◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ประเทศไทยต้องมาการปฏวัติครั้งใหญ่

    ประเทศไทยในตอนนี้เรียกได้ว่าต้องมีการปฏิวัติครั้งใหญ่ ไม่ใช่จะให้ไปปฏิวัติใคร แต่ต้องปฏิวัติคนไทยและนิสัยคนไทยใหม่ เพราะตอนนี้ไทยเราเป็นสังคมที่เข้าสู่ขั้นงมงายแล้ว คำว่างมงายคือ ตอนนี้คนไทยเราเชื่ออะไรง่ายๆและเมื่อเชื่อแล้วจะไม่สนใจอื่นๆเลย มันเป็นดาบ 2 คม หากความเชื่อนั้นมันถูกต้องก็จะดีไปแต่หากมันผิด ก็ยากที่จะ
    ดึงกลับมาให้ทำในสิ่งที่ถูกอีก และหากการเชื่อแบบงมงายแบบผิดๆเมื่อเชื่ออะไรแล้วก็จะเกิดการต่อต้านสิ่งอื่นๆที่เป็นด้านลบกับฝ่ายตนเองและพยายามเสริมความเชื่อและเหตุผลของฝ่ายตนว่าเป็นฝ่ายถูก ซึ่งไม่มีใครบอกได้แน่นอนว่าฝ่ายใดถูกฝ่ายใดผิด เพราะมันไม่ใช่คณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ ที่มีความแน่นอนและพิสูจน์ได้ แต่มันเป็นความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคน

    ยกตัวอย่างง่ายๆอย่าง ม็อบ กับ คมชตอนนี้ สมมติว่าต่อให้ความจริงคือ คมช ปฏิวัติเพื่อประชาชนเพื่อประเทศจริงและม็อบตอนนี้คือผู้ที่เสียประโยชน์และต้องการอำนาจคืน กลุ่มที่อยู่ฝ่ายม็อบก็จะมีใครเชื่อแล้วจะพยายามหาข้อเสียข้อผิดพลาดของ คมช มาเสริมให้ฝ่ายตนเองว่าที่เชื่อนั้นถูกต้องแล้ว แม้จะมีพยานหรือหลักฐานที่เป็นจริง ม็อบก็จะไม่เชื่อจะอ้างว่าเป็นการ makeหรือสร้างตกแต่งขึ้นมา ต่อให้มียาที่ให้พูดแต่ความจริง คนก็ยังไม่เชื่อ  พูดง่ายๆคือเมื่อคนๆหนึ่งเชื่ออะไรที่ฝังลึกแล้วต่อคุณเป็นผ้าขาวเขาก็จะมองว่าเป็นผ้าดำ  

    ม็อบตอนนี้ผมคิดว่าอาจจะแบ่งม็อบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ 4 กลุ่ม คือ
    1.กลุ่มที่มีจุดประสงค์และอุดมการณ์ในม็อบจริงๆ
    2.กลุ่มที่เสียผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งและต้องการผลประโยชน์คืน
    3.กลุ่มทีโดนชักจูงมาโดยมีผลประโยชน์แลกเปลี่ยน
    4.กลุ่มที่เชื่อแบบงมงาย
    โดยเฉพาะกลุ่มที่งมงายอีกหน่อยจะกลายเป็นโล่ให้กลับกลุ่มที่ไม่ประสงค์ดีกับบ้านเมืองโดยไม่รู้ตัว เช่น หากกลุ่มที่มีอำนาจในครั้งต่อไปถูกตรวจสอบ หรือทำให้เสียผลประโยชน์ กลุ่มๆนั้นหากมีประชาชนหนุนหลัง ก็จะพยายามกดดันอีกฝ่ายโดยใช้พลังมวลชนที่ไว้วางใจในตัวเขามาเป็นโล่ในการเรียกร้องสิทธิ์คืน และเราซึ่งประชาธิปไตยแบบบอบบาง คือหากไปทำอะไรให้ประชาชนนิดๆหน่อยก็จะเกิดการต่อต้านที่รุณแรงได้ ผมไม่ได้ว่าใครแต่ผมคาดการณ์ว่าในอนาคตม็อบมันจะเป็นรูปแบบนี้ ซึ่งหากเป็นแบบนี้ต่อไปบ้านเมืองไทยจะไม่มีทางสงบสุขได้เลย  

    ดังนั้นเราควรเปลี่ยนแปลงสังคมไทยครั้งใหญ่คือควรจะให้คนไทยมีทักษะการวิเคราะห์เกี่ยวกับข่าวหรือข้อมูลต่างๆที่ได้มาเสียก่อน อย่างการเลือกตั้งครั้งหน้าหาก
    เราสามารถวิเคราะห์ได้เราจะรู้เลยว่าพรรคไหนเป็นอย่างไร นโยบายไหนจริงนโยบายลวง นโยบายไหนเพื่อประชาชนนโยบายไหนแอบแฝง ผมในตอนนี้ก็กำลังฝึกทักษะนี้อยู่ อย่างเมื่อก่อนผมเคยอยู่ฝ่ายทักษิณแหละครับ ข่าวไหนที่ดูแล้วเป็นการใส่ร้ายท่านผมก็จะไม่ยอมรับ แต่สิ่งที่ทำให้ผมเปลี่ยนไปคือรูปๆหนึ่งเป็นรูปลิง3ตัว ตัวหนึ่งปิดหู ตัวหนึ่งปิดตา อีกตัวปาก ผมเลยคิดว่าถ้าเรามัวแต่ปิดตัวเองไม่มองรอบค้าง ไม่ฟังเสียงรอบข้างเราก็จะเป็นคนที่ไม่รู้อะไรเลย ผมจึงเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นคนอื่น ฟังข่าวแล้วก็ให้นำไปลองคิดวิเคราะห์ก่อนว่าหากทำแบบนี้หรือเป็นแบบนี้ต่อจะเกิดอะไร ข้อดีข้อเสียถ้าหากมันเกิดขึ้นแล้ว ผลลัพธ์ แล้วข่าวนั้นมันมีทั้งข่าวจริงข่าวลือ และข่าวโดยส่วนมากมันเ ป็นเพียงปลายยอดเท่านั้นเปรียบเหมือนภูเขาน้ำแข็งในไททานิคเขาเห็นเพียงยอดก็คิดว่าเล็กอย่างนี้ก็น่าจะหลบได้ แต่ผลสุดท้ายคือความเสียหายใหญ่หลวง ดังนั้นก่อนที่เราจะเชื่ออะไรต้องหาข้อมูลตรวจสอบให้แน่ใจว่าสิ่งที่เราจะเชื่อนั้นมันถูกต้อง และอีกอย่างหนึ่งคืนคนไทยต้องเป็นชาตินิยม คือต้องคิดไว้ว่ายังไงประเทศชาติต้องมาก่อน แม้ว่าจะมีคนให้หรือประโยชน์แก่เราสักแค่ไหน แต่หากเขาทำร้ายต่อประเทศแล้วอย่าไปสรรเสริญเขาอีก

    แต่ที่ปรับเปลี่ยนยากคือไทยเรามันมีความเหลื่อมชั้นทางสังคมมากระหว่างคนจนคนรวย และการศึกษาก็มักจะเน้นให้ประโยชน์ทางคนรวยมากกว่า ดังนั้นใครที่ทำให้คนจนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น เขาก็จะชอบและเทิดทูนคนๆนั้น และประเทศไทยเป็นการศึกษาโดยจะเน้นแบบท่องจำ จะไม่ค่อยให้มีการวิเคราะห์เท่าไรต้องตามที่เรียน ใครคิดนอกกรอบก็จะโดนหาว่าเป็นคนนอกคอก จึงทำให้เราไม่ได้เกิดการคิดวิเคราะห์ ใครพูดไรมาก็จะเชื่อไปหมด และคนไทยเป็นประเภทที่ว่ารู้แค่พื้นแต่ก็นึกว่าตัวเองเข้าใจอะไรดีหมดแล้ว ผมมีบทความอันหนึ่งอยากให้อ่านกัน เอามาจาก http://thaicoon.wordpress.com/ คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อหลายๆคน

    จากคุณ : sunzhu - [ 13 มิ.ย. 50 12:22:00 A:222.123.85.150 X: ]

 
 

กระทู้ยอดนิยม