◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    สู่หนึ่งในหล้า ตอนที่ 2...กามราคะ...

    จะไปกันอย่างเร็วนิดนึงนะครับ
    ใครตามไม่ทันถามได้

    สู่ 1 ในหล้า
    ตอนที่ 2
    ตอนอํานาจของกามราคะ

    จากตอนที่แล้ว มานพน้อยได้มีความกตัญญูจนเป็นที่ปราบปลื้ม ต่อเทพพรหม ทั้งมารดาและตนเองก็มีชีวิตที่ดีขึ้น ตราบจนสิ้นอายุขัย ในภพชาติๆต่อๆมา
    มานพน้อย ได้มาเกิดเป็น พระมหากษัตริย์ พระนามว่า  พรสัตตุตาประราชา  พระองค์ปกครองประชาราช ด้วยทศพิธราชธรรม  แต่พระองค์ทรงพอพระทัยในช้างมงคลอย่างมาก คือชอบสะสมช้างมงคล ไม่ว่าจะได้ข่าวว่าช้างมงคลอยู่ส่วนใหนของราชธานี พระองค์ต้องตามจับมาจนได้  กาลครั้งหนึ่งได้มีนายพราน เข้ามาถวายรายงานว่า ได้พบช้างมงคล เชือกหนึ่งซึ่งมีลักษณ์สมบูรณ์พร้อมทุกประการ ตั้งแต่เกิดมาเป็นพรานยังไม่เคยเห็นช้างเชือกใหน มีลักษณะเลิศอย่างนี้มาก่อนเลย  เมื่อพระองค์ทรงทราบอย่างนั้นจึงทรงให้นายพรานผู้นั้น นำขบวนเพื่อไปจับช้าง  เมื่อทรงเห็นช้าง   เชือกนั้น พระองค์ทรงดีพระทัยเป็นอย่างมาก และสามารถล้อมจับจนได้โดยไม่ยาก ได้ทรงให้นายหัตถาจารย์ผู้ฝึกช้าง ฝึกจนเชื่อง แต่พระสัตตุตาประราชา ทรงรีบพระทัย เพื่อจะทรงช้างเชือกนี้ ในวันมงคลฉลองนักขัตฤกษ์ ใน 7-8 วันข้างหน้า นายหัตถาจารย์ผู้มีความรู้ จึงต้องให้อาหารผสมกับโอสถ  เพื่อให้ฝึกสอนได้ง่ายโดยเร็วพลัน  เมื่อถึงวันทรงช้างเชือกนี้ในวันฉลองนักขัตฤกษ์ พระองค์ก็ทรงช้างเลียบเมือง ที่เป็นเขตป่า แต่ในเมื่อราตรีที่ผ่านมาที่ราวป่าแห่งนั้น มีโขลงช้างได้ถ่ายมูลลงไว้ ณ ที่นั้น ดังนั้นเมื่อช้างมงคลที่พระสัตตุตาประราชา ทรงประทับอยู่ เกิดได้กลิ่นมูลของช้างตัวเมืย เกิดตกมันออกวิ่งตามโขลงช้างนั้นทันที่ ไม่สนใจ มนุษย์ที่นั่งอยู่บนหลัง สะบัดจนตกหมด เหลือแต่พระสัตตุตาพระองค์เดียว พระองค์ทรงตกพระทัย แต่ยังคงครองสติไว้ เมื่อช้างวิ่งผ่านต้นไม้ใหญ่ ที่มีกิ่งยื่นออกมา พระองค์ทรงจับกิ่งไม้นั้นปล่อยให้ช้างวิ่งไปตามอิสระของมัน เมื่อเหล่าทหารตามมาทันก็เชิญพระองค์ ลงมา พระองค์ทรงโกรธพระทัยเป็นอย่างมาก เมื่อกลับมาถึงราชฐาน ทรงให้เรียกนายหัตถาจารย์ เข้ามาเฝ้า แล้วทรงชี้หน้าด่าว่าอย่างโกรธเคืองว่า  

    " เจ้าฝึกช้างอย่างไร  เกื่อบจะฆ่าข้าเสียแล้ว สมควรที่จะถูกประหาร !!"
    นายหัตถาจารย์ผู้มีปัญญาจึงกล่าวว่า  " ขอให้พระองค์ทรงฟังเหตุผลก่อน ข้าพระองค์ไม่เคยคิดปลงพระชนน์พระองค์เลย ขอพระเมตตา"
    พระสัตตุตาประราชา พระทัยอ่อนลงมาอีกนิดจึงตรัสว่า
    "เอ้า... เล่ามา"
    นายหัตถาจารย์ทูลว่า "การที่ช้างมงคล ออกวิ่งไปนั้นเพราะตกมัน ได้กลิ่นช้างพังตัวเมืย ที่ถ่ายมูลไว้ที่ราวป่าเพราะความอยากจะ เสพสังวาส กับช้างตัวเมีย จึงไม่สนใจแม้ความเจ็บ และความตายอะไรทั้งสิ้น ถึงแม้จะถูกตะขอสับและถูกฝึกอย่างดีมาแล้วก็ตามแต่"
    พระสัตตุตาประราชาตรัสว่า "เอาละข้าฟังเหตุผลนี้ของเจ้า แต่การที่ช้างมงคลหลุดหนีออกไปโทษของเจ้าก็สมควรถูกประหาร"
    นายหัตถาจารย์ทูลว่า "ช้างที่ข้าพระองค์ฝึก  จะไม่หนีไปใหน และจะกลับมาหาข้าพองค์อีก เพราะมนตราและโอสถที่ข้าพระองค์ให้ไว้ ในวันพรุ่งนี้ เช้า เมื่อช้างมงคลเชือกนั้นได้รวมสังวาสกับช้างพังตัวเมียแล้ว จะกลับมา"
    พระสัตตุตาประราชาจึงตรัสว่า "ถ้าเป็นจริงตามที่เจ้ากล่าว  ข้าจะยกโทษประหาร แต่ถ้าไม่เป็นจริงเจ้าต้องถูกประหารแน่นอน"
    ในวันถัดมาช้างมงคลตัวนั้นก็กลับมาจริง จึงมาไว้ที่ลานช้าง พระสัตตุตาและข้าราชบริภารและชาวเมื่อออกมาเยียมดู พระสัตตุตาประราชาจึงถามนายหัตถาจารย์ด้วยความสนพระทัยว่า "มนตราและโอสถของเจ้า มีความขลังอย่างนี้เชียวหรือ? "
    นายหัตถาจารย์ทูลว่า "อย่าว่ากลับมาเลย แม้ข้าพระองค์ให้ช้างมงคลตัวนี้เอางวงจับเหล็กร้อนแดง มันก็ย่อมทำตาม หม่อมฉันจะทำให้ดู"
    พระสัตตุตาประราชาจึงตรัสว่า " เอาก็ลองพิสูจ์ดู"
           เมื่อถึงวันทดลอง เมื่อช้างมงคลตัวนั้นได้รับคำสั่งจากนายหัตถาจารย์ ก็ใช้งวง ไปจับเหล็กร้อนแดงนั้นจริงๆ จนควันขึ้น พระสัตตุตาประราชา เพราะความรักช้างและตกพระทัยจึงรีบร้องสั่ง  ให้นายหัตถาจารย์สั่งให้ช้างมงคลปล่อยเหล็กแดงทันที่ แล้วทรงดำริในพระทัยว่า "ช่างมงคลย่อมทำตามจับเหล็กร้อนแดงได้ โดยยอมทนต่อความเจ็บปวดจวนตายเพราะมนตราและโอสถ แต่มนตราและโอสถ และถูกเอาตะขอสับจนเจ็บปวด ไม่สามารถหยุดช้างมงคลได้เพราะอำนาจของราคะ โอ้ กามราคะมีอำนาจมากเหลือเกิน เมื่อไหร่เราหลุดพ้นหรือชนะกามราคะแล้ว เราจะนำพาให้สรรพสัตว์หลุดพ้นด้วยให้จงได้" พระองค์ทรงตั้งพระทัยอย่างแนวแน่และมั่นคง    หลังจากนั้นไม่นาน พระองค์ก็ทรงออกบวช เป็นดาบส จนสิ้นพระชนน์

    แก้ไขเมื่อ 05 พ.ย. 49 11:10:50

    จากคุณ : Mr.Terran - [ 5 พ.ย. 49 11:10:01 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม