◀ Previous Next ▶ Up ▲


    ดีแทค เร่งปั้นบริการPush Mailไตรมาส2 ลุยตลาดเอสเอ็มอี-โซโห

    ดีแทค เร่งกรุยตลาด Push Mail ช่วยเสริมรายได้บริการเสียง ต้นไตรมาส2  เปิดตลาดบริการกลุ่มเอสเอ็มอี-โซโห ชูจุดแข็งเหนือกว่าคู่แข่ง ใช้แพลทฟอร์มรับได้ทุกเมล์เซิร์ฟเวอร์ ก่อนบุกฟรีอีเมล์ กลุ่มตลาดลูกค้าทั่วไป
         
          นายไกวัลย์ บุญเสรฐ ผู้อำนวยการกลุ่มงานบิสซิเนสโซลูชั่น บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า ภายในไตรมาสที่1  ดีแทคเตรียมเปิดการให้บริการPush Mail หรือ บริการรับส่งอีเมล์ผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ในตลาดกลุ่มเอสเอ็มอี(SMEs) กลุ่ม โซโห (SOHO) เพื่อขยายตลาดให้บริการลงไปในระดับกลางมากขึ้น นอกจากกลุ่มธุรกิจองค์กร ขนาดใหญ่บริษัทข้ามชาติ โดยเห็นถึงความต้องการของกลุ่มผู้ใช้งานในด้านการอำนวยสะดวกและความคล่องตัวทางธุรกิจ
         
          ทั้งนี้บริการ Push Mail ได้เปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลา 1ปี 6 เดือน กลุ่มลูกค้าระดับองค์กรได้ให้การตอบรับอย่างดี และมีลูกค้าของคู่แข่งเลือกใช้บริการนี้โดยนำมาใช้เป็นบริการด้านสื่อสารข้อมูลไร้สายเฉพาะ โดยดีแทค มีลูกค้าองค์กรเลือกใช้แล้วเกือบ 100 บริษัท
         
          โดยสาเหตุที่ลูกค้า เลือกใช้งานและขยายตัวต่อเนื่องเป็นผลมาจาก กลุ่มลูกค้าต้องการนำมาเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการใช้งานทางธุรกิจ หาทางเลือกสนับสนุนการทำงานได้ทุกสถานที่ ทุกเวลา เพื่อการติดต่อรับส่งเมล์ภายในองค์กร และการรับข้อมูลจากลูกค้า
         
          “ภาพการทำงานยุคใหม่ในการดำเนินธุรกิจ ไม่ได้ทำงานอยู่ภายในสำนักงาน เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีการออกไปเจรจาทางธุรกิจภายนอก จึงมีความจำเป็นต้องติดต่อหรือรับข้อมูล จากองค์กร หรือ ลูกค้า หากได้รับและเข้าถึงแหล่งข้อมูลจะช่วยในทำงานหรือตัดสินใจทางด้านธุรกิจได้ทันที”
         
          ส่วนปัญหาในด้านข้อจำกัดการใช้งานด้าน ตัวเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ สำหรับดีแทค แล้ว ไม่เป็นปัญหา เมื่อเทียบกับของผู้ให้บริการรายอื่น เนื่องจากบริษัท ฯได้ใช้แพลทฟอร์ม เซเว่น (SEVEN) เมื่อเทียบกับรายอื่นที่ใช้แบล็คเบอรี่(Blackberry) จึงทำให้รองรับการเชื่อมต่อเข้ากับระบบเมล์เซิร์ฟเวอร์หลากหลายแพลทฟอร์ม จึงทำให้การรองรับแอปพลิเคชั่นของโลตัส โน้ต(Lotus Note), ไมโครซอฟท์ เอ็กเชน(Microsoft Exchange) รวมถึง การใช้งานร่วมกับมือถือได้หลากหลาย หรือ ใช้งานร่วมกับพีดีเอได้ ซึ่งรายอื่นต้องใช้อุปกรณ์ของแบล็คเบอร์รี่ อย่างเดียว จึงเกิดข้อจำกัดต่อการใช้งาน และผู้ใช้ต้องลงทุนสูง
         
          สำหรับด้านรายได้จากบริการส่วนนี้ จะเป็นรายได้ที่เป็นลักษณะเหมาจ่าย โดยในปีที่ผ่านมา ตัวเลขยังรวบรวมไม่แล้วเสร็จ แต่ยอดจำนวนการขยายตัวการใช้งานเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งตัวเลขของระดับการเชื่อมต่อ และ จำนวนฐานลูกค้าที่ใช้งาน หากเทียบกับรายอื่นดีแทค มีสัดส่วนทางการตลาดที่สูงกว่า ในด้านจำนวนไลเซ่น โดยตลาดลูกค้าองค์กร ยังเป็นตลาดที่ใหญ่ มีกว่า5 พันบริษัท แต่ตลาดรวมบริการนี้ มีไม่ถึง500 ราย หรือไม่ถึง 10% โดยดีแทค มีสัดส่วนในตลาดมากกว่ารายอื่น โดยปีนี้กลุ่มธุรกิจ เอนเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่น วางเป้าหมายทำรายได้ 1700 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น400 ล้านบาทจากปี 2549
         
          นอกจากการขยายตลาดในกลุ่มองค์กรธุรกิจแล้ว ดีแทคยังต้องการขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าทั่วไป ที่ใช้งาน ฟรีเมล์ อย่าง ยาฮู(Yahoo) จีเมล์ (G Mail) โดยเห็นถึงด้านความต้องการใช้งานอีเมล์มากขึ้น แต่ไม่สามารถตอบได้ว่าจะเปิดให้บริการภายในปีนี้ได้หรือไม่ ซึ่งต้องดูจากปัจจัยโดยรวม ความพร้อมของตลาด และ พันธมิตร โดยตลาดกลุ่มนี้ ดีแทค ให้ความสนใจเช่นกัน ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และการเติบโตในการเชื่อมต่อผ่านระบบจีพีอาร์เอส และ เอดจ์ได้
         
          ทั้งนี้ในทางเทคนิค ดีแทค สามารถดำเนินการได้ไม่ยุ่งยาก โดยในช่วงที่ผ่านมาดีแทคได้ลงทุนสำหรับบริการส่วนนี้ไปแล้วกว่า 20 ล้านบาท สามารถรองรับลูกค้าได้จำนวนมาก โดยติดข้อปัญหาด้านความร่วมมือ อย่างกรณีเมล์ยาฮู จะต้องทำร่วมกับโอเปอเรเตอร์ในประเทศอื่น โดยทางกลุ่มยาฮูนั้นต้องการทำตลาดทั้งแถบภูมิภาค มากว่าการให้บริการในประเทศไทยเพียงแห่งเดียว ส่วนเอ็มเอสเอ็น(MSN) จะต้องมีข้อตกลงในด้านค่าใช้จ่าย หรือการซื้อสิทธิ์  ซึ่งอาจจะตกลงเป็นภาระแก่ลูกค้าได้
         
          “การสร้างตลาด ส่วนนี้ จะเข้ามาช่วยเสริมตลาดบริการเสียง หากสามารถนำแอพลิเคชั่นดีๆ หรือ ให้บริการในแบบที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน ให้เข้าไปตอบสนองได้ ก็จะสร้างจุดแข็งให้กับดีแทค เพิ่มมูลค่าการให้บริการได้มากขึ้น ไม่ใช่แต่จะสร้างรายได้จากบริการคอนเทนต์ ดาวน์โหลด เพียงอย่างเดียว”
         
          ทั้งนี้จากผลสำรวจของบริษัท ไอดีซี ถึงยอดการจำหน่ายพีดีเอในไทย ในปี 2548 มียอดถึง 105,000 เครื่อง ในปี 2549  มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 145,000 เครื่อง และคาดว่าในปีนี้จะมียอดเพิ่มขึ้น อีก 20% หรือไม่น้อยกว่า 165,000 เครื่อง ซึ่งเป็นตัวเลขที้ชี้วัดถึงความต้องการของผู้ใช้ และยังไม่รวมถึงยอด ตัวเลขของโทรศัพท์เคลื่อนที่ แบบสมาร์ทโฟน ที่แสดงถึงการขยายตัวด้านการใช้งานเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่
         
    ข้อมูลจาก  http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9500000012126

    จากคุณ : kobu - [ 31 ม.ค. 50 14:33:53 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม