◀ Previous Next ▶ Up ▲


    ให้รัฐมนตรีกินหญ้าแทนข้าว

    สองวันก่อนมีข่าวเล็กๆ ชิ้นหนึ่งจากจังหวัดขอนแก่น รายงานว่าเกษตรกรผู้ปลูก หญ้าเลี้ยงวัว กำลังเดือดร้อนอย่างหนักเพราะ ราคาหญ้าตกต่ำ เนื่องจากรัฐบาลชุด ปัจจุบันไม่สานต่อ “โครงการวัว 1 ล้านครอบครัว” ของรัฐบาลทักษิณ ส่งผล ให้การเลี้ยงวัว ลดลง หญ้าที่ปลูกไว้จึงไม่สามารถขายได้เหมือนในอดีต

    คุณสมพงษ์ ปัดอาสา ประธานชมรมผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์แห่งประเทศไทย ออกมาโอดครวญว่า

    ในรัฐบาลที่แล้ว กรมปศุสัตว์ได้ส่งเสริมให้ประชาชนขยายพื้นที่ปลูกหญ้า อย่างกว้างขวาง เพื่อรองรับโครงการโคหนึ่งล้านครอบครัวของรัฐบาล ทำให้เกษตรกรจำนวนมากหันมาปลูกเมล็ดพันธุ์หญ้าตามสโลแกน ของกรมปศุสัตว์ที่นำมาเผยแพร่ว่า “ปีนี้ปลูกหญ้า ปีหน้าเลี้ยงวัว ไม่กลัวจน”

    แต่หลังจากเปลี่ยนรัฐบาล โครงการโคหนึ่งล้านครอบครัวก็หยุดชะงัก ทำให้เกษตรกร ผู้ปลูกเมล็ดพันธุ์หญ้าไม่มีช่องทางขาย หญ้าล้นตลาด ราคาตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว ทางชมรมได้เข้าพบ นายธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีเกษตรฯ เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่จนขณะนี้ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะช่วยเหลืออย่างไร

    คุณปวิต ถมยาวิทย์ เกษตรจังหวัดขอนแก่น ก็ออกมายอมรับว่า มีเมล็ดพันธุ์พืชค้างสต็อกอยู่ 2,292 ตัน ทางกรมปศุสัตว์เตรียมจะรับซื้อ ทั้งหมด โดยใช้เงินกองทุนสงเคราะห ์เกษตรกร และกรมปศุสัตว์ กำลังรอการอนุมัติจาก ครม.

    นี่คือ 1 ในหลายสิบตัวอย่าง ความเดือดร้อนของรากหญ้า ซึ่งเกิดจากการล้มโครงการรัฐบาลเก่า แต่รัฐบาลใหม่ไม่มีโครงการใหม่ทดแทน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

    จึงไม่น่าแปลกใจที่รัฐบาลนี้ ไม่สามารถ “ซื้อใจรากหญ้า” จาก “รัฐบาลทักษิณ” ได้ ทำให้คะแนนนิยมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในภาคเหนือและอีสาน ยังคงเหนียว แน่นไม่เสื่อมคลาย แม้เจ้าตัวจะไม่อยู่

    ผมนำเรื่องนี้มาเขียนก็เพื่อจะให้เป็น “ข้อคิด” แก่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. ว่า

    การบริหารประเทศที่ดี ไม่ใช่แค่การไป “ล้มนโยบายและโครงการรัฐบาลเก่า” ด้วยคติแง่ลบเพียงอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน ในวงกว้าง โดยเฉพาะ “โครงการประชานิยม” ที่เชื่อมโยงกับ “ประชาชนระดับรากหญ้า” ดังเช่นกรณีการปลูกหญ้า เพื่อรองรับโครงการโคหนึ่งล้านครัวเรือนที่ผมเอามาเป็นตัวอย่าง

    เมื่อต้องการที่จะล้มโครงการของรัฐบาลเก่า รัฐบาลใหม่ก็ต้องมีโครงการใหม่ขึ้นมาทดแทน ประชาชนจะได้มีทางเลือก และบรรเทาความเสียหายจากการล้มโครงการรัฐบาลเก่า ที่ประชาชนได้ลงทุนไปแล้ว

    กรณี “นักเรียนทุนหวย” ที่ยังคาราคาซังก็เช่นกัน เมื่อรัฐบาลล้มโครงการหวยบนดิน เพราะเห็นว่าทำผิดกฎหมาย ต้องการทำให้ถูกกฎหมาย (จนบัดนี้ยังไม่ไปถึงไหน) แต่นักเรียนทุนหวยนับแสนต้องเดือดร้อน จนต้องร้องกันระงม กว่ารัฐบาลจะคิดตั้งงบประมาณมาช่วย นักเรียนส่วนหนึ่งก็เสียหายไปแล้ว

    แล้วอย่างนี้จะไปซื้อใจประชาชนได้อย่างไร

    หากรัฐบาลไม่พร้อม รัฐมนตรีที่รับผิดชอบไม่มีความรู้ ความสามารถพอ ผมอยากเรียนนายกฯ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ไว้ตรงนี้ว่า อย่าเพิ่งไปล้ม ของเก่าเขาเลยครับ โครงการที่ดีก็ควรจะเก็บเอาไว้

    โครงการไหนมีการทุจริตคอรัปชัน ก็สอบลากเอาตัวมาลงโทษ แต่ อย่าไปทำลายโครงการ หากไม่สามารถหาโครงการมาทดแทนได้

    เห็นการทำงานของคณะรัฐมนตรีชุดนี้หลายคนแล้ว ก็อยากให้เกษตรกรผู้ปลูกหญ้า ช่วยขนหญ้าที่ขายไม่ออกไปที่ทำเนียบรัฐบาลสักตันสองตัน ให้ท่านรัฐมนตร ีกินหญ้าแทนข้าวเสียมั่ง จะได้รู้ว่าคนรากหญ้าเขาเดือดร้อนกันยังไง.

    อ้างอิง http://www.thairath.co.th/news.php?section=society03&content=44855

     
     

    จากคุณ : ชินโด โคทาโร่ - [ 26 เม.ย. 50 22:43:52 A:58.9.136.32 X: ]

 
 

กระทู้ยอดนิยม