหายาน ของรองศาสตราจารย์ ดร.ประยงค์ แสนบุราญ    พวกท่านยกเอา พระวัจนะของพระพุทธเจ้าที่พูดเกี่ยวกับนิพพานไว้หลายตอนครับ   ผมขอยกมาตอนหนึ่ง    พระพุทธองค์ตรัสกับพระมหากัสสปว่า

" ดูกรกัสสปะ  เธอมีธรรมจักษุครรถ์อันถูกต้อง  และนิพพานจิต  ลักษณะที่แท้จริงย่อมไม่มีลักษณะ   เธอพึงรักษาไว้ให้ดี "

ชัดเจนนะครับ   พระพุทธองค์ตรัสว่า  "นิพพานจิต"


จากคุณ : tuenum - [ 7 ก.พ. 50 02:32:26 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 25

คุณ TUENUM มาจากสำนักจานบินหรือเปล่า  แนวคิดนี้มันคลับคล้ายคลับคลานะ

จากคุณ : topdog (socialclimber) - [ 7 ก.พ. 50 06:45:00 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 26

มหายานเค้ายังยอมรับเลยว่า ออกจากพุทธแท้ไปมาก  ขนาดพระมีเมียได้ก็แล้วกัน

จากคุณ : koobi - [ 7 ก.พ. 50 07:21:57 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 27

คุณtuenum อ้าง อะไรก็ได้ ตามที่ต้องการจะอ้าง เพื่อ รองรับ มติ ทิฏฐิ ความคิด ความเชื่อของคุณtuenum เอง ในกรณีนี้

ผมเอง ก็อ้างอะไรก็ได้ เช่นกัน ..แต่ผมจะอ้าง จากพระโอษบ์ เป็นลำดับที่หนึ่งเสนมอ "เพื่อความไม่ประมาท และหรืออวดดี และหรือ ฯลฯ

เมื่อต่างคนต่างอ้างอิงหลักฐาน + ความเ็้นของตนเอง "ในหลักธรรมใด"
ผู้อื่น ย่อม มีวิจารณาญาณ พิจารณาได้เองว่า " ถูกฝาถูกตัว เป็นอย่างไร?" ..ตามหลักฐานนั้นๆ ที่ มีลำดับ แตกต่างกัน ฯ

หลักธรรม เรื่องนิพพานจากพระโอษฐ์ คืออย่างไร หรือเป็นอย่างไร?
ผมได้อ้างไว้แล้ว
ขอนำมาเสนอในที่นี้อีกที "เป็นกรณีศึกษา พิจารณา"...
จาก http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y5112807/Y5112807.html

จากพระโอษฐ์ -อิติวุ ขุ ๒๕/๒๙๘/๒๗๐

พิจารณา เทียบกับ ที่ว่าว่ากัน ....

ภิกษุทั้งหลาย (รวมทั้งภิกษุุสงฆ์สาวกตามที่คุณtuenum อ้างด้วยใช่ไหมครับ)

สังขตธรรมก็ดี อสังขตธรรมก็ดี มีประมาณเท่าใด
เราตถาคตกล่าวว่า วิราคธรรม เป็นเลิศยอดของสังขตธรรมและอสังขตธรรมเหล่านั้นทั้งหมด (นี้คือ ธรรมทั้งปวง ใช่ไหมครับ)

วิราคะธรรมนั้นได้แก่
ธรรมเป็นที่ สร่างแห่งความเมา (ว่า นิพพานเป็นที่อยู่ของอาตมาฯ)
ธรรมเป็นที่ ขจัดความกระหาย
ธรรมเป็นที่ ถอนความอาลัย
ธรรมเป็นที่ ตัดวัฏฏะ (วน)
ธรรมเป็นที่ สิ้นตัณหา (ตรงกับพุทธอุทาน ว่า ฯลฯ เพราะความสิ้นไปแห่งตัณหาโดยประการทั้งปวง นั่นคือ นิพพาน)
ธรรมเป็นที่ คลายความกำหนัด
ธรรมเป็นที่ ดับกิเลส

นี้แล คือ นิพพาน


คุณtuenum อ้างภิกษุุสงฆ์หลายรูปใน คคห ที่ 7

ใครจะช่วย อธิบายหน่อยได้ไหมครับว่า "ขัดกับพระพุทธวจนะ" ตามที่ผมอ้างหรือไม่


1.   หลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ
"ส่วนกายพระอรหัต ถ้าถึงพระอรหัตละก็ นิจจัง สุขัง อัตตาแท้ๆ กายธรรมมีขันธ์เหมือนกัน แต่เป็นธรรมขันธ์ ท่านไม่เรียกเบญจขันธ์ เป็นธรรมขันธ์เสีย มีธาตุเหมือนกัน เป็นวิราคธาตุ เป็นวิราคธรรมม"

เสนอแบบนี้ แปลว่า วิสุทธิธาตุ ๖ (ตามที่ตรัสว่า บุรุษนี้ประกอบอยู่ด้วยธาตุ ๖ ประการ)..มีธาตุเหมือนกัน เป็นวิราคธาตุ เป็นวิราคธรรม ?

คำว่า มีธาตุเหมือนกัน ตามที่กล่าวนั้น "ตรงกับพระพุทธวจนะ ตรงไหน? ครับ" ..หรือ ว่าเองครับ?

2.   อดีตพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส)
" พระธรรมกาย ได้เแก่พระกายอันบริสุทธิ์ ไม่สาธารณะแก่เทวา และมนุษย์ หมายถึงจิตที่พ้นจากกิเลสแล้ว เป็นพระกายที่เที่ยงแท้ไม่สูญสลาย อินทรีย์ของพระอรหันต์ประณีตสุขุม แม้ตาทิพย์ของเทวดาก็มองไม่เห็น" ...มีพระพุทธวจนะพระสูตรไหน ตรัสไว้ แปลไทยได้ตามนี้ครับ

4.   พระครูพัฒนกิจจานุรักษ์ (หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา)
" นิพพานเป็นแดนแห่งความมั่นเที่ยง นิพพานแล้วเป็นสุข นิพพานมีสาระเป็นแก่นสาร....."
ช่วย ชี้หน่อยว่า "ธรรมเป็นที่ดับ ตามที่ตรัสนั้น เป็นแดนของอัตตาอะไรครับ"

5.   หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
"จิตวิญญาณมันไม่ใช่ของแตกของทำลาย แลไม่ใช่ของสูญหาย พระพุทธเจ้าสอนให้จิตมันเที่ยง เหมือนพระนิพพานเป็นของเที่ยง ไม่แปรผัน ยักย้าย สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็ฯทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ "

..มีพระพุทธวจนะตรัสไว้ เช่นนี้ในพระไตรปิฎกเล่มไหนครับ
ถ้าย้อนว่า ไม่มีพระสูตรตรัสไว้ ก็ไม่ได้แปลว่า ไม่เป็นอย่างที่หลวงปู่ฝั้น อาจาโรกล่าวไว้..ก็ต้องถามกลับว่า ตกลงใครเป็นพระบรมศาสดาแห่งพุทธศาสนาครับ

ขอแสดงความนับถือ


จากคุณ : เซนเถรวาท (F=9b) - [ 7 ก.พ. 50 10:51:58 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 28

คนอย่างแมร่งไปต้องนับถือแล้ว มันพยายามดึงพุทธไปเทียบกับศาสนาที่แมร่งนับถือ เพราะศาสนาแมร่งไม่มีเหรี้ยไรเลย

แก้ไขเมื่อ 07 ก.พ. 50 12:25:13

จากคุณ : koobi - [ 7 ก.พ. 50 12:24:48 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 29

ทุกท่านครับ



ผมทำบริกรรมพรหมวิหาร 4 ครับ   ผมไม่เคยฝึกวิชาธรรมกาย   และผมก็ไม่ใช่คนวัดปากน้ำหรือวัดธรรมกายด้วย
ผมขออนุญาตไม่ตอบในประเด็นอื่นๆนะครับ   เพราะได้อธิบายไปมากแล้ว   ใครจะเชื่อหรือไม่    หรือไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรครับ   เป็นสิทธิส่วนบุคคล


คุณ : koobi ครับ


ผมเป็นชาวพุทธเถรวาท   แต่เป็นผู้ที่เข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ไปยังเถรวาทและมหายานครับ    คุณ : koobi ครับ    ท่านจะด่าผมยังไงผมไม่ถือทั้งนั้น   เพราะโดนด่ามาทุกเว็บ  ในเว็บธรรมะเมเนเจอร์   กระทู้ที่ตั้งขึ้น 80% ก็เป็นกระทู้ที่ด่าผมทั้งสิ้น     แต่กรุณาอย่าด่าผมว่า "ไอ้ควาย" เลยครับ        เพราะมันกระทบไปถึงพระอริยะสงฆ์ต่างๆ  เช่น หลวงปู่มั่น  หลวงพ่อสด   หลวงปู่คง  หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ฯลฯ เต็มไปหมดเลยนะครับ    แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าใครที่โง่เป็นควาย    คุณใช้อะไรเกณฑ์ตัดสินครับ   ใช้ความคิดของตนเองเป็นใหญ่ใช่ไหมครับ?


จากคุณ : tuenum - [ 7 ก.พ. 50 13:02:26 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 30

แล้วมรึงเคยสำนึกไหมว่าทำไมเขาด่ามรึง เพราะว่าความเหรี้ยของมรึงไง เขาถึงด่ามรึง ยังไม่สำนึกอีก ไอ้อ่อน

จากคุณ : koobi - [ 7 ก.พ. 50 13:22:22 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 31

คุณทิวน้ำ ครับ

ตอบคำถามคุณพรหมยาน(คห 19) หน่อยสิครับ

เห็นบอกว่าความยึดมั่นถือมั่นเหลือไม่ถึง 10%

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง

ไม่น่าบรรลุแค่โสดาบันนะครับ(คงตัดสังโยชน์เกิน 5 ไปแล้ว)

ผมว่าใกล้แล้วนะครับ...

ใกล้มากจริงๆ...


จากคุณ : taken01 - [ 7 ก.พ. 50 14:01:12 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 32

คุณ : koobi ครับ


กรุณาระบุชัดๆว่า   ผมเห้.....ยยังไงครับที่มีทัศนะแตกต่างจากผู้อื่น     พระพุทธเจ้า   กาลิเลโอ   ฯลฯ   เขาก็มีทัศนะไม่เหมือนคนอื่นนะครับ


จากคุณ : tuenum - [ 7 ก.พ. 50 17:49:41 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 33

การมีทัสนะไม่ตรงกันกับผู้อื่นเป็นเรื่องสามัญธรรมดาครับ

แต่การที่ผู้หนึ่งผู้ใดอ้างหลักฐาน ชั้น "จากพระโอษฐ์"
ก็เพื่อให้ ช่วยกันพิจารณาว่า "ตามที่ตรัสนั้น กับ ตามที่ข้าพเจ้าเห็นอยู่ อ้างอยู่นั้น แตกต่าง กัน อย่างไร?"

ตัวอย่างเช่น คคห 27 เป็นต้น

เมื่อเห็นความแตกต่าง ..แล้วยังยึดมั่นในสิ่งที่ตน ถืออยู่ ...ในฐานะ สาวกของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ คุณ tuenum  เห็นว่า ควรอย่างไร? ..ย่อมเห็นได้เอง ใช่ไหมครับ

ทีนี้ การแสดงอะไรๆ ออกมา เป็นข้อความเช่นนั้น ..ย่อมบ่งชี้ถึง อะไรบ้างละครับ
ต้องพิจารณาใช่ไหมครับ

ดังตัวอย่าง คคห 29 คุณฯ เสนอว่า ....ผมเป็นชาวพุทธเถรวาท   แต่เป็นผู้ที่เข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ไปยังเถรวาทและมหายานครับ    ...

ผมก็ อ้าง จากพระโอษฐ์ -อิติวุ ขุ ๒๕/๒๙๘/๒๗๐
"ตามที่เถรวาท มุขปาฐะพระพุทธวจนะไว้"

แล้วตรงกับ ความ..เป็นผู้ที่เข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ไปยังเถรวาทและมหายาน... หรือครับ   ...(เรื่อง พระนิพพาน เรื่องจิตอมตะ)

..เจริญ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา  ชนิดไม่ผิดฝาผิดตัว นะครับ


จากคุณ : เซนเถรวาท (F=9b) - [ 7 ก.พ. 50 19:38:55 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 34

คุณเซ่นครับ


เวลาคุณจะอ้างหลักฐานอะไรก็เอาข้อความเต็มๆมาเขียนซิครับ   ไม่ใช่เจตนาไม่เขียนข้อความบางส่วน      เช่น  ในพระไตรปิฎกมีการใช้คำว่า สพฺเพ ธมฺมา  มากมายเหลือเกิน   คำๆนี้คือธรรมทั้งหลายทั้งปวง (all)   คุณต้องดูที่เนื้อความว่า   พระพุทธเจ้าหมายถึงสิ่งใดในประโยคนั้น   เช่น

สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา, สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาติ (สํ.ข. 17/233)

     แปลว่า: " สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา "

ข้อความนี้  สพเพ  ธมมา  หมายถึงสังขาร   จึงเป็นอนัตตา     ทุกวันนี้ก็มีการมั่วรวมพระนิพพานเข้าเป็นอนัตตาด้วยเลย   ไร้สาระจริงๆ

กรุณาจำไว้นะครับ   ข้อความในอรรถกถาไม่ใช่คำของพระพุทธเจ้า   แต่เป็นการตีความของคณะสงฆ์ที่ไม่ใช่พระอรหันต์


จากคุณ : tuenum - [ 7 ก.พ. 50 21:55:03 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 35

คุณเซ่นครับ


" สังขตธรรมก็ดี อสังขตธรรมก็ดี มีประมาณเท่าใด
เราตถาคตกล่าวว่า วิราคธรรม เป็นเลิศยอดของสังขตธรรมและอสังขตธรรมเหล่านั้นทั้งหมด (นี้คือ ธรรมทั้งปวง ใช่ไหมครับ) "

...............................................

นี่ก็เช่นกัน   นำเอาการตีความของตัวเองมาสรุปเลยว่า   นี้คือ ธรรมทั้งปวง     แล้วสุดท้ายก็คำบริบทเกี่ยวกับขันธ์และอนัตตา  มาดำนำมั่วไปตีความว่า  นิพพานอยู่ในธรรมทั้งปวง   และก็ต้องเป็น  สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาติ    คุณนี่ไร้สาระจริงๆ


จากคุณ : tuenum - [ 7 ก.พ. 50 22:04:52 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 36

ไอนี่โง่ไม่เลิก

แก้ไขเมื่อ 07 ก.พ. 50 22:37:14

จากคุณ : koobi - [ 7 ก.พ. 50 22:37:01 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 37

คุณkoobi ใจเย็นๆหน่อยสิ...

จากคุณ : เย็นลงหน่อยครับ... :) (Chuck) - [ 8 ก.พ. 50 09:23:24 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

[กติกามารยาท] [Help & FAQ
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่

ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)

วาดภาพประกอบ : คลิกเพื่อวาดภาพประกอบ
(ข้อควรระวัง : ต้องทำก่อนขั้นตอนอื่น มิฉะนั้นข้อความที่พิมพ์ไว้ และค่าที่เลือกจะหายไป - ใช้ได้เฉพาะสมาชิก)

  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ และวาดภาพประกอบ Preview ไม่ได้)  
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom