เมืองคังอยู่ตรงไหน

สวัสดีครับ
ด้วยความสงสัยหลังจากไปดูพระนเรศวรภาคสองมา

"เมืองคัง" ในหนังนี่ตั้งอยู่ส่วนไหนของพม่าเหรอครับ

เป็นเมืองที่ชาวเมืองมีเชื้อสายไทยใหญ่ พูดภาษาไทยใหญ่ใช่ไหมครับ

ขอบคุณครับ

จากคุณ : เชษฐภัทร - [ 4 มี.ค. 50 16:29:01 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

ในหนังบอกว่าอยู่ทางเหนือ อยุ่บนที่สูง

จากคุณ : ควันปืน - [ 4 มี.ค. 50 16:42:33 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

หนังยังไม่ได้ดูทั้งสองตอน เมืองคัง= เมืองกุง?  Mongkung?
Mongkaing? น่าจะอยู่ที่เดียวกันห่างจากเมืองตองกี่ เมืองหลวงของรัฐฉานไปทางตะวันออกเฉียงค่อนทางเหนือประมาณ100กว่ากม. ห่างจากเมืองมัณฑะเลย์ทางตะวันออกประมาณ200กม. หรือเมืองปางโหลง/ดอยเล็มไปทางเหนือประมาณ80กม. ทางตะวันตกของเมืองคังประมาณ15กม.มีภูเขาสูง2491ม.ชื่อดอยแสง ภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง


จากคุณ : ing_ab - [ 4 มี.ค. 50 19:22:06 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

นักประวัติศาสตร์สมัยก่อน ไปเปิดดูหนังสือแผนที่เห็นชื่อ Mong Kung ในรัฐฉาน ก็เลยทึกทักเอาว่าเป็น เมืองคัง โดยไม่ได้ศึกษาภูมิประเทศ และความห่างไกลจากหงสาวดี

อาจารย์ทองใบ แตงน้อย  ปรมาจารย์ทางด้านแผนที่ก็เลยเขียนแผนที่แสดงเมืองคังไว้  ดังนี้


[คลิกเพื่อชมภาพขนาดจริง]
 
 


จากคุณ : นายช่างปลูกเรือน - [ 4 มี.ค. 50 22:11:45 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

คห 3 ครับแล้ว เมืองคังอยู่ไหนกันแน่ครับ?

จากคุณ : buaravong - [ 4 มี.ค. 50 22:18:08 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

Mong Kung หรือ Mong Kaing แล้วแต่แผนที่ ของใครจะสะกดแตกต่างกันไป   ที่เคยคิดว่าเป็น เมืองคัง นั้น ที่แท้คือ เมืองกึ๋ง  เดิมขึ้นอยู่กับการปกครองของเจ้าฟ้าเมืองลายข้า (ซึ่งอยู่ใต้เมืองกึ๋ง)  เป็นเมืองในที่ราบ  ดอยช้าง ที่อยู่ทางตะวันตก  ก็ไม่เคยปรากฏว่าเคยตั้งเป็นเมือง

ปัจจุบัน พม่าตั้ง เป็นอำเภอเมืองกึ๋ง  ขึ้นกับ จ.ดอยแหลม

มีบางคนถือเอาเสียงใกล้เคียง  ลงความเห็นว่า น่าจะเป็น เมืองก๋อง  ปัจจุบันอยู่ในรัฐกะฉิ่น ซึ่งยิ่งไกลออกไปอีก

สำหรับผม เห็นว่า เมืองคัง น่าจะเป็นเมืองเล็ก ๆ อยู่ในรัฐฉานตอนใต้ หรือในรัฐกะยา มากกว่า   จึงจะสามารถเดินทัพจากหงสาวดี ไปตีและกลับได้ในระยะเวลาอันสั้น

แก้ไขเมื่อ 04 มี.ค. 50 22:32:08

จากคุณ : นายช่างปลูกเรือน - [ 4 มี.ค. 50 22:31:22 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 6

แผนที่ แสดงที่ตั้ง เมืองกึ๋ง  - ดอยแหลม


[คลิกเพื่อชมภาพขนาดจริง]
 
 


จากคุณ : นายช่างปลูกเรือน - [ 4 มี.ค. 50 22:33:30 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

ในเว็บนี้เค้าว่า ไม่มีเมืองคังในพม่า ด้วยล่ะครับผม

http://www.shanland.org/general/2007/legend-of-king-naresuan-ii-no-muang-khang-in-burma


จากคุณ : ศศิศ - [ 4 มี.ค. 50 23:32:10 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

เมืองคัง/เมืองก้อง/โมคอง
จากพงศาวดารไทยใหญ่ - กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K5133809/K5133809.html#20


         ....  ในที่นี้ชั่วแต่จำเป็นจะกล่าวว่าตัวเมืองก้อง (โมคองหรือเมืองคัง) เองมีท่าทางทุกอย่างปรากฏส่อให้เห็นว่า  คงจะได้เป็นมหาราชธานีอันใหญ่  และรุ่งเรืองฤทธิเดชานุภาพมาครั้งหนึ่ง  ด้วยตัวเมืองเองก็โตกว่าเมืองพะโมมาก  และมีถนนปูอิฐผ้านแผ่ไปหลายร้อยเส้น  แต่บ้านเมืองต้องยับยากด้วยทำสงครามกับพม่าในพุทธสัตยุค ๒๓๐๐ และ ๒๔๐๐  และซ้ำถูกพวกกะจินปล้นใน พ.ศ. ๒๔๒๖  ถ้าอังกฤษไม่สวมเข้าปกครองเสียแล้ว  ก็คงจะฉิ่บหายวายวอดอยู่นิรันดร  เมืองก้องอันเป็นเมืองอุดมด้วยธัญญาหารในพม่าตลอดมาช้านาน ไม่มีอะไรจะปรากฏเป็นพยานดีขึ้นไปกว่าดูท้องนาอย่างอุดมอันรอบล้อมแผ่นผ้านไปในทิศต่างๆ  ข้างใต้ถึงเมืองยาง(โมนยิน)  ข้างเหนือถึงเมืองกะมาย  และข้างตะวันตกถึงเมืองอินคอคญี  มีเค้าว่ามีถนนอย่างดีมาแต่ก่อน  ด้วยยังมีทรากสะพานอย่างแข็งแรงปรักหักพังตะโกนอยู่  แต่ตัวเมืองนั้นกลายเป็นเมืองร้างไปเสียแล้ว  ด้วยพวกกะจินมาก่อความฉิ่บหายให้มาก  เมื่อพม่าทำลายอำนาจไทยพินาศเสียแล้ว  ทั้งซ้ำการที่เจ้าฟ้าวุนโส (เวียงเสือ  ต้องทราบหน่อยว่า เมื่อครั้งไทยใหญ่ยังมีอานุภาพครอบครองอยู่นั้น  เจ้าฟ้าเช่นว่านี้ไม่มี) มาปราบพวกกะจิน  ผลก็แปลว่าไล่พลเมืองให้ระบาดอพยพหนีไปอื่นหมดเท่านั้น  ตามหมู่บ้านใหญ่ๆ นั้น  แลไม่เห็นอะไรเหลือนอกจากวิหารและพระเจดีย์ ต้นผลไม้ ไร่ฝ้ายและต้นไม้ในร่องสวนที่กลายเป็นไม้ป่าไปเสียแล้ว  ....


จากคุณ : กัมม์ - [ 5 มี.ค. 50 09:11:30 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

ในหนังสือพงศาวดารไทยใหญ่ ก็ไม่ได้กล่าวถึง เมืองคัง ที่สมเด็จพระนเรศวร ฯ ตีได้

เพียงกล่าวถึง เมืองก้อง/โมคัง/เมืองคัง  อันเป็นเมืองโบราณของไทใหญ่ และปัจจุบันอยู่ในเขตรัฐกะฉิ่น เท่านั้น
เมืองก้องนี้ ตำนานเดิม ว่า ชื่อมาจากเสียง ฆ้อง
แต่ประวัติศาสตร์ไทใหญ่ที่ชำระใหม่ในปัจจุบัน บอกว่ามาจากเสียงกลอง จึงเรียกชื่อว่า  "เมืองก๋อง"

 
 


จากคุณ : นายช่างปลูกเรือน - [ 6 มี.ค. 50 13:59:16 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

ขอบคุณท่านผู้รู้ทุกท่าน มากครับ

^^


จากคุณ : เชษฐภัทร - [ 6 มี.ค. 50 19:41:37 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

เห็นชื่อเมืองก๋อง (กลอง) แล้วนึกถึงอีกสองเมือง ที่มาจากตำนานเดียวกัน คือเมืองมีด และเมืองยาง

แต่จำไม่ได้แล้วว่ามาจากตำนานเรื่องไหน


จากคุณ : ศศิศ - [ 6 มี.ค. 50 23:10:29 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

เรียน คุณ ศศิศ
มาจากเล่มที่นายช่างฯ เอามาแสดงเหมือนกันครับ
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K5133809/K5133809.html


พวกไทยใหญ่ข้างตะวันตก  มีเรื่องราวแรกตั้งบ้านเมืองตนดังนี้


        แต่ช้านานมาแล้ว  ยังมีพระเจ้าราชาธิราชกรุงจีนพระองค์หนึ่งทรงพระนามพระเจ้าอุทิพวา  พระมเหสีทรงนาม เกียนนะยาเทวีมหาถี (อิตถี)  ประสูติพระราชธิดาพระเนตรบอด ทรงพระนาม สอฮะลา  เมื่อชนมายุได้ ๑๒ พรรษา  ปรากฏชัดว่า พระเนตรคงจะเห็นไม่ได้อีกต่อไปแน่แล้ว  ก็ต้องจับลงลอยแพนาคะตา  พระชนนีลอบแต่งให้คนสนิทจัดเสบียงอาหารบรรทุกไปให้ด้วย  สำหรับเลี้ยงชนม์ชีพได้ช้านาน  ตำนานฉบับหนึ่งกล่าวว่า  แพนั้นปล่อยลอย ณ ทะเลสาบตะลีพัดมาถึงแม่น้ำหนองแสแล้ว  ไหลเรื่อยมาถึงแม่น้ำกิ่วหรือแม้แก้ว คือแม่อิระวดี  ตำนานฉบับอื่นกล่าวแต่ว่าลอย ณ แม่น้ำอิระวดีพัดไหลลงมาถึงเมืองตะโก้ง (คือทุ่งกุ้ง)  หรือว่าให้ชัดว่า "ถึงหาดที่ปากน้ำแม่ช่องมวกเหนือเมืองสะแปนะโค (คือจำปานคร)"  แพก็ติดอยู่ที่นั่นหรือแพติดกิ่งไม้ริมน้ำขวางไว้  ราชบุตรีพระเนตรบอดก็ปีนจากแพขึ้นบกซัดเซพเนจรไป

        มิช้ามินานก็พบพยัคฆ์ร้ายตัวหนึ่ง (ว่าเป็นเสือเผือก) ซึ่งเป็นสามีของแม่นางน้อยนั้นแต่บรรพชาติ  บัดนั้นก็เกิดความพิศวาสจึ่งเกี้ยวพาราสีได้กับแม่นางสอฮะลา  เกิดบุตรด้วยกันถึง ๔ องค์  นามโสกอพวา โสงันพวา โสกยันพวา โสหันพวา  แต่นามที่กล่าวนี้เรียกตามเสียงพม่า  นามฝ่ายไทยเป็น เสือกอฟ้า เสืองันฟ้า เสือยันฟ้า และเสือหาญฟ้า  เสือภาษาไทยใหญ่ก็ตรงกับคำไทยสยาม  

        เมื่อกุมารทั้ง ๔ เจริญขึ้น  พระนางชนนีก็ประทานพระธำมรงค์ อันหาค่ามิได้  เพื่อจะให้เป็นเครื่องสำแดงองค์ใหเป็นที่เชื่อถือว่ากุมารเหล่านี้คือใคร  และให้กลับไปเฝ้าพระอัยกาคือเจ้าโว่งตี่ (วั่งตี่)  และเล่าความหลังให้ไปกราบทูลเรื่องราวของแม่นางผู้เป็นมารดา  พระเจ้าราชาธิราชได้ทรงสดับเรื่อง  และทรงจำประวิชได้ก็ทรงรับ ๔ ดรุณกุมารเป็นพระหลานขวัญ  ดรุณกุมารทั้ง ๔ ก็อยู่เรียนศิลปศาสตร์วิชาการในกรุงจีนถ้วน ๓ ศกแล้ว  กราบถวายบังคมลาพระเจ้าตาจะกลับสู้บ้านเมืองเวิ้งแม่กิ่วหรือแม่แก้ว (คืออิระวดี)  พระอัยกาธิราชก็พระราชทานฆ้องอัน ๑ แก่ราชนัดดาองค์ใหญ่  มีดเล่ม ๑ แก่พระราชนัดดาองค์รอง  นกยางตัว ๑ แก่พระราชนัดดาที่ ๓  แต่พระราชนัดดาองค์น้อยนั้นตรัสให้ไปขอนครที่จะครอบครองจากพญาพยัคฆราชผู้บิดา  ด้วย ๓ องค์นอกนั้นคงจะประดิษฐานนครได้เอง  ตามมงคลนิมิตที่พระราชทานไปเป็นของขวัญ

         ลำดับนั้น ๔ ดรุณกุมารต่างองค์ก็คืนชาติภูมิโดยมรรคนิเทศต่างกัน  องค์ใหญ่มาถึงที่ซึ่งตั้งเมืองโมคองหรือเมืองคังอยู่ ณ บัดนี้  เกิดมหัศจรรย์ ฆ้องที่พระอัยกาธิราชพระราชทานมาก็ลั่นหุ่ยๆ ขึ้นเอง ๓ ลา  กุมารนั้นก็ทราบโดยศุภนิมิตว่าบ้านเมืองนั้นเป็นของพระองค์  จึงได้ทรงสร้างนครและครอบครัวบ้านเมืองในมณฑลนั้น  ราษฎรทั้งหลายจึงเรียกนามนครนั้น  ในชั้นแรกว่าเมียนกองญี เพราะฆ้องได้ลั่นขึ้นก้องกังวาลอยู่ที่นั่น  ครั้นภายหลังก็เปลี่ยนมาเป็นเมืองก้อง (พม่าเรียกโมคอง สยามเรียกเมืองคัง)  คำว่าเมียนดูเหมือนจะเป็นภาษาไทยข้างตะวันตกว่า มานหรือวาน แปลว่า บ้าน นี่เอง  ญี แปลว่าใหญ่

        อนุชาที่สอง  เดินทางมาจนวันหนึ่ง  มีดที่พระอัยกาธิราชพระราชทานถือมาก็หลุดจากหัตถ์ไปปักดินอยู่  เห็นมหัศจรรย์  จึงไดสร้างมหานครลงตรงนั้นเรียกนามว่า  เมียนมีดญี  คือบ้านมีดใหญ่ หรือเมืองมีด  และในปัจจุบันนี้ ปรากฏนามว่าเมืองมีด (พม่าเรียกโมเมียก)

        องค์ที่ ๓ อุ้มนกยางมาถึงทุ่งนาฟางลอย  นกยางก็ส่งเสียงร้องขึ้นก้องกัมปนาท  พระกุมารก็สร้างพระนครที่นั่น  จึงเรียกชื่อในชั้นแรกว่า เมืองยางญี  หรือบ้านยางใหญ่  ภายหลังกลายนามมาเป็นเมืองยาง (พม่าเรียกโมนยิน)

         ดรุณกุมารองค์น้อย  ก็มาหาพญาเสือเผือกผู้บิดา ๆ ก็สร้างมหานครให้จึงเรียกนามว่าเมียนเสือญี  หรือบ้านเสือใหญ่  ต่อมาเปลี่ยนเป็นเวียงเสือ (พม่าเรียกวุนโส)

         โอรสแม่นางสอฮะลาต่างเป็นเจ้าครองนครด้วยประการฉะนี้  ราชสันตติวงศ์ของพระราชาทั้งสี่ก็ครองราไชศวรรย์สืบมาหลายชั่วกษัตริย์  แรกสถาปนานครทั้ง ๔ นั้น  ในตำนานไทยใหญ่ตะวันตกกล่าวว่า พ.ศ. ๑๔๘๑ - ๑๔๘๒ - ๑๔๘๒ และ ๑๔๘๔

        เมื่อร่อนเอาความจริงตามตำนาน  ก็คงได้ความชัดว่าไทยใหญ่ที่ยกมาจากกรุงน่านเจ้าประเทศยูนนาน  ได้ยกมาตั้งครอบครองบ้านเมือง ณ เวิ้งแม่อิระวดี  แต่ก่อนกุบไลข่านชิงชัยพินาศกรุงน่านเจ้า  นามเสือๆนี้  ในพงศาวดารแสนหวีก็มีชุมและนามพระโอรสทั้ง ๔ นี้  ก็เป็นสามัญยศนามของขัตติยวงศ์ไทยใหญ่  การที่ออกนามถึงทะเลสาบตะลีและหนองแส (คือยูนนานเซน หรือทะเลสาบแส) ก็มีจริง  และนามอุทิพวาหรือวั่งตี่ (คือฮ่องเต้) นั่นเล่า  ก็ไม่ต้องสงสัยเลย  คงไม่ใช่พระเจ้าแผ่นดินจีน  แต่คงเป็นเจ้าแผ่นดินประเทศฮุนหนำ (ยูนนาน) นั่นเอง


จากคุณ : กัมม์ - [ 7 มี.ค. 50 08:10:21 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

เท่าที่อ่านมา เมืองคัง เนี่ยเค้าเรียก *"เมืองคังเมืองรุม" ที่จริงคือเมืองเดียวกัน พม่าเรียกเมืองคัง

*จาก ไทยรบพม่า พระราชนิพนธ์ สมเด็จกรมพระยาดำรงค์ราชานุภาพ

ผมอ่าน ท่องเจดีย์ไพรในพุกามประเทศ ของ ธีรภาพ โลหิตกุล ดูแผ่นที่และเมืองต่างๆ ที่เค้าได้ไปมา ในความรู้สึกของผม "ไม่กล้าฟันธง" เมืองคังเมืองรุมนี้ น่าจะเป็น"เมืองตองยี เมืองหลวงของรัฐชาน" เพราะธีรภาพจั๋วเอาไว้ว่า "ตองยีเมือง หลวงบนหุบเขา" พร้อมกับดูเมืองต่างๆ ในพม่าของหนังสือเล่มนี้ก็ไม่มีเมืองหลวงที่อยู่บนหุบเขาเลย ในความรู้สึกของผมก็ว่าน่าจะเป็นเมืองนี้ (ตองยี)

ผิดถูกก็ขออภัยครับ


จากคุณ : สยามวรรณกรรม - [ 8 มี.ค. 50 09:58:04 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

โจทย์ข้อนี้ขบยากหน่อย ผมกำลังหาข้อมูลอยู่ไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จหรือไม่
คห.12 ปี2536 ผมไปประขุมที่คุนหมิง นักวิชาการชาวไตลื้อทำงานที่สถาบันสังคมศาสตร์ยุนนาน บอกว่าหนองแสก็คือทะเลสาบเตียนฉือ คุนหมิง ไม่ไช่ทะเลสาบเอ่อไห่ทีเมืองต้าลี่  คนไตลื้อเรียกทะเลสาบเตียนฉือว่า หนองแส


จากคุณ : ing_ab - [ 8 มี.ค. 50 16:01:31 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

[กติกามารยาท] [Help & FAQ
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่

คลิกเพื่อเลือก : โพสไฟล์ประกอบ / วาดภาพประกอบ / โพสคลิปวิดีโอ
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
แตกประเด็น : ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่

  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ และวาดภาพประกอบ Preview ไม่ได้)  
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom