◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ถ้า ทอท.แพ้คดีต้องจ่ายค่าเสียหายหลายหมื่นล้านบาท บรรดากรรมการ ทอท.จะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร

    วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10686
    เรียนรู้คดีคิงเพาเวอร์
    คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น
    เศรษฐ์ สันติ


    ก่อนที่กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ จะยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก บมจ.ท่าอากาศยานไทย จำกัด (ทอท.) 2 คดี เป็นเงินกว่า 68,000 ล้านบาท ต่อศาลแพ่ง เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2550 นั้น

    เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทอท.โดยนางกัลยา ผกากรอง รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ได้ทำหนังสือถึงบริษัทคิง เพาเวอร์ แจ้งให้บริษัททราบเกี่ยวกับสัญญาประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานภูมิภาค 2 เรื่อง คือ

    1.ให้คิงเพาเวอร์รื้อถอนพื้นที่ร้านค้าปลอดอากรในสนามบินสุวรรณภูมิที่ก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้โดยสาร พร้อมทั้งพื้นที่ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ มิเช่นนั้น ทอท.จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    2.ที่ประชุมคณะกรรมการ ทอท. เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2550 พิจารณาความเห็นและข้อเสนอของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ประกอบข้อมูลเกี่ยวกับการคิดคำนวณมูลค่าการลงทุนของโครงการตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป แต่ปรากฏว่า โครงการนี้มิได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการทำสัญญาที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 ทอท.กับบริษัทคิง เพาเวอร์ จึงไม่มีสัญญาผูกพันต่อกัน และไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่บริษัท ในการที่จะใช้พื้นที่ของ ทอท.

    จากกรณีดังกล่าวมีข้อสังเกตใน 2 ประเด็นคือ

    หนึ่ง การที่กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก ทอท.ต่อศาลแพ่ง มิได้ฟ้องต่อศาลปกครองนั้น แสดงให้เห็นว่า กลุ่มคิงเพาเวอร์มองว่าการทำสัญญาประกอบกิจการเชิงพาณิชย์และร้านค้าปลอดอากรไม่ใช่สัญญาทางปกครอง แม้จะเข้าข่าย พ.ร.บ.ว่าด้วยให้เอกชนเข้าร่วมงานฯและ ทอท.เป็นหน่วยงานของรัฐ

    ประเด็นที่ทำให้กลุ่มคิงเพาเวอร์ตีความว่า สัญญากับ ทอท.มิใช่สัญญาทางปกครอง เป็นเพียงสัญญาทางแพ่งเพราะการทำกิจการร้านค้าปลอดภาษีและร้านค้าทั่วไปในสนามบินสุวรรณภูมิ มิใช่การให้บริการสาธารณะ แม้ว่ากิจการทางด้านท่าอากาศยานจะเป็นบริการสาธารณะก็ตาม

    เปรียบให้เห็นภาพง่ายก็คือ การประกอบกิจการร้านขายอาหารในมหาวิทยาลัย มิใช่สัญญาทางปกครอง แต่เป็นสัญญาทางแพ่ง ขณะที่การให้บริการการศึกษาของมหาวิทยาลัยเป็นบริการสาธารณะ

    สอง การที่ ทอท.แจ้งต่อกลุ่มคิงเพาเวอร์ว่า สัญญาดังกล่าวที่ทำขึ้น "ไม่มีสัญญาผูกพันต่อกัน" โดยอาศัยมติคณะกรรมการ เพราะการทำสัญญามิได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการทำสัญญาที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยให้เอกชนเข้าร่วมงานฯ เป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายหรือไม่

    ถ้ายึดตามแนวการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ล่าสุดเกี่ยวกับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (เรื่องเสร็จที่ 291-294/2550) จะเห็นว่า คณะกรรมการ ทอท.ไม่มีอำนาจในการบอกเลิกสัญญาหรืออ้างว่า สัญญาที่ทำขึ้นไม่มีผลผูกพันต่อกัน

    เพราะคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นชัดเจนว่า แม้สัญญาที่ทำขึ้นมิได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการทำสัญญาที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยให้เอกชนเข้าร่วมงานฯ แต่ยังคงมีผลอยู่ตราบเท่าที่ยังไม่มีการเพิกถอนหรือสิ้นผลโดยเงื่อนเวลาหรือเหตุอื่นซึ่งผู้ที่มีอำนาจในการบอกเลิกสัญญาดังกล่าวคือคณะรัฐมนตรีเพราะเป็นผู้มีอำนาจในกฎหมายฉบับนี้

    ดังนั้น การที่ ทอท.ได้แจ้งว่า "ไม่มีสัญญาผูกพันต่อกัน" กับบริษัทคิง เพาเวอร์โดยอาศัยอำนาจของคณะกรรมการ ทอท. จึงไม่เป็นไปตามแนวทางของคณะกรรมการกฤษฎีกา

    ปัญหาที่อาจตามมาคือถ้า ทอท.แพ้คดีต้องจ่ายค่าเสียหายหลายหมื่นล้านบาท บรรดากรรมการ ทอท.ที่กระเหี้ยนกระหือรือ โดยไม่พิจารณาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงให้รอบคอบ จะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร

    หน้า 20
    http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01eci03130650&day=2007/06/13&sectionid=0142

    เกาะติดเรื่องนี้กันนะครับ


    [คลิกเพื่อชมภาพขนาดจริง]
     
     

    จากคุณ : tonytui - [ 13 มิ.ย. 50 13:40:19 A:58.136.75.185 X: ]

 
 

กระทู้ยอดนิยม