สังขยาปกาสกฎีกา ความสำคัญของการ ชั่ง ตวง วัด

สวัสดีวันอาทิตย์ทุกท่านครับ

ระยะเวลาผ่านไปเกือบศตวรรษทำให้คนคุ้นเคยกับระบบของฝรั่ง จนนึกไม่ออกว่า ก่อนที่ระบบเมตริกจะสถาปนาขึ้นในสังคมไทยนั้น เรามีระบบการชั่ง ตวง วัดอย่างไร มีความเป็นมาอย่างไรและโดยเฉพาะมิติทางนามธรรมที่เชื่อมโยงในหน่วยเหล่านั้น ก่อให้เกิดคุณค่าและสาระ อย่างที่ในปัจจุบันอาจจะคิดไม่ถึงว่าภูมิธรรมปัญญาไทย จาก พระพุทธศาสนานั้น มีแง่มุมให้พิจารณาอย่างกว้างขวาง น่าที่จะได้มาตรวจสอบ แสวงหา และขุดค้นมรดกทางปัญญานี้

วันนี้ชวนชาวห้องศาสนามาศึกษาผลงานของพระสิริมังคลาจารย์คือ สังขยาปกาสกฎีกา ที่มีอายุเกือบห้าร้อยปีมาแล้วกันครับ

 
 

จากคุณ : ebusiness - [ วันรัฐธรรมนูญ 00:35:06 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

leafอัทธาสังขยา มาตราวัดระยะทางleaf

36 ปรมาณู เป็น 1 อณู; 36 อณู เป็น 1 ตัชชารี; 36 ตัชชารี เป็น 1 รถเรณู; 36 รถเรณู เป็น 1 ลิกขา (ไข่เหา); 7 ลิกขา เป็น 1 อูกา (ตัวเหา); 7 อูกา เป็น 1 ธัญญมาส; 7 ธัญญมาส เป็น 1 อังคุลี (นิ้ว); 12 อังคุลี เป็น 1 วิทัตถิ (คืบ); 2 วิทัตถิ เป็น 1 หัตถะ (ศอก); 4 หัตถะ เป็น 1 พยามะ(วา); 25 พยามะ เป็น 1 อูสภะ; 80 อูสภะ เป็น 1 คาวุต; 4 คาวุต เป็น 1 โยชนะ (โยชน์)

ปรากฏคำที่ใช้เป็นชื่อหน่วย จากเล็กละเอียดไปจนถึงขนาดใหญ่

นอกจากนี้ยังมีมาตราวัดระยะอีก 8 แบบ ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปรมาณูเหมือนกัน แต่มาต่างกันที่หัตถะ จนถึงคาวุตะ จึงมีคำเรียกชื่อหน่วยเพิ่มขึ้นมา คือ กรีสะ, คาวี, โกสะ, สรูสภะ, พลูสภะ, สรีรูสภะ, ทัณฑะ, อัพภันตระ

โดยแต่ละคำมีความหมายและเรื่องราวสัมพันธ์กัน ดังนี้

ปรมาณู พระญาณวิลาสกล่าวถึงคำนี้ว่า "ละอองที่ละเอียด ควรแก่อารมณ์ ของทิพยจักษุ หาเป็นอารมณ์ของประสาทจักษุไม่ ชื่อว่า ปรมาณู" พระสิริมังคลาจารย์ ได้วิเคราะห์แยกศัพท์อธิบายเพิ่มเติมว่า "ละออง ใดของทิพยจักษุญาณเป็นละอองที่ละเอียดเล็กเหลือเกิน ไม่ควรแก่ อารมณ์ ของจักษุวิญญาณที่อาศัยอยู่ในประสาทจักษุเลย ธุฬีนั้นชื่อว่า ปรมาณู" โดยนัยนี้ก็คือ ปรมาณูเป็นสิ่งที่ละเอียดเกินกว่าตามนุษย์จะ มองเห็นได้ เกินว่าวิสัยอินทรีย์ของมนุษย์ ท่านใช้คำว่า "เป็นส่วนเท่า อากาศ" ไม่เป็นอารมณ์ของมังสจักษุ เป็นอารมณ์ของทิพย์จักษุเท่านั้น คำว่า "ธุฬี" นั้นหมายถึง "ย่อมไหว" คือ ย่อมฟุ้งด้วยลม ดังนั้น ธุฬีที่ ละเอียดยิ่งกว่าอณู ชื่อว่า "ปรมาณู"

แก้ไขเมื่อ 10 ธ.ค. 49 00:53:20

จากคุณ : ebusiness - [ วันรัฐธรรมนูญ 00:38:00 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 2

ข้อพึงสังเกตก็คือ คำและความหมายของหน่วยในส่วนเล็กละเอียดที่ สุดแสดงนัย แห่งความเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง ไม่คงตัว และเปลี่ยนแปร ไปตามเหตุปัจจัย

อณู เป็นส่วนที่มีขนาดใหญ่กว่าปรมาณูด้วยขนาด 36 เท่า ตัชชารี ท่านบอกว่า ธุฬีใดยังวัตถุนั้นๆ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของตนให้คร่ำคร่า ด้วยการกระทำที่เศร้าหมอง เรียกว่า "ตัชชารี" ประกอบด้วยคำ "ชร" หมายถึง ความคร่ำคร่า คือธรรมชาติที่นำไปสู่ความเสื่อมวัยหรือที่ เรียกว่า ฝุ่น ขนาดของตัชชารีเท่ากับ 36 อณู
รถเรณู มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกเป็นลักษณะของละอองฝุ่นที่เกิดจากรถวิ่ง ฝุ่น ละเอียดที่ปลิวไปในขณะรถวิ่งนั้น จึงเรียกว่ารถเรณู มีขนาดเท่ากับ 36 ตัชชารี
ลิกขา หมายถึง "ไข่เหา" มีขนาด 36 เท่าของรถเรณู เป็นละอองที่เห็นได้แม้ ด้วยปกติจักษุ
อูกา หรือ โอกา หมายถึง "ตัวเหา" มีขนาดเป็น 7 เท่า ของไข่เหา
ธัญญมาสะ หมายถึง ข้าวเปลือก คือขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นจากตัวเหา จะเป็น ขนาดของข้าวเปลือก ด้วยความสัมพันธ์ว่า ตัวเหา (อูกา) 7 ตัว มีขนาดเท่ากับความยาวของเมล็ดข้าวเปลือกหนึ่งเมล็ด
อังคุลี โดยศัพท์ หมายถึง "กิ่งแห่งแขน" ก็คือนิ้ว มีขนาดเท่ากับ เมล็ด ข้าวเปลือก 7 เมล็ด

 
 


จากคุณ : ebusiness - [ วันรัฐธรรมนูญ 00:39:43 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

วิทัตถิ ท่านวิเคราะห์ว่า "นิ้วหัวแม่มือพร้อมทั้งนิ้วก้อยอันบุคคลย่อมกางออก คือว่าย่อมเหยียดออก" หมายถึง คืบ โดยขนาดของวิทัตถิ (คืบ) นั้น เท่ากับ 12 อังคุลี (นิ้ว)

หัตถะ เป็นส่วนที่ใหญ่ขึ้นมาอีก (ภาษาไทย เรียกว่า ศอก) ท่านบอกว่าหรือ "รตนะ" "หัตถะ" และ "รตนะ" โดยความหมายเป็นอันเดียวกัน รตนะ หมายถึง "บุคคลย่อมยินดี คือว่าเล่นด้วยวัตถุนั้น" ส่วน หัตถะ หมายถึง "บุคคลย่อมหัวเราะร่าเริงด้วยวัตถุนั้น" ขนาดของหัตถะ หรือรตนะ (ศอก) เท่ากับ 2 วิทัตถิ (คืบ)

พยามะ มีความหมายว่า "ขนาดของแขนที่บุคคลเหยียดออกไป" หรือ วฺยาม พระสิริมังคลาจารย์ ยังได้ยกมติของพระโมคคัลลานาจารย์ มากล่าว ไว้ด้วยว่า "แขน 2 ข้างพร้อมทั้งมือกางออกแล้วในข้างทั้งสองชื่อว่า พยามะ" ก็คือว่า มีขนาดเป็น 4 เท่าของหัตถะ หมายถึง4 ศอก เป็น 1 วา

อุสภะ คือโค อุสภะในที่นี้เป็นเสียงร้องของโคทั้งหลาย มีขนาดระยะเท่ากับ 25 พยามะ (วา) สำหรับหน่วยอุสภะนี้ยังมีหน่วยแยกออกไป มี 3 ชื่อ ทีเกี่ยวข้องคือ "สรูสภะ", "พลูสภะ" และ "สรีรูสภะ"

1. สรูสภะ หมายถึงเสียงของโคจ่าฝูง (อุสภะ) ที่เปล่งอยู่ดังออก ไปไกลเท่าใด ขนาดของความไกลที่ถือเอาเสียงของ โคจ่าฝูงเป็นประมาณนั้นเรียก 1 สรูสภะ มีขนาด เท่ากับ 1000 หัตถะ (ศอก)
2. พลูสภะ เป็นระยะที่เกิดจากการคำนวณด้วยกำลังกายของ โคจ่าฝูงที่โลดแล่นไป 1 พลูสภะ เท่ากับ 14 หัตถะ (ศอก) (พลูสภะ มีความหมายว่าเป็นแรงโค ทำนอง เดียวกับแรงม้าในปัจจุบัน)
3. สรีรูสภะ เป็นระยะที่เกิดจากการคำนวณด้วยสรีระ คือโดยขนาด ของโคจ่าฝูง ตัวที่เหยียดคอและหางออก 1 สรีรูสภะ เท่ากับ 7 ศอก

คาวุต ยังคงมีความหมายเป็นระยะอันเนื่องมาจากเสียงร้องของโคคือเป็น "ระยะ (คาวุต,คาวี) ทางที่วางกำหนดแน่นอนซึ่งประมาณจากระหว่างเสียงร้องของโคทั้ง หลาย" มีขนาด 1 คาวุตะ เท่ากับ 80 อุสภะ หรือเท่ากับ 80 x 25 = 2000 วา

โยชนะ มีขนาดเท่ากับ 4 คาวุตะ หรือเท่ากับ 8000 วา ซึ่งถ้าใช้เณฑ์ของหน่วย (โยชน์) ปัจจุบันว่า 1 วาประมาณเท่ากับ 2 เมตรแล้ว หนึ่งโยชน์จะมีค่าเท่ากับ 16,000 เมตร หรือเท่ากับ 16 กิโลเมตร นั่นเอง


จากคุณ : ebusiness - [ วันรัฐธรรมนูญ 00:40:51 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

สำหรับหน่วยวัดระยะที่มีอีก 8 แบบนั้น จะเริ่มต้นจากปรมาณูเหมือนกัน มาต่างกันตรง หัตถะ (ศอก) ถึงคาวุตะ มีคำเรียกหน่วยดังนี้

กรีสะ ท่านให้ความหมายว่า "ชื่อว่ากรีสะ เพราะอรรถวิเคราะห์ว่า ชาวนาย่อม ทำการงาน มีการไถและการหว่านเป็นต้นในที่นั้น" กรีสะมีระยะเท่ากับ 125 หัตถะ (ศอก)

โกสะ พระสิริมังคลาจารย์ยกมติต่างๆ มาแสดงว่า บางมติโกสะหมายถึงธนูที่ ขึ้นสายแล้ว บางมติก็ว่าธนูที่ยังไม่ขึ้นสาย หนึ่งโกสะ เท่ากับ 500 ชั่วธนู และ 4 โกสะเป็น 1 คาวุตะ ท่านยังอธิบายเพิ่มเติมในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ พระวินัยด้วยว่า เสนาสนะสุดท้ายที่ตั้งอยู่ 500 ชั่วธนู ถือว่าเป็นเสนาสนะ ป่า

ทัณฑะ หมายถึงไม้วัด หรือไม้เท้า มีขนาดยาวเท่ากับ 7 ศอก และ 20 ทัณฑะ ยาวเท่ากับ 1 อุสภะ

อัพภันตระ ท่านให้ความหมายว่า "พื้นที่ซึ่งวัดในร่วมใน คือว่าในส่วนภายใน คือว่า ไม่ใช่ส่วนภายนอก ชื่อว่า 1 อัพภันตระ" และขยายความต่อไปว่า "บุคคลยืนแล้วหรือนั่งแล้วในที่ใดๆที่บุคคลนั้นยืนแล้วหรือว่านั่งแล้วนั้น วัดโดยรอบ มีประมาณ 28 พยามะ (วา) ที่นั้นชื่อว่าอัพภันตระ" ซึ่งความ หมายนี้น่าสนใจในคำนิยามมาก เพราะเสมือนบ่งถึงเส้นรอบวงของวง กลม ที่มีคนเป็นศูนย์กลาง มีเส้นรอบวงเท่ากับ 28 วา คำนี้จึงนอกจาก จะแทนระยะทางของเส้นรอบวง ดังกล่าวแล้ว ยังมีนัยะแห่งพื้นที่อีกด้วย อาจเป็นพื้นที่วงกลม หรือพื้นที่สี่เหลี่ยมที่มีด้านทุกด้านรวมกันได้ 28 วา นั้น

 
 


จากคุณ : ebusiness - [ วันรัฐธรรมนูญ 00:45:23 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

leafการศึกษาวิเคราะห์ มาตราวัดระยะทาง : กรณีปรมาณู จุดเริ่มต้นแห่งการเชื่อมโยงleaf

ปรมาณูเป็นชื่อหน่วยวัดความยาวหรือระยะทางที่เล็กละเอียดที่สุด และที่ปรมาณูนี้เองเป็นสภาวะเชื่อมต่อระหว่างโลกที่ตามองเห็นกับแดนแห่งจิตใจ ดังนั้นเมื่อสำรวจดูระบบหน่วยวัดระยะทาง ตั้งแต่ปรมาณูที่เล็กละเอียดในระดับที่ตามองไม่เห็น แต่ต้องใช้ สมรรถภาพทางจิตเท่านั้นจึงจะสัมผัสได้ ไปจนถึงระดับหน่วยขนาดที่มองเห็นได้ จนถึงไกลระดับโยชน์นั้น เมื่อ 1 โยชน์ ประมาณเท่ากับ 1.6 กิโลเมตร (โยชน์ = 8000 วา = 16,000 เมตร)

จะสามารถคำนวณจากอัทธาสังขยาได้ว่า

4.424511652 x 10(14) ปรมาณู = 1 โยชน์
หรือ 1 ปรมาณู = 0.036 x 10(-9) เมตร
หรือ 1 ปรมาณู = 0.036 นาโนเมตร (nm = 10(-9) m)

ในขณะที่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แสดงการคำนวณหารัศมีของอะตอมของธาตุไฮโดรเจน ซึ่งเป็นขนาดของอะตอมที่เล็กที่สุด ตามทฤษฎีของ Bohr ได้รัศมีของไฮโดรเจน rH = 0.053 นาโนเมตร(ค่านี้ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Bohr's radius) ค่า 0.036x10(-9) และ 0.053x10(-9) แม้จะแตกต่างกัน แต่ถือว่าอยู่ใน order เดียวกัน คือในลำดับความละเอียด ขนาด 10(-9) เมตรเหมือนกัน


จากคุณ : ebusiness - [ วันรัฐธรรมนูญ 00:45:52 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

เนื้อหาของสังขยาปกาสกปกรณ์ ยังมีนอกจากอัทธาสังขยาอีกนะครับ ทั้งหมดมี 6 ประเภทครับ

1. อัทธาสังขยา ได้แก่ มาตราวัดระยะทาง
2. ธัญญสังขยา ได้แก่ มาตราตวงสิ่งของ
3. ปมาณสังขยา ได้แก่ มาตราชั่งสิ่งของ
4. ภัณฑสังขยา ได้แก่ ระบบการนับจำนวน
5. มูลภัณฑสังขยา ได้แก่ มาตรานับเงินตรา
6. นีลกหาปณสังขยา ได้แก่ การนับมูลค่าและการกำหนดขนาดของ นีลกหาปณะ

อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ครับ
http://www.midnightuniv.org/midnight2545/newpage8.html
http://www.midnightuniv.org/midnight2545/newpage9.html

ภาพประกอบจากสมาชิกพันทิป และอินเตอร์เน็ต ข้อมูลจากดร. ประมวล เพ็งจันทร์ และ อ. ชัชวาล ปุญปัน

ขอบคุณที่ติดตามอ่าน ขอให้ทุกท่านมีความสุขครับ

 
 


จากคุณ : ebusiness - [ วันรัฐธรรมนูญ 00:49:08 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

สวัสดีครับ ท่าน ebusiness



ขอบคุณครับ

 
 


จากคุณ : foox - [ วันรัฐธรรมนูญ 09:05:58 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

เข้ามาอ่านเป็นความรู้ค่ะ  ขอบคุณค่ะ

 
 


จากคุณ : faisara - [ วันรัฐธรรมนูญ 14:54:16 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

สวัสดีครับคุณ foox และ คุณ faisara

จากกระทู้ Y4947502 ก่อนหน้านี้ ผมสะดุดคำว่า "กรีส" น่ะครับ  

... ในกาลที่จิตตคฤหบดีนั้น มาไหว้เรา ฝนดอกไม้ทิพย์ 5 สี
จักตกโดยประมาณเพียงเข่าในบริเวณประมาณ 8 กรีส ...

ผมคุ้นกะเมตริก จึงนึกถึงสังขยาปกาสกฎีกาที่เคยอ่านอีกครั้ง
และนำมาฝากทุกท่านเพื่อประกอบเวลาอ่านคัมภีร์ครับ

 
 


จากคุณ : ebusiness - [ 11 ธ.ค. 49 02:54:05 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

[กติกามารยาท] [Help & FAQ
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่

ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)

วาดภาพประกอบ : คลิกเพื่อวาดภาพประกอบ
(ข้อควรระวัง : ต้องทำก่อนขั้นตอนอื่น มิฉะนั้นข้อความที่พิมพ์ไว้ และค่าที่เลือกจะหายไป - ใช้ได้เฉพาะสมาชิก)

  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ และวาดภาพประกอบ Preview ไม่ได้)  
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom