◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    “ธรรมกาย” ในแนวคิดพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสฺโส)

    “ธรรมกาย”
    ในแนวคิดพระอริยคุณาธาร  (เส็ง  ปุสฺโส)
    วัดป่าเขาสวนกวาง  จ.ขอนแก่น


    จากหนังสือวิปัสสนาบันเทิงสาร  บทความเรื่อง  “ทิพยอำนาจ” ซึ่งเป็นธรรมเทศนาของพระอริยคุณาธารผู้เชี่ยวชาญปริยัติและปฏิบัติ แห่งวัดเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่นได้บรรยายไว้ในปีพุทธศักราช ๒๔๙๓


    ท่านได้กล่าวถึง ธรรมกาย ไว้ในหัวข้อ อินทรีย์แก้ว ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ความเห็นในเรื่อง ธรรมกาย หรือ พระธรรมกาย นี้เป็นความเห็นของฝ่ายเถรวาทมานานแล้ว ซึ่งท่านก็ยอมรับว่าเป็น “ความรู้ลึกลับในพระธรรมวินัย” คือรู้ว่ามีอยู่ แต่รายละเอียดยังไม่แจ่มชัด จัดเป็นหลักฐานที่กล่าวโดยพระสงฆ์เถรวาท ถึงเรื่อง ธรรมกาย ในแง่ของปริยัติ


    รายละเอียดทั้งหมดในหัวข้ออินทรีย์แก้วมีดังนี้


    “ก่อนจบบทนี้ จะพูดถึงอินทรีย์แก้ว ซึ่งได้พูดแย้มไว้หลายแห่งมาแล้ว พอเป็นแนวศึกษาค้นคว้าของนักศึกษาพระพุทธศาสนา หวังว่าจะเป็นเรื่องที่สนใจอยากทราบเป็นแน่


    ปกรณ์ฝ่ายมหายานหรืออุตตรนิกาย เขาแบ่งภาคพระพุทธเจ้าเป็นหลายชั้น เช่น

    (๑) พระอาทิพุทธเจ้า  เป็นพระพุทธเจ้าเที่ยงแท้ มีพระรัศมีรุ่งเรืองที่สุดหาเขตจำกัดมิได้ ไม่มี
    เบื้องต้นและเบื้องปลาย เป็นอยู่ชั่วนิรันดร.

    (๒) พระฌานิพุทธเจ้า  ได้แก่พระนิรมานกายที่ทรงเนรมิตบิดเบือนขึ้นด้วยอำนาจฌาน สมาบัติ
    มีพระรัศมีรุ่งเรือง มิใช่พระพุทธเจ้าที่มาตรัสรู้โปรดสัตว์ในโลก.

    (๓) พระมานุสีพุทธเจ้า  ได้แก่พระพุทธเจ้าซึ่งมาตรัสรู้โปรดสัตว์ในโลก มีพระกายในความ
    เป็นมนุษย์อย่างสามัญมนุษย์ทั้งหลาย แต่เป็นพระกายดีวิเศษกว่าของมนุษย์สามัญ มีพระฉัพพรรณรังษีรัศมีพระกายแผ่สร้านออกข้างละวา


    ปกรณ์ของฝ่ายทักษิณนิกาย หรือเถรวาท (คือฝ่ายเรา) ท่านโบราณจารย์แบ่งพระกายของพระพุทธเจ้าเป็น ๓ ภาคเช่นเดียวกันกับปกรณ์ของฝ่ายมหายาน แต่เรียงลำดับจากต่ำไปหาสูง เมื่อเทียบดูแล้วก็จะเป็นว่าคล้ายคลึงกัน คือ

    ๑. พระรูปกาย  เป็นพระกายซึ่งเอากำเนิดจาก พระพุทธบิดา พระพุทธมารดาที่เป็นมนุษย์
    ธรรมดา ประกอบด้วยธาตุทั้ง ๔ เหมือนกายของสามัญมนุษย์เป็นแต่บริสุทธิ์สะอาดสวยงาม พระฉวีวรรณเปล่งปลั่งเกลี้ยงเกลากว่ากายของมนุษย์สามัญ เป็นวิบากขันธ์สำเร็จมาแต่พระบุญญาบารมี

    ๒. พระนามกาย  ได้แก่กายชั้นใน ปราชญ์บางท่านเรียกว่ากายทิพย์ และว่าเป็นกายที่มีรูปร่าง
    สัณฐานเหมือนกายชั้นนอก เป็นแต่ว่องไวกว่าและสามารถกว่ากายชั้นนอกหลายร้อยเท่า สามารถออกจากร่างหยาบไปในที่ไหน ๆ ได้ตามต้องการ เมื่อกายหยาบสลาย กายชั้นนี้ยังไม่สลายจึงออกร่างไปหาที่เกิดใหม่ต่อไป นามกายเป็นของมีทั่วไปแม้แต่สามัญมนุษย์ แต่ดีเลวกว่ากันด้วยอำนาจกุศล อกุศลที่ตนทำไว้แต่ก่อน ส่วนพระนามกายของพระพุทธเจ้าท่านว่าดีวิเศษยิ่งกว่าของสามัญมนุษย์ด้วยอำนาจพระบุญญาบารมีที่ทรงบำเพ็ญมาเป็นเวลาหลายอสงไขยกัลป์

    ๓. พระธรรมกาย  ได้แก่  พระกายธรรมอันบริสุทธิ์ ไม่สาธารณะทั่วไปแก่เทวาและมนุษย์
    หมายถึง  พระจิตที่พ้นจากกิเลสอาสวะแล้วเป็นพระจิตบริสุทธิ์ผุดผ่อง มีพระรัศมีแจ่มจ้า เปรียบเหมือนดวงอาทิตย์อุทัยไขแสงในนภากาศฉะนั้น พระธรรมกายนี้เป็นพระพุทธเจ้าที่จริงแท้ เป็นพระกายที่พ้นเกิด แก่ เจ็บ ตาย และทุกขโศกทั้งหลายได้จริง เป็นพระกายที่เที่ยงแท้ถาวร ไม่สูญสลายเป็นอยู่ชั่วนิรันดร  


    แต่ท่านมิได้บอกให้แจ้งชัดว่า พระธรรมกายนี้มีรูปพรรณสัณฐานเช่นไรหรือไม่ เป็นที่รวมแห่งธรรมทั้งปวง


    ความเชื่อว่าพระอรหันต์นิพพานแล้ว ยังมีอยู่อีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นพระอรหันต์แท้ไม่สลายตามกาย คือความเป็นพระอรหันต์ไม่สูญ ความเป็นพระอรหันต์นี้ท่านก็จัดเป็นอินทรีย์ชนิดหนึ่งเรียกว่า อัญญาตาอินทรีย์ พระผู้มี พระภาคเจ้าคงหมายเอาอินทรีย์นี้เอง บัญญัติเรียกว่า  วิสุทธิเทพ  เป็นสภาพที่คล้ายคลึงวิสุทธาพรหมในสุทธาวาสชั้นสูง เป็นแต่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าเท่านั้น


    เมื่อมีอินทรีย์อยู่ก็ย่อมจะบำเพ็ญประโยชน์ได้ แต่ผู้จะรับประโยชน์จากท่านได้ก็จะต้องมีอินทรีย์ผ่องแผ้วเพียงพอที่จะรับรู้เห็นเท่าท่านได้ เพราะอินทรีย์ของพระอรหันต์ประณีตสุขุมที่สุด  แม้แต่ตาทิพย์ของเทวดาสามัญก็มองไม่เห็นมนุษย์สามัญซึ่งมีตาหยาบ ๆ จะเห็นได้อย่างไร


    อินทรีย์ของพระอรหันต์ นั่นแหละเรียกว่า อินทรีย์แก้ว หู ตา จมูก ลิ้น กาย และใจของท่านเป็นแก้ว คือ ใสบริสุทธิ์ดุจแก้วมณีโชติ ผู้บรรลุถึงภูมิแก้วแล้วย่อมสามารถพบเห็นพระแก้ว คือพระอรหันต์ที่นิพพานแล้วได้

    จากคุณ : ปราชญ์ขยะ - [ 8 ธ.ค. 49 12:04:17 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม