◀ Previous Next ▶ Up ▲



    เก็บมาฝาก

    เปลวสีเงิน
    ไปอย่างทักษิณ-กลับมาอย่างทักษิณ


    13 มิถุนายน 2550    กองบรรณาธิการ

    ผมบอกแล้วไง..ประเทศไทยกำลังโคจรเข้าสู่วงรอบของการเปลี่ยนแปลงใหญ่ โดยเริ่มจากปีที่แล้วเรื่อยไปเป็นระยะเวลา ๒๔ ปีเศษ มนุษย์อยู่กับความเปลี่ยนแปลงมาตลอด


    เพียงแต่เราไม่สังเกตเท่านั้นเอง ฉะนั้น ประเด็นที่ควรคิดคำนึงคือ

    "ความเปลี่ยนแปลง" เป็นเรื่องที่เรา "เปลี่ยนแปลง" มันไม่ได้

    แต่เราสามารถ "ควบคุมทิศทาง" การเปลี่ยนแปลงได้!

    นับจากนี้ไป  ไม่ว่าสังคมบริหารบ้านเมืองจะเป็นไปในรูปแบบไหน จะปฏิวัติ  จะรัฐประหาร  จะเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี กระทั่งจะเลือกตั้งครั้งใหญ่ หรือจะอะไรก็ตาม

    ผมบอกได้เลยว่า  นั่น..ความมุ่งหมายซ่อนเร้นของกรอบ "อำนาจบริหาร" มันถูกขยายไปสู่อีกมิติหนึ่งแล้ว

    "เดิมพันในใจ" ของทุกฝ่ายขณะนี้  คือ..การชิงอำนาจครองเมือง!

    ไม่ใช่แค่มิติแห่งการชิง "อำนาจบริหาร" ทางการเมืองเหมือนแต่ก่อนๆ แล้ว ซึ่งก็ต้องขอยืมประโยคเก่าๆ ในยุค "ขวา-ซ้าย" มาพูดใหม่อีกสักครั้งว่า

    "ใครไม่ทันคือ..คนหลงทาง"!

    ขณะนี้ก็มี "ข่าวใหม่" นำตลาดการบ้าน-การเมือง คือหลังจาก คตส.ประกาศ "อายัดทรัพย์" ครอบครัวอดีตนายกฯ ทักษิณไปเมื่อ  ๑๑  มิ.ย.เมื่อวานนี้ นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายทักษิณก็ออกมาบอกว่า

    "อีก วัน-สองวันนี้ จะรู้วัน-เวลาที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับไทย"

    ก็แทบไม่ต้องแปลความอะไร  เท่ากับนายนพดลยืนยันไปขั้นหนึ่งแล้วว่า ทักษิณตัดสินใจกลับประเทศไทยแน่นอนแล้ว   ขณะนี้รอเพียงว่า  วันไหน เวลาไหน เที่ยวบินไหน

    ที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะลงเหยียบสุวรรณภูมิเท่านั้น!?

    เราเคยชินคำพูดเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ  เท่ากับชินอีสปเรื่อง "เด็กเลี้ยงแกะ" มานาน  แต่ผมบอกได้ว่า  เมื่อลูกแกะถูกขม้ำไปจริงๆ เด็กเลี้ยงแกะก็คงถึงคราวต้อง...

    เอา "ข่าวจริง" มาขาย!?

    ทักษิณจะ "กล้า" กลับมาเมืองไทยตอนนี้หรือไม่ คงใช้ความรู้สึกของใครไปตอบแทนใจท่านอดีตนายกฯ เขาคงไม่ได้

    ฉะนั้น เอาอย่างนี้ ถ้าอยากรู้ว่าทักษิณจะกลับแน่ หรือยังไม่กลับแน่ เราต้องสมมุติตัวเอง "เป็นทักษิณ" ว่าเมื่อเจอปัญหาขณะนี้   คนที่เป็นทักษิณควรคิดอย่างไร และตัดสินใจอย่างไร?

    ก่อนอื่น  ก็ต้องรู้ถึงข้อจำกัดอันเป็น เงื่อนไข-ปัญหา-จุดอ่อน-จุดแข็ง-จุดยอมได้-ยอมไม่ได้ ในความเป็นตัวตนคนชื่อทักษิณเสียก่อน

    เงื่อนไข ณ ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณคล้ายคนที่ลูก-เมียถูกจับไปเป็นตัวประกัน! เมีย-คุณหญิงอ้อ ตกเป็นจำเลยต่อศาล ถูกอายัดทรัพย์ "ทุกบัญชี"

    ลูก-ทั้งโอ๊ค  ทั้งเอม ตกเป็นผู้ต้องหา และถูกอายัดทรัพย์ ๕ หมื่นกว่าล้านที่ได้จากการขายหุ้นชินคอร์ป

    ตัวเอง-ถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง ตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาอย่างน้อย ๕ ข้อหา และถูกอายัดทรัพย์ทุกบัญชี

    ส่วนปัญหา ดูเหมือนจะมี "ปัญหาเดียว" ที่ต้องขบให้แตก คือ จะแหลกกันไปเลยวันนี้ หรือว่าจะรอคอยวันที่ดอยมีกาสะลองบาน!?

    พูดนั้นง่าย แต่ใจคนที่ตกอยู่ในทะเลเพลิง มันร้อนเร่า..ยากข่ม ท่านว่ามั้ย?

    จุดแข็งของ พ.ต.ท.ทักษิณในสายตาคนทั่วไปอย่างหนึ่งคือ เป็นคนรักลูก-ห่วงเมีย ก็รักตามประสาท่านนั่นแหละ คือทั้งที่รู้ว่า "หุ้นร้อน" ก็ยังเอาไปซุกไว้ที่ลูกอันแสนรัก

    จนกลายเป็นหอกปักอกกัน "ทั้งครอบครัว" อยู่ขณะนี้ไงล่ะ!

    ตามธรรมดาของคนเป็นพ่อของลูก  ผัวของเมีย  เมื่อเห็นลูก-เมียต้องเผชิญชะตากรรมอยู่โดดเดี่ยว ต่อให้หุบเหวขวากหนามขวางหน้า ไม่ว่าใคร-ใครก็ต้องดิ้นรนมา

    ช่วยได้-ไม่ได้ เป็นอีกเรื่อง แต่เรื่อง "จิตใจ" มันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะไปใคร่ครวญในประเด็นนั้น!

    ส่วนจุดอ่อน  ก็อยู่ในจุดแข็งนี่แหละ ถ้าเราจำประวัติศาสตร์บางเรื่องได้จะนึกออกในเรื่องหนึ่ง  คือที่ทหารเอกคู่บรรลังก์คนหนึ่ง "คบชู้" กับพระสนม เรื่องอย่างนี้ เป็นใคร-ใครก็ต้อง "บั่นหัว" ไอ้มันที่ย่ำใจ-หยามเกียรติ

    แต่กษัตริย์พระองค์นั้น   ยกพระสนมเป็นของกำนัลให้ทหารเอกผู้นั้นไปครองเลย!

    บ้านเมืองเป็นเรื่องสำคัญกว่า   พระสนมคู่กาย  หาที่ไหน-เมื่อไหร่ ขี้เกียจจะใส่เข่ง  แต่การศึก  การสงครามที่ต้องใช้ "ทหารเอกคู่ใจ" อันหาได้ยากนี่ซิ

    ควรยับยั้งชั่งใจ..งานเรื่องบ้านเมืองย่อมใหญ่กว่าหญิงมิใช่หรือ?

    พุทธศาสน์ท่านยังสอนว่า "ต้องช่วยตนเองให้รอดก่อนที่จะไปช่วยคนอื่น เพราะมีแต่ตนที่รอดแล้วเท่านั้นจึงจะสามารถไปช่วยคนอื่นให้รอดได้"

    ที่ยกมานี่ ใช่ว่าจะให้ พ.ต.ท.ทักษิณสละลูก-สละเมียนะครับ แต่ยกมาในความหมาย ควรวินิจฉัยความหนักเบาของเรื่องราวให้รอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง

    เพราะบางครั้ง   บางที "การแสดงน้ำใจ" มันไม่สำคัญเท่า "การแสดงปัญญา" ซึ่งมันจะช่วยให้รอดไปด้วยกันได้ทั้งหมดจากกองไฟในบั้นปลาย!

    ความเป็นคนฝังคิด-ฝังแค้น  เป็นจุดเปราะของคนเจ้าโทสะ พ.ต.ท.ทักษิณก็ทำนองนั้น ท่านบ่มเพาะความแค้นมาหลายเดือนแล้ว เมื่อถูกจี้จุดอ่อนในความหมายว่า

    "ลูกเมียถูกรังแกอยู่เดียวดาย"

    เนี่ยะ..ตรงนี้แหละ  ที่ท่านยอมไม่ได้ และทำให้ต้องตัดสินใจแตก-หักฉับพลันว่า "ตายเป็นตาย..ต้องไปลุยก๊ะมันให้รู้ดำ-รู้แดงไปข้าง"

    นั่นพูดถึงจุดตัดสินใจแตกหัก "กลับไทย" นะครับ  มาดูในจุดที่ พ.ต.ท.ทักษิณ "แปลงวิกฤติให้เป็นโอกาส" ใช้สำหรับปลอบใจตัวเองกันบ้าง

    ขณะนี้ พูดภาษานักเลงพนันก็ต้องว่า "เสียจนไม่มีอะไรเหลือให้กลัวว่าจะเสียอีกแล้ว"

    เกียรติยศ ชื่อเสียง

    ทรัพย์สมบัติ ลูก-เมีย

    อำนาจราชศักดิ์ สิทธิความเป็นพลเมือง

    สู้ก็ตาย  ไม่สู้ก็ตาย  แต่สู้ยังมีรูชนะ..พ.ต.ท.ทักษิณเดินมาถึงในจุดนี้แล้ว ฉะนั้น ท่านก็ต้องมองว่า ขณะนี้ คมช."ประกาศรบ" แตกหักกับทักษิณ และระบอบทักษิณแล้ว

    มีคดีเป็นหอกปักหลังคาอยู่แล้วตั้ง  ๔-๕  เล่ม จะรอให้เขาเอาตีนมาเหยียบหลังชักหอกให้เลือดกระฉูดทีละเล่ม..ทีละเล่ม มันเจ็บแสบแปลบนานนัก ไหนๆ สุดท้ายก็ตกเป็นผู้ต้องหาให้เขาคร่ากุมตัวอยู่แล้ว

    ก็มิสู้ฉวยโอกาสหักคมหอก "สวนกลับมาเสียก่อน" ที่เขาจะออกหมายไปจับถึงสนามบินไม่ดีกว่าหรือ?

    ใครจะหาว่ากลับมา "สร้างสถานการณ์ป่วนเมือง" ก็ไม่ถนัดปากนัก เพราะมีเหตุผลสนับสนุนที่ต้องกลับพร้อม

    ๑.ต้องมาสู้คดีพิสูจน์บริสุทธิ์

    ๒.ต้องมาพิสูจน์ทรัพย์ที่ถูกอายัด

    ๓.ด้วยสิทธิของความเป็นพลเมืองไทย

    ฉะนั้น  เมื่อสมมุติตัวเองเป็นทักษิณ  ใคร่ครวญในแต่ละประเด็นปัญหา-เงื่อนไขแล้ว ก็สรุปได้ว่า

    รบในบ้าน ดีกว่ารบนอกบ้าน!

    นี่แหละครับ ผมจึงเห็นว่า "มีความเป็นไปได้สูง" ที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับ และจะกลับมาอย่างเปิดเผย  เป็นการเปิดเผยด้วย "จงใจ" เผชิญหน้า-เผชิญปัญหาชนิด

    ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน ด้วยมั่นใจว่า...

    มวลชนข้างกายคือ "กำแพงให้พิง"

    พ.ต.ท.ทักษิณก็อาจคิดว่า   ในขณะที่พื้นที่ "รุกกลับ" ของเขายังพอมีอยู่บ้าง   ถ้าไม่ฉกฉวยโอกาสขณะ "มวลชนเป็นใจ" ขืนปล่อยทอดยาวเนิ่นนานไป

    สังคมไทยที่ "รักง่าย-หน่ายเร็ว" ก็จะทำให้ท่าน "ตายตลอดกาล" ไปได้จริงๆ!

    ท่านแพ้เกมใน "การเมือง" ฉะนั้น การกู้กลับ "ทุกอย่าง" ในความคิดท่าน มีทางเดียวที่ง่าย   และมีความเป็นไปได้ในการ "ล้างเงื่อนไข" ทุกสิ่งสำหรับท่านคือ

    เข้าเกมการเมือง และหวังเล่นให้ชนะ!

    แพ้-จนกลายเป็นโจรไปแล้ว  ฉะนั้น  การกลับมาของทักษิณ  นอกจากกลับมาสู้พร้อมหน้าลูก-เมียแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่หวังคือ

    หวังชนะ-เพื่อเป็นเจ้า!

    เอาละครับ  เมื่อส่องกล้องมองทางกันอย่างนี้แล้ว  สิ่งที่ผมๆ ท่านๆ ทำได้คือ "ตุนข้าว-ตุนน้ำ" กันไว้เท่านั้น   ผมเชื่อในการต่อสู้  แต่ผมไม่เชื่อว่า "ทักษิณจะชนะ" ลองพลเอกสุรยุทธ์พูดในประโยค  ว่า..มา..เข้ามาได้เลย ไม่ต้องขออนุญาตรัฐบาล และ คมช.หรอก ก็บอกได้คำเดียวว่า "หญ้าแพรก" พึงระวัง.

    จากคุณ : Ticker - [ 13 มิ.ย. 50 08:38:01 A:58.147.110.200 X: ]

 
 

กระทู้ยอดนิยม