เสียดาย ภาษาอังกฦษ แปลว่าอะไรครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับผู้แนะนำครับ

จากคุณ : คนทุ่งสะแกง - [ 10 พ.ย. 50 16:04:57 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

regret ครับ

Subject + regret to + Verb
Subject + regret about + Noun


จากคุณ : Atomic Secret - [ 10 พ.ย. 50 16:52:15 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

ถ้าเสียดายแบบ "แหมไม่น่าเลย"

ใช้แบบนี้

What a shame.
What a pity.
It's a shame.
It's a pity.
How disappointing.


regret เข้าข่ายเสียใจ

เสียใจกับสถานการอะไรบางอย่าง
I regret to inform you that I your application has been unsuccessful.

เสียใจสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว
I now regret leaving school so young.
เสียใจที่(ในอดีต)ตอนเด็กๆออกจากโรงเรียนมา แต่มาเสียใจตอนนี้

regret ที่เป็น verb หรือ noun ต้องระวังให้ดีๆ มีรูปแบบการใช้งานได้พลิกแพลงเกือบ 20 รูปแบบ
(ถ้าเขียนให้ดูหมดละอานแน่ๆเลย)

เรายังจำได้ไม่หมดเลย จะเขียนพลิกแพลงมากๆก็ต้องวิ่งเปิด dictionaries ทุกที จนเราคิดว่าภาษาอังกฤษมันยากเพราะจำไม่ไหว ก้อเลยมีคนใช้ชื่อว่า English Lover ทำหน้าที่เป็นคนใจบุญ มาชี้ทางสว่างให้เราว่า

"............คงจะมีปมด้อยเกี่ยวกับการเรียน ภาษาอังกฤษ ที่ฝังใจอยู่มาก

น่าสงสารจังนะคะ คุณรู้ไหมว่า ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ง่ายที่สุดในโลก ไม่งั้นเค้าคงไม่ให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางหรอกค่ะ

ถ้าคุณคิดวาภาษาอังกฤษยาก คุณก็คงไม่มีทางเรียนภาษาอื่นได้หรอกค่ะ........."

ไปอ่านดูได้ที่นี่ ในคคห 39 สนุกดี ตาม link ข้างล่างไป..........5555555555555++++

http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K5874787/K5874787.html

แก้ไขเมื่อ 10 พ.ย. 50 17:54:39

จากคุณ : tansy (iwrite4u) - [ 10 พ.ย. 50 17:52:05 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 3

too bad... ได้มั้ยครับ

จากคุณ : พลายแป้ง - [ 10 พ.ย. 50 18:33:48 A:203.113.39.13 X: TicketID:120371 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

แล้วอย่างหนังสือ
"เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน" ของคุณดังตฤณล่ะคะ

เราจะพูดเป็นภาษาอังกฤษว่า
What a pity, the dead didn't read ได้เปล่าคะ
(แต่มันไม่เพราะเลยนึ...)


จากคุณ : ^_^ - [ 10 พ.ย. 50 19:41:59 A:58.9.201.119 X: TicketID:052233 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

..too bad... ได้มั้ยครับ ....
พอได้ครับ I's too bad you missed the chance to participate in the event.

..เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน" ของคุณดังตฤณล่ะคะ..
What a pity, the dead won't have a chance to read.


จากคุณ : K.Senior - [ 10 พ.ย. 50 20:00:50 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

เห็นด้วยครับว่า ภาษาอังกิดเป็นภาษาที่ง่ายที่สุด

หากคุณกำลังศึกษาภาษาญี่ปุ่น และเยอรมันอย่างผม จะรู้ว่าภาษาอังกิด ง่ายนิดเดียว


จากคุณ : Pete Chakky - [ 11 พ.ย. 50 10:54:04 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

เรื่องภาษาหรือ?....นานาจิตตัง มันเป็นเรื่องประสบการณ์ส่วนตัวด้วย

ในระยะเวลา 15 ปีที่ทำงานแปลเมื่อต้องแปลภาษาไทยเป็นอังกฤษ หรือแปลอังกฤษเป็นไทย  ทุกครั้งที่พบว่าเอกสารที่กำลังจะแปลหากมันแปลมาแล้วจากภาษาญี่ปุ่น  เอกสารนั้นมักจะ "อ่านไม่รู้เรื่อง"  ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าภาษาญี่ปุ่นมีการจัดเรียงลำดับคำในประโยคในลักษณะที่ผิดกับภาษาอื่นๆโดยทั่วๆไป  และผู้แปลถ้าไม่ binlingual จริงๆขนาดลูกครึ่งญี่ปุ่นกับไทย หรือญึ่ปุ่นกับอเมริกันแล้ว พอแปลออกมาจะอ่านไม่รู้เรื่องเสียเป็นส่วนใหญ่  

เราเคยต้องแปล manual ภาษาอังกฤษที่เขียนโดยบริษัทญี่ปุ่น  300 หน้า เราอ่านแทบไม่รู้เรื่องเลย เนื่องจากภาษาอังกฤษมันเรียงลำดับแบบภาษาญี่ปุ่น

บริษัทญี่ปุ่นดังๆที่เขียน manuals แสดงการใช้อุปกรณ์ที่ขาย แล้วเขียนภาษาอังกฤษดี ส่วนใหญ่ไม่ใช่การแปล แต่เป็นการเอาฝรั่งเจ้าของภาษามาเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ของเขา แล้วเขียนออกมาเป็นภาษาอังกฤษแบบภาษาต้นทางทีเดียวเลย

ครั้งหนึ่งเราต้องแปลเอกสารภาษาไทย  เป็นอังกฤษ  เป็นเอกสารบริษัทรถญึ่ปุ่น มันแปลจากญี่ปุ่นเป็นไทยโดยอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นที่สถาบันใกล้ๆเอยูเอ นั่นแหละ อาจารย์ท่านนี้ชอบแปลญี่ปุ่นเป็นไทยราคาถูกๆ ตัดราคาชาวบ้านเขา

วันนั้นเราซ่ามากๆ  แทนที่จะใช้ computer พิมพ์คำแปล  เราใช้พิมพ์ดีดไฟฟ้าแปล แล้วแปลๆไปนะ เราเจอคำว่า "ผู้ปฏิบัติการการขนส่ง" เราก้อแปลเป็นอังกฤษว่า "transport operator" ด้วยความชะล่าใจที่ไม่อ่านเอกสารดูดีๆก่อน

พอแปลไปถึงหน้าสุดท้าย พบรูปภาพมีรถบรรทุกกำลังจะออกจากบริษัทไป มีคนขับนั่งข้างหน้าและมีลูกศรชี้เป็นภาษาญี่ปุ่น (ซึ่งเราอ่านไม่ออก) แล้วก็มีภาษาไทยของนักแปลญี่ปุ่นกำกับไว้ว่า "ผู้ปฏิบัติการการขนส่ง"

พอเราเจอภาพนี้นะ เราต้องเอากำปั้นทุบหัวตัวเองแล้วร้องออกมาว่า "ผู้ปฏิบัติการการขนส่ง" มันก็คือ "truck driver" นั่นเอง โธ่ไอ้เวรเอ้ย ทำไมไม่แปลมาเป็นไทยว่า "คนขับรถบรรทุก" วะ????  ตายละวา ตูแปลไทยเป็นอังกฤษผิดตั้งหลายแห่งแน่ะ เป็นเพราะมันแปลญี่ปุ่นเป็นไทยผิดมาตั้งแต่แรกแล้ว  ทีนี้ละแก้กันอานเลยอ้ะ...ทลึ่งเอาพิมพ์ดีดไฟฟ้าพิมพ์เสียด้วยดิ......!!!

เซ็งจริงๆว่ะ ไอ้อาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นคนนี้นะ เราหัวเสียเดินออกจากที่ทำงาน แล้วบอกพนักงานพิมพ์ดีดว่า ให้ช่วยแก้คำผิดให้เราหน่อยเถอะ แล้วเรากลับบ้านไปเลยวันนั้น อารมณ์ไม่ดี แล้วเจอใครก็เที่ยวบอกว่า พวกคุณอย่าไปเรียนภาษาญี่ปุ่นทีนั่นนะ ไม่ได้เรื่องเลยว่ะ

แก้ไขเมื่อ 12 พ.ย. 50 16:02:56

จากคุณ : tansy (iwrite4u) - [ 12 พ.ย. 50 06:50:33 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 8

ส่วนเรื่องประสบการณ์เกี่ยวกับภาษาเยอรมันนั้น เมื่อตอนเป็นเด็กวัยรุ่นเราเคยมีแฟนเป็นขาวเยอรมันหนึ่งคน เป็นชาวสวิสจากแถบพูดเยอรมันหนึ่งคน

เราเคยเข้าไปเที่ยวที่เยอรมันกับสวิสเซอร์แลนด์ (แถบพูดเยอรมัน) บ่อยๆ ซึ่งขณะนั้นเราเพิ่งเรียนภาษาอังกฤษใหม่ๆ  เราเคยลองเรียนเยอรมันเล่นๆ แบบมั่วๆเอาอ้ะ แล้วพบว่าภาษาเยอรมัน ไวยากรณ์ตอนเริ่มเรียน มันยากกว่าภาษาอังกฤษมากหลายเท่า  แต่ถ้าเรียนอย่างถูกหลักแล้ว และใช้งานอย่างต่อเนื่องหลายๆปี ในสภาพแวดล้อมของการพูดภาษาเยอรมัน ยกตัวอย่างเช่นจากการพบปะกับคนไทยในต่างแดน ที่อยู่ในเยอรมันหรือสวิสเซอร์แลนด์(แถบพูดเยอรมัน) กับการพบคนไทยในต่างแดน (ในอังกฤษหรืออเมริกา) เราพบว่าคนไทยที่อยู่ในสภาพแวดล้อมของการพูดภาษาเยอรมัน หลังจากใช้ชีวิตแบบนั้นไป 5-6 ปีแล้ว ไม่ค่อยใช้ภาษาเยอรมันผิดๆมากนัก  แต่เราพบว่าคนไทยที่อยู่ในอังกฤษหรืออเมริกามา 20-30 ปี ถ้าไม่ได้ไปโตที่นั่น พวกเขามักจะใช้ภาษาอังกฤษผิดๆ ผิดแบบไม่น่าเชื่อ

คนที่พูดว่าภาษาอังกฤษเรียนง่าย มักจะหมายถึงเรียนระดับพื้นฐาน แล้วเอาแค่สื่อสารพูดกันพอรู้เรื่องผิดไวยากรณ์ช่างมัน  แต่จะเอาพูดหรือเขียนภาษาอังกฤษให้ได้เหมือนเจ้าของภาษานั้น ส่วนใหญ่แล้วคนไทยเรียนกันหนักๆ เกิน 10 ก็ยังใช้ภาษาอังกฤษผิดๆ  เราอยู่ในวงการแปลหลายปี และรู้ว่าภาษาที่มีคนแปลผิดมากที่สุด ก็คือ "ภาษาอังกฤษ" คนที่ใช้ภาษาอังกฤษแค่พูดคุยเฉยๆ แต่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษในระดับยากๆ เช่นการแปล  จะหลงคิดว่าภาษาอังกฤษมันง่าย

แต่แท้จริงแล้วคนไทยที่เรียนจบจากต่างประเทศ ถ้าไม่อ่านหนังสือเยอะๆ บางทีพออ่านภาษาอังกฤษที่พลิกแพลงยากๆไปแล้ว อ่านไปโดยไม่รู้ตัวว่า

"ตีความสิ่งที่อ่านผิดแบบหน้ามือเป็นหลังมือไปเลย"

แก้ไขเมื่อ 12 พ.ย. 50 07:42:52

จากคุณ : tansy (iwrite4u) - [ 12 พ.ย. 50 07:34:44 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 9

passport ไทยเล่มแรกของเรา มันเขียนเป็นภาษาฝรั่งเศส  เราถามคนที่เป็นเนติบัณฑิตรุ่นอาวุโสว่า เพราะอะไร  เขาตอบว่าเป็นเพราะว่า ภาษาอังกฤษมันดิ้นได้ ทำให้ตีความยาก ถ้าเอามาเขียนเอกสารกฎหมาย

พอเราฟังคำพูดอันนั้น แล้วเราไปใช้ชีวิตในประเทศอังกฤษได้ 20 ปี พอกลับมาเมืองไทย ไปสอนภาษาอังกฤษ แล้วอยู่มาวันหนึ่งมีคนจ้างเราไปช่วยตีความเอกสารกฎหมาย  เราไปช่วย แล้วต่อมาตอนลงมือหัดแปลเอกสารกฎหมาย เราไปค้นพบว่า  ภาษาอังกฤษที่เราเคยหลงเข้าใจคิดว่าเราอ่านรู้เรื่องนั้น แท้จริงแล้วเราอ่านแล้วเข้าใจผิด และตีความผิดหมดเลย!!!

และนี่ก็คือเหตุผลที่ว่า ทำไมฝรั่งเจ้าของภาษาจึงยังต้องจ้างนักกฎหมายให้ไปช่วยแปลอังกฤษเป็นอังกฤษให้ และนักกฎหมายก็จะคิดค่าตีความเป็นรายชั่วโมง ซึ่งก็นับว่าโหดพอสมควร

เราเคยอ่านกระทู้ในห้องสมุดเนี่ย เกี่ยวกับเรื่องคนไทยจบปริญญาตรีในไทย แล้วไปเรียนปริญญาโทกฎหมายที่สหรัฐ  แล้วเขาคุยว่าจบจากมหาลัยมีชื่อเสียงระดับต้นๆ  แล้วจะไปทำงานกับบริษัทกฎหมายอเมริกันระดับดังๆ เงินเดือนเยอะๆ  เราอ่านแล้วขี้เกียจไปขัดคอเขา  และเราเล่าให้ซือเจ๊เราผู้ที่เคยอยู่อเมริกามาหลายปี และเคยทำงานเป็นนักแปลและล่ามพวกงานกฎหมาย  เหมือนๆกับที่เราเคยแปลเอกสารกฎหมายที่ซับซ้อนมากๆจากอังกฤษและอเมริกามา 15 ปี  และพวกเราทั้งสองต่างก็พูดตรงกันว่า

จบปริญญาตรีกฎหมายในไทย แล้วเรียนปริญญาโทกฎหมายในอเมริกา  คุณกลับมาเป็นผู้พิพากษา หรืออาจารย์มหาลัยในไทยได้ แต่คุณไม่มีทางที่จะไปว่าความในศาลอเมริกันแข่งกับทนายฝรั่งเจ้าของภาษาได้  ต่อให้คุณอยู่ในอเมริกาเรียนภาษาอังกฤษไปอีก 10 ปี  คุณก็ยังคงไม่มีทางว่าความสู้กับฝรั่งเจ้าของภาษาได้ !!!!

ที่หม่อมเสนีย์ ปราโทย์เก่งภาษาอังกฤษพอที่จะว่าความเป็นภาษาอังกฤษแข่งกับฝรั่งเจ้าของภาษาได้นั้น มันเป็นเพราะว่าท่านหม่อม ไปอยู่ประเทศอังกฤษตั้งแต่อายุน้อยๆ มากๆ คงแค่สิบขวบเอง

เพราะว่าภาษาอังกฤษ แค่เขียน preposition ผิดนิดเดียว หรือใส่ punctuation ผิดนิดเดียว  ถ้าเรื่อง serious แบบกฎหมายหรือศาลแล้ว  คุณตายลูกเดียว

แก้ไขเมื่อ 12 พ.ย. 50 07:44:42

จากคุณ : tansy (iwrite4u) - [ 12 พ.ย. 50 07:42:07 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 10

ถ้าใครเคยเห็นเอกสารกฎหมายโหดๆ เช่นกรมธรรม์ประกันภัยฉบับที่นักกฎหมายอังกฤษเขียนไว้เมื่อ 200 ปีมาแล้ว  (ซื่งปัจจุบันนี้ก็ยังใช้กันอยู่) จะแปลกใจมากๆ ที่การจัดลำดับคำ การใส่ punctuation มันรัดกุมมากๆ จนศรีธนญชัยก็ไม่มีทางหาช่องโหว่เพื่อที่จะตีความกวนๆประสาทเพื่อเข้าข้างตัวเองได้เลยแม้แต่นิดเดียว  เมื่อเรียนรู้เช่นนี้แล้วเราย้อนคิดถึงเรื่องที่เนติบัณฑิตรุ่นอาวุโสบอกเราว่าภาษากฏหมายที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ที่มัน "ดิ้นได้" นั้น แท้จริงแล้ว มันดิ้นไม่ได้เลย!!!  คนที่รู้ภาษาอังกฤษลึกซึ้งมากๆ (จะเลือกความหมายในบริบทได้ถูกต้องหมด ตรงกันทุกคน) มันจะดิ้นไม่ได้เลย  มันจะไม่เหมือนภาษากฎหมายไทยที่พวกนักการเมืองชอบพูดว่า ให้หาคนมาตีความกฎหมายไทย

นี่เป็นตัวอย่างการแปลเอกสารกฏหมาย โดยการจัดลำดับคำใหม่หมด (paraphrase)อยู่บน blog เรา

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=iwrite4u&group=2

ใครก้อตามที่ไม่ binlingual พอ ถ้าแปลเอกสารกฎหมายจากอังกฤษเป็นไทย ออกมา ภาษาไทยออกมา จะอ่านไม่เป็นภาษาคน คล้ายๆแปลญี่ปุ่นเป็นไทย  เนื่องจากนักกฎหมายฝรั่งจัดเรียงลำดับคำหลีกเลี่ยง dangling modifiers (ส่วนขยายที่ขยายผิดตัว ทำให้ตีความแบบศรีธนญชัยได้) ไว้แบบรัดกุมมากๆ

การเรียนรู้ภาษาอังกฤษในระดับสูงสุดยอดแบบนี้ ในทุกรอบ 100 ปี หาคนไทยเรียนได้ขนาดนี้ มีแค่ไม่กี่คนเอง!!!!

ภาษาอังกฤษง่าย  ง่ายเฉพาะใช้พูดคุยเรื่องชีวิตประจำวัน เขียนเรื่องสื่อสารค้าขายง่ายๆ  แล้วพูดหรือเขียนผิด grammar แต่สื่อสารกันรู้เรื่อง ถ้าเรียนได้ระดับนี้ จะว่าง่ายก็ใช่  แต่การพูดหรือเขียนภาษาอังกฤษให้ไม่ผิดเลย ให้เหมือนเจ้าของภาษาที่มีการศึกษาสูงๆนั้น เท่าที่เราพบปะคนไทยมา เห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ที่อยู่อังกฤษหรืออเมริกา 20-30 ปี เรียนจบสูงๆ ก็แทบจะหาใครเก่งภาษาอังกฤษในระดับนั้นแทบไม่ได้เลย  จะมีพวกบ้าเรียนภาษา และมีพรสวรรค์เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่หลงๆมา ที่เก่งได้ในระดับนั้น

ดังนั้นใครก้อตามที่เรียนรู้ภาษาอังกฤษได้ในระดับที่สื่อสารได้ แล้วผิด grammar (บางทีโดยไม่รู้ต้วด้วย) ก็ happy ได้ว่า ได้เรียนรู้ในระดับหนึ่ง แต่อย่าได้หลงผิดคิดว่าภาษาอังกฤษมันง่าย เนื่องจากคนที่มีอาชีพที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในระดับที่ยากๆ โหดๆ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ภาษาอังกฤษยากมากๆ

แก้ไขเมื่อ 12 พ.ย. 50 14:45:29

แก้ไขเมื่อ 12 พ.ย. 50 07:54:21

จากคุณ : tansy (iwrite4u) - [ 12 พ.ย. 50 07:44:00 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 11

ขอบคุณในความกรุณาของทุกคน อีกครั้งครับ

จากคุณ : คนทุ่งสะแกง - [ 12 พ.ย. 50 12:43:49 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

ฝรั่งเรียนภาษาไทย  แค่  2-3 ปีก็พูดภาษาไทยเรื่องชีวิตประจำวันได้ง่ายๆไม่ผิดไวยากรณ์เนื่องจากคำศัพท์ภาษาไทยในระดับพื้นฐานแปลตรงๆตัว   แต่คนไทยเรียนภาษาอังกฤษกันนับสิบๆปี ก็ยังสร้างประโยคภาษาอังกฤษเพี้ยนๆ  เนื่องจากศัพท์แต่ละคำในภาษาอังกฤษ  มีรูปแบบการใช้งานเฉพาะตัวเวลาสร้างประโยค ที่ผู้เรียนต้องจดจำมากมายหลายๆรูปแบบ เมื่อคำศัพท์เปลี่ยนกลุ่มคำไป ความหมายของมันก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ยกตัวอย่างเช่น

คำศัพท์ง่ายๆ อย่างคำว่า regret ในกระทู้นี้วิธีการสร้างประโยคจะจำให้ได้ให้หมด มันไม่เหมือนกับจำคำศัพท์ภาษาไทยหรือภาษาจีนคำเดียวแล้วเอาไปสร้างประโยคได้เลย

เราหาตัวอย่างประโยคจาก dictionary อังกฤษเป็นอังกฤษมาให้ดู

เช่น

regret ที่เป็น verb

The airline regrets any inconvenience. (verb+noun)

I regret that I am unable to accept your kind invitation. (verb+that)

We regret to inform you that your application has not been successful. (verb + to infinitive).

It is to be regretted that so many young people leave school without qualification. (verb + noun + that)  

คราวนี้คือ regret ที่เป็น noun

It is with great regret that I accept your resignation. (with + noun)

She expressed her regret at the decision (noun +  at)

I have no regrets about leaving Newcastle (noun + about)

a pang of regret หรือ a twinge of regret (เป็น collocations ที่ต้องจดจำเพื่อจะเขียนภาษาอังกฤษให้เหมือนเจ้าของภาษา)


จากคุณ : tansy (iwrite4u) - [ 12 พ.ย. 50 13:19:38 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

ประโยคตัวอย่างข้างบนนี้คนไทยที่เรียนภาษาอังกฤษในระดับพื้นฐาน จะอ่านมันให้รู้เรื่อง นับว่าเป็นเรื่องง่าย  แต่จะใช้มันให้

“ถูกต้อง ครบถ้วน ไม่ขาด ไม่เกิน ตามรูปแบบเฉพาะของมัน”

นับว่าทำได้ยากมากๆ!!!!  

คำศัพท์ง่ายๆแบบนี้ ประมาณ 3,000 คำ ในภาษาอังกฤษ  จะมีลักษณะการใช้งาน “เฉพาะตัว” ของมัน  เกือบทุกคำ ศัพท์ภาษาอังกฤษบางคำ มีลักษณะการใช้งานเฉพาะตัว เกินกว่า 100 ความเป็นไปได้!!  

นั่นก็หมายความว่า ถ้าฝรั่งมาเรียนภาษาไทยหรือภาษาจีน แล้วเรียนศัพท์พื้นฐาน 3,000 คำ  เขาก็จะเอาไปสร้างประโยคภาษาไทยหรือจีนได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องออกแรงมากนัก แล้วโอกาสที่จะเพี้ยนดูผิดธรรมชาติ  มักจะไม่ค่อยเกิดขึ้น

แต่คนไทยเรียนศัพท์ภาษาอังกฤษ 3,000 คำ ก็ยังจำรูปแบบเฉพาะตัวของมันได้ไม่หมด (เว้นเสียแต่ว่าจะออกแรงฟัง อ่าน เขียน แล้วจำมากๆ)  เพราะว่าพอคูณกันออกมาแล้วจะได้ permutations นับเป็นแสนๆความเป็นไปได้    

คนไทยที่อยู่อังกฤษหรืออเมริกามาเกิน 10 ปี (ถ้าไม่ได้เกิดที่นั่นหรือไปอยู่ที่นั่นตั้งแต่อายุ 13-14 ขวบหรือน้อยกว่านั้น)  ส่วนใหญ่ก็มักจะจำ permutations หรือจำนวนรูปแบบการพลิกแพลงในการใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 3,000 คำสร้างประโยคไว้ไม่ได้หมด  ทำให้เวลาจะพูดหรือเขียนให้เหมือนเจ้าของภาษาทำได้ยากมากๆ  ไม่เหมือนฝรั่งเรียนภาษาไทยหรือจีนแค่ 2-3 ปีก็ใช้ศัพท์ง่ายๆสร้างประโยคได้ถูกต้องเกือบหมด

ลองไปดูความพลิกแพลงในการใช้คำว่า account (ยากกว่า regret หลายเท่า) เพื่อสร้างประโยค  

ให้ไปดูตัวอย่างประโยคได้ที่ blog ของเรา

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=iwrite4u&month=05-2006&date=28&group=3&gblog=21

การใส่ punctuation ผิด จะทำให้ความหมายเปลี่ยนไป ไปดูตัวอย่างการที่ความหมายประโยคภาษาอังกฤษเปลี่ยนไปตาม punctuation ได้บน blog ของเรา

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=iwrite4u&month=05-2006&date=31&group=3&gblog=26

แก้ไขเมื่อ 12 พ.ย. 50 14:15:15

จากคุณ : tansy (iwrite4u) - [ 12 พ.ย. 50 13:23:18 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 14

ใครก้อตามที่นั่งว่างๆ แล้วคิดถึงอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง  สัตว์ที่เราเห็นบ่อยๆ  หรือคำศัพท์ง่ายๆในชีวิตประจำวัน  แล้วก็เอาคำศัพท์ตัวนั้นไปค้นเอาจาก dictionaries อังกฤษเป็นอังกฤษ  จะพบว่า  มี idioms หรือ slang terms หรือคำพังเพยที่เกี่ยวกับคำศัพท์ตัวนั้นเกือบหมดเลย

ลองอวัยวะร่างกายดู

เช่น

my heart was in my mouth

wear your heart on your sleeve

wait on somebody hand and foot

a skeleton in the closet

King Charles’s head (ที่ไม่ได้หมายถึงหัวพระเจ้าชาล์ส)

ลองสัตว์ดู

make a silk purse out of a sow’s ear

till the cows come home

have a cow (ที่ไม่ได้แปลว่ามีวัว)

take to something like a duck to water

like water off a duck’s back

neither fish nor fowl

a big fish in a small pond

a monkey’s wedding

cat’s miaow

elephant’s adenoids

bullfrog’s beard

gnat’s elbows

monkey’s eyebrows

cat’s whiskers (ที่ไม่ได้แปลว่าหนวดแมว)

cat’s pyjamas

bee’s knees

tiger’s spots

has the cat got your tongue?

like a cat on a hot tin roof

like a cat on hot bricks

ลองพืชดู

not be out of the wood(s) yet

not see the wood for the trees

sow your wild oats

go against the grain

bark up the wrong tree

บางทีอยู่ว่างๆเปิด dictionaries เรียนภาษาอังกฤษก็ได้  
แค่เปิดหาคำศัพท์ง่ายๆที่เกี่ยวกับร่างกายคน เกี่ยวกับสัตว์หรือพืชหรือสิ่งของที่อยู่รอบๆตัวเรา  ก็จะได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษ ที่แปลเป็นกลุ่มคำ

เช่นนึกถึงโต๊ะ เปิด table มาก็จะเจอ

turn the tables (on somebody)

หรือนึกถึงการเล่นไพ่ เปิดคำว่า ace มาก็จะเจอ

ace in the hole

เปิดคำว่า queen ก็จะเจอ

queen it over somebody

เปิด jack ก็จะเจอ

jack (shit)

Jack of all trades

ไม่จำเป็นต้องไปเรียนที่ไหนให้เสียเงิน


จากคุณ : tansy (iwrite4u) - [ 12 พ.ย. 50 13:46:02 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

ในขณะนี้ ภาษาอังกฤษน่าจะร่ำรวยคำศัพท์มากกว่าภาษาอื่นใดในโลกทั้งหมด เพราะว่ามันเอาคำศัพท์จากภาษาอื่นเข้ามาใช้ด้วยเพียบเลย  ตาม link นี้ไปดู จะเห็นว่ามีกี่ภาษาบ้างที่เข้ามาปนกับภาษาอังกฤษ

http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2007/05/K5454786/K5454786.html

dictionaries ที่พวกเราใช้กันส่วนใหญ่ มีจำนวนหน้าแค่ไม่กี่ร้อยหน้า  แต่ถ้าใครเคยเห็นเล่มใหญ่ๆ เช่น Oxford English Dictionary ชุดใหญ่ ที่เป็น DVD ถ้าใครร่ำรวยกระดาษและหมึกแล้วพิมพ์มันออกมาดูเล่น  น่าจะได้เนิ้อหามากขนาดสมุดโทรศัพท์ 23 เล่ม!!!!  

เราไปเจอ dictionary อังกฤษเป็นอังกฤษบนเว็บ  ที่มันรวบรวมคำศัพท์เกือบจะทุกคำ และความหมายเกือบจะทั้งหมดเอาไว้  เราเคยฝันเฟื่องจะ download มาทั้งชุด  แต่พอลองนั่งคำนวณดูเล่นๆว่าจะใช้เวลานานเท่าไหร่  ตัวเลขที่คำนวณออกมามันบอกว่า ถ้าเราใช้เวลาวันละ 2-3 ชั่วโมง  กว่าเราจะได้มันมาทั้งชุด เราคงใช้เวลานานถึง 6 เดือน!!!  เราเลยไม่เอา แล้วเผ่นหนีดีกว่า ....5555+++

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราค่อนข้างที่จะเชื่อได้ 100% ว่า ในขณะนี้ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ร่ำรวยคำศัพท์มากกว่าภาษาอื่นใดในโลก เนื่องจากทุกๆปี จะมีคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกิดขึ้นใหม่ นับเป็นพันๆคำ ...!!!!

แก้ไขเมื่อ 12 พ.ย. 50 14:08:43

จากคุณ : tansy (iwrite4u) - [ 12 พ.ย. 50 14:04:26 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 16

สิ่งที่คนไทยหลายๆคนเข้าใจผิดอย่างแรงเกี่ยวกับเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษ  นั่นก็คือ  หลายๆคนตั้งกระทู้ถามกันใน pantip ว่า

อยากเก่งภาษาอังกฤษ จะเรียนปริญญาโทภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพ เพื่อการแปล และล่าม หรือเพื่ออะไรต่อมิอะไร (ตามแต่หลักสูตรจะแตกแยกแขนงออกไป)  แล้วจะดีหรือไม่????.....  เพราะทุกคนหวังว่า จะได้เรียนจบมาแล้วเก่ง แต่ไม่ได้คิดว่า  หลักสูตรแค่ปีสองปีจบมาแล้วจะรู้เยอะได้อย่างไรกัน?  

แท้จริงแล้วการเก่งภาษาอังกฤษน่าจะทำเหมือน ว.ณ เมืองลุง เรียนภาษาจีนเอง โดยการนั่งเปิดพจนานุกรมจีน แล้วจำศัพท์เยอะๆ  จนกลายเป็นนักแปลภาษาจีนที่เก่งกาจได้  

แต่การเรียนภาษาอังกฤษจากการเปิด dictionaries นั้น จะทำได้ก็ต้องใช้ dictionaries อังกฤษเป็นอังกฤษ ที่มีตัวอย่างประโยคเยอะๆ  และจะต้องอ่านหนังสือมากๆ อีกด้วย  แถมยังต้องจำ grammar และคำศัพท์ที่แปลพลิกแพลงไปตามรูปประโยคหรือแปลเป็นกลุ่มคำที่เราเรียกว่า collocations ซึ่งมันยากกว่าเปิดพจนานุกรมเรียนภาษาจีนหลายๆเท่า  

มีกระจิบข่าวกระซิบบอกมาว่า พวกที่ไปเรียนปริญญาโทการแปลจุฬา ที่เปิดสอนเป็นรุ่นแรกเมื่อหลายปีก่อนนั้น  นักศึกษาหลายๆคนเคยทำงานเป็นนักแปลมืออาชีพมาแล้วตั้งหลายปีก่อนเข้าไปเรียนปริญญาโทกัน  ดังนั้น พวกเขาไปลงเรียนเพื่อเป็น “เสือติดปีก”  ไม่ใช่เก่งน้อยๆ แล้วไปเรียนให้เก่งเยอะๆ  

สรุปแล้วการเก่งภาษาอังกฤษจะทำได้สำเร็จ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ และเวลาให้กับมันเป็นอย่างมาก โดยการฟังเยอะๆ อ่านเยอะๆ เขียนเยอะๆ และเปิด dictionaries เยอะๆ   ไม่จำเป็นต้องไปลงเรียนที่ไหนเลย  เรียนด้วยตัวเองก็ได้  

วุฒิการศึกษาไม่ได้เป็นตัวแปรหลักที่จะตัดสินได้เสมอไปว่าใครเก่งหรือไม่เก่งภาษาอังกฤษ  ตัวแปรหลักที่ตัดสินก็คือ "จำนวนปีที่ออกแรงเรียนภาษาอังกฤษโดยการเรียนเองในชีวิตจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรียนจากประสบการณ์การทำงาน"


จากคุณ : tansy (iwrite4u) - [ 12 พ.ย. 50 14:28:03 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 17

waste  ก็ใช้ได้นะ

จากคุณ : makamkaw - [ 14 พ.ย. 50 02:52:11 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

[กติกามารยาท] [Help & FAQ
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่

คลิกเพื่อเลือก : โพสไฟล์ประกอบ / วาดภาพประกอบ / โพสคลิปวิดีโอ
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
แตกประเด็น : ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่

  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ และวาดภาพประกอบ Preview ไม่ได้)  
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom