◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ...เตือน“สพรั่ง” อย่าหลงคารม “อภิสิทธิ์” เด็ดขาด !...

    นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า “บุคคลที่แสดงความตั้งใจในการต่อสู้อย่างมั่นคงมาโดยตลอด อย่าง พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร จะต้องตกเป็นเป้าของการตรวจสอบอย่างไม่ต้องสงสัย พล.อ.สพรั่งและบุคคลอื่นๆในรัฐบาล และ คมช. ต้องแสดงความพร้อมที่จะถูกตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริง อย่าหลงไปทะเลาะเบาะแว้งกับฝ่ายต่างๆ และต้องไม่ทำอะไรที่เหมือนกับกลุ่มคนที่ตนเคยกล่าวหาไว้อย่างเด็ดขาด อย่างไรเสีย รัฐบาลนี้ก็มีอายุจำกัด เหลืออยู่เพียงไม่กี่เดือน แต่บ้านเมือง ประเทศชาติ สถาบันหลัก ความสงบสุข ต้องรักษาไว้ตลอดไป เมื่อไม่ถอดใจแล้ว ก็รวบรวมกำลังใจของทุกฝ่ายที่ปรารถนาดีต่อบ้านเมือง หยุดยั้งสภาพความเสื่อมถอยในปัจจุบัน และคลี่คลายปัญหาความเสี่ยงต่างๆโดยเร็ว"

    …………………………………………………………………………………………………………….
    จากไทยรัฐ

    ผมฟังคุณอภิสิทธิ์พูดให้กำลังใจพล.อ.สะพรั่ง หรือ"พี่เปย"ของผมแล้ว  บอกตรงๆรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลยกับคำพูดวกไปวนมา..เหมือนหวังดี

    ดูๆก็เป็นความปรารถนาดีของนักการเมืองที่มีต่อเผด็จการที่นายอภิสิทธิ์สนับสนุนมาแต่ต้น คงรู้สึกสงสารรัฐบาลและ คมช.ที่ยังเป็นมือใหม่หัดขับ ทำงานสะเปะสะปะปราศจากเป้าหมาย..โดยเฉพาะพล.อ.สะพรั่ง กัลยาณมิตร

    จับประเด็นคำพูดของคุณอภิสิทธิ์แล้ว สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ “สั่งสอน อบรม ตักเตือน” พล.อ.สะพรั่ง  หลักๆมีอยู่ 3 ข้อด้วยกัน คือ

    1.ให้ทุกคนใน คมช.ยื่นบัญชีทรัพย์สินเพื่อให้ตรวจสอบทั้งหมด
    2. ให้ทุกคนในคมช.ยุติการการใช้วิวาทะ หรือทะเลาะเบาะแว้งกับทุกฝ่าย
    3. อย่าทำอะไร เหมือนๆกับที่ได้กล่าวหารัฐบาลชุดก่อน

    ผมไม่เห็นด้วยกับนายอภิสิทธิ์ใน 3 กรณีนี้เท่าไหร่ มองไม่เห็นถึงสาเหตุที่ คมช.จะต้องไปทำอะไรอย่างที่นายอภิสิทธิ์แสดงความเห็น

    -กรณียื่นยื่นบัญชีทรัพย์สินให้ ปปช.หรือ ปปง.ตรวจสอบ

    คมช.นั้น ไม่ใช่ผู้บริหารประเทศ แต่เป็นเพียงผู้ควบคุมผู้บริหารประเทศอีกทีหนึ่ง          หรือเป็น”คณะบุคคลพิเศษแห่งชาติ” มีเกียรติมีศักดิ์ศรี และความซื่อสัตย์สุจริตมาแต่ต้น และเป็นที่ทราบกันอยู่โดยทั่วไป

    ซึ่งนายอภิสิทธิ์ต้องให้เกียรติ ให้ความเชื่อถือ คมช.ในประเด็นนี้ด้วย

    เพราะถ้าหากมีการตรวจสอบทรัพย์สินของ คมช. ก็เท่ากับว่าเป็นการล้วงความลับคณะบุคคลพิเศษ และที่สำคัญไม่มีฝ่ายใดจะมีอำนาจที่จะเข้าไปตรวจสอบได้อยู่แล้ว เพราะ คมช.เป็นบุคคลผู้เหนือกฎหมายของรัฐ  อีกทั้งจะไม่เป็นผลดีในด้านความน่าเชื่อถือต่อคมช. และภาพรวมของประเทศ

    -กรณีทะเลาะกับฝ่ายต่างๆ

    ผมถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเริ่มต้นของ คมช.ก็มาจากการทะเลาะกับรัฐบาลชุดก่อนอยู่แล้ว เมื่อเป็นคนละฝ่ายก็จำเป็นต้องทะเลาะ หรือเกิดวิวาทะกับทุกกลุ่มที่ไม่เข้าใจในเจตนารมณ์ของ คมช. เพื่อให้ประชาชนได้ทราบถึงข้อมูลที่แท้จริง...

    มันเป็นความจำเป็นอย่างที่สุดที่ คมช.ต้องคอยพูด คอยอธิบายให้ประชาชนฟัง  เพราะหลายๆอย่างประชาชนก็ไม่เข้าใจ จึงต้องอธิบายซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำให้ภาพออกมาดูเหมือนทะเลาะกัน...  ก็เหมือนนายอภิสิทธ์นั่นแหละ ที่เวลาถูกคนอื่นกล่าวหา ก็ไม่เคยเห็นนายอภิสิทธิ์นิ่งเฉยสักครั้ง  เห็นเรียงหน้ากันออกมาถล่มกลับฝ่ายตรงข้ามอย่างถึงพริกถึงขิงทุกครั้ง

    -กรณีอย่าทำอะไรเหมือนกับที่กล่าวหาคนอื่น

    บอกแล้วว่าสำหรับ คมช.ทุกอย่างเป็นข้อยกเว้นครับ โดยเฉพาะพล.อ.สะพรั่ง  การทำตามหรือไม่ทำตาม ทำเหมือนหรือทำต่างมิใช่ประเด็น   ประเด็นอยู่ที่ว่าทำเพื่ออะไร เพื่อใครเท่านั้น ถ้าท่านยึดถือผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ท่านก็ไม่ต้องจำเป็นจะต้องไปสนใจใคร  ถึงพลพรรค ทรท.อยากจะตรวจสอบ ก็อย่าไปให้ความสำคัญ

    อย่าไปหลงเชื่อคุณอภิสิทธิ์เลยครับ...ผมว่างานนี้เขามีเจตนาซ่อนเร้น ผมแนะนำว่า..ถ้าฟังคนประชาธิปัตย์พูด “ต้องเอาร้อยหาร และตะแกลงร่อน” ถึงจะพบความจริง

    ท่านเดินถูกทางแล้ว !!!

    จากคุณ : ปลายอ้อกอแขม - [ 13 มี.ค. 50 15:53:22 A:58.64.113.9 X: ]

 
 

กระทู้ยอดนิยม