◀ Previous Next ▶ Up ▲


    "กายนี้ หากขาดจิตแล้ว จะต้องตาย อยู่ไม่ได้"

    ร่างกาย  เว้นจากการเข้านิโรธสมาบัติแล้ว ถ้าไม่อาศัยจิตจะอยู่ไม่ได้

    เพราะร่างกายนี้  พระพุทธเจ้าตรัสว่า  ประกอบไปด้วยธรรมสามข้อ  ที่ทำให้ร่างกายอยู่ได้  คือ

    อายุ  วิญญาณ  และไออุ่น(ที่เกิดจากกรรม)

    ถ้ามีคนมาบอกว่าเขาถอดจิตได้  แสดงว่า  วิญญาณออกไปแล้ว   กายจะมีองค์ประกอบไม่ครบสามอย่าง  เมื่อองค์ประกอบไม่ครบ ร่างกายนั้นจะต้องตาย



    พระสารีบุตร  สนทนาถามคำถามเรื่องของกายกับพระมหาโกฏฐิกะ.ใน
    มหาเวทัลลสูตร
    การสนทนาธรรมที่ทำให้เกิดปีติ


    “ [๕๐๒]พระมหาโกฏฐิกะถามว่า ดูกรผู้มีอายุ ในเมื่อธรรมเท่าไรละกายนี้ไป กายนี้ก็ถูกทอดทิ้งนอนนิ่งเหมือนท่อนไม้ที่ปราศจากเจตนา?

    ฃพระสารีบุตรตอบว่า ดูกรผู้มีอายุ ในเมื่อธรรม ๓ ประการ คือ อายุ ไออุ่น และวิญญาณละกายนี้ไปกายนี้ก็ถูกทอดทิ้ง นอนนิ่ง เหมือนท่อนไม้ที่ปราศจากเจตนา.


    LINK ที่นี่
    http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=12&A=9220&Z=9419


    และพระเจ้าปายาสิที่ไม่เชื่อโลกหน้า ได้ทูลถามพระมหากัสสปว่า  เพราะอะไร  คนตายแล้วจึงหนักกว่าคนเป็น
    พระมหากัสสปะได้ถวายวิสัชนาพระองค์ว่า


    "  ดูกรท่านกัสสป บุรุษของข้าพเจ้าในที่นี้ จับโจรผู้ประพฤติชั่วหยาบมาแสดงแก่ข้าพเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ โจรผู้นี้ประพฤติชั่วหยาบต่อพระองค์ พระองค์ทรงปรารถนาจะลงอาชญาอย่างใดแก่โจรผู้นี้ ขอได้ตรัสบอกอาชญานั้นเถิด ข้าพเจ้าบอกบุรุษพวกนั้นอย่างนี้ว่า ถ้าเช่นนั้น พวกท่านจงเอาตาชั่ง ชั่งบุรุษนี้ผู้ยังมีชีวิตอยู่แล้วเอาเชือกรัดให้ขาดใจตาย แล้วเอาตาชั่ง ชั่งอีกครั้งหนึ่ง บุรุษพวกนั้นรับคำข้าพเจ้าแล้ว เอาตาชั่ง ชั่งบุรุษนั้นผู้ยังมีชีวิตอยู่ แล้วเอาเชือกรัดให้ขาดใจตายแล้วเอาตาชั่ง ชั่งอีกครั้งหนึ่ง เมื่อบุรุษนั้นยังมีชีวิตอยู่ย่อมเบากว่า อ่อนกว่าและควรแก่การงานกว่า แต่เมื่อเขาทำกาละแล้ว ย่อมหนักกว่า กระด้างกว่า แลไม่ควรแก่การงานกว่า

    ดูกรท่านกัสสป ปริยายแม้นี้แล เป็นเหตุให้ข้าพเจ้ายังคงมีความเห็นอยู่อย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุนี้ โลกหน้าไม่มี เหล่าสัตว์ผู้ผุดเกิดขึ้นไม่มีผลวิบากของกรรมที่สัตว์ทำดีทำชั่วไม่มี ฯ

               

    [๓๑๓]( พระมหากัสสปะถวายวิสัชนาว่า)  ดูกรบพิตร ถ้าเช่นนั้น อาตมภาพจักยกอุปมาถวายบพิตร บุรุษผู้เป็นวิญญูชนในโลกนี้ บางพวกย่อมทราบเนื้อความของคำพูดด้วยอุปมา ดูกรบพิตร เปรียบเหมือนบุรุษเอาตาชั่ง ชั่งก้อนเหล็กที่เผาไว้วันยังค่ำ ไฟติดทั่ว ลุกโพลงแล้ว ต่อมา เอาตาชั่ง ชั่งเหล็กนั้นซึ่งเย็นสนิทแล้ว เมื่อไรหนอ ก้อนเหล็ก
    นั้นจะเบากว่า อ่อนกว่า หรือควรแก่การงานกว่า คือว่า เมื่อไฟติดทั่ว ลุกโพลงอยู่แล้ว หรือว่าเมื่อเย็นสนิทแล้ว ฯ

    ดูกรท่านกัสสป เมื่อใดก้อนเหล็กนั้น ประกอบด้วยไฟ ประกอบด้วยลมไฟติดทั่ว ลุกโพลงแล้ว เมื่อนั้น จึงจะเบากว่า อ่อนกว่า และควรแก่การงานกว่าแต่เมื่อใดก้อนเหล็กนั้น ไม่ประกอบด้วยไฟ และไม่ประกอบด้วยลม เย็นสนิทแล้วเมื่อนั้น จึงจะหนักกว่า กระด้างกว่า และไม่ควรแก่การงานกว่า ฯ

    ฉันนั้นแหละบพิตร เมื่อใด กายนี้ประกอบด้วยอายุ ไออุ่นและวิญญาณเมื่อนั้น ย่อมเบากว่า อ่อนกว่า ควรแก่การงานกว่า


    แต่ว่า เมื่อใด กายนี้ไม่ประกอบด้วยอายุ ไออุ่น และวิญญาณ เมื่อนั้น ย่อมหนักกว่า กระด้างกว่าไม่ควรแก่การงานกว่า ดูกรมหาบพิตร โดยปริยายของบพิตรนี้แล ต้องเป็นอย่างนี้ว่าแม้เพราะเหตุนี้ โลกหน้ามีอยู่ เหล่าสัตว์ผู้ผุดเกิดขึ้นมีอยู่ ผลวิบากของกรรมที่สัตว์ทำดีทำชั่วมีอยู่ ฯ

    ปายาสิราชัญญสูตร
    http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=10&A=6765

    จากคุณ : what for ^.~ - [ 8 ธ.ค. 49 13:26:22 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม