Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
ปตท พลังไทย เพื่อใคร vote ติดต่อทีมงาน

จากกระทู้ : http://www.pantip.com/cafe/social/topic/U11559463/U11559463.html#47

ปตท.พลังไทย “เพื่อไทย?”
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000005699

ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์-อุบัติการณ์ของ “ม็อบ 2 ม็อบ” ที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งม็อบผู้ประกอบการขนส่งและม็อบแท็กซี่ในการชุมนุมคัดค้านการขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(NGV)นั้น อาจกล่าวได้ว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมไทยและคนไทยทั้งชาติจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องย้อนกลับไปแสวงหาต้นตอแห่งปัญหาทั้งหลายทั้งมวลว่าแท้ที่จริงแล้ว มีเหตุผลที่เพียงพอในการขึ้นราคาหรือไม่
     
      รวมทั้งประเด็นที่สำคัญยิ่ง นั่นก็คือตรวจสอบองค์กรที่ “ผูกขาด” การขายก๊าซธรรมชาติของประเทศไทยคือ “บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)” ว่า ได้เคยทำหน้าที่สมกับคำโฆษณาชวนเชื่อเพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กรว่า “ปตท.พลังที่ยั่งยืนเพื่อไทย” และแสวงหากำไรจากความเดือดร้อนของประชาชนอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้นหรือไม่
     
      เพราะในขณะที่ ปตท.ร้องโอดโอยว่า หากไม่ปรับราคาจะทำให้ขาดทุนมหาศาลนั้น กลับปรากฏว่าผลประกอบการในแต่ละปี ปตท.มีกำไรเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท
     
      เฉกเช่นเดียวกับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตอบคำถามให้กระจ่างแจ้งว่า มีส่วนได้ส่วนเสียกับการปรับราคาของ ปตท.ในครั้งนี้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัว “นายพิชัย นริพทะพันธุ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผู้ได้ชื่อว่าทำงานรับใช้ “นายใหญ่” อย่างสุดลิ่มทิ่มประตูคนหนึ่งว่า การเห็นชอบกับการปรับขึ้นราคา NGV ครั้งนี้ มี “คำสั่ง” จาก “นายใหญ่” หรือไม่ เนื่องจากเป็นการปรับราคาที่ถ้าจะว่าไปแล้วกระทบกับฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยโดยตรง
     
      ทำไมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่มีนโยบายประชานิยมนำหน้าถึงกล้ากระทำกับฐานเสียงของตนเองเช่นนี้
     
      ใช่เป็นเพราะนี่คือผลประโยชน์ที่จะเข้าสู่กระเป๋าของนายใหญ่ที่ยืนทะมึนอยู่เบื้องหลังหรือไม่
     
      **ปตท.รัฐวิสาหกิจนี้ เพื่อไทยหรือเพื่อใคร
     
      ทุกครั้งที่ ปตท.จะมีการขึ้นราคา ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ สิ่งที่ผู้คนในสังคมมักจะได้ยินได้ฟังเหตุผลเสมอมาก็คือ มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นตามราคาของตลาดโลก หรือไม่ก็เป็นเพราะ ปตท.ไม่สามารถแบกรับภาระการขาดทุนได้อีกต่อไป
     
      ทว่า สิ่งที่สังคมก็มักจะได้ยินได้ฟังจนเจนหูเช่นกันก็คือ ในแต่ละปี ปตท.มีผลกำไรเกิดขึ้นจำนวนมหาศาล ในแต่ละปี ปตท.จ่ายโบนัสให้กับพนักงานกันอย่างอู้ฟู่ และในแต่ละปีบรรดาบอร์ดของ ปตท.ที่มาจากกระทรวงพลังงาน องค์กรที่ต้องกำกับดูแลและตรวจสอบปตท.ฟาดผลตอบแทนที่ ปตท.หยิบยื่นให้กันชนิดหลังแทบหัก
     
      กรณีของก๊าซ NGV หากย้อนหลังกลับไปดูเหตุการณ์ในอดีตจะเห็นว่า นโยบายนี้ทั้งรัฐบาลและปตท.ต่างร่วมรณรงค์ให้รถขนส่ง แท็กซี่ หันมาใช้ก๊าซ NGV จนสำเร็จ กล่าวเฉพาะกรณีแท็กซี่นั้น ปตท.ผลักดันให้รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงาน ออกมาตรการสนับสนุนด้วยการควักเงินกองทุนน้ำมันรวมกับงบอื่นๆ ประมาณ 1,200 ล้านบาท มาสนับสนุนแท็กซี่ที่ติดก๊าซ LPG ให้เปลี่ยนมาใช้ NGV เพราะราคาก๊าซ ถูกกว่าและปลอดภัยกว่า โดยตั้งเป้าหมาย 30,000 คัน
     
      ทั้งที่ความจริงแล้วทั่วโลกต่างใช้ก๊าซ LPGในภาคขนส่งกันทั้งนั้น และก๊าซ LPGก็ไม่ได้ขาดแคลนอย่างที่ปตท.กล่าวอ้าง แต่เป็นการสร้างเรื่องกดดันเพื่อให้รัฐบาลประกาศลอยตัวราคาก๊าซ LPG ในราคาตลาดโลก หรือไม่เช่นนั้นรัฐก็ต้องชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาก๊าซในประเทศและต่าง ประเทศ ซึ่งเป็นกลวิธีที่ปตท.ทำแล้วได้ผล เพราะจนถึงเวลานี้รัฐบาลยังต้องควักเงินกองทุนน้ำมัน เงินที่เก็บจากประชาชนผู้ใช้น้ำมันเบนซินมาชดเชยราคาก๊าซ LPG และ NGV ให้กับปตท.เป็นเงินรวมแล้วหลายหมื่นล้านบาท
     
      แต่แล้ววันดีคืนดี ปตท.ก็ป่าวประกาศว่า “เอาไม่อยู่” พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการปรับราคาเพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นลำดับทั้งความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโนบายพลังงานแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี
     
      ปตท.ให้เหตุผลที่ต้องขึ้นราคาว่า เป็นเพราะมีภาระขาดทุนสะสมจากการตรึงราคาในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาถึง 38,000 ล้านบาท
     
      “ต้นทุนเนื้อก๊าซธรรมชาติปตท.ยังไม่รวมค่าขนส่งและบริหารจัดการอยู่ที่ เฉลี่ย 9.90-10 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องขึ้นราคาก๊าซ NGV ตามกรอบที่รัฐกำหนดคือทยอยขึ้นเดือนละ 50 สตางค์ต่อกก.จนครบ 6 บาทในสิ้นปี 2555เพื่อลดภาระขาดทุนในการนำไปปรับปรุงการบริการที่ดีขึ้น” พีระพงษ์ อัจฉรียชีวิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลต่อสื่อ
     
      เช่นเดียวกับ เติมชัย บุนนาค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.ระบุว่า ต้นทุนการขายของ ปตท.หน้าปั๊มในขณะนี้ เท่ากับ 15.50 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นการจำหน่ายในอัตรา 8.50 บาท จึงเป็นอัตราที่ขาดทุน และ ปตท.พร้อมให้พิสูจน์ต้นทุนการขนส่งและบริหารจัดการจากสถานีแม่ไปสถานีลูกที่ มีต้นทุนประมาณ 5 บาทต่อกิโลกรัม
     
      ทั้งนี้ ถ้าหากดูแต่ตัวเลข จะรู้สึกว่าสูงจริงดังที่ ปตท.กล่าวอ้าง แต่ถ้าย้อนกลับไปแสวงหาตัวเลขผลกำไรของ ปตท.จะเห็นว่า เป็นตัวเลขที่ขี้ปะติ๋วยิ่งนักสำหรับบริษัทที่แสวงหากำไรจากการผูกขาดการบริหารจัดการทรัพย์สินของแผ่นดินตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
     
      นอกจากนั้น จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า นับตั้งแต่ ปี 2547 ถึง 9 เดือนแรกของ ปี 2554 หรือ 8 ปีที่ผ่านมา ปตท. มีกำไรสุทธิรวมกันถึง 7 แสนล้านบาท
     
      พระเจ้าช่วยกล้วยทอด นี่ขนาดปตท.ขาดทุนสะสมจากการตรึงราคาก๊าซถึง 38,000 ล้านบาท ปตท.ยังมีตัวเลขกำไรมากมายมหาศาลถึงเพียงนี้
     
      ที่สำคัญคือการขาดทุนที่ ปตท . อ้างว่า เกิดจากการตรึงราคาก๊าซเอ็นจีวี นั้น มีสัดส่วนไม่ถึง 5% หรือไม่ถึงครึ่งเปอร์เซ็นต์ต่อปีด้วยซ้ำไป ยิ่งเมื่อเทียบกับผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น ซึ่งไม่ต่ำกว่า 10 % ต่อปี โดยปี 2553 สูงถึง 18.06 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
     
      แน่นอน การขึ้นราคาแบบขั้นบันไดเดือนละ 50 สตางค์ ต่อเดือน อาจจะดูน้อย แต่เมื่อรวมการปรับทั้งหมด 12 ครั้ง รวม 6 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้ราคาก๊าซเอ็นจีวี ซึ่งปัจจุบันกิโลกรัม 8.50 บาท เมื่อถึงสิ้นปีจะเพิ่มขึ้นเป็น 14.50 บาท ซึ่งคิดเป็นอัตรา 70 % ซึ่งเป็นการปรับราคาในอัตราที่สูงมาก
     
      ดังนั้น การตรึงราคาก๊าซเอ็นจีวีจึงถือเป็นภาระอันน้อยนิด และมิได้กระทบกระเทือนต่อการดำรงอยู่ของบริษัทแต่ประการใด ถ้าหาก ปตท.สะกดคำว่า “พอเพียง” เป็น มิได้มุ่งหวังผลกำไรสูงสุดตามลัทธิทุนนิยมสามานย์
     
      ตัวเลขที่เกิดขึ้น ทำให้สังคมคลางแคลงใจต่อธรรมาภิบาลของ ปตท.ขึ้นมาในฉับพลันทันทีว่า เป็นตัวเลขที่แท้จริงหรือไม่ เพราะตัวเลขทั้งหลายทั้งปวงล้วนแล้วแต่ทาง ปตท.เป็นผู้เผยแพร่ออกมา
     
      น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม.และประธานคณะกรรมการศึกษาตรวจสอบการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีขึ้นราคาก๊าซ NGV ว่า ปัญหาอยู่ที่นักวิชาการก็ตาม ปตท.ก็ตาม ชอบพูดว่าราคาก๊าซ-พลังงานต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง แต่ต้นทุนที่แท้จริงเคยเอามาเปิดเผยหรือไม่ ราคาจากเอกสารโฆษณาของ ปตท.เอง ระบุว่าราคา NGV อยู่ที่ 8.39 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งไม่ใช่ต้นทุนจริง หากแต่เป็นราคาที่ขายให้กับ กฟผ. ซึ่งรวมค่าบริหารจัดการ รวมค่าผ่านท่อ รวมกำไร และยังบวกค่าขนส่งอีก 5.56 บาท ซึ่งก็เป็นเม็ดเงินค่าขนส่งที่สูงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ และไม่มีกิจการใดในโลกที่มีค่าขนส่งมากถึง 40 เปอร์เซ็นต์
     
      ส่วนราคาก๊าซในตลาดโลกเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2554 อยู่ที่ 2 เหรียญ 79 เซ็นต์ต่อ 1 ล้านบีทียู 1 ล้านบีทียู เป็นค่าความร้อน ถ้าแปลงให้เป็นกิโลกรัมก็คือเท่ากับ 27.82 กก. พอเป็นเงินไทยเฉลี่ยตกที่กิโลกรัมละ 3.37 บาท
     
      “นี่คือต้นทุนตลาดโลก มันสะท้อนต้นทุนตรงไหน อีกทั้งราคาก๊าซธรรมชาติปี 2007-2011 ขึ้นสูงสุดเมื่อปี 2008 หลังจากนั้นต่ำลงเรื่อยๆ ทิศทางในตลาดโลกเป็นขาลง แต่คุณกลับสวนขึ้นและขึ้นในยามที่คนกำลังลำบากจากปัญหาน้ำท่วม อีกทั้งความจริงแล้วราคาผ่านแนวท่อก๊าซมันถูกมาก เมื่อปี 2552 คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานอนุญาตให้ปตท.ขึ้นค่าผ่านท่อได้ 2 บาท ต่อ1 ล้านบีทียู ก็คือรวมแล้ว 22 บาท กับอีกเศษนิดหน่อย ต่อ 27.82 กก. เฉลี่ยแล้วไม่ถึง 1 บาทต่อกก. สมมุติเอาราคาตลาดโลก 3.37 บาท บวก 1 บาท อยู่ที่ 4 บาท แต่คุณบวกค่าขนส่งมหาโหดอย่างนี้ได้อย่างไร”
     
      “ก๊าซถ้าส่งตามแนวท่อจะถูกที่สุด ตามธรรมชาติของก๊าซเหมาะกับรถที่ใช้วิ่งเป็นทางประจำเช่นรถเมล์ สามารถทำปั๊มเฉพาะที่เป็นจุดจอดรถ แต่นี่รัฐบาลมาสนับสนุนให้รถเล็กมาใช้ ใช้อำนาจรัฐทุกอย่างบังคับให้มาใช้ NGV”น.ส.รสนาอธิบายความเป็นจริงที่ ปตท.ปกปิดและสะท้อนให้เห็นความจริงว่า การที่ปตท.อ้างว่าการจำหน่าย NGV ให้กับรถบรรทุก แท็กซี่ รถตู้ รถเมล์และรถยนต์ทั่วไปขาดนั้น เป็นการขายขาดทุนที่ปตท.ได้บริหารจัดการด้วยการโอนกำไรไปซ่อนอยู่ในธุรกิจจัดหาและขนส่งก๊าซ ดังที่ สว.รสนาให้ข้อมูลว่า ปตท.คิดค่าขนส่งที่สูงลิบลิ่วถึงราว 40 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในบทสัมภาษณ์)
     
      ส่วนตรรกะที่ผิดเพี้ยนอีกประการหนึ่งก็คือ เวลาที่ ปตท.จะขึ้นราคา LPG ก็อ้างว่า ราคาตลาดโลกสูง แต่เวลาที่จะขึ้น NGV กลับไม่อ้างอิงราคาตลาดโลกเลยแม้แต่น้อย เพราะในความเป็นจริงที่ปตท.ไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือ ราคาตลาดโลกของ NGV ถูกกว่าราคาต้นทุนที่ ปตท.อ้างถึง 1 เท่าตัว คือราคาเพียง 4 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้นและราคาก๊าซในอ่าวไทยก็อยู่ที่ 2 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้นเช่นกัน
     
      นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา หัวหน้าศูนย์พิทักษ์ผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ในความเป็นจริงแล้ว ประเทศไทยสามารถพึ่งพาแหล่งพลังงานเองได้ ซึ่งหลักฐานที่ชัดเจนคือการ น.ส.ยิ่งลักษณ์เองเคยแถลงต่อสภาว่าต้องพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ 55 เปอร์เซ็นต์ นั่นคือไทยสามารถพึ่งพาตัวเองได้ถึง 45 เปอร์เซ็นต์ แต่ทำไมราคาที่คนไทยใช้ถึงเป็นราคาตลาดโลก 100 เปอร์เซ็นต์ นี่เฉพาะราคาน้ำมัน ส่วน LPG ก็พยายามเกาะตลาดโลก แต่ NGV กลับไม่ยึดราคาตลาดโลก แสดงว่าจะใช้ราคาอะไรก็ได้ใช่หรือไม่
         
      “คำถามง่ายๆ ทรัพยากรเป็นของแผ่นดินไทย ส่วนใหญ่ก็มาจากอ่าวไทย สัมปทานที่รัฐได้น้อยมาก การเข้าถึงทรัพยากรมันไม่เป็นธรรม เราเจอคนโลภที่ตัวใหญ่มาก คุมตั้งแต่ต้นทางยันปลายทาง ที่สำคัญคนที่เป็นข้าราชการระดับสูง เป็นปลัดกระทรวงพลังงาน อีกตำแหน่งก็เป็นประธานบอร์ดของบริษัทเอกชน (ปตท.) แล้วคนๆนี้ก็มีหน้าที่ตั้งราคา จ่ายเงินเข้ากองทุนน้ำมัน”
     
      นายอิฐบูรณ์กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพบกรณีไม่เป็นธรรมของก๊าซ LPG เป็นอย่างมาก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ปตท.มักกล่าวหาว่า รถยนต์ที่ใช้ LPG เป็นตัวการให้ก๊าซไม่พอใช้ แต่ความจริงตัวการที่ทำให้ก๊าซไม่พอใจก็คืออุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งก็เป็นบริษัทในเครือปตท. โดยมีตัวเลขการใช้สูบถึง 76 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ถูกผลิตขายทั่วไปเพียง 24 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
     
      “พอกลุ่มนี้ใช้ไม่เคยแจ้ง แต่เวลาแถลงข่าวว่าต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ปรากฏว่าไม่ใช่นำเข้า LPG แต่นำเข้าเป็นก๊าซองค์ประกอบ ซึ่งรถยนต์ใช้ไม่ได้ ปรากฏว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่สามารถใช้ได้ แล้วเวลาสั่งจ่ายเงินชดเชย มติล่าสุดสั่งอุตสาหกรรมปิโตรเคมีจ่ายแค่ 1 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่อุตสาหกรรมอื่นๆโดนกัน 5-10 กว่าบาท นี่คือหลายมาตรฐานถ้าเราจ่ายแพงแล้วเกิดกระจายรายได้ไม่ว่า แต่นี่ไปอยู่ที่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เปรียบเหมือนเราเสียดินแดนโดยถูกกำลังผูกขาดทางเศรษฐกิจครอบงำ  กรณีเกิดโรงแยกก๊าซเพิ่มขึ้นเป็นหน่วยที่ 6 มีคำถามว่า เกี่ยวหรือไม่กับการพยายามทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติลอยตัวขยับเพิ่มทันที ความจริงแล้วไม่สนใจว่าต้นทุนที่แท้จริงเป็นอย่างไร ขอแค่ขึ้นมาก่อน แล้วรัฐบาลก็ยอม ประชาชนเหมือนถูกมัดมือชก”นายอิฐบูรณ์แจกแจงความจริง
     
      นายอิฐบูรณ์ให้ข้อมูลด้วยว่า ราคา NGV 14.50 บาท เป็นราคาที่ปตท.ต้องการขอขึ้นมานานแล้ว นี่คือต้นทุนที่เขาต้องการ โดยไม่ได้อิงกับราคาตลาดโลกและเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติมาโดยตลอด แต่มาได้ในจังหวะรัฐบาลนี้ ซึ่งนายกฯเป็นประธานโดยตำแหน่ง ในกลุ่มของพวกเขาเองก็คุยกันว่าเทคนิคการขึ้นราคา คือค่อยๆกินทีละ 50 สตางค์ จนสิ้นปี 2555 จะจ่ายเพิ่มขึ้นทั้งหมด 6 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งหมดเพิ่มขึ้น 70 เปอร์เซ็นต์ จากราคาฐานเดิม ถ้าเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันอย่างแท้จริงตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ไม่สามารถทำได้ แต่ธุรกิจนี้สามารถทำได้
     
      เช่นเดียวกับนายไชยนิรันต์ พะยอมแย้ม ประธานเครือข่ายพลังงานภาคประชาชนที่กล่าวภายหลังการยื่นหนังสือให้วุฒิสภาตรวจสอบข้อเท็จจริงและระงับการขึ้นราคาในวันที่ 16 มกราคมนี้ว่า ต้นทุนของก๊าซ NGVและLPG ที่ ปตท.กล่าวอ้างนั้นสูงเกินความจริง เพราะจากการตรวจสอบบัญชีงบดุลพบว่า ปตท.มีผลกำไรจากการจำหน่ายก๊าซดังกล่าวปีละหลายหมื่นล้านบาท อีกทั้งต้นทุนที่นำมากล่าวอ้างก็เป็นต้นทุนและค่าบริหารจัดการเทียมที่บวกขึ้นมาลอยๆ เพื่อให้ได้ราคาครึ่งหนึ่งของราคาดีเซล โดย ปตท.ต้องการจะปรับราคา NGV เป็น 14-15 บาทต่อกิโลกรัมในขณะที่ราคาตลาดโลกที่สหรัฐฯ ต้นทุนเนื้อก๊าซราคาเพียง 3-4 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น
     
      นี่คือข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ ปตท.ไม่เคยอธิบาย และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ รวมถึงเสี่ยแดง-พิชัยในฐานะผู้รับผิดชอบก็ไม่เคยตอบคำถามสังคม แถมยังทำหน้าที่เสมือนหนึ่งทำงานและรับเงินเดือนจาก ปตท.อีกต่างหาก
     
      ไม่มีใครรู้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับ ปตท. แต่ ณ ปตท.ใหญ่เกินไป กระทั่งมีอำนาจเหนือตลาดหลักทรัพย์ เหนือรัฐบาล และสื่อ โดยที่ไม่เคยปรากฏว่ามีประเทศไหนที่ปล่อยให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจมีขนาดเงินหมุนเวียนใหญ่กว่ากระทรวงการคลังเกิน 3 เท่า
     
      มิหนำซ้ำรัฐบาลยังปล่อยให้ปตท.อยู่ในสภาพที่เป็นทั้งรัฐและเอกชน โดยให้รัฐถือหุ้น 51.5 เปอร์เซ็นต์ เพื่อคงความเป็นรัฐอยู่ จะได้ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า รวมทั้งปล่อยให้ควบรวมกิจการทั้งแนวดิ่ง คือครอบงำกิจการปิโตรเคมีทั้งหมด และควบรวมแนวนอน ซึ่งเป็นการยึดฐานลูกค้า จนมีอำนาจใหญ่มากในบ้านนี้เมืองนี้
     
      **จับตา 2 พี่น้องโคลนนิ่ง กับวาระซ่อนเร้นขึ้นราคาก๊าซ
     
      ประเด็นที่น่าสนใจถัดมา เห็นจะหนีไม่พ้นวาระซ่อนเร้นที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ปฏิบัติการอันแสนโหดร้ายทารุณในครั้งนี้ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า การที่คณะรัฐมนตรีซึ่งมี “นายกฯ นกแก้ว-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” มีมติเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2554 อนุมัติให้ปรับราคาก๊าซ LPG และ NGV ในภาคขนส่งโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2555 นั้น เป็นมติคณะรัฐมนตรีที่เลือดเย็นครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจแห่งชาติไทยเลยทีเดียว เนื่องเพราะก่อให้เกิดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนไทยทุกหย่อมหญ้า
     
      เพราะเมื่อก๊าซขึ้นราคา สุดท้ายบรรดาผู้ประกอบการก็จะผลักภาระมาให้ผู้บริโภค
     
      ยิ่งเป็นการขึ้นราคาหลังจากคนไทยครึ่งค่อนประเทศต้องเผชิญกับมหาอุทกภัยด้วยแล้ว ก็ยิ่งซ้ำเติมวิกฤตให้เลวร้ายหนักเข้าไปอีก ดังนั้น จึงทำให้เกิดคำถามตามมาว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทยของนายกฯ นกแก้ว ซึ่งอวดอ้างนักหนาว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากมหาประชาชน ทำไมถึงได้ทำกับประชาชนเยี่ยงนี้ แถมยังกระทำกับประชาชนที่เป็นฐานเสียงของตนเองอีกต่างหาก
     
      ดังจะเห็นได้จากในการชุมนุมของกลุ่มผู้ประกอบการแท็กซี่ที่มีการปราศรัยโจมตีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ว่า เนรคุณ เพราะกลุ่มแท็กซี่ส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง พร้อมกันนี้ยังมีผู้ขับแท็กซี่บางคนนำบัตร นปช.มาเผาทิ้งอีกด้วย
     
      “ในช่วงที่ คณะกรรมการ นโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติปรับขึ้นราคาก๊าซเมื่อ 4 ต.ค. 2554 และหลังจากนั้น ครม. มีมติเห็นชอบ ทางกลุ่มแท็กซี่ไม่ทราบเลยว่า รัฐบาลมีมติดังกล่าว เพราะช่วงนั้นกลุ่มแท็กซี่เร่งจัดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม มาทราบอีกครั้งช่วงที่ ปตท. เชิญหารือบัตรเครดิตพลังงาน ก็รู้สึกตกใจว่า ทำไมรัฐบาลถึงทำร้ายกลุ่มแท็กซี่ด้วยการปรับราคา โดยปัจจุบันต้นทุนทุกอย่างสูงมาก ทั้งค่าเช่า ค่าครองชีพ หากค่าก๊าซสูงขึ้น ทุกอย่างก็จะขึ้นหมด ทางกลุ่มไม่ต้องการเห็นการปรับค่าโดยสาร”นายวิทูรย์ แนวพาณิชย์ ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขต กทม. กล่าว
     
      ปมประเด็นที่จะต้องขบคิดกันต่อไปก็คือ ทำไมรัฐบาลนี้จึงกล้าที่จะทำ
     
      อย่างไรก็ตาม หากย้อนหลังกลับไปตรวจสอบข้อมูลก็อาจจะพอเห็นร่องรอยของเส้นทางแห่งผลประโยชน์ที่ซุกซ่อนเอาไว้อย่างแนบแน่น
     
      เงื่อนปมแรกก็คือ คนไทยต้องไม่ลืมว่า การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยถูกแปรรูปสำเร็จในยุคที่ นช.ทักษิณ ชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งจนกระทั่งบัดนี้คนไทยก็ยังไม่รู้ว่า ในบรรดาผู้ถือหุ้นของ ปตท.ที่กระทำผ่านบริษัทนายหน้าค้าหุ้นนอมินีนั้น มีนักการเมืองไทยรายไหนถือหุ้นอยู่บ้าง และมีจำนวนมากน้อยแค่ไหน
     
      และเงื่อนปมประการสำคัญยิ่งถัดมาก็คือ ความเคลื่อนไหวส่งท้ายปี 2554 ของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ที่เดินทางไปเยือนพม่า โดยเข้าพบนายพลตานฉ่วย และประธานาธิบดีเต็งเส่ง เพื่อปูทางให้กับการเยือนพม่าของน้องสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมๆ กับการสวมบทบาทล็อบบี้ยิสต์กิตติมศักดิ์ นำคณะผู้บริหาร เครือปตท. เข้าพบผู้นำสหภาพพม่า เพื่อเจรจาผลประโยชน์ด้านพลังงาน ซึ่งในที่สุด ทำให้ปตท.สผ. สามารถปิดดีลคว้าสัมปทานแหล่งปิโตรเลียมได้นั้น สร้างความกังขาให้สังคมอีกครั้งว่า การเปิดเกมรุกลงทุนในธุรกิจพลังงานในพม่าของเครือปตท.โดยอาศัยบารมีทักษิณ และอำนาจของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซ่อนเร้นเคลือบแฝงด้วยผลประโยชน์ต่างตอบแทนซึ่งและกัน
     
      ดีลหลังสุดที่พม่า ถือเป็น “บิ๊กดีล” ที่มีอนาคตดีมากสำหรับเครือปตท. เพราะไม่เพียงแต่แปลงสัมปทานใหม่ที่จะเซ็นสัญญากันในต้นปี 2555 ตามที่ พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.กระทรวงพลังงาน และ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับแจ้งจาก ปตท.สผ. ที่ชนะประมูล โดยวันที่ 5 - 6 มกราคม 2555 ได้มีการลงนามในสัมปทานแปลง M3 ซึ่งเป็นแปลงที่ 2 ต่อเนื่องจากแปลง M9 เท่านั้น ก๊าซที่ค้นพบในแปลง M3 ยังเป็นwet gas สามารถนำมาเข้าสู่โรงแยกก๊าซ และใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งปตท.ได้แสดงความสนใจที่จะเข้าไปสร้างโรงแยกก๊าซ และปิโตรเคมีต่อเนื่อง โดยมีการเชิญรัฐมนตรีพลังงานของพม่าเข้ามาดูงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่มาบตา พุดในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า
         
      เครือปตท.มองว่า พม่าเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่สำคัญ เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริษัทการเงิน บริษัท ปตท. ระบุว่าตามแผนการลงทุน 5 ปี (2555-2559) ปตท.จะเพิ่มงบลงทุนเป็น 4 แสนล้าน เพื่อรองรับการลงทุนในโครงการใหม่ๆ โดยยังไม่นับรวมโครงการลงทุนในพม่า ซึ่งปตท.สนใจลงทุนโรงแยกก๊าซ หลังจาก ปตท.สผ.มีแปลงสำรวจปิโตรเลียมในพม่า 10 แปลง
     
      ไม่น่าเชื่อก็ต้อง และเป็นเรื่องที่ต้องใช้คำว่า “บังเอิญอย่างร้ายกาจ” ก็คือ ปตท.ถูกแปรรูปเป็นบริษัทมหาชนสำเร็จในยุคที่ นช.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และปตท.ก็สามารถขึ้นราคา NGV และสามารถคว้าสัมปทานแหล่งปิโตรเลียม-ก๊าซธรรมชาติในพม่าได้สำเร็จในยุคที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี
     
      ไม่มีใครรู้ว่า เจตนาและวาระซ่อนเร้นในการแปรรูปปตท.ในยุค นช.ทักษิณ ชินวัตรถูกออกแบบและวางแผนให้เป็นเช่นนี้หรือไม่ แต่ข้อเท็จจริงก็คือ ณ เวลานี้ ปตท.กำลังเดินไปตามเส้นทางสายนั้นอย่างแน่วแน่โดยที่ไม่มีใครคิดจะแก้ไข
     
      ที่สำคัญคือ การขึ้นราคาครั้งนี้ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า พม่าย่อมต้องได้รับประโยชน์ตามไปด้วย ส่วนจะได้ในรูปแบบไหนนั้น ไม่อาจทราบได้ เพราะพม่าก็ย่อมต้องรับรู้ถึงการปรับราคาก๊าซในประเทศไทยในครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี
     
      ยิ่งเมื่อพิจารณาจากการที่รัฐบาลเผด็จการทหารพม่ายอมให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์พบกับนางอองซาน ซูจีง่ายดาย ก็ยิ่งชวนให้เกิดคำถามและข้อสงสัยมากมายสารพัด
     
      เฉกเช่นเดียวกับนายใหญ่ของคนเสื้อแดงที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอดว่า ยึนทะมึนอยู่เบื้องหลังผลตอบแทนก้อนมหึมหาจาก ปตท.ไม่เช่นนั้นแล้ว ไหนเลยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายพิชัย รวมทั้งขุนพลเศรษฐกิจอย่างนายกิตติรัตน์ ณ ระนองถึงได้ดาหน้าออกมาแก้ต่างแทน ปตท.ราวกับทำงานกินเงินเดือน ปตท.ยังไงยังงั้น
     
      ผู้คนกำลังสงสัยว่า พวกเขาทำเพื่อประโยชน์นายใช่หรือไม่
     
      **แท็กซี่-รถร่วมฯ-ขนส่ง ถูกตุ๋นถ้วนหน้า
     
      กล่าวสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมขนส่งนั้น ภายหลังจากอดรนทนไม่ไหวลุกขึ้นมาปฏิบัติการเพื่อความอยู่รอดของตนเอง ในที่สุดพวกเขาก็ถูกเกลี้ยกล่อมให้ยอมรับชะตากรรมที่ ปตท.ขีดเส้นทางเอาไว้ โดยในวันที่ 16 มกราคมนี้เป็นที่แน่ชัดจากปากคำของนายพิชัย นริพทะพันธุ์แล้วว่า จะมีการปรับขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์คือ NGV 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม และก๊าซหุงต้มคือ LPG 75 สตางค์ต่อกิโลกรัม
     
      ทั้งนี้ กลุ่มที่ทำท่าว่า จะได้รับประโยชน์เห็นจะเป็นผู้ประกอบการขนส่งในกลุ่มแท็กซี่ รถตู้และรถเมล์ที่ใช้ NGV เพราะรัฐบาลประกาศมอบบัตรส่วนลดราคาให้เดือนละ 50 สตางค์ ซึ่งนั่นต้องบอกว่าเป็นการตกหลุมพรางจังเบ้อเร้อ เพราะสิทธิพิเศษที่เขาได้รับเทียบไม่ได้เลยกับราคาที่จะทยอยปรับจนครบ 6 บาทตามมติคณะรัฐมนตรี แม้ในเบื้องแรก ปตท.และรัฐบาลจะยินยอมที่จะปรับราคาเดือนละ 50 สตางค์ในระยะเวลา 4 เดือน รวม 2 บาทต่อกิโลกรัมก็ตาม
     
      ดังนั้น จงอย่าแปลกใจว่า ทำไม ปตท.ถึงยินยอมพร้อมใจที่จะมอบส่วนลดนี้ให้ เพราะนั่นเสมือนกับการเอากุ้งฝอยไปแลกปลาวาฬอย่างไรอย่างนั้น ที่สำคัญคือยังไม่มีหลักรับประกันใดๆ เลยที่เมื่อย่างเข้าสู่เดือนที่ 5 แล้ว ปตท.จะไม่ปรับราคาขึ้นอีก
     
      “วันนี้กลุ่มอุตสาหกรรมขนส่งทั้งหลายที่ออกไปต่อต้านการขึ้นราคา NGV เสียท่ารัฐบาลไปแล้ว สิ่งที่ทำวันนี้ไม่มีความหมายเลย เมื่อยอมเปิดบริสุทธิ์ให้ขึ้น 50 สตางค์แล้ว ไม่มีทางลด การค่อยๆ ปรับเพิ่มทีละ 50 สตางค์ จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนแบบไม่รู้ตัว เหมือนกับการต้มกบ เมื่อต้มโดยปรับอุณหภูมิขึ้นทีละน้อยๆ กบจะไม่รู้ตัวเพราะมันปรับตัวตามอุณหภูมิ แต่ถ้าใส่ไปตอนร้อนๆ กบจะกระโดดหนี กรณีขึ้นราคาก๊าซก็เช่นกันประชาชนก็จะปรับตัวอยู่กับการขึ้น 50 สตางค์ไปเรื่อยๆ ซึ่งเราจะยอมถูกต้มหรือเปล่า เลือกว่าจะเป็นกบตัวแรกที่ถูกต้มหรือกบตัวสองที่กระโดดหนี”น.ส.รสนาสรุปทิ้งท้ายเอาไว้อย่างเห็นภาพ
     
      ทั้งนี้ จำนวนเงินที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องจ่ายเพิ่มขึ้น เมื่อคำนวณแบบทั้งปีพบว่า ถึงสิ้นปี 2555 เงินที่ต้องจ่ายเพิ่มส่วนของ NGV เพื่อให้ได้ก๊าซ 40 กก. จะเพิ่มอีก 140 บาท จากเดิมแท็กซี่จ่าย 340 บาท ต้องจ่าย 480 บาท  ส่วน LPG จากเดิมที่ 45 ลิตร 500 บาท จะเพิ่มมา 220 บาท ต่อไป 45 ลิตรจะต้องจ่าย 720 บาท
     
      และสุดท้ายต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ก็จะถูกผลักลงไปสู่ผู้บริโภคอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้

...............................................

ราคาแก๊สพวกนี้ ขึ้นแล้วไม่มีลง  ..........ถ้า ปตท ไม่หมก ไม่ซุก ก็ต้องเอาตัวเลขออกมากางพิสูจน์ดู  ไม่ใช่ อ้างเอา แบบบริษัทหน้าเลือด

จากคุณ : birdeyeview
เขียนเมื่อ : 14 ม.ค. 55 09:09:01



ความคิดเห็นที่ 1 ติดต่อทีมงาน

เพื่อผลกำไร

จากคุณ : napatn
เขียนเมื่อ : 14 ม.ค. 55 10:58:31

ความคิดเห็นที่ 2 ติดต่อทีมงาน

ปตท. สมควรชี้แจงต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากเป็นบริษัท มหาชน


ไม่ใช่อ้างราคาตลาดโลก แล้วอ้าง ขาดทุน(กำไร)

จากคุณ : moo606 (Moo606)
เขียนเมื่อ : 14 ม.ค. 55 13:39:12

ความคิดเห็นที่ 3 ติดต่อทีมงาน

manager ฮ่าฮ่าฮ่า
สาวกโดนล้างสมอง อ่านแล้วคิดไม่เป็น เค้ารับเงินมาจากประชัย ให้มาสร้างกระแสทำลาย ปตท คนคิดไม่เป็น ไม่รู้จักหาข้อมูล ก็เชื่อเป็นตุเป็นตะ

เรื่องงบการเงินบริษัทเป็นมหาชนเค้าก็มีเปิดเผยอยู่แล้ว ยอดขายเท่าไหร่ กำไรเท่าไหร่

นางรสนา ก็มั่วมากี่รอบแล้ว คราวที่แล้วก็เอาน้ำมันดิบมาอ้าง คราวนี้เอาราคากาซจากหน้าแท่นมาอ้าง มันสูบขึ้นนมาใช้ได้เลยรึไง ?? ความรู้แค่ปลายเล็บเอามาพูดซะใหญ่โต บางคนไม่ฉลาดพอก็เออออไปตาม  

ถ้าพวกเหลือบไรจริงๆ ไปดู tot cat จะดีกว่า ais dtac true ส่งรายได้ให้เป็นหมื่นล้านแต่ดันส่งเข้ารัฐไม่กี่พันล้าน

แก้ไขเมื่อ 14 ม.ค. 55 16:45:32

จากคุณ : KhunGong
เขียนเมื่อ : 14 ม.ค. 55 16:45:03

ความคิดเห็นที่ 4 ติดต่อทีมงาน

ถ้าประเทศไทยแม่มตีเหล็กเองได้

ต้นทุนคงถูกกว่านี้มั้ง

เดาเอา

จากคุณ : นางสเตนเลส
เขียนเมื่อ : 14 ม.ค. 55 19:15:42

ความคิดเห็นที่ 5 ติดต่อทีมงาน

ตอนมันใช้น้ำมันวิ่ง  ค่าโดยสารก็ราคาเนี้ย
พอมันใช้แก๊สวิ่ง  ค่าโดยสารก็ราคาเนี้ย

ตอนน้ำมันลง  เคยลดราคามั้ย????
เปลี่ยนมาเป็นแก๊สต้นทุนตกลงไปเท่าไหร่  เคยลดราคาหรือปรับปรุงอะไรมั้ย????

จากคุณ : Serefim
เขียนเมื่อ : 14 ม.ค. 55 21:11:56

ความคิดเห็นที่ 6 ติดต่อทีมงาน

สัมภาษณ์ รสนา

...รายละเอียด ที่มาต้นทุนเทพๆ ของ ปตท.

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000005693

...งบการเงินของเขา ไม่มีรายละเอียดต้นทุนแยกประเภท

อีกอย่าง ราคาก๊าซ ที่ขายการไฟฟ้าฝ่ายผลิต   ....การไฟฟ้าไม่ได้แหย่ปากไปดูดจากแท่นขุดเจาะ แต่ ปตท ส่งผ่านท่อถึงโรงไฟฟ้า

สรุปได้ว่า.....  ปตท ซุกกำไรเข้าบริษัทลูก อย่าง ปตท สผ  แล้วอ้างต้นทุนที่ ปตท ตัวแม่ซื้อ  ......แปรรูปเพื่อผูกขาดตลาดได้มากกว่าเดิม

แก้ไขเมื่อ 15 ม.ค. 55 09:07:31

จากคุณ : birdeyeview
เขียนเมื่อ : 15 ม.ค. 55 08:34:19

ความคิดเห็นที่ 7 ติดต่อทีมงาน

เห็นโบนัส:-)ก็ดีทุกปีนี่นา
นึกๆแล้วอยากให้กลับไปเป็นของรัฐดังเดิม(เป็นของชาติ)
จะได้ไม่ต้องขึั้นตามใจ นาย โกยกำไรเข้ากระเป๋า ประธานกรรมการผู้ถือหุ้น

จากคุณ : สะพานข้ามคลอง (สะพานข้ามคลอง)
เขียนเมื่อ : 16 ม.ค. 55 01:39:18

ความคิดเห็นที่ 8 ติดต่อทีมงาน

ได้ยินโฆษณาเอ่ย "ปตท.พลังไทยเพื่อไทย"แล้วมันนึกขำปนสมเพสโกรธเกลียดยังไงไม่รู้

จากคุณ : NIHAJ
เขียนเมื่อ : 16 ม.ค. 55 11:12:02

ความคิดเห็นที่ 9 ติดต่อทีมงาน

โฆษณาเอ่ย "ปตท.พลังไทยเพื่อไทย"

มีมาก่อนตั้งนานแล้ว    ตอนนั้นผมยังขำอยู่เลยว่า ปชป ปล่อยให้มีได้ไง ถึงจะแค่พ้องเสียงเฉยๆ555

จากคุณ : dobitaT10
เขียนเมื่อ : 16 ม.ค. 55 13:37:55

ความคิดเห็นที่ 10 ติดต่อทีมงาน

ถ้าไม่แปรรูปก็ไม่ต่างกับปั้มสามทหารนั่นล่ะ ไม่มีทางหาเงินได้เท่าปัจุบันหรอก

ใครที่คิดเอากลับเป็นขอรัฐน่ะคือพวกทำลายชาติโดยแท้

จากคุณ : devil amature2
เขียนเมื่อ : 16 ม.ค. 55 14:16:23 A:182.255.9.36 X: TicketID:321081

ความคิดเห็นที่ 11 ติดต่อทีมงาน

ครับเรื่องนี้ปตท.ไม่เคยได้แตะ ตั้งแต่เคยเสนอให้เรามองยุทธศาสตร์ ด้านพลังงานอย่างไม่ตำข้าวรสารกรอบหม้อ หรือเอาความมั่นคงทางพลังงานที่เป็นยุทธศาสตร์หลักของประเทศ เอาจมูก ที่แสนเซ้นท์ซิทีฟ(ไม่มีเป็นของตัวเองไว้หายใจอย่างเป็นไททางพลังงาน)

แต่เอาจมูกที่แสนเซ้นท์ซิทีฟแบบนั้นไปผูกติดแบบชิดตูดการผูกขาดด้วยนะบบทุนนิยมอย่างเสรีจนก้อนราคามันผ่านนายหน้าหลายต่อเกินไปจนก้อนราคากลิ้งทัพปชช. แถมผันผวน เนื่องจากโครงสร้างราคาที่ผูกขาดด้วยระบบทุนนิยมอย่างเสรีแบบนั้น

แม้การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ส่วนตัวผมเห็นด้วยหลายอัน? แต่ปตท.เป็นตัวต้องหามที่สุด แต่มันเป็ยชิ้นปลามันที่สุด ? มันเลยทำสิ่งที่กลับหัวกลับหาง ผิดฝาผิดตัว? จนเกิดเงื่อนไขข้ออ้างการต่อต้านการแปรรูปฯ จนทำให้สิ่งที่ควรทำไม่ได้ทำ(รัฐวิสาหกิจหลายอันเช่นรฟท.ที่ใช้นโยบายเตี้ยอุ้มค่อมมานาน)

และมีกลุ่มสหภาพ รฟท.กลัวการเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นพฤติกรรมเอารฟท.เป็นตัวประกัน? อย่างพฤติกรรม"ขุนโจร แห้วหวาน(สาวิทย์ แก้วหวาน)หยุดงานประท้วงแล้วเอารฟท.มาต่อรองเกมการเมืองสมัยพธม.?

แต่ปตท.เป็นตัวต้องห้ามแต่เงื่อนไขมันชิ้นปลามันของรบ. นั้นคือเงื่อนไขที่ยุทธศาสตร์ทางพลังงาน นอกจากตำข้าวสารกรอกหม้อ(การจัดหาสมัยที่ผมด่าไว้ผูกขาดและผ่านนายหน้าหลายต่อเกินไป) เอาจมูกที่เราไม่เป็นไทยไปแขวนไว้กับตระกร้าราคา แบบผ่านนายหน้าหลายต่อเกินไป

ยกตัวอย่างการจัดหาแบบจีนกับไทย จีนต่อท่อตรงจากอิหร่าน ด้วยข้อตกลงรัฐต่อรัฐ(เอาอาวุธโล๊ะทิ้งไปแลกมา) บนข้อตกลงที่มทีอำนาจต่อรองรัฐต่อรัฐ แต่ของไทย(สมัยนั้นที่ผมด่าไว้ยังไม่มีปตท.สผ.ที่เกิดหลังจากนั้น)มันต่างกันหลายเท่าตัวในต้นทุนราคาต้นน้ำ?

ก่อนนั้นเราใช้การจัดหาผ่านเสียพุงกลาง ที่เน้น จัดหาผ่านตระกร้า ราคากลางโรค เป็นหลักจนเกินเงื่อนไขนายหน้าเกร็งกำไรหลายต่อ?  เก็งราคาน้ำมันปั่นราคาเล่น(เฮดบัดกับเฮดฟันเฉาะจมูกฟันผลต่างราคาจากการเก็งกำไรสมัยนั้น) เราก็เอาจมูกที่ไม่มีของตัวเองหายใจ ไปผูกติดตระกร้าราคาผ่านนายหน้าหลายต่อแบบนั้น

ทำให้ผลต่างทางโครงสร้างราคา สมัยนั้น ไทยต่างจากจีนหลายเท่าเพราะวิธีการจัดหา ของเขาต่อรองรัฐต่อรัฐ ของเราเอาเสี่ยพุงกลางไปต่อรอง แบบนายหน้า หากำไรจากส่วนต่างแบบนั้น นั้นคือวิธีการแบบนายหน้าหรือพ่อค้า(เสี่ยพุงกลางปตท.)

จนที่สุด หลังงานเหลียวหลังแลหน้าฯทักษิณสอง การพยายามจัดหาพลังงานตามต้นแบบผม จึงถูกนำมาคิด แบบปตท.สผ.จนเกิดการร่วมทุนจัดหาพลังงานแบบ เช่นที่ตะวันออกกลางของปตท.สผ. นั้นเกิดจากตรงนี้

พม่าเช่นกัน ในทางนโยบาย หรือยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางพลังงาน แบบนั้นผมถือว่าไม่เสียหาย ถ้าไม่มีผลประโยชน์ซ่อนเร้นหรือทับซ้อน(แต่ผมมองว่าระดับวิสัยทัศน์ฝ่ายบริหารต้องมีระดับหนึ่งเพื่อโอกาสและความต่อเนื่อง) แต่ทักษฺณโดนยึดทรัพย์ กรณีนี้ผมถือว่าตุลาการอภิบาลนุมัติมั่ว

แม้คุณจะกันคอรัปชั่นทางนโยบายได้ แต่ในหลักการดุลอำนาจ ตุลาการต่างหากคอรัปชั่นดุลอำนาจอย่างบิดเบี้ยวเสียหลักการนิติธรรมที่ถูกต้อง

ผมเจตนายาวเพื่อท้าวความกรณีโครงสร้างราคา มันบิดเบือนผ่านนายหน้าหลายต่อ และการวางยุทธศาสตร์ด้านพลังงานผิดพลาดมันเป้นการผูกขาดด้วยทุนนิยมแบบเสรีที่ไม่ควรกระทำต่อความมั่นคงทางพลังงานในเงื่อนไขแบบไทยๆ(ไม่มีจมูกทางพลังงานไว้หายใจ)

จนสมัยนั้นผมเสนอทางออกพลังงานชุมชนเป็นทางเลือก(ตอนนั้นใครผลิตไบโอดีเซลน้ำมันมีพร้าวใช้เองโดนจับ) นั้นคือความดิ้นรนของภาคปชช.นักวิจัยป.4 แต่โดนจับ(พึ่งแก้ไม่กีปีรวมเอธานอล) แม้แต่พลังงานชุมชนรูปแบบไฟฟ้า ถ้าไม่ผูกขาดปชช.จะผลิตพลังงานชุมชนทางเลือกไปตามทรัพยากรท้องถิ่น เช่นแกลบ,น้ำ,ไบโอฯชุมชนไปตามศักภาพทางทรัพยากรพื้นที่ ใช้แล้วขายต่อให้วนกลางได้ถ้าเหลือ

นั้นคือถ้านโยบายพลังงานไม่ผูกขาดด้วยกลุ่มทุน ให้ไล่ล่าอย่างเสรีแบบนี้? ทั้งในแง่การจัดหาฯ(ที่ผ่านแค่นายหน้าหลายต่อ) และการบริการ(ผูกขาดเช่นเอ็นจีวีมีแค่ปตท.) หรือทุกอย่างต้องผ่านต๋งปตท.กฝผ. ทำให้ นโยบายพลังงานทางเลือกของผมต้นฉบับของผม ถูกตัดตอนเพราะต๋งแบบนี้?

ทั้งการบริการ การจัดหา มันผ่านนายหน้าหลายต่อ แล้วเป็นการปั่นราคาผ่านการบริหารแบบนายหน้าตัวเดียวแต่หลายกระเป๋า จนได้ราคาต้นทุนเทียม เช่นค่าขนสูงบวก สูงแต่เป็นต้นทุนที่ปตท.ได้รับทางบัญชีอีกกระเป๋า?(นั้นคือสาเหตุที่กำไรรวมอื้อ) นี่ไม่รวมการเล่นกลทางบัญชีจนได้ต้นทุนเทียม

หรือการสร้างต้นทุนทางราคา ผ่าน อิมปอร์ตเอ็กปอร์ตในการเล่นกลทางเส้นทางพลังงานเพื่อ สร้างราคาผ่านายหน้าหลายต่อต่างตอบแทนกับนายหน้าสิงคโปรในการเล่นกลทางบัญชีและเส้นทางการขนส่ง?

นี่คือเงื่อนไขการผูกขาดด้วยทุนนิยมอย่างเสรี? ผ่านนโยบายทางพลังงานจนโครงสร้างราคามันผ่านนายหน้าหลายต่อและได้ต้นทุนเทียม โดยที่ต้นทุนนั้นไปบวกให้บ.ปตท.ลูกหรือร่วมทุนกลุ่มทุนนายหน้าต่างประเทศอย่าสิงคโปร(ข่าวการร่วมทุนกับนายหน้าทางพลังงานที่สิงคโปร)

ผลคือก้อนราคาจะถูกปั่นผ่านายหน้าหลายต่อแบบนั้นจนก้อนราคากลิ้งทัพปชช.ทั้งต้นทุนเทียมและผ่านายหน้าหลายต่อ?  ที่ต่างจากกรณีจีน ที่ต่อท่อตรง ที่นายหน้าหลายต่อได้แต่อ้าปากค้าง เพราะราคาต่างกันหลายเท่า แต่ของไทยถ้ามีการร่วมทุน ก็จะออกมาแบบกรณีสิงคโปร(ปั่นราคาผ่านนายหน้าหลายต่อเพราะเอกชนต่อเอกชนอำนาจต่อรองคือผลประโยชน์เอกชน) ไม่ใช่จีนกับอิหร่าน(รัฐต่อรัฐอำนาจต่อรองบางทีการทหารเข้าไปบีบแบบอเมริกา คุณจะได้พลังงานมาโคตระถูกเลย)

พม่า หรือเขมรกับเรานี่เหมือนกัน ?ถ้าให้เสียพุงกลางปตท.ทำแบบนี้ มันจะคนล่ะกรณีระหว่างจีนอิหร่าน อเมริกากับประเทศที่มีพลังงานเป็นเหยื่ออเมริกา(ของไทยคงไม่ใช่แบบนั้นเราประเทศเล็ก) แต่เอาง่ายๆอย่างพม่า ,เขมร ถ้าเราร่วมทุนฯหรือผลประโยชน์ร่วมแบบไทยๆตอนนี้โครงสร้างพลังงานแบบนี้ มันก็จะแบบนี้(นายหน้าหลายต่อไม่ใช่ต่อท่อตรงแล้วปชช.ไทยได้เต็มแบบจีนอิหร่าน)

ที่ผิดกับจีน,ญีปุ่น,เอมริกา เขาวางยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางพลังงาน ต่างจากเรามหาศาล นั้นหมายถึงว่า การบริหารจัดการด้านพลังงานมันเต็มเม็ดเต็มหน่วยตรงไปตรงมา ไม่ผ่านนายหน้าหลายต่อจนก้อนราคามันกลิ้งทัพปชช.แบบไทยๆอันเนื่องมาจากโครงสร้างและการวางยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางพลังงานแบบไทยๆ???

จากคุณ : อะตอม (ขอชื่ออะตอม)
เขียนเมื่อ : 16 ม.ค. 55 14:23:43

ความคิดเห็นที่ 12 ติดต่อทีมงาน

บริษัท มหาชน เปิดเผยผลประกอบการ ใช่แล้วครับ

กำไร เกือบแสนล้านทุกปี --'

แล้วมันขาดทุนตรงไหน????

แล้วที่บอกว่า NGV ตลาดโลกขึ้นมาตลอดนี่ เอาข้อมูลไหนครับ คุณลองไปหาข้อมูลย้อนหลังดูได้เลย

จากคุณ : KINKIMONO
เขียนเมื่อ : 16 ม.ค. 55 15:05:16

ความคิดเห็นที่ 13 ติดต่อทีมงาน

ผมไม่อยากให้คนไทยมองเรื่องนี้แค่จับปลายขาโรนัลโด้(ปตท.สับขาหลอกกรณีที่จับผิดกันแค่ตรงนั้น) แต่ ทางโครงสร้างราคา บวกการจัดหา(การผูกขาดด้วยทุนนิยมอย่างเสรี) คือเหมือนอ้างอิงการค้าเสรีหรือทุนเสรี

แต่โครงสร้างมันปลาใหญ่ไล่งับปลา มือใครยาวสาวได้สาวเอา แล้วเงื่อนไขพลังงานที่มันเป็นหัวใจเศรษฐกิจ หัวใจปากท้อง แต่ ปต.กำลังใช้ทฤษฎีต้มกบ(แบบที่ระบอบทักษิณเคยเอามาใช้และกลายมาเป็นปัญหา) จนถึงกาลอวสาน(แม้จะอำนาจนอกระบบและพธม.ปลุกเราตื่นออกมาจากหม้ต้มกบ ลงหม้อตุ๋นกบ ประชากรกบเลือกนายไทย โดนหนักกว่าหนีเสือปะจระเข้

ทั้งที่พธม.ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ แต่ลงท้ายกลายเป็นบ้องกัญชา(เครื่องมือเสพอำนาจร้อนแบบก้อนยาฝิ่นในไฟนอลตัวซซยไม่ใช่ตัวช่วย) แต่ผมอยากให้พธม.หรือสื่อในมือพธม.เล่นเรื่องนี่ต่อครับ เรื่องนี้ของจริงกว่าสร้างปีศาจระบอบทักษิณ(ทฤษฎีต้มกบ)

แต่ปตท. นี่แยบยล กว่าหลายเท่า กรณีมาเจตนาจับผิดขาโรนัลโด้(กรณ๊ข่าวนี้) ประเเด็นแค่นี้ไม่พอ โครงสร้างราคาทางพลังงานแบบไทย มันบิดเบือนสมาธิสั้น(เจตนาสับขาหลอกว่าอุ้มราคาแก้สให้เรามานาน)  จริงก็ผิดนั้นล่ะการบิดเบือนราคาแบบนั้น แล้วใครออกแบบให้มันเป็นแบบนั้น

เช่นเอ็นจีวี ถึงจนาดลงทุนติดตั้งให้เขาฟรี หรือให้เขาลงทุนหลงทางตามมาไกลขนาดนั้น เสร็จแล้วไปลอยแพเขา หักดิบเขา แล้วขูดเลือดจากปู ปชช.ตัวประกันอดทนคนไทยแบบนั้น

มันไม่ต่างจากเลี้ยงข้าวปชช.ตัวประกันอดทนคนไทยผมมื้อหนึ่ง แล้วทำการมอมยารูดทรัพย์ หรือกักขัวหน่วงเหนียวข่มขู่เรียกค่าคุ้มครองระยะยาวจากตัวประกันอดทนคนไทย ด้วยการอ้างแค่ว่า เคยอุ้มราคา หรือเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำมื้อหนึ่ง

ผม อยากให้เรา(พธม. หรือสว.กลุ่มนั้นจนถึงปชช.ที่เคลื่อนไหว) ตรวจสอบลึกไปกว่าต้นทุนราคาเทียม  แต่ให้ลงลึกไปถึงโครงสร้างราคาที่ผ่านายหน้าหลายต่อ การเล่นกลทางบัญชีที่หลายกระเป๋ามาก

จนถึงการเล่นกลเส้นทางพลังงาน ที่โครงสร้างราคาตรงนี้พอกหนากว่าที่มาจับผิดหลายเท่า ลองดุครับใครข้อมูลที่เป็นระบบกว่า มาช่วยกันถอดบาตร(ลงพุงอุ้มบาตร)เสี่ยพุงกลางปตท.กัน แล้วเอาความโปร่งไสในยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางพลังงานของไทยเรากลับมา ส่วนการที่จะยกเลิกการแปรณูปตามข้อเสนอพธม. ผมไม่เห็นด้วย แต่สร้างกลไกการตรวจสอบความมีธรรมาภิบาล ด้วยกลไกปชต.ผ่านโครงสร้างการถือหุ้นให้กระจายความดปร่งไสแบบใหม่เข้าไป

เรื่องนี้ต้องทำครับ และเป็นทางเลือกกว่ายกเลิกการแปรรูป(ข้อเสนอพธม.) มันจะเสียหายมหาศาลกว่า?เพราะกระทบความเชื่อมั่นหลายอย่างเกินไป???

จากคุณ : อะตอม (ขอชื่ออะตอม)
เขียนเมื่อ : 16 ม.ค. 55 15:06:20

ความคิดเห็นที่ 14 ติดต่อทีมงาน

นั่นดิ่ ขาดทุนตรงไหน ???

จากคุณ : LiMpBiZ
เขียนเมื่อ : 16 ม.ค. 55 16:01:49

ความคิดเห็นที่ 15 ติดต่อทีมงาน

ถ้าข้อมูลของ ปตทจริงนะครับ ออกมาตอก สว รสนาให้หน้าง่ายไปเลยนะครับผมเชียร์อยู่ฮ่าๆ

เอามาเลยเอาข้อมูลมาถกกันเลย หึหึ

จากคุณ : qerlic
เขียนเมื่อ : 16 ม.ค. 55 16:07:21

ความคิดเห็นที่ 16 ติดต่อทีมงาน

เชียร์ ปตท.เอาข้อมูลมาตอก สว.ให้หน้าหงายเลย แต่ระวังนะ ธนูจะปักเข่า

จากคุณ : พรรคพลังไทยเพื่อไทย
เขียนเมื่อ : 16 ม.ค. 55 18:04:00 A:124.121.24.119 X: TicketID:059889

ความคิดเห็นที่ 17 ติดต่อทีมงาน

รู้สึกเรื่องนี้เคยมีคนตั้งกระทู้ในรัชดาแล้วนะ กะ ห้องหว้ากอ

ว่าธุรกิจปตท.มีกี่ประเภท

และngv เป็น 1 ในนั้น ที่ขาดทุนอยู่ทุกๆปี

แต่ที่เห็นกำไรเยอะๆนั้นมากจากธุรกิจอื่นๆของปตท.นะ

ทำให้ไม่ขาดทุนไง ลองค้นๆกระทุ้เก่าๆดูกันละกันครับ

จากคุณ : kmitl_Pu
เขียนเมื่อ : 16 ม.ค. 55 22:13:25

ความคิดเห็นที่ 18 ติดต่อทีมงาน

เรื่องน่ากลัว ก็ แต่งบัญชี นี่แหละครับ  โยกกำไร ดันต้นทุนไว้ในบริษัทลูก บริษัทในเครือ แม้แต่การลงทุนที่ไม่เหมาะสม  ปูฐานซื้อสินทรัพย์ ดันค่าใช้จ่ายไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อให้ตัวเลขมันออกมามีต้นทุนสูง

.......เช่น ไม่มีใครสงสัยเลยว่า ปตท ลงทุนระบบท่อ รถ สถาีนี คน ไป เหมาะสมหรือไม่ "ราคา" เมคขนาดไหน ที่เอามาทำเป็น "ต้นทุน" ในการจัดส่งแก๊ส มากขนาดนั้น  .....มีทรัพย์สินในธุรกิจ NGV เพิ่มขึ้นเท่าไร   หรือเอาทรัพย์สินในธุรกิจ NGV ไปใช้ร่วมกับธุรกิจอย่างอื่น แล้วเอาค่าใช้จ่ายมาลงรวมไว้

จากคุณ : birdeyeview
เขียนเมื่อ : 17 ม.ค. 55 08:07:33

ความคิดเห็นที่ 19 ติดต่อทีมงาน

อ้อครับ สัญญานล่าสุด(ศาลปกครองยกคำร้องคุ้มครองชั่วคราวกรณีขอขึ้นฯ) นั้นแสดงถึงเขาซูเอี๋ยอำนาจ ผลประโยชน์เรื่องปตท. กันลงตัวแล้ว ?ทั้งทุนเก่าทุนใหม่ และทุนระดับกลางที่เป็นชนชั้นกลางไปมีหุ้นในนั้น?(แม้แต่คนสื่อกระแสหลักก้ไม่กล้าแตะเพราะมีเอี่ยวเล็กๆ)

ล้วนเป็นคนมีบทบาทนำในสังคมทั้งหมด ทั้งนักการเมืองตัวเล็กตัวใหญ่ เหลือแต่ตัวประกันอดทนคนไทย ปลาสิวปลาสร้อยตัวน้อยๆให้เขาไล่ฮุบ หรือเก็บค่าคุ้มครองระยะยาวจากนักปกครองสองขั่วอำนาจที่ซูเอี๋ยกันเรียบร้อยแล้ว

ทั้งที่กรณีนี้ เนื้อหามีผลกระทบมหาศาล วงกว้าง เนื้อหาถ้าตุลาการอภิบาลภิวัฒน์ไม่ไร้มาตรฐานมั่วแบบเดิมๆ เรื่องนี้ ต้องให้เกียรติปชช.บ้าง? (เพราะทักให้รำคาญเล้กๆเองที่เหลือสวามปามกันทางสะดวก)

แม้กรณีปตท.และกระทรวงพลังงานรบ.ที่เกียวข้องบริหารบิดเบือนราคามานาน แต่เงื่อนไขตรงนั้นแค่สับขาหลอก เพราะ การบิดเบือนราคาการใช้พลังงานนั้น ของจริงใหญ่กว่านั้นมาก(อย่างที่ชี้ไว้ข้างบน)

แต่ผลประโยชน์ตรงนั้นกลุ่มทุนเก่า(ศักดินาล้าหลังก็มีเอี่ยวลงตัวเขาแล้ว)ทุนใหม่(สามานย์)งานนี้อ้อยเข้าปากช้างแล้วครับ? สังเกตุสิ? สื่อกระแสหลักเงียบกริบ ส่วนใหญ่จะนำเสนอแบบแคะๆเกาๆขี้กลาก

พวกที่ชงเรื่องฟ้องนั้น ก็มือไม่ถึง? หรือถึงจริงตั้งหลักได้ หลังจากมีคนช่วยกันชงให้ ก็จะถูก"ตุลาการอภิบาลนุมัติ"ตอกหน้าหงายกลับมาอย่างกรณียุบพรรคปชป. อย่างหน้าด้านๆ ที่คนเขารอหมอลำงานประจำปีเป็นไฮไลท์สุด เกณฑ์ลูกเกณฑ์หลาน มานั่งจับจองที่นั่งเป็นหลายชม. ลุ้นนั่งฟังหมอลำวงดัง(ตุลาการอภิบาลนุมัติ)

แต่พอเปิดงานต้อนรับคนดูที่แห่มาลุ้น แบบท้าทายก้อนอิฐชาวบ้านด้วยการร้องหมอลำเปิดพร้อมปิดงานว่า

"พอแต่เปิดผ้าม่านกั้งหมาจี้(เย๊ฯ)พ่อจี้แม่ ผู้ฟังเอ้ย สูสิมากันเฮ็ดหยั๋ง ฆ้อนสิถั่งผู้ฟังซ้ำ"???

นั้นล่ะครับท้าทายปชช.คนดูระดับนั้นจริงๆศาลพระโคนั่งแท่นกลุ่มนั้น ควรจะโดน ก้อนอิฐ หรือระเบิดปา ตกบัลลังก์ โทษฐานที่ใครถือหางจึงกร่างหนัก ไม่เห็นหัวปชช. มองปชช.โง่ยังกะวัวกะควาย? ไปแบบน้ำขุ่มหน้าด้านๆที่สุด เท่าที่เคยมีคดีมา

เรื่องปตท.นี่เหมือนกัน ที่สุดแล้วก็จะแบบนั้น? เขาปรุงเสร็จตั้งแต่ในซองแล้ว ว่าจะออกทางไหน ถือหางกลุ่มทุนหรือปชช. บนผลประโยชน์ที่ลงตัวแล้วแบบนั้น? ผมแนะนำให้ปลง? ให้กินยา"ทำใจ" รักษาได้ทุกโรคจริงๆ  เกิดเป็นคนไทย ใครจะทนเท่าคนไทย? ทำไปก็แค่ เอาไม้จิ้มฟันไปจิ้มปากช้าง เพราะถ้าจะง้างกันจริงๆ ระดับผ่าตัดล้วงลงไปถึงลำไส้ใหญ่???

ผมสมเพสประเทศไทยครับ ?เสื่อม? กันขนาดนั้นยิ่งตัวใหญ่ยิ่งหนังกลับ? ยิ่งคุ้ยยิ่งเจอ?ความฟ่อนเฟะ มันเละเทะไปแล้วบ้านนี้เมืองนี้ยิ่งผลประโยชน์ชิ้นปลามันอันนี้???

จากคุณ : อะตอม (ขอชื่ออะตอม)
เขียนเมื่อ : 17 ม.ค. 55 11:11:42

ความคิดเห็นที่ 20 ติดต่อทีมงาน

อ้อ ครับข้อเสนอ"เมืองไทยผู้ส่งออกน้ำมันทดแทนรายใหม่ของโลก" (คิดก่อนรบทักษิณ1)ต้นแบบนี้ไม่ใช่เพ้อฝัน แต่เงื่อนไขวิสัยทัศน์ทางพลังงานไทย เน้นมักง่ายซื้อมาขายไปทำกำไรแบบฉาบฉวยระยะสั้น? ตามต้นแบบลูกพี่กลุ่มทุนนายใหญ่ นายหน้าสิงคโปรฯของเขาค้าคายแบบนายหน้า แต่ของเรามีศักยภาพระดับปลูกจมูกทางพลังงานเป็นของตัวเองได้ แต่เราเน้นตามศงคโปร? หรือรีดเลือดจากปชช.คนจนๆแบบไทยๆนี่ล่ะมันง่ายดี

เพราะการปลูกจมูกทางพลังงานไว้หายใจมันต้องงวางระบบหลายอย่างรองรับมาก ต้องอดทนพัฒนาอย่างมีเป้าหมายมีแผนระยะยาว ไม่ใช่พอโตมาหน่อยโดนปตท.ฆ่าตัดตอนแบบนี้ตอนนี้? ที่สำคัญต้องลดการกระจายการผูกขาดทางโครงสร้างพลังงาน เพราะไม่งั้น ปตท.บีบ พลังงานทดแทนหน้าเขียวหมด

เพราะมันต้องมีพัฒนาการสวนทางกันกับ(พ่อค้าที่เน้นซื้อมาขายไปฟันกำไรฉาบฉวย) แล้วถ้าเมืองไหร่ไปพัฒนา ให้คนไทยมีจมูกไว้หายใจทางพลังงานเอง ยิ่งโครงการพลังงานชุมชนต้นแบบผม(มันจะจูงจมูกโดยปตท.ยาก?)

ที่สุดโดนนโยบายรัฐ และเสี่ยพุงกลาง จับดอง ศักยภาพ ทางพลังงานทดแทนของไทยระดับผู้นำได้ แต่เงื่อนไขคือวิสัยทัศน์ระยะยาวมันขวางทางรวยของระบบผูกขาดหรือทุนนิยมนักล่าอย่างเสรีที่เน้นทำกำไรระยะสั้น?

เพราะมันจะกระจายการผูกขาดออกไปหาเจ้าอื่นหรือไปเพิ่มศักยภาพการพึ่งพาพลังงานแบบชุมชนต้นแบบผมมากขึ้น เพราะคนมีจมูกทางพลังงานไว้หายใจเองมากขึ้น(พลังงานชุมชน) นั้นคือปตท.จะจูงจมูกสนตะพาย ควายไทยยากขึ้น

นั้นคือสาเหตุที่ต้นแบบแผนพลังงานผม? เป็นหมัน หรือไฟไหม้ฟาง ท่าดีทีเหลว เห็นรูปธรรมปตท.สผ.(ตามต้นแบบผมเสนอสมัยก่อนทักษิณหนึ่งเรื่องเมืองไทยผู้ส่งออกน้ำมันทดแทนรายใหม่ของโลก)มีหลักฐษนนะครับไม่ได้โม้???

เพราะ มีสเตอร์เอธานอล(อลงกรณ์) สมัยนั้น เอาจริงกว่าใคร แต่โดน รบ.ทักษิณ เน้นซื้อมาขายไฟฟันกำไรฉาบฉวยดีกว่า จึงมีอุปสรรคหลายอย่างมากในต้นแบบแผนพลังงานผม เห็นรูปธรรมบ้างเรื่องการจัดหาพลังงานที่ลดการจัดหาแบบเดิมๆ(เน้นผ่านตะกร้าราคาของนักปั่นราคาเดิมๆ เพราะปตท.เน้นทางนั้น)

จนมีการยกตัวอย่างจีนอิหร่านนั้นคือต้นแบบที่เราได้ปตท.สผ. ในรูปธรรม แต่ผล ผมยังไม่ได้ตามว่ารูปธรรมของสัดส่วนผลประโยชน์จริง มันผ่านต๋งปตท. เกือบทั้งหมดแบบเดิมๆหรือไม่ ที่ทอนแค่เศษๆ และ เก็บค่าคุ้มครองแบบมัดมือชกแบบเดิมๆ หรือไม่ถึงได้พลังงานราคาถุกโดยที่ลดการจัดหาผ่านตระกร้าราคาแบบเดิมๆ

นั้นคือ เงื่อนไขที่เราต้องรื้อแผนพลังงานใหม่ทั้งหมด

จากคุณ : อะตอม (ขอชื่ออะตอม)
เขียนเมื่อ : 17 ม.ค. 55 11:52:38

ความคิดเห็นที่ 21 ติดต่อทีมงาน

ต้นแบบพลังงานชุมชน หรือพลังงานทดแทนผม คนละอันกับการพัฒนาไบโอดีเซลของในหลวงน่ะครับ เพราะตรงนั้น เป็นงานวิจัยทำถวายฯ

แต่คนทำถวายเอามาโยงเพื่อเอาหน้า ตามต้นแบบผม เพราะถ้าใช่จริง ประชาชนที่พัฒนาเอาน้ำมันมะพร้าวมาใช้นักวิจัยป.4ผมจะไม่โดนจับ เพราะ ถ้าทิศทางเดียวกันทำไมปัญหาเรื่องพัฒฯใช้เองแล้วโดนจับจึงมี ถ้าเป็นนโยบาย

ที่สำคัญที่สุดสมัยที่ผมคิดต้นแบบ เอธานอล ยังติดเงื่อนไขภาษีสรรพสามิตรด้วยซ้ำ นั้นคือหลักฐานว่าเราไม่มีแผนพลังงานตามาต้นฉบับผม เลย แต่หลังจากที่เสนอ(ต้นแบบแผนพลังงานผมไปโผล่ที่งานเหลี่ยวหลังแลหน้าที่อิมแพคเมืองทอง)

ชนิดที่ผมสดุ้งโหย่ง มันลอกกันดุ้นแบบนี้เหรอ? นั้นคือที่มาปตท.สผ. แต่พลังงานทดแทนแท้งส์ก่อน เพราะสวนทางกับนโยบายพลังงานที่เน้นฟันกำไรแบบผูกขาดฉาบฉวยแบบพ่อค้านายกน้าสิงคโปร

นั้นคตือเหตุผลสำคัญที่ แผนพลังงานทดแทน ออกมาแบบนี้ไม่สำเร็จเหมือนบราซิล ทั้งที่ตอนนั้นบราซิลพัฒนาน้ำมันถุกเป็นแรงจูงใจน้อยกว่าเราหลายเท่า แต่เงื่อนไขคือ แผนเขามีเป้าหมายมีวิสัยทัศน์ ไม่ใช่วิสัยทัดดอกไว้(ก้านคอ) กันแบบไทยๆ

มันจึงทำให้แผนพลังงานที่มีวิสัยทรรศ มันกลายเป็นวิสัยทัดดอกไม้ จนคอพับคออ่อน พับแผนต้นแบบผม ม้วนเสื่อกลับบ้านหันไปคลานตามปตท.จูงจมูกทางพลังงาน สนตะพายกันอย่างว่าง่ายๆแบบนี้ทั้งที่ศัยภาพทางพลังงานทดแทนไทยปลุกจมูกทาวงพลังงานไว้หายใจ ถึงส่งออกได้

ใกล้เคียงบราซิล และเป็นผู้นำภูมิภาคได้ ถ้าเชื่อมโยง พืชพลังงานผ่านการรวมตัวกันในอาเซื่ยนหรือประเทสส่งออกพืชพลังงานหลักๆ  ให้เราเป็นศูนย์กลาง เพราะเราพร้อมเริ่มก่อน มีศักยภาพพืชพลังงาน เป็นของตัวเองระดับหนึ่ง?

แต่ถ้าจะขยายระดับส่งออก ก็แค่ร่วมมือกับประเทศร่วมค้าพืชพลังงานเพื่อใช้เราเป็นศูนย์กลางกลั่นบนความพร้อมที่มากกว่า เพื่อสร้างอำนาจต่อรองทางพลังงานต่อเวทีโลก ในระดับ ส่งออกพืชพลังงานทดแทน

แผนนี่ถ้าทำจริง ไม่ไปมั่วกับแผนพลังงานที่ใช้ปตท.เป็นศูนย์กลาง แต่ใช้แผน แห่งชาติเป็นศูนย์กลาง กันปตท.หรือกลุ่มทุนนักล่าพ่อค้าน้ำมันฟอสซิล บีบให้แท้งส์ก่อนแบบที่แล้วๆมาอีก???

จากคุณ : อะตอม (ขอชื่ออะตอม)
เขียนเมื่อ : 17 ม.ค. 55 12:16:38

ความคิดเห็นที่ 22 ติดต่อทีมงาน

แฉ กันมาเลยดีกว่า่ ว่าผู้ถือหุ้น ปตท.มีใครเกี่ยวข้องโยงใยกันยังไงกับรัฐบาลชุดนี้บ้าง
เอาให้ตาสว่างกันสักที

จากคุณ : สะพานข้ามคลอง (สะพานข้ามคลอง)
เขียนเมื่อ : 17 ม.ค. 55 12:18:11

ความคิดเห็นที่ 23 ติดต่อทีมงาน

ถ้า ปตท ทำ NGV แล้วขาดทุน

ก็ ให้คนอื่นเค้ามาทำสิ อย่าผูกขาด โลกเสรี ไม่ใช่เหรอ ???

จากคุณ : Las Fridae
เขียนเมื่อ : 17 ม.ค. 55 16:14:22

ความคิดเห็นที่ 24 ติดต่อทีมงาน

http://www.set.or.th/set/companyholder.do?symbol=PTT&language=th&country=TH

จากคุณ : คุณชายเอก
เขียนเมื่อ : 17 ม.ค. 55 23:39:31

ความคิดเห็นที่ 25 ติดต่อทีมงาน

มันไม่จบ

จากคุณ : WillBeHere
เขียนเมื่อ : 18 ม.ค. 55 01:18:29

ความคิดเห็นที่ 26 ติดต่อทีมงาน

ความคิดเห็นที่ 22 [ถูกใจ] [แจ้งลบ] ติดต่อทีมงาน

แฉ กันมาเลยดีกว่า่ ว่าผู้ถือหุ้น ปตท.มีใครเกี่ยวข้องโยงใยกันยังไงกับรัฐบาลชุดนี้บ้าง
เอาให้ตาสว่างกันสักที

จากคุณ : สะพานข้ามคลอง (สะพานข้ามคลอง)


จัดให้ จะได้ตาสว่าง

กระทรวงการคลัง
1,459,885,575
51.15%

กองทุนรวม วายุภักษ์ หนึ่ง โดย บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)
217,900,000
7.63%

กองทุนรวม วายุภักษ์ หนึ่ง โดย บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน)
217,900,000
7.63%

บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด
88,919,503
3.12%

CHASE NOMINEES LIMITED 42
72,840,201
2.55%

HSBC (SINGAPORE) NOMINEES PTE LTD
57,254,742
2.01%

STATE STREET BANK AND TRUST COMPANY
41,235,271
1.44%

NORTRUST NOMINEES LTD.
31,371,462
1.10%

สำนักงานประกันสังคม (2 กรณี)
25,794,700
0.90%

STATE STREET BANK EUROPE LIMITED
21,065,302
0.74%

GOVERNMENT OF SINGAPORE INVESTMENT CORPORATION C
16,981,300
0.59%

THE BANK OF NEW YORK MELLON
14,965,000
0.52%

http://www.settrade.com/C04_05_stock_majorshareholder_p1.jsp?txtSymbol=PTT&selectPage=5

ข้อมูลผู้ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เขาเปิดเผยโปร่งใส ก็มีกระทรวงการคลังนี่แหละเกี่ยวข้องกับรัฐบาล(ทุกชุด) 5555

จากคุณ : Salted Egg
เขียนเมื่อ : 18 ม.ค. 55 07:43:15

ความคิดเห็นที่ 27 ติดต่อทีมงาน

เอามาทำไมรายชื่อแค่นี้ เพราะคนชักใยเบื้องหลัง รายชื่อพระประธานนั้นมีมัคฑายกเบื้องหลังคนหยิบเงินบริจาคหลังพระประธานใครบ้างอย่างไรบ้าง ตรงนั้นสำคัญกว่า

เพราะลักษณะหน้าไหว้หลังหลอกปากปราศรัยน้ำใจเล่นก้านคอแบบไทยๆ หน้าฉากหล่อแต่เบื้องหลังหลอกบริโภคนิ่งๆเงื่ยบๆนี่ยิ่งเสียบจมมิดด้ามเลยในการแทงข้างหลังหรือหรือพวกส.กินเงียบพุงปลิ้นกว่าส.กินเกลี้ยง???

จากคุณ : อะตอม (ขอชื่ออะตอม)
เขียนเมื่อ : 18 ม.ค. 55 09:51:37

ความคิดเห็นที่ 28 ติดต่อทีมงาน

อ้อ กรณีที่มีคนย้อนแย้งเรื่องพลังงานทดแทน นั้นมีปัญหาเครื่องยนต์มันเป็นเหตุผลเพื่อเป็นกับดักทางผลประโยชน์ธุรกิจเขา(แม้มันจะมีบ้างเพราะเราพึ่งเริ่มต้นปรับตัว) แต่บราซิล เขาเดินมาก่อนเราเขาปรับตัวอย่างไรนั้นเขามีฐานแค่ในประเทศ แต่ของเราขยายฐานไปยังประเทศทั่วภูมิภาคได้เพราะมีฐาน?รัพยากรด้านนี้ใกล้เคียงกัน

ทั้งเงื่อนไขแรงจูงใจ หรือเงื่อนไขความคุ้มค่าการลงทุนนั้นคือราคาพลังงานฟอสซิลสมัยนั้นที่บราซิลพัฒฯมาใช้ ถูกกว่านี้มากหลายเท่า เขายังเดินต่อได้บนฐานรองรับอุปสงค์อุปทานแค่ในประเทศ

จนคนที่จะหยิบเรื่องปลูกพลังงานทดแทนมาหายใจเองตอนนั้น เห็รนต้นแบบนั้น ต้องคิดหนักมาก เพราะมันต้องลงทุนปูทางมาทางนั้นมหาศาล ก่อนจะได้จมูกทางพลังงานเอาไว้หายใจเอง บราซิลเจอปัญหาอุปสรรคกว่าไทยหลายตัวแปรมากแต่เขาไปไทไปแล้วแต่ของเรามีแรงจูงใจสูงมาก แต่ยังเป็นไทยที่มียยักษ์ตนนั้นกำกับพันธนาการให้จมูกเราผูกติดกับพลังงานฟอสซิลชนิดติดตูดนายหน้าหลายต่อกลุ่มทุนพลังงานเกินไป

แต่เมืองไทยมีเหตุผลแรงจูงใจสูงกว่ามหาศาลทั้งศักยภาพ ที่ซ่อนไว้ระดับผู้ส่งออกน้ำมันทดแทนรายใหม่ของโลก? มีเหตุผลแรงจูงใจ ศักยภาพ มากกว่าบราซิลในเหตุผลแรงจูงใจมหาศาล

แต่ติดเงื่อนไขทางวิสัยทัศน์ด้านพลังงาน เพราะไปติดกับดักหลุมพลางตรงนั้น(ที่ชี้ไว้ข้างบน) เพราะทิศทางมันสวนทางกับเขา?และ เพราะถ้ายิ่งเดินหน้า ต้องลดการผูกขาด กระจายการผลิตพลังงาน มายังชุมชน ปชช. ทางกลไกพืชพลังงาน จนกลายเป็นคู่แข็งทางธุรกิจ หรือการกระจายศักยภาพการผูกขาดเรื่องพลังงานไว้กับกลุ่มทุน ถ้ากระจายมาให้ปชช. ด้วยนโยบายแบบพลังงานทดแทน

มันจึงเป็นปฎิภาคกลับกันนั้นคตือเหตุผลที่เราวางยุทธศาสตร์หรือแผนพลังงาน ผูกติดกับปตท. มันจึงออกมาแบบนี้???

จากคุณ : อะตอม (ขอชื่ออะตอม)
เขียนเมื่อ : 18 ม.ค. 55 10:05:24

ความคิดเห็นที่ 29 ติดต่อทีมงาน

รัฐวิสาหกิจถ้ายืนบนขาตัวเองไม่ได้ สุดท้ายก็เป็นเหมือนขสมก. รฟท. ย่ำเท้าถอยหลัง

ปตท.ถ้าให้ส่วนNGVขาดทุนมากๆ การสนับสนุนกิจการส่วนนี้ก็ลดน้อยลง
สุดท้ายปตท.ก็หยุดพัฒนา NGV หยุดการเพิ่มปั๊ม เพราะทำไปก็ขาดทุน แถมบิดเบือนการใช้พลังงานในอนาคตอีกตะหาก

ส่วนตัวเชื่อว่า ลอยตัวพลังงานทุกอย่างเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่บิดเบือน
แต่คนรากหญ้าอาจสำลักพลังงานตายได้

จากคุณ : BonaPart
เขียนเมื่อ : 18 ม.ค. 55 23:18:28

ความคิดเห็นที่ 30 ติดต่อทีมงาน

คุณ"BonaPart "#29ครับ เงื่อนไขตัวทรัพยากร มันต่างจากสองกรณีที่คุณยกมา ไม่งั้นเขาจะไม่จ้องทำก่อนอันอื่นๆ เพราะมันชิ้นปลามัน?(มันฉลาดเลือก)

แต่การมองการบิดเบือนการใช้NGVที่คุณมองแค่กระพรี้ของโครงสร้างราคาและปลายน้ำของปัญหา(อย่างที่ผมชี้มาข้างบน) แต่เงื่อนไขการบิดเบือนโครงสร้างราคามาจากทั้งนโยบายรัฐ?ในยุทธศาสตร์แผนพลังงานที่ผิดพลาด จนสรุปลอยแพปชชด้วยแผนที่ผิดพลาดนั้นคือการบิดเบือนการใช้พลังงานโดยนโยบายปชช.รับกรรม?

และตัวปตท.เอง เช่นNGV ปตท.โดยนโยบายรบ. บิดเบือนการใช้พลังงานเองมาแต่ต้น(ขนาดลงทุนติดตั้งให้เขา สนับสนุนให้เขาหลงทางตามมาเป็นพรวนแล้วไปลอยแพเขา)หลายเรื่องหลายกรณ๊ทั้งแกสโซฮอลLPG เช่นชัดๆกรณีNGV ตอนนี้ และก่อนนั้น สถานีก็มัดมือชกบริการไม่พอเพราะเจตนาผูกขาดการให้บริหารเจ้าเดียว

ต้นน้ำการบิดเบือน ตามข้อมูลปลายน้ำคุณ ก็มาจากปตท.และนโยบายรัฐ แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นหลักของผม แต่ผมกำลังชี้ไปที่การบิดเบือนราคาที่ใหญ่กว่า ขี้หมาก้อนหนึงตรงที่คุiไปจับ(ประเด็นนี้มันแค่จับปลายขาโรนัลโด้) แต่ของจริงมันคือดินพอกหางหมูก้อนราคาทางโครงสร้างราคาที่บิดเบือนต้นทุน ของปตท.ที่พอกราคาผ่านายหน้าหลายต่อ เล่นกลทางบัญชีและเล่นกลทางเส้นทางพลังงานเพื่อปั่นราคาผ่านนายหน้าหลายต่อ

ถ้าคุณอ่านข้างบนจะไม่มาตั้งประเด็นเด็กๆนี้เลย นั้นคือเรากำลังถามหาต้นทุนที่แท้จริง ที่ปตท.อ้างว่าขาดทุน จริงๆมันขาดทุนจริงหรือไม่ ? แล้วถ้าคุณเหมาเข่งตรงนี้ไปทำแล้วบอกขาดทุน(หรือแค่ขาดทุนททางบัญชีกระเป๋าหนึ่ง) ผมเชื่อว่า ถ้าไม่ผูกขาด บางที่คนอื่นทำกำไรแค่นั้นเขาพอ?แก้ปัญหาแค่บริหารจัดการกระเป๋าคุณ เพราะะจริงๆผลประกอบการรวมทุกกระเป๋าก็คือกำไรมหาศาล

เพราะข้อเท็จจริงคุณขาดทุนทางบัญชีกระเป๋าหนึ่งแต่เอาไปโป้ว ให้กระเป๋าสองกระเป๋าสาม แถมมีงบกลางรบ.อุดหนุนเติมให้อีก? เติมกระเป๋าสำรองที่คือเงินภาษีปชช.ให้คุณอีก ตรงนี้คือประเด็นหลักครับ???

เพราะต้นน้ำของการบิดเบือนการใช้พลังงานมาจากนโยบายรัฐและตัวปตท.เอง? ไม่ใช่ปชช. แล้วความรับผิดชอบอยู่ไหน? ทั้งที่ผลรวมคุณกำไรอื้อ การขาดทุนทางบัญชี ที่จริงคือกำไรมหาศาล นั้นเป็นหน้าที่ ที่คุณจะบริหารจัดการกระเป๋าคุณ?ไม่ใช่มาปล้นปชช.หรือรีดเลือดจากปู โดยที่เงินอุดหนุนกระเป๋าจากภาษีปชช. นั้นก็เกินเลยแล้ว

ประเด็นบิดเบือนที่คุณว่าจึงไม่ใช่(มีส่วนนิดเดียวเองตรงการบริหารกระเป๋าคุณหรือขาดทุนทางบัญชี) โดยหน้าที่คือคุณต้องไปปรับตรงนั้น แล้วถ้าทำไม่ได้มองว่ากำไรลดลง

นึงเอาคืนมา? ถ้าไม่มีปัญญาทำ เอาคืนมาให้ตู? ปชช.ตู ? ตูจะทำให้ดูรับรองปชช.ตูเป็นไททางพลังงานไม่ให้ปตท.จูงจมูกเหมือนวัวเหมือนควายร่วมกับนายหน้ากลุ่มทุนข้ามชาติและที่สำคัญการจัดหาพลังงานแบบตู รับรองปชช.ตู ใช้น้ำมันถูกว่านี่เกือบครึ่งและมีทางเลือกเป็นของตัวเองกว่านี้ลดการพึ่งพาน้ำมันฟอสซิล เพราะตูจะให้ปชชตูปลูกจมูกทางพลังงานไว้หายใจเองรวมไฟฟ้าด้วย???

ไม่ได้โม้ด้วยเพราะแผนพลังงานที่พวกนึงมันลอกไป แต่เอาไปแค่ครึ่งๆกลางๆที่สุด มันขัดทางรวยของกลุ่มทุนปตท.เพราะถ้าพัฒนาจริงๆตามแผนตูมันสวนทางกลุ่มทุนนักฟันกำไรระยะสั้นจึงดองแผนตูไว้?

ผมสรุปอีกทีการบิดเบือนการใช้และราคาหรือต้นทุน เกิดจากการบริหารกระเป๋าปตท.ผิดพลาดครับ เป็นหน้าที่ที่คุณต้องรับผิดชอบทางกระเป๋าคุณและเพราะคุณเหมารวมทุกต๋งพลังงานไปแล้วแล้วถ้าทำไม่ได้ เอาคืนมา? อย่าอ้างโน้นอ้างนี่ พุงก็กางขนาดนั้น (หรือจะให้ตูถอดบาตรให้) ยังจะมามาเลือกวีธีขาดทุนทางบัญชีกระเป๋าหนึ่งแล้วใช้วิธีการปล้นกระเป๋าปชช.ตู? โดยรบ.นี้ สนับสนุนการปล้นปชช.ตูด้านๆแบบนี้???

จากคุณ : อะตอม (ขอชื่ออะตอม)
เขียนเมื่อ : 19 ม.ค. 55 09:52:11

ความคิดเห็นที่ 31 ติดต่อทีมงาน

ส่วนการมองมิติว่ารบ.ต้องหาเงินเข้ากระเป๋าบ้างเพื่อเพิ่มศักยภาพทางการคลังและลดภาระทางบัญชีกลุ่มนี้(:-)ไปโป้ว์ให้มันทำไม?มันเหมาไปแล้วนิถ้าไม่มีปัญญาหาว่าขาดทุน ให้มันเอาคืนมาให้หมด)ขี้คล้านมันจะรีบบอกว่างั้นไม่ต้องนู๋จัดการเอง?

เพราะกำไรปตท.ที่ส่งคลัง?เทียบกับเงื่อนไขทางบัญชีคลังทั้งหมด (ทางอื่นที่มีผลกระทบจากค่าพลังงานเพิ่มขึ้น)จนถึงผลกระทบภาพรวมเศษฐกิจมิติอื่นๆ ที่คุณมองว่า ทำแบบนี้ มันจะได้เพิ่ม? เปล่าเลย? ติดลบหนักกว่าเดิม?ในภาพรวมในการไปคิดว่าจะมีเงินเข้ากระเป๋าผ่านการตัดสินใจแบบนี้?

เพราะกระเป๋ารวมอื่นที่เป็นผลกระทบจากหัวใจเศรษฐกิจอันนี้ ถ้าค่าพลังงานเพิ่มทุกตัวแบบนี้ มันติดลบหลายเท่า ถ้าเอาสมองคิดไม่เอาส้งทีนคิด หรือถ้าเอาท้องคิดแบบโง่บริโภคจนพุงกางทั้งรบ.กลุ่มทุนฯแบบต่างตอบแทนกัน(ตูจะถอดบาตรพวกนึง)มันจะไม่ตัดสินใจแบบนี้???

จากคุณ : อะตอม (ขอชื่ออะตอม)
เขียนเมื่อ : 19 ม.ค. 55 10:07:54

ความคิดเห็นที่ 32 ติดต่อทีมงาน

เอางี้ ถ้าบอกว่าจะไม่บิดเบือนราคาต่อไป จะต้อง เอาทั้งหมดในโครงสร้างราคา ทั้งหมดที่เล่นกลทางบัญชีไว้เล่นกลทางเส้นทางพลังงานไว้? เอามาแบให้ปชช.ตูดูให้หมด เพราะ

บ.ปตท. ยังเป็นของรัฐเกินครึ่ง ก็เท่ากับเป็นของปชช.ตูเกินครึ่ง นั้นคือสิทธิที่ปชช.ตูจะต้องรู้เพราะการขุดเลือดจากปูคือ สุดท้ายใครจ่าย ปูปชช.ตัวประกันอดทนคนไทยใช่ไหม?

เอาสิแฟร์ๆ ถ้าไม่กล้าเอามาแบ ก็อย่าทำ?เอาคืนมา?ตูจะทำให้ดูอย่าคิดว่าบังหลังอันธพาลตัวใหญ่หมัดหนัก แบ่งกันอ้วน? แล้วคิดว่าตูและปชช.ตูไม่กล้า?หลงตัวเองแบบนั้น นั้นล่ะแล้วมันจะซวยคู่???

จากคุณ : อะตอม (ขอชื่ออะตอม)
เขียนเมื่อ : 19 ม.ค. 55 10:14:28

ความคิดเห็นที่ 33 ติดต่อทีมงาน

อ้อไม่ใช่ทรัพยากรทางพลังงานที่เป็นของคนไทยที่พวกเอ็งเหมาเข่งไปบริหาร นั้นคือของปชช.คนไทยทั้งหมด เขามีสิทธิที่จะได้รับการกระจายทรัพยากร ของชาติอย่างเป็นธรรม(แม้ไม่ต้องเท่าเทียมกันเพราะเป็นไปไม่ได้)

แต่เงื่อนไขคือต้องเป็นธรรมผ่านคำว่า"ธรรมาภิบาล" ที่รบ.นี้ต้องทำงานในหน้าที่นี้ ไม่ใช่ไปซูเอี๋ยกลุ่มทุนมาปล้นปชช.ตัวประกันอดทนคนไทยแบบนี้???

จากคุณ : อะตอม (ขอชื่ออะตอม)
เขียนเมื่อ : 19 ม.ค. 55 10:20:00

ความคิดเห็นที่ 34 ติดต่อทีมงาน

555ก่อนไปตูจะให้ศิลให้พร หลังจากเขกกะบาลสั่งสอนไปหลายดอก???

"นโมอะยะ นโมอะยะ ไอ้ตัวไหนว่ะ พุงโต" มาใกล้ๆนี่ตูจะให้ศิลให้พร

ทัพพีตีโยม ใครเป็นกลากเป็นเกลื้อน ชันนะตุ

ปล.(พระก็มีปล.น่ะโยม) อ้อตัวไหนหนังกลับด้วยน่ะ???

จากคุณ : อะตอม (ขอชื่ออะตอม)
เขียนเมื่อ : 19 ม.ค. 55 10:34:13

ความคิดเห็นที่ 35 ติดต่อทีมงาน

สรุปก็คือ
ถ้าคิดว่าปตท.กำไรเยอะความเสี่ยงน้อยขาดทุนไม่มีอยากเป็นหุ้นส่วนเชิญซื้อหุ้นจะได้ร่วมหัวจมท้ายกันไป
ถ้าคิดว่าปตท.ชั่ว เลว แพง ก็รวมหัวกันไปใช้ปั้มอื่นที่มันถูกกว่าบริการดีห้องน้ำสะอาดกว่า ปตท.ไปเลยง่ายสุด
เพราะปั้มน้ำมันปั้มแก๊สในประเทศไทยไม่ได้มีแต่ ปตท.เจ้าเดียว

จากคุณ : F-MISSILE
เขียนเมื่อ : 19 ม.ค. 55 13:42:57

ความคิดเห็นที่ 36 ติดต่อทีมงาน

..

 
 

จากคุณ : electrician
เขียนเมื่อ : 19 ม.ค. 55 14:17:19

ความคิดเห็นที่ 37 ติดต่อทีมงาน

ราคา IPO @35 บาท  ราคาปัจจุบัน 331 บาท     ราคาเพิ่มขึ้นมาหลายเท่าตัว  
ถามว่าใครได้ประโยชน์  แน่นอนสิครับมันก็คือผู้ถือหุ้น
แล้วถามว่าใครละถือหุ้น????

 
 

จากคุณ : electrician
เขียนเมื่อ : 19 ม.ค. 55 14:46:51

ความคิดเห็นที่ 38 ติดต่อทีมงาน

ผู้ถือหุ้น  กระทรวงการคลัง  เป็นบริษัทของทักษิณครับ

จากคุณ : เลิศศักดิ์
เขียนเมื่อ : 19 ม.ค. 55 16:15:34

ความคิดเห็นที่ 39 ติดต่อทีมงาน

พี่ @38

พี่ล้อผมเล่นใช่หรือเปล่าครับ  maw

จากคุณ : electrician
เขียนเมื่อ : 19 ม.ค. 55 23:09:15

ความคิดเห็นที่ 40 ติดต่อทีมงาน

เจ้ยยย #38
อ่าว เพิ่งจะรู้นะเนี่ย ว่ากระทรวงการคลังเป็นบริษัทของทักษิณ

จากคุณ : มารร้ายวัวน้อย
เขียนเมื่อ : 19 ม.ค. 55 23:09:36

ความคิดเห็นที่ 41 ติดต่อทีมงาน

ความคิดเห็นที่ 35    

สรุปก็คือ
ถ้าคิดว่าปตท.กำไรเยอะความเสี่ยงน้อยขาดทุนไม่มีอยากเป็นหุ้นส่วนเชิญซื้อหุ้นจะได้ร่วมหัวจมท้ายกันไป
ถ้าคิดว่าปตท.ชั่ว เลว แพง ก็รวมหัวกันไปใช้ปั้มอื่นที่มันถูกกว่าบริการดีห้องน้ำสะอาดกว่า ปตท.ไปเลยง่ายสุด
เพราะปั้มน้ำมันปั้มแก๊สในประเทศไทยไม่ได้มีแต่ ปตท.เจ้าเดียว

จากคุณ : F-MISSILE  

ตอบ.

เงื่อนไขที่เป็นไปไม่ได้ตามที่คุณว่า(แช่งขันอย่างเสรีบนมิติความเป็นธรรม หรือธรรมมาภิบาล)  เพราะ"การผูกขาดด้วยทุนนิยมนักล่าอย่างเสรี" ในระบบโครงสร้างพลังงานแบบไทยๆ ครับ?เน่าเละ ฟอนเฟะเกินจะรับได้ เหมือนการเปิดเสรีให้มีการมัดมือชกพูดง่ายๆครับ

ผมบอกตรงๆว่า ผมมองเห็นเรื่องแบบนี้ปลงไม่ได้? มันเน่าสนิทศิษย์ส่ายหน้า เพราะหลายเรื่องผมมีส่วนในนั้น?ในการชงแผนพลังงานให้มัน แล้วมันเอาไปใช้แบบเอาเคาน์เตอร์เพนไปสีแทนยาสีฟัน? ปากเจ๋อมาด่าเราอีก?เสียหายเราอีก เพราะ มันใช้วิธีการครูพักลักจำเอาไปแบบมักง่ายไม่ให้เกียรติ ต้นฉบับ ? (นี่คือนิสัยคนไทยที่ผมยอมรับไม่ได้หลายกรณีมันมักง่ายเกินไป โคตระเนรคุณเลยประเทศไทย)

ผมไม่อยากแช่งมันแต่มันเกิดจากผลรวมของการกระทำของมัน(เมืองไทยภูมิคุ้นกันภัยบกพร่อง) รวมเรื่องที่พาประเทศไปอยู่ในระยะหมัดของความขัดแย้งโลก เพราะความสาระแนของใคร???

จากคุณ : อะตอม (ขอชื่ออะตอม)
เขียนเมื่อ : 20 ม.ค. 55 08:56:12

ความคิดเห็นที่ 42 ติดต่อทีมงาน

ขุดทรัพยากรของประเทศขึ้นมาใช้....เก่งตายห่า....

จากคุณ : ป๋าชาร์ป
เขียนเมื่อ : 24 ม.ค. 55 21:34:55



กระทู้ยอดนิยม

[ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่] [กติกามารยาท] [Help & FAQ] 
ความคิดเห็น :
  PANTIP Toys
จัดรูปแบบ :
ไฟล์ประกอบ :
  Help
ชื่อ :
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com