พระอัจฉริยภาพของ ร.3 กษัตริย์เจ้าสัว

หลังจากร.2 สิ้นพระชนม์เหตุที่ และเหล่าอำมาตย์สมัยนั้นให้ ร.3 ลูกเจ้าจอม เป็นกษัตริย์  แทน ร. 4 ลูกพระมเหสี สมัยนั้น ก็ด้วยเหตุผลทางด้านความรู้ความสามารถที่เหมาะสม

หลายคนคงไม่รู้ว่า สมัย ร.2-3 เป็นช่วงที่ ประเทศเรารวยมาก  มีเรือสำเภากว่า 100 ลำแล่นไปจีนซึ่งทำให้ประเทศสยามมีรายได้เข้าคลังมากมายกว่า 5 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ค่าใช้จ่ายของประเทศอยู่ที่ตัวเลข 7 ล้านกว่าบาทต่อปี  เมื่อนับรายได้ของประเทศจากภาษีอากร และส่วย ก็ทำให้ ประเทศมีเงินในท้องพระคลังมากมาย ด้วยเหตุนี้ ในยุค ร.2 ที่มี ร.3 ทำหน้าที่เหมือน รมต.คลัง,เศรษฐกิจและต่างประเทศ จึงมีเวลาพอที่จะฟื้นฟูศิลปะต่างๆ มากมาย ทำให้สุนทรภู่แจ้งเกิด และประเทศฟื้นฟูวัฒนธรรมของประเทศ

จนร.2 สิ้นพระชนม์ ร.3 จึงได้ขึ้น เพราะความสามารถแท้ๆ แม้จะเป็นผู้มีเชื้อสายจีนแต่ท่านก็เป็นลูกกษัตริย์และเก่งการค้าขาย  คนเลยตั้งชื่อว่า กษตริย์เจ้าสัว  นั่นเอง

แต่พระองค์ท่านก็ไม่ได้อยากต่อสายวงศ์เพราะไม่ได้ตั้งรัชทายาทไว้ เปิดทางให้ ร.4 ขึ้นครองราชย์ต่อนั่นเอง  

เมื่อท่านมีเงินมากๆ ก่อนสวรรค์คต ท่านรู้ดีว่าท่านไม่เก่งด้านการรบ การสงคราม  ฉะนั้นจึงเป็นห่วงประเทศด้านนี้ ท่านได้เก็บเงินเอาในท้องพระคลังและเอ่ยพระโอษฐ์ไว้ว่า  "เก็บเงินไว้ให้ไถ่ประเทศ"  และแล้ว เมื่อห่างมาอีกสองรัชกาล เงินที่ว่าก็ได้เอามาใช้ไถ่ประเทศจริงๆ ในสมัย ร.5 ประมาณ  5 ล้านบาท  ให้กับฝรั่งเศสที่ยึดครอง จ.จันทบุรี 11 ปีเต็ม

เรานึกถึงพระคุณของ ร. 5 ในด้านนี้ก็อย่าลืมนึกถึงพระองค์ท่าน ร.3 ด้วยนะคะ

เสียดายที่เราเอาภาพมาฝากไม่ได้เพราะข้อมูลนี้ได้มาจากการไปชมพิพิธภัณฑ์ที่ค่ายเนินวง จ.จันทบุรี อ่านแล้วจำๆ มาเล่าค่ะ

จากคุณ : โซอึนยอง - [ 17 ก.พ. 51 13:52:34 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

ลืมบอกไปว่าเค้าไม่ให้ถ่ายรูปและวีดีโอคะ

จากคุณ : โซอึนยอง - [ 17 ก.พ. 51 13:54:33 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

อ่านหนังสือเล่มนี้สิครับ


ภัยฝรั่งสมัยพระนั่งเกล้า
ผู้แต่ง บัณฑิต  ลิ่วชัยชาญ
สำนักพิมพ์ ศิลปวัฒนธรรม
ปีที่พิมพ์ ๒๕๕๐


ปล.เป็นเรื่องที่นำมาจากวิทยานิพนธ์ของอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 
 


จากคุณ : เข้ามาจอบ - [ 17 ก.พ. 51 14:10:24 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

ความตอนหนึ่งจากตัวกระทู้

จนร.2 สิ้นพระชนม์ ร.3 จึงได้ขึ้น เพราะความสามารถแท้ๆ แม้จะเป็นผู้มีเชื้อสายจีนแต่ท่านก็เป็นลูกกษัตริย์และเก่งการค้าขาย  คนเลยตั้งชื่อว่า กษตริย์เจ้าสัว  นั่นเอง

ความตอนนี้คลาดเคลื่อน แท้จริงแล้วท่านมีเชื้อสายแขก

เจ้าคุณจอมมารดาเรียม คือ สมเด็จพระศรีสุลาลัย พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรัชกาลที่ ๓  ท่านเป็นธิดาพระยานนทบุรีศรีมหาอุทยาน (จัน) ครั้งกรุงธนบุรี (ต่อมาในรัชกาลที่ ๑ เมื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการวังหลวง โปรดฯให้หลวงพิพัฒเสน่หาเป็นพระยานนทบุรีแทน แต่พระยานนทบุรีฯ (จัน) ก็ยังคงตั้งบ้านเรือนอยู่ตรงที่ซึ่งเป็นวัดเฉลิมพระเกียรติอยู่มิได้ย้ายไปไหน ฝ่ายชนนีของท่านเป็นธิดาพระยาราชวังสัน (หวัง) ผู้สืบเชื้อสายมาจากสุลต่านสุลัยมาน พระยาราชวังสัน (หวัง) เป็นบุตรชายของเจ้าพระยาจักรี (หมุด) เจ้าพระยาจักรีท่านแรกแห่งกรุงธนบุรี (ถึงอสัญกรรม พ.ศ. ๒๓๑๔ หลังจากเป็นเจ้าพระยาจักรีได้เพียง ๔ ปี)

http://www.sakulthai.com/DSakulcolumndetailsql.asp?stcolumnid=2295&stissueid=2544&stcolcatid=2&stauthorid=13


จากคุณ : เพ็ญชมพู - [ 17 ก.พ. 51 14:28:02 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

"หลายคนคงไม่รู้ว่า สมัย ร.2-3 เป็นช่วงที่ ประเทศเรารวยมาก  มีเรือสำเภากว่า 100 ลำแล่นไปจีนซึ่งทำให้ประเทศสยามมีรายได้เข้าคลังมากมายกว่า 5 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ค่าใช้จ่ายของประเทศอยู่ที่ตัวเลข 7 ล้านกว่าบาทต่อปี"

ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมครับ ว่ารวยอย่างไร รายได้ 5 ล้านบาท รายจ่าย 7 ล้านกว่าบาท  
จ่ายมากกว่ารับ 2 ล้านเห็น ๆ ผมความรู้น้อย


จากคุณ : ถ้าไม่พอใจก็ขออภัย คนเรียนน้อย (smokie) - [ 17 ก.พ. 51 15:10:06 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

เคยอ่านแอนนากับพระเจ้ากรุงสยาม  แล้วมีการเอ่ยถึงเจ้าอาวาส ชื่อเจ้าคุณสา ว่าท่านมีเชื้อกษัตริย์ แต่สละไม่ครองราชบัลลังค์ ไม่ทราบว่าเจ้าคุณสานี่คือรัชทายาทของร.3 ใช่หรือไม่
อ่านจบแล้วตอนนี้ก็ยังสงสัยอยู่ว่าท่านคือใคร


จากคุณ : red (redablack) - [ 17 ก.พ. 51 20:35:18 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

รายได้เราไม่ได้มากจาการค้าสำเภาอย่างเดียวค่ะ การค้าเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีรายได้จากภาษีอากรต่างๆและอื่นๆอีกมาก ถ้าเฉพาะรายได้จาการค้าได้มากเกือบจะเท่ารายจ่ายของแผ่นดินแล้ว ก็แสดงว่ามีเงินทองเหลือเฟือค่ะ

จากคุณ : ธ - [ 17 ก.พ. 51 21:05:11 A:117.47.11.142 X: TicketID:111006 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

ขอบพระคุณค่ะที่กรุณามาบอกเล่าให้ฟังนะคะ

จากคุณ : biebie999 - [ 18 ก.พ. 51 08:53:52 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

เป็นเพราะนึกไปเองว่า ค้าขายเก่งต้องจีนเท่านั้น
ความจริงชาวเปอร์เซียก็เก่งไม่แพ้จีนเลย


ราชชินิกุลในรัชกาลที่ ๓ ปรากฏในหนังสือ "ราชินิกุลรัชกาลที่ ๓" พระนิพนธ์ในสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุขฯ ว่า

ราชินิกูลในรัชชกาลที่ ๓ ชั้นที่ ๑

        บุรพชนทางพระชนก (ของสมเด็จพระศรีสุราลัย) ชนกและชนนีขององค์พระชนกซึ่งเปนราชินิกุลชั้น ๑ นั้น ว่าเป็นใครและนามใด  บุตร์ (ทราบแต่องค์พระชนกองค์เดียว) นามว่า "จัน"  มีบรรดาศักดิ์เปนพระยานนทบุรี เป็นราชินิกุลชั้น ๒  เมื่อพระชนกจันได้เปนผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีแล้วไปตั้งเคหะสถานอยู่ณะจังหวัดนั้น  สืบสกูลต่อมาฝ่ายหนึ่ง  ซึ่งเรียกว่า "สกูลเมืองนนท์"  ภายหลังในตำบลนั้นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงสร้างพระอารามถวายสมเด็จพระศรีสุราไลย พระบรมราชชนี  อันมีนามปรากฏว่า "วัดเฉลิมพระเกียรติ์"  ซึ่งเป็นเครื่องหมายสำคัญอยู่จนทุกวันนี้

        บุรพชนทางชนนีฝ่ายชนก (คือบิดาของมารดาของสมเด็จพระศรีสุราลัย) ซึ่งเปนเชื้อสายแขกสุนีนั้น  กล่าวกันว่ามาแต่สกูลเจ้าพระยาจักรี ครั้งกรุงธนบุรี (ทราบว่าชื่อ "หมุด") ซึ่งเดิมเป็นหลวงศักดิ์นายเวรมหาดเล็ก ครั้งกรุงศรีอยุธยา  คือผู้ที่ปรากฏชื่อในพงศาวดารว่า "เจ้าพระยาจักรีแขก" นั้น  เจ้าพระยาจักรีแขกมีบุตร์ที่ควรกล่าว ๒ คน  คน ๑ ทราบว่าชื่อ "หมัด" เดิมเปนพระยาราชบังสัน  แล้วเลื่อนที่เป็นพระยายมราช  สมญาปรากฏว่า "เจ้าพระยายมราชแขก"  อีกคนหนึ่งชื่อไรไม่ปรากฏ  เข้าใจว่าชื่อ "หวัง"  เดิมเป็นพระชลบุรีอยู่ก่อน  ครั้นถึงรัชชกาลที่ ๑ กรุงรัตนโกสินทร์ แรกเถลิงถวัลยราชสมบัติ  โปรดเกล้าให้เปนพระยาราชวังสัน  เข้ามารับราชการอยู่ในกรุง ....

        .... ผู้น้องคงเป็น "พระยาราชวังสัน" ถ้าจะให้เข้าใจชัดเจน  ก็คือแปลว่า "พระยาราช (สกูลมาแต่) หวังหะสัน" พระยาราชวังสันผู้นี้  ตั้งเคหะสถานอยู่ที่ริมวัดหงส์รัตนาราม  ในคลองบางกอกใหญ่ จังหวัดธนบุรีใต้  และเคหะสถานนี้จะตั้งใหม่  หรือจะเป็นสถานที่เดิมของสกูลแต่ครั้งเจ้าพระยาจักรี (แขก) ผู้บิดาก็เปนได้  เมื่อนามเดิมของพระยาราชวังสันผู้นี้ไม่ทราบแน่  จึงเปนแต่เรียกว่า "พระยาราชวังสัน บ้านริมวัดหงส์"  เพราะฉะนั้นต่อไปนี้จักเรียกว่า "พระยาราชวังสัน (หวัง)"  ท่านผู้นี้นับว่าเป็น ราชินิกูลชั้น ๑  เพราะเป็นชนกของชนนีในสมเด็จพระศรีสุราไลย ...

        ฝ่ายชนนีของพระชนนี (คือมารดาของมารดาของสมเด็จพระศรีสุราลัย)  ซึ่งเป็นไทยสกูลชาวสวนวัดหนัง  ผู้เปนภรรยาของพระยาราชวังสัน (หวัง)  ตามที่กล่าวมาแล้วนั้น  มีนามว่า "ชู" นับว่าเป็นราชินิกูลชั้น ๑ เหมือนกัน  เดิมก็ย่อมอยู่ณะเคหะสถานแห่งบุรพชนในสกูลชาวสวนวัดหนัง  ถึงแม้ว่าภายหลังจักต้องย้ายสถานที่ใหม่มาอยู่กับสามีก็ดี  สถานที่เดิมของบุรพชนยังมีสำคัญอยู่  คือต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  ได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดหนังในคลองบางขุนเทียน  จังหวัดธนบุรีใต้  เปนเครื่องหมายสำหรับสกูลชาวสวนวัดหนัง  อันเปนบุรพชนของพระชนนีฝ่ายชนนี  ดังปรากฏอยู่ทุกวันนี้  


แต่ที่ค้าขายไม่เก่งก็เยอะ  ทั้งจีนทั้งแขก
อันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลมากกว่าจะเป็นเรื่องเชื้อชาติ

ครั้งแรกที่โปรดให้เจ้านายกำกับกระทรวงต่างๆ ก็เกิดขึ้นในรัชกาลที่ ๒  กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ก็ได้กำกับกรมท่ามาแต่ต้น
ที่พระองค์ทรงค้าขายเก่งก็น่าจะเป็นเพราะ  ทรงเรียนรู้จากท่านเสนาบดีข้าราชการในกรมท่าก่อนนั้นต่างหากครับ ไม่ใช่เพราะเชื้อชาติ


อีกประการหนึ่งเรื่อง การรบการสงคราม พระองค์ทรงเชียวชาญมาตั้งแต่สมัยดำรงพระยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ แล้วครับ  ทรงเสด็จยกไปขัดตาทัพ  เมื่อครั้งทราบข่าวพม่าปีมะโรงโทศก  ครั้งนั้นมีเจ้านายอีกพระองค์ที่ปรากฏว่าเชียวชาญพิชัยยุทธ  คือกรมหมื่นศักดิพลเสพ  ซึ่งได้เป็นกรมพระราชวังบวรฯ ในรัชกาลที่ ๓

ส่วนในรัชกาลที่ ๓  ทรงมีพระราชดำริเรื่องการสงครามหลายครั้ง  เมื่อครั้งเจ้าอนุ  พระองค์ก็ทรงพระราชดำริจะทรงเสด็จพยุหยาตราด้วยพระองค์เอง  หากแต่ครั้งนั้นมีเรือรบฝรั่งมาเทียบท่าทางภาคใต้ของเรา  ไม่เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย  จึงทรงงดเสีย  แต่ถ้าใครได้ศึกษาพระราชดำริในการจัดทัพและป้องกันพระนครคราวนั้น  จะเห็นได้ถึงพระอัจฉริยภาพในด้านนี้ครับ

คุณ แสนอักษร แนะนำหนังสือ จดหมายเหตุ(ทัพ)หลวงอุดมสมบัติ
คุณ เพ็ญชมพู ได้ทำแนวทางไว้ดังนี้ครับ

หนังสือที่คุณแสนอักษรแนะนำ

"จดหมายเหตุหลวงอุดมสมบัติ อ่านแล้วจะทราบว่า ร.๓ ทรงงานหนักแค่ไหน พระปรีชาสามารถในการศึกสงครามปานใด"


จดหมายหลวงอุดมสมบัติ มีทั้งหมด ๑๕ ฉบับด้วยกัน เนื้อความเริ่มตั้งแต่ที่พระยาศรีพิพัฒน์ฯ (ทัด)เป็นแม่ทัพ ยกกองทัพออกจากกรุงเทพฯไปถึงเมืองสงขลา  หัวข้อที่สนทนาเป็นเรื่องราวของเมืองต่าง ๆ ในภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ พิจารณาแต่ละฉบับไม่ได้เขียนแบบสั้น ๆ  ทุกฉบับมีเนื้อหา สาระ รายละเอียด อัดแน่นเต็มเหยียดทุกฉบับ อาทิ ชื่อบุคคล ตำแหน่ง แม้กระทั่งชื่อเรือ ชื่อปืน หรือสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงชื่อเมือง ตำบล หมู่บ้าน ในพื้นที่แถบภาคใต้ตอนล่างไปจนถึงเมืองไทร


ฉบับที่ ๑ ลงวันอังคาร เดือน ๔ แรม ๖ ค่ำ ปีจอ สัมฤทธิศก จ.ศ. ๑๒๐๐

เล่าถึงเหตุการณ์แลกระแสรับสั่งย้อนเวลาขึ้นไปเริ่มตั้งแต่เดือน ๑๐ เวลาได้ข่าวว่าพวกแขกตีได้เมืองไทร เมืองตรัง แลยกมาตีเมืองสงขลา ทรงพระราชดำริปรึกษาการศึก แลจัดกองทัพกรุงเทพฯ ที่จะยกไป จนพระยาศรีพิพัฒน์แม่ทัพกราบถวายบังคมลา

ฉบับที่ ๒ ลงวันพฤหัสบดี เดือน ๔ แรม ๑๔ ค่ำ ปีจอ สัมฤทธิศก จ.ศ. ๑๒๐๐

บอกข่าวราชการแลกระแสรับสั่งในระยะเวลา ๗ วันตอนกองทัพจะยกออกจากกรุงเทพฯ

ฉบับที่ ๓ ลงวันเสาร์ เดือน ๔ ขึ้น ๘ ค่ำ ปีกุน สัมฤทธิศก จ.ศ. ๑๒๐๐

บอกข่าวราชการแลกระแสรับสั่งในระยะเวลา ๙ วัน ตอนกองทัพจะยกออกจากกรุงเทพฯ แลได้ข่าวว่ากองทัพเมืองนครฯ ยกไปตีเมืองไทร

ฉบับที่ ๔ ลงวันศุกร์ เดือน ๕ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ปีกุน เอกศก จ.ศ.๑๒๐๑

บอกข่าวราชการแลกระแสรับสั่งในระยะเวลา ๖ วัน ตอนเร่งเรือกองทัพกรุงฯ คือเจ้าพระยายมราชเป็นต้นให้รีบยกไป แลได้ข่าวว่ากองทัพเมืองนครฯ ตีได้เมืองไทร

ฉบับที่ ๕ ลงวันศุกร์ เดือน ๖ ขึ้น ๑๓ ค่ำ ปีกุน เอกศก

บอกข่าวราชการแลกระแสรับสั่งในระยะเวลา ๒๘ วัน ตอนสืบสวนถึงเรืองกองทัพกรุงฯ ที่ยกไปและได้ข่าวว่าพวกแขกที่มาตีเมืองสงขลาแตกหนีไป

ฉบับที่ ๖ ลงวันอาทิตย์ เดือน ๖ แรม ๗ ค่ำ ปีกุน เอกศก

บอกข่าวราชการแลกระแสรับสั่งในระยะเวลา ๙ วัน ตอนพระยาศรีพิพัฒน์ไปถึงเมืองไชยา แลได้ข่าวว่าที่เมืองกลันตัน ตนกูปสาเกิดรบกันขึ้นกับพระยากลันตัน

ฉบับที่ ๗ ลงวันพุธ เดือน ๗ ขึ้น ๒ ค่ำ ปีกุน เอกศก

บอกข่าวราชการแลกระแสรับสั่งในระยะเวลา ๙ วัน ตอนกองทัพกรุงเทพฯ เริ่มไปถึงเมืองสงขลาและได้ข่าวว่า ตนกูปสากับพระยาโงยตั้งค่ายล้อมพระยากลันตันไว้

ฉบับที่ ๘ ลงวันพุธ เดือน ๗ ขึ้น ๙ ค่ำ ปีกุน เอกศก

บอกข่าวราชการแลกระแสรับสั่งในระยะเวลา ๕ วัน การปรึกษาด้วยเรื่องระงับเหตุวิวาทที่เมืองกลันตัน

ฉบับที่ ๙ ลงวันอาทิตย์ เดือน ๗ แรม ๕ ค่ำ ปีกุน เอกศก

บอกข่าวราชการแลกระแสรับสั่งในระยะเวลา ๙ วัน ตอนกวาดครัวเข้ามาถึงกรุงเทพฯข้าหลวงลงไปถึงเมืองกลันตัน แลได้ข่าวว่าเจ้าพระยานครฯ ป่วย

ฉบับที่ ๑๐ ลงวันพุธ เดือน ๗ แรม ๘ ค่ำ ปีกุน เอกศก

บอกข่าวราชการแลกระแสรับสั่งในระยะเวลา ๓ วัน มีเรื่องจับฝิ่น (เรื่องจับฝิ่น ที่จริงมีจดหมายแทบทุกฉบับเพราะเวลานั้นกำลังตรวจตราโดยแข็งแรงเพื่อจะมิให้ฝิ่นเข้ามาในพระราชอาณาเขต) แลทรงปรึกษาราชการเรื่องเมืองกลันตัน

ฉบับที่ ๑๑ ลงวันพุธ เดือน ๗ แรม ๑๐ ค่ำ ปีกุน เอกศก

บอกข่าวราชการแลกระแสรับสั่งในระยะเวลา ๑ วัน (เพราะมีเรือจะออกไปติดๆ กัน) ทรงปรึกษาราชการเรื่องเมืองกลันตัน

ฉบับที่ ๑๒ ลงวันศุกร์ เดือน ๘ ปฐมาสาฒ ขึ้น ๓ ค่ำ ปีกุน เอกศก

บอกข่าวราชการแลกระแสรับสั่งในระยะเวลา ๘ วัน ตอนได้ข่าวจากข้าหลวงที่ไปเมืองกลันตัน แลได้ข่าวว่าเจ้าพระยานครฯ ถึงอสัญกรรม ทรงปรึกษาที่จะจัดวางการปกครองเมืองนครฯ แลเมืองไทร

ฉบับที่ ๑๓ ลงวันอาทิตย์ เดือน ๘ ปฐมาสาฒ แรม ๑๐ ค่ำ ปีกุน เอกศก

บอกข่าวราชการแลกระแสรับสั่งในระยะเวลา ๒๓ วัน ตอนได้ข่าวว่าตีเกาะนางกวีแขวงเมืองไทรคืนได้ เรื่องพระยาไชยาแม่ทัพที่เมืองพังงา เกิดอริกับพระตะกั่วทุ่ง เรื่องพระยาศรีพิพัฒน์จัดการห้ามวิวาทที่เมืองกลันตัน แลทรงพระประชวร

ฉบับที่ ๑๔ ลงวันอาทิตย์ เดือน ๘ ทุติยาสาฒ แรม ๒ ค่ำ ปีกุน เอกศก

บอกข่าวราชการแลกระแสรับสั่งในระยะเวลา ๒๓ วัน ตอนพระยาเพชรบุรี (สุข) ยกกองทัพลงไปตั้งที่เมืองสาย ห้ามพวกเมืองกลันตันหยุดรบกัน กวาดครัวแขกเพิ่มเติมเข้ามา แลทรงปรึกษาเรื่องเลือกหาเจ้าเมืองไทร

ฉบับที่ ๑๕ ลงวันพฤหัสบดี เดือน ๙ ขึ้น ๕ ค่ำ ปีกุน เอกศก
บอกข่าวราชการแลกระแสรับสั่งในระยะเวลา ๒๐ วัน ตอนตกลงจะตั้งแขกเป็นพระยาไทร ที่เมืองกลันตันเลิกการวิวาท แลเตรียมกองทัพกลับ

http://www.focuspaktai.com/index.php?file=news&obj=news.view(id=6229)
http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2007/12/K6166921/K6166921.html#49

จากคุณ : เพ็ญชมพู   - [ 15 ก.พ. 51 16:44:49 ]


เรียนเชิญทุกท่านไปดูพระบารมีในรัชกาลที่ ๓ ด้วยกันครับ
พระจอมเกล้า - พระจอมปราชญ์ ตอนที่ ๒ ราชสมบัติสมควรกับพระบารมีในกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K6329371/K6329371.html


ขอบพระคุณ คุณ โซอึนยอง ครับ


"เจ้าสัว" - พระบาทสมเด็จ ฯ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

แก้ไขเมื่อ 18 ก.พ. 51 18:36:06

 
 


จากคุณ : กัมม์ - [ 18 ก.พ. 51 18:05:26 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

สัญญา เบอร์นีย์ ไทยได้เปรียบสุดเลยนิ

แต่!!! มีจุดอ่อน ตรงที่

กษัตริย์ทรงว่าจ้างชาวจีนมาเก็บภาษี แม้ได้เงินเข้ารัฐมาก แต่ ชาวบ้านชอบโดนชาวจีน ขูดรีด

ทำให้รายได้ของประชาชนได้พอยังชีพ

แก้ไขเมื่อ 22 ก.พ. 51 23:33:31

จากคุณ : 1812Overtureyoot - [ 22 ก.พ. 51 23:26:26 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 10

สมัยนั้น ไม่จำเป็นต้องพึ่งของต่างชาติมากไงครับ

เครื่องไม้เครื่องมือ ส่วนใหญ่ เราทำได้เองง่ายๆ

แต่เราส่งออกมากกว่า


จากคุณ : 1812Overtureyoot - [ 22 ก.พ. 51 23:30:42 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

[กติกามารยาท] [Help & FAQ
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่

คลิกเพื่อเลือก : โพสไฟล์ประกอบ / วาดภาพประกอบ / โพสคลิปวิดีโอ
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
แตกประเด็น : ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่

  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ และวาดภาพประกอบ Preview ไม่ได้)  
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom