◀ Previous Next ▶ Up ▲


    ขอเชิญร่วมงาน ‘พีธีสยามมงค’ รวมใจไทยทั้งชาติทุกศาสนา ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง วันที่ 31 มกราคม ถึง 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550

    ขอเชิญร่วมงาน‘พีธีสยามมงค’ รวมใจไทยทั้งชาติทุกศาสนาเป็นหนึ่งเดียว

    ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง วันที่ 31 มกราคม ถึง 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550

    ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีและจะทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปี พ.ศ. 2550 นี้ จึงนับได้ว่าเป็นปีมหามงคลยิ่ง ของปวงชนชาวไทย โดยพระราชกรณียกิจที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญมาตลอดเป็นที่ประจักษ์ต่อมหาชนชาวโลกแล้วว่าเป็นไปเพื่อความผาสุกสงบร่มเย็น ต่อปวงอาณาประชาราษฎร์ ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา ทุกระดับชั้น ที่ได้มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารบนผืนแผ่นดินไทย
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีน้ำพระทัยที่เปี่ยมไปด้วยพระเมตตาต่อพสกนิกรของพระองค์ประดุจ “บิดาที่มีต่อบุตร” เหล่าพสกนิกรจึงพร้อมใจกันแซ่ซ้องสรรเสริญพระองค์ เป็น “พ่อของแผ่นดิน” ทั้งนี้แม้แต่นานาอารยประเทศต่างยอมรับและสดุดีพระเกียรติยศเป็นที่ปรากฏไปทั่วโลก ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีความสง่างามเมื่อประทับอยู่ท่ามกลางพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์นานาชาติ

    ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ปวงเหล่าพสกนิกรน้อมรำลึกว่าปีพุทธศักราช 2550 เป็นปีมหามงคลยิ่งของชาติไทยจึงควรที่จะจัดงานเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ให้เป็นที่ปรากฏ

    เพื่อเป็นการทดแทนพระมหากรุณาธิคุณต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ภาครัฐและภาคเอกชน จึงริเริ่มโครงการสามัคคีธรรมนำสันติสุข เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า ได้มีส่วนร่วม โดยการรวมใจ ขององค์การศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม ซิกข์ พราหมณ์ฮินดู พร้อมใจกันจัดกิจกรรมของแต่ ละศาสนาเพื่อถวายพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพร้อมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

    เพื่อให้บังเกิดความเป็น สิริมงคลแก่ประเทศชาติและประชาชนทั้งยังเป็นการแสดงพลังความสมานสามัคคีของคนในชาติทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา โดยใช้ชื่อว่า “พิธีสยามมงคล” เพื่อความเป็นมงคลของชาวสยาม

    โดยจะประกอบพิธี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงตั้ง แต่วันที่ 31 มกราคม ถึง 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 รวม 12 วัน ในแต่ละวันจะมีกิจกรรมของแต่ละศาสนาตามประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา ซึ่งประชาชน ทุกศาสนาสามารถเข้าร่วมพิธี กรรมเพื่อความเป็นสิริมงคลได้ ทุกวัน

    สำหรับศาสนาพุทธเถร วาทนั้น จะมีพิธีเจริญนวคหายุสมธัมม์ สวดปริตรโดยพระสงฆ์ 108 รูป ที่นิมนต์มาจากทุกภาคโดยพระสงฆ์ทุกวัดทั่วประเทศ จะเจริญชัยมงคลคาถาไปในเวลาเดียวกันกับส่วนกลาง และพระ สงฆ์อีกจำนวน 801 รูป มาร่วมเจริญจิตตภาวนาทุกวัน และใน วันสุดท้าย วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2550 จะมีพิธีหล่อพระพุทธรูป

    วัชระพงศ์ ระดมสิทธิ พัฒน์ กรรมการโครงการพิธีสยามมงคล อธิบายถึงพิธีกรรมในครั้งนี้ว่าเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในประเทศ และถือเป็นโอกาสดีเพราะเป็นการยากมากที่จะนำสิ่งอันเป็นมงคลของแต่ละศาสนามารวมกันไว้ ณ ที่แห่งเดียวได้ และยังถือว่าเป็นการจัดงานมหากุศลครั้งใหญ่ในแผ่นดิน เพื่อให้คนไทยทั้งประเทศพึงระลึกว่าปีนี้เป็นปีมหามงคล มุ่งหมายให้พิธี มงคลจุดประกายให้หน่วยงานในภูมิภาคจัดงานมหามงคลถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะพิธีเจริญนวคหายุสมธัมม์หรือการสวดนพเคราะห์ ปกติจะสวดในวันก่อนวันเฉลิม พระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีพระสงฆ์ทั่วประเทศทั้งระดับพระเกจิอาจารย์วันละ 108 รูป มาร่วมสวดในพิธีมหามงคลครั้งนี้

    “มีความเชื่อว่าผู้เข้า ร่วมพิธีกรรมจะได้รับมงคล สูงสุดในชีวิต ใครดวงไม่ดี ดวงตก เชื่อว่าเมื่อได้รับฟังแล้วตั้ง จิตอธิษฐานจะดีขึ้น ยังเชื่อว่า จะนำความร่มเย็นเป็นสุขมา สู่แผ่นดินด้วยบารมีของพระปริตร”

    พิธีเจริญนวคหายุสมธัมม์ สวดปริตร จะเริ่มเวลา 18.30-21.30 น. ทุกวัน ณ ท้องสนามหลวง พิธีนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจร่วมพิธีได้ และรับน้ำพระพุทธมนต์จากพิธีนี้ไปบูชาได้ โดยจัดหาภาชนะมาเองพร้อมกันนี้ ด้านศาสนาคริสต์ มีการสวดขอพรจากพระผู้เป็นเจ้าทุกวัน ด้านศาสนาอิสลาม จัดพิธีสวด “ดุอา” ขอพรจากพระเจ้า

    พิธีสวดนอกจากพิธีมงคลของทุกศาสนาแล้ว ยังมีการหล่อพระพุทธรูปปางประ ทานพร เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายแด่พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว โดยพระพุทธรูปนี้ได้ถวายพระนามว่า “พระพุทธรวมใจไทยทั้งชาติ” ศิลปะศรีวิชัย นามว่า “พระมหาพุทธไวโรจน์” มีความหมายว่าผู้ให้แสงสว่าง ทั้งในทางโลกและทางธรรม เปรียบประดุจแสงแห่งพระอาทิตย์ในภาคกลางวัน และพระจันทร์ในภาคกลางคืน เป็นแสงสว่างอันทำให้เกิดสติปัญญา นับว่าเป็นพระพุทธรูปที่เหมาะสมกับยุคสมัย

    ทั้งนี้ประชาชนสามารถร่วมเขียนคำถวายพระพรลงบน แผ่นทองเหลืองหรือจะนำโลหะมีค่ามาร่วมหล่อพระพุทธรวมใจไทยทั้งชาติ อันเป็นพระพุทธรูปที่เป็นหนึ่งเดียวแห่งมหามงคลสมัย ซึ่งหล่อหลอมจากคำถวายพระพรของพสกนิกรชาวไทยไปทั่วแผ่นดิน โดยจะมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ มาร่วมพิธีหล่อพระพุทธรวมใจไทยทั้งชาติ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

    สำหรับประชาชนที่อยู่ ต่างจังหวัดให้ส่งแผ่นโลหะที่เขียนคำถวายพระพรส่งมาทางไปรษณีย์ จ่าหน้าซองว่า “พระพุทธรวมใจไทยทั้งชาติ” ถึงสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบ รัฐบาล กท. 10300

    สรุปกำหนดพิธี 12 วันนั้น ในภาคเช้าจะเป็นพิธีเจริญพระพุทธมนต์ที่ศาลหลักเมือง ตั้งแต่เวลา 09.00-11.00 น. ส่วนภาคบ่ายจะเริ่มเวลา 16.00- 21.00 น. ส่วนของศาสนาคริสต์ อิสลาม พราหมณ์ ฮินดู คณะสงฆ์จีนนิกาย คณะสงฆ์อนัมนิกายจะประกอบพิธีตามแต่ละศาสนาในปะรำพิธีของทุกศาสนา

    และเพื่อสิ่งอันเป็นมงคลสูงสุดใน “พิธีสยามมงคล” ยังมีการอัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ องค์จำลองมาจากทุกภาคของประเทศไทย เช่น พระพุทธโสธร จากภาคตะวันออก พระพุทธสิหิงค์ จากนครศรีธรรมราช ภาคใต้ พระพุทธชินราช จาก จังหวัดพิษณุโลก ภาคเหนือ หลวงพ่อพระใส จากจังหวัดหนองคาย ภาคอีสาน พระแก้วมรกต และพระไพรีพินาศ พระนิรันตราย พระพุทธรูปทองคำ วัดไตรมิตร หลวงพ่อโตซำปอกง มาประดิษฐานในมณฑลพิธี ให้ประชาชนได้กราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล

    จึงขอเชิญชวนประชาชน ทั่วประเทศได้ร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อเป็นการรวมใจพสกนิกรไทยทั้งชาติ ถวาย พระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ...ครั้งแรกในประวัติศาสตร์.

    ที่มา : http://www.dailynews.co.th/

    จากคุณ : a_prin - [ 31 ม.ค. 50 12:55:43 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม