ผิดตรงไหน ที่จะเรียน ป.โท ภาษาไทย...

กระทู้ออกแนวเชิงบ่นค่ะ ด้วยความอัดอั้น และน้อยใจค่ะ..

คือเรียนจบ ป.ตรี มาได้หลายปีแล้วค่ะ และทำงานบริษัทมาตลอด ตอนแรก ๆ ก็คิดว่าจะเรียนต่อ MBA แต่ปีหลัง ๆ ได้รู้ว่าลึก ๆ ตัวเองแล้วไม่ชอบสายธุรกิจเลย ทำน่ะทำได้แต่ไม่ชอบ เลยตัดสินใจว่ากลับไปเรียนภาษาไทยต่อดีกว่า เพราะชอบมากกว่า.. และได้กำลังใจจากบอร์ดนี้มากมายในการตัดสินใจเลือกครั้งนี้....

แต่ตอนนี้เจอแต่คนดูแคลนค่ะ เมื่อรู้ว่าจะสอบเรียนต่อ ป.โท เกี่ยวกับภาษาไทย ... ไม่เข้าใจจริง ๆ ค่ะ ว่าเรียนสายนี้แล้วผิดอะไร .. ความจริงเจอคำพูดแบบนี้มาตั้งแต่เรียน ป.ตรี แล้ว แต่ตอนนี้ที่เจอมันแรงกว่าตอนนั้นมาก

ประมาณว่าเรียนป.ตรี มาแล้ว ยังไม่พอรึไง ไม่เห็นเหรอว่าเรียนมาแล้วเอาที่เรียนมาไปทำงานอะไรได้บ้าง ทำไมไม่เรียน MBA ต่อ... และอื่น ๆ ที่แรงกว่านี้ค่ะ ขอเซ็นเซอร์แล้วกันนะคะ...

เจอแค่คำพูดก็กระแทกใจกันมากแล้ว แต่บางครั้งยังเจอสายตาดูแคลนมาแถมด้วย .... อึ้งค่ะ.... น้อยใจด้วยค่ะ ว่าทำไมเหรอ ภาษาไทย ภาษาของชาติเรานะ ทำไมต้องดูถูกกันหนักหนาด้วย แล้วคนเรียนภาษาไทย ผิดตรงไหนกัน ... มันไม่โก้หรูตามสมัยนิยมก็จริง แต่เราก็ชอบของเราอย่างนี้ เราผิดตรงไหน...

ครอบครัวไม่ว่าอะไรเลยนะคะ อยากเรียนอะไรก็เรียน แต่คนรอบข้างเมื่อรู้นี่ล่ะ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน เพื่อนร่วมงานและคนรู้จัก บางคนเป็นผู้ใหญ่ที่เราไม่คิดเลยว่าจะจิตใจคับแคบ พอพูดจาเหมือนดูถูกกัน เราอึ้งเลยค่ะ... มีน้อยมากที่จะเข้าใจเรา นอกจากเพื่อนที่สนิทกันจริง ๆ ...

เจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อย ๆ มันก็บั่นทอนกำลังใจเหมือนกันค่ะ แม้จะพยายามไม่ใส่ใจแล้วก็ตาม... นี่ก็ใกล้จะสอบแล้ว อีกแค่เดือนกว่า ๆ ... น้อยใจค่ะ บางทีอ่านหนังสือแล้วก็น้ำตาไหล มันอึดอัด ไม่เข้าใจค่ะ ... T-T

... ขอโทษนะคะ ที่บ่นยาวเลย มันอึดอัดจริง ๆ ค่ะ...

จากคุณ : za_cooll - [ 18 ธ.ค. 49 01:50:08 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

Study in whatever youu like and you will not regret!!

จากคุณ : escaflowne - [ 18 ธ.ค. 49 02:32:14 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

I'm studying ninjitzu. Many people said " Ai ba'". This is the result.  http://www.youtube.com/watch?v=LgXSue-aiN8

จากคุณ : escaflowne - [ 18 ธ.ค. 49 02:37:52 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

อยากเรียนอะไรเรียนไปเลยครับ อะัไรก็ได้ที่มีความสุข

ผมแน่ใจว่าผมโดนอะไรมาพอๆ กัน ถ้าไม่มากไป ก็คงไม่น้อยไปกว่า
หรือเยอะไปกว่าคุณ จขกท หรอกครับ ตอนที่บอกญาติผู้ใหญ่ (ผมโชคดี
ที่พ่อแม่ผมเข้าใจว่าผมต้องมาทางนี้) ว่าผมอยากเรียนภาษาลาว ภาษาเขมร
ภาษาพม่า สันสกฤต (และต่างๆ นาๆ) ผมโดนสิ่งที่แย่ๆ บ้าๆ มาเยอะพอ
สมควรครับ

ผมเป็นคนที่ขี้น้อยใจพอสมควร แต่ด้วยอะไรก็ตาม ผมตัดสินใจจะเป็ยคนที่ดื้อ
ไม่แพ้ลูกบ้านไหนในซอย ผมจึงทำตามความฝัีน ซึ่งก็น่าจะเหมือนกับความอยาก
ของผม และคิดว่าจะเดินตามความฝัีนที่คนอื่นบางคนคิดว่าความฝันของผมเหล่านี้บ้า แต่ตอนนี้ผมมีชีวิตที่มีความสุขพอประมาณ เดินอยู่ที่ไหน เด็กๆ ที่รู้จักผม
เรียกผมว่าครูบ้าง อาจารย์บ้าง ผมมีความสุข และมีเกียรติตามที่ผมควรมี
ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป เหมือนเพื่อนมนุษย์ทุกคน

ขอให้กำลังใจ และอธิษฐานเผื่อด้วยครับ โลกนี้จะมีคนที่เรียนภาษาไทย ด้วยควา
ภูมิใจ และอาจจะกลายเป็นคนที่มีส่วนในการพัฒนาจิตสำนึก หรือความรู้ส่วนเล็กๆ
ในสมองของเยาวชนของชาติต่อไป

แก้ไขเมื่อ 18 ธ.ค. 49 04:08:02

จากคุณ : SoloSou - [ 18 ธ.ค. 49 03:53:34 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 4

ผมเองก็เรียนจบวิจิตรศิลป์ครับ
และจบภาพยนตร์ ป.ตรีีอีกใบ
เด็กๆฟังแล้ว อาจจะเท่
ผู้ใหญ่ฟังแล้วว่า ไส้แห้งแน่
แม่บอกว่าจะเรียนทำไมนักหนา
เรียนอะไรเอาไปทำงานไม่ได้ซักอย่าง
ผมไม่โกรธแม่ครับ เพราะเข้าใจเขา และไม่เรียกร้องให้ใครมาเข้าใจตัวผมด้วยครับ
ตอนนี้ผมเป็นกราฟิคดีไซน์
แต่หาโอกาสทำศิลปะเสมอ
และบั้นปลายชีวิตจะเป็นศิลปินให้ได้
และถ้าย้อนเวลาได้ให้เลือกก็จะเรียนศิลปะเหมือนเดิม
ผมดีใจที่มีคนแบบคุณ
อย่าัฟังเสียงคนอื่นๆมากเลยครับ
เงียบๆ ฟังเสียงหัวใจตัวเอง
อย่ามองอะไรเป็นเส้นตรงครับ
มีต่ำมีสูง มีรวยมีจน
สายมนุษย์ศาสตร์สังคมศาสตร์ อยู่ต่ำ
สายวิศวกรรม แพทย์อยู่สูง ตลกดีนะครับ
ผมเคยคุยกับทั้งวิศกรรมและหมอ
พอคุยด้านนามธรรมที่ลึกซึ้งเหมือนศิลปินมอง
ทั้งสองสาขาผมให้ติดลบครับ
ผมมีความสุขที่ได้กุมความลับแห่งสัมผัสวิเศษแบบนี้ไว้
เพื่อแสดงออกให้คนจิตใจละเอียดอ่อนได้เข้าถึง
ผมว่าภาษาไทยของคุณก็เช่นกัน
บทกวี  ไฮกุ  วรรณกรรม โอ้สุดยอดครับ
ให้วิศวกร หมอหมาที่ไหน
เกิดมาสิบชาติก็เข้าไม่ถึงหรอกครับ  
ถ้าไม่รู้รหัสลับแห่งภาษาำไทยที่คุณกุมไว้
รักษา และรักมันให้มาก
แสดงมันให้กับคนที่รู้คุณค่า แค่นี้วิเศษสุดแล้วครับ
ทำสิ่งที่ชอบให้ดีที่สุด
ขยับเข้าใกล้มันทีละนิดนะครับ
อย่าท้อ และอย่าหยุด
ฟรานซ์ ค้าฟก้า ก็เคยทำงานประจำ
ตกกลางคืนเขียนหนังสือ
สุดท้ายก็ได้เป็นนักเขียนสมใจ
ท่านอังคาร  นวรัตน์  กนกพงศ์  
วินส์  ปราบดา และเพื่อนน้ำหมึก
หลายๆคนต่างก็ต้องผ่านการพิสูจน์มาทั้งนั้นครับ
มีความสุขกับสิ่งที่คุณรักมากๆนะครับ
เป็นกำลังใจให้ครับ

แก้ไขเมื่อ 20 ธ.ค. 49 04:16:32

จากคุณ : vankohgang (vankohgang) - [ 18 ธ.ค. 49 05:00:47 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 5

"...ผมเคยคุยกับทั้งวิศกรรมและหมอ พอคุยด้านนามธรรมที่ลึกซึ้งเหมือนศิลปินมอง ทั้งสองสาขาผมให้ติดลบครับ..."

"..ให้วิศวกร หมอหมาที่ไหน เกิดมาสิบชาติก็เข้าไม่ถึงหรอกครับ.."

>> ก๊ากกกกกก คิดได้ไงเนี่ย แน่ใจนะครับว่าคนพูดเนี่ยได้รับการกล่อมเกลามาแล้วด้วยศิลปะ? ยังยกตนข่มท่านอยู่เนี่ยนะ? เข้าตำราจวักไม่รู้รสแกงเสียแหละมากกว่า

สำหรับเจ้าของกระทู้นะครับ ขอให้เชื่อมั่นในตัวเอง เรียนก็ด้วยสมองของคุณเอง เวลาของคุณเอง อิทธิบาทสี่ของคุณเอง แล้วใครที่ไหนจะมา ส ใส่เกือก เรื่องของคุณอะไรนักหนา มีฉันทะเรื่องอะไรก็เรียนไปเถอะครับ อย่าไปปรารมเรื่องของคนที่สักแต่ว่ามีปากก็พูด

แก้ไขเมื่อ 18 ธ.ค. 49 09:31:42

จากคุณ : แอ๊ด ปากเกร็ด - [ 18 ธ.ค. 49 06:32:33 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 6

เข้ามาเป็นกำลังใจให้นะครับ ขออย่าเพิ่งท้อถอยด้วยคำพูดของคนที่คิดต่างไปจากตัวเรา

ปัจจุบันสังคมไทยอาจจะมองในแง่การศึกษาคือ "การลงทุน" มากเกินไป เอาวัตถุเป็นตัวตั้ง ดังนั้น ใครเล่าเรียนในสายที่ไม่ทำเงินมักจะถูกมองด้วยสายตาดูแคลน ว่าเรียนไปทำไม ทำไมไม่เรียนคอมฯ เรียนภาษาต่างประเทศ เรียนเอ็มบีเอ ฯลฯ ก็อย่าเพิ่งเครียดอย่าเพิ่งกังวลมากไป

น้อง (ขออนุญาตเรียกว่าน้องนะครับ) ลองถามใจตัวเองว่า เรียนเพื่ออะไร เรียนเพราะอยากค้นคว้า อยากรู้ภาษาไทย ในฐานะที่เป็น "ศาสตร์" หนึ่งอย่างลึกซึ้ง ก็จงเรียนซะ (อาจจะฟังดูเชยแล้วในสมัยนี้... ถ้าเลือกเรียนในสายที่เราชอบเราอยากเรียนแต่ไม่ใช่สายที่ทำเงินทำทองอะไรมากมาย)

วิชาภาษาไทยเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งที่ศึกษาได้ไม่รู้จบ ในแง่วิชาการ ทั้งในแง่ภาษาทั้งในแง่วรรณคดี ไม่ใช่ว่าเรียนแค่สะกดยังไงให้ถูก แต่การเรียนภาษาไทยคือการเรียนความคิดและภูมิปัญญาของคนไทยเราเอง  แต่อย่างว่าก็เหมือนขนตาของเรา อยู่ใกล้ตาแต่เรากลับมองไม่เห็น (หรือไม่เคยมอง) หรือเหมือนลมหายใจ หายใจเข้าออกอยู่ทุกวันแต่ก็ลืมไปว่าเรากำลังหายใจ  ต่อเมื่อวันใดขาดไปนั่นแหละจึงจะรู้ค่า

วิชาภาษาไทย ตอนนี้กลายเป็นสาขาวิชาขาดแคลนไปเสียแล้ว ในมหาวิทยาลัยหลายแห่งมีทุนให้เรียนปริญญาเอก เพื่อบรรจุเป็นอาจารย์ ก็ยังเห็นว่ามีทุนเหลือ เพราะหาคนที่จะสนใจจริงๆ จังๆ และมีความสามารถจริงๆ ไม่ค่อยมากนัก

ในต่างประเทศ เขาสนใจเรียนสนใจศึกษาภาษาไทยกันเอิกเกริก มีการจัดประชุมนานาชาติเกี่ยวกับภาษาและวรรณคดีไทยทั่วโลก  ที่มหาวิทยาลัยลอนดอน (Soas) เปิดสอนปริญญาเอกสาขาภาษาไทย มีอาจารย์เก่งๆ ได้เกียรตินิยมอันดับ 1 จุฬาฯ ไปศึกษาจบจากที่นั่นหลายคน แล้วมาสอนมาช่วยสร้างปัญญาของสังคมในระดับอุดมศึกษาก็มาก

ผมไม่ได้ว่าสาขาอื่นจะไม่สร้างปัญญาให้แก่สังคมนะครับ แต่อย่างน้อยในฐานะที่ "คนเอกภาษาไทย" ที่เรียนด้านนี้มาโดยตรง ได้มีโอกาสอ่านได้ศึกษาผลงานความคิดของนักปราชญ์ไทยในอดีต แล้วเอามาเผยแพร่ต่อเอามาสร้างสรรค์มาเป็นหลักคิดให้แก่สังคมที่กำลังกระโดดไปสู่วัตถุอย่างเต็มตัวได้หยุดคิด และค่อยก้าวอย่างระมัดระวังมากขึ้นบ้าง (ส่วนใคร (คนเรียน) จะรับได้แค่ไหนก็อีกเรื่อง)

เชื่อเถอะครับว่า วันหนึ่ง วิชาการทางปรัชญา ภาษาไทย วรรณคดีไทย หรือพวกประวัติศาสตร์จะกลายเป็นวิชาที่ใครๆ ก็โหยหาเมื่อการแสวงหาวัตถุมันพัฒนาจนถึงที่สุด (แล้วเกิดอะไรไม่รู้เหมือนกัน) เมื่อถึงวันนั้นจริงๆ ก็คงจะได้คำตอบอะไรบางอย่าง

เป็นกำลังใจให้นะครับ อย่าเพิ่งหวั่นไหว ถ้ามั่นใจ ก็จงก้าวต่อไป ไม่มีใครจะให้คำตอบได้ดีเท่าตัวเราเอง ว่าทำอะไรไป เพื่ออะไร.............สู้...สู้...


จากคุณ : วัฒนุ - [ 18 ธ.ค. 49 09:24:06 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

อย่าไปสนใจเลยค่า...เราเองจบโทภาษาไทยมาค่ะ

โดนอย่างที่คุณโดนมาเหมือนกัน ทุกวันนี้ยังโดนเลยค่ะ

ถ้าเราเลือกที่จะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย คงมีแต่คนชื่นชมเนอะ

แต่นี่เรามาทำงานเอกชนทั่วไป เลยหางานยาก ต้องมาทำงานสมาคมเงินเดือนน้อย  คนเค้าก็ยิ่งดูถูกหน่ะค่ะ

แต่มันเรียนยากนะคะ เราจบมาได้นี่ถือว่าเก่งแล้ว จากคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ คนนอกเค้าไม่รู้หรอกว่ามันยากจะตาย ภาษาพ่อภาษาแม่จะเรียนไปทำไม๊เนอะ

ถ้ามีตังค์นะจะไปเรียนที่ลอนดอนเหมือนกัน จะว่าไปก็มีคนจะหาทุนให้เหมือนกัน แต่เราไม่อยากเป็นอาจารย์อ่ะค่ะ เลยไม่ไป กลัวต้องมาสอนชดใช้ทุน

สู้ๆนะคะ เรียนให้จบหรือไม่ก็ทำเรื่องโอนไปที่ลอนดอนโลด ให้ชาวโลกมันรู้ซะมั่งว่าเราเก่งขนาดไหน


จากคุณ : *~~nOnGtEErAk~~* - [ 18 ธ.ค. 49 10:55:36 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้ครับ

จากคุณ : pokemon trainer - [ 18 ธ.ค. 49 14:25:27 A:125.25.69.21 X: TicketID:000119 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

ไม่ผิดครับ คนเรามีอิสระในการตัดสินใจอยู่แล้ว ชอบด้านไหนก้เรียนด้านนั้นเถอะครับ เรียนด้านที่ไม่ชอบมันก้ไม่ได้อะไร

แต่ว่าก็ต้องยอมรับนะครับว่าเราเรียนเพื่อเอาวุฒิอย่างเดียว หากเราไม่สามารถนำไปใช้ในการทำงานได้ แต่ก็ไม่แปลกอยู่ดีครับสมัยนี้คนเรียนเอาวุฒิเยอะแยะไป เรียนเพราะความพอใจ ชอบที่จะศึกษาในด้านนั้น ๆ

เป็นกำลังใจให้ครับ


จากคุณ : mOnMasterII - [ 18 ธ.ค. 49 14:53:10 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

ขอบคุณที่คุณเรียนภาษาไทยคุ่ะ

ชื่นชมคนที่เรียนเอกภาษาไทยค่ะ  โดยเฉพาะระดับสูง ๆ ขึ้นไป  เพราะตัวเองก็คิดว่าภาษาไทยมีความสละสลวยลึกซึ้งและไพเราะมาก  แต่ไม่มีปัญญาเรียนเองเพราะสมองไม่ถึง เรียนไม่ไหว

แค่สมัยเรียนพวกร้อยกรองตอนมัธยมยังยากจนต้องเปิดพจนานุกรมทุกตัว  แต่รู้สึกว่าเพราะมากโดยเฉพาะถ้าเป็นฉันท์  เพราะแบบ "ตายไปเลย"

คิดว่าคนเรียนอะไรก็ตาม อาจจะมีบางช่วงที่เจออาการท้อแท้ได้บ้า่ง  ต่อให้เป็นวิชาที่ชอบแสนชอบก็เถิด  นั่นเป็นเรื่องธรรมดาน่ะค่ะ

เ็ห็นว่าใกล้สอบใช่ไหมคะ อาจจะเจอเครียดเรื่องสอบด้วย เลยไปกันใหญ่
เพราะฉะนั้น เอาทีละอย่างนะคะ อย่าเพิ่งไปขุดเรื่องน้อยใจขึ้นมาคิด
เอาเรื่องสอบก่อน :-)

สอบเสร็จแล้วอาจจะปลอดโปร่งโล่งใจ หายน้อยใจแล้วก็ได้ค่ะ หวังว่าคงเป็นเช่นนั้น

แต่ถ้ามีเวลาล่ะก็อยากจะแนะนำให้ไปลองฝึกวิชาเพิ่มภูมิคุ้มกันใจจากมลพิษรอบข้า่งดู  เพราะเห็นว่าที่เจอหนักสุดคือจากคนรอบข้าง ผู้ใหญ่ที่ทำงาน ฯลฯ

เพราะถ้าเราเปลี่ยนคนรอบข้างไม่ได้  เราก็เอาเกราะมาใส่ครอบใจเรานี่แหละค่ะ ง่ายกว่า

เมื่อเสียงนก เสียงกา มันเข้ามาในใจเราไม่ได้
อีกหน่อยนั่งดูหนังสือก็ไม่ต้องน้ำตาไหลอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ
(แต่ไม่รับประกันว่าจะไม่หลับนะคะ ฮิ ๆ)

ขอให้โชคดีในการสอบนะคะ สู้ สู้ ค่ะ smile


จากคุณ : kenzen - [ 18 ธ.ค. 49 15:30:06 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

สู้ต่อไปนะคะ เราก็เรียนจบปริญญาตรีภาษาไทยมาจากเชียงใหม่เหมือนกันค่ะ อย่าคิดอะไรมากกับคนที่ไม่ได้เห็นค่าในตัวเราเลยนะคะ มองผ่านไปว่าคำพูดเค้าเป็นแค่เศษดิน เศษใบไม้ก็พอ เพราะถ้าหยิบมันขึ้นมาติดตัวไว้ตลอดเวลา คนที่หนักก็คือตัวเราเองค่ะ สู้ต่อไปนะคะ

จากคุณ : แมวมอมแมม - [ 18 ธ.ค. 49 16:53:17 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

ขอบคุณทุก ๆ ท่าน ทุก ๆ ความเห็นมาก ๆ ค่ะ...  ทำให้เกิดลูกฮึด ลุกขึ้นมาลุยเพราะกำลังใจอันล้นเหลือค่ะ คิดไม่ผิดจริง ๆ ที่เข้ามาในบอร์ดนี้ เพราะได้กำลังใจและคำแนะนำดี ๆ ทุกครั้งเลย... ซึ้งใจและประทับใจมาก ๆ เลยค่ะ...

จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้จะล้มเลิกความคิดที่จะเรียนภาษาไทยต่อค่ะ เพียงแค่รู้สึกหมดกำลังใจไปบ้างเท่านั้นเอง... แต่ตอนนี้เหมือนได้ชาร์ตแบตใหม่แล้วค่ะ ... ขอบคุณทุกท่านมากนะคะ...

จะพยายามสู้ตายเลยค่ะ...@^-^@


จากคุณ : za_cooll (za_cooll) - [ 18 ธ.ค. 49 19:56:22 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

ผมเป็นคนหนึ่งที่เรียบจบภาษาไทย  และมายินดีที่คุณคิดจะเรียนต่อทางด้านนี้  เป็นกำลังใจให้ครับ  มหาวิทยาลัยผมประกาศรับสมัครอาจารย์ที่จบปริญญาโททางภาษาไทยมาเกือบครึ่งปีแล้ว  ยังไม่มีใครมาสมัครเลย

อ้อ  ตอนไปสอบ  ควรอ่านวรรณคดี  วรรณกรรม  หลักภาษาและภาษาศาสตร์ไว้ด้วยนะครับ  อีกอย่าง  ควรคิดหัวข้อวิทยานิพนธ์ไว้ด้วย  เผื่ออาจารย์เขาจะถาม

ยินดีต้อนรับว่าที่นักศึกษาเอกภาษาไทยครับพ้ม


จากคุณ : ปะหล่อง - [ 18 ธ.ค. 49 20:06:32 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

เห็นหัวข้อแล้ว..แรกๆคิดว่าเจ้าของกระทู้ไม่รู้จักโตสักที...แต่พออ่านแล้วแค่บ่นก็ไม่เป็นไรหรอก..คนเราบ่นได้เป็นปรกติ

ป.ตร๊ เขาเรียกปัญญาชน
ป.โท เขาเอาปัญญาชนมาเรียน..เอาคนที่มีปัญญาแล้วมาเรียน...
ทุกอย่างอยู่ที่เราเด้อ...เมื่อตอนเด็กอาจจะไม่รู้ว่าอยากเรียนอะไร...แต่หลังทำงานแล้ว..ตั้งนานแล้วด้วย...ถ้าไม่รู้ก็ไม่รู้จะว่าไงหละ

ก๊ากกก ตาม น้าแอ๊ด  ปากเกร็ดด้วยคน...


จากคุณ : just like that - [ 18 ธ.ค. 49 20:06:47 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

คห.2 เทพมาก ๆ ครับ เรียนที่ไหนอ่ะครับ สนใจ เพราะหัดเองแล้วไม่เทพเท่าคุณอ่ะครับ

จขกท.ครับ ภาษาไทยอีกไม่นานน่าจะรุ่งแล้วนะครับ เพราะภาษาเอเชียอื่น ๆ คนเรียนกันจนปรุแล้ว

ลองดูที่มศว.มั้ยครับ มีป.โทสอนภาษาไทยให้คนต่างชาติ ต่างจากหลักสูตรภาษาไทยปกติ ๆ ของมหาลัยอื่น ๆ นะครับ เน้นเจาะตลาดต่างชาติโดยใช้ภาษาไทยเป็นสินค้า (อันนี้ผมเข้าใจเอาเองนะครับ อาจจะผิดก็ได้ และบอกไว้ก่อนว่าผมไม่ได้มาจากมศว.นะครับ ไม่ได้ค่าโฆษณาเน้อ)


จากคุณ : Dancing Sakura - [ 18 ธ.ค. 49 20:41:19 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 16

พอใจ

จากคุณ : โทโมกะ - [ 18 ธ.ค. 49 21:01:13 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 17

สู้ !!!

จากคุณ : นายไผ่ - [ 19 ธ.ค. 49 09:07:56 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 18

หนังดี คือ หนังที่เราชอบ

จากคุณ : ดร คลองตาล - [ 19 ธ.ค. 49 16:32:41 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 19

สิ่งที่เราชอบจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต (แปลงมาจาก Season change) ไปดูเรื่องนี้ไว้เลย

ไอ้คนที่มาว่าคุณคงไม่ได้อยู่กับคุณไปตลอดชีวิตแล้วแน่ๆ
อย่าไปสนใจเลย

เขาพูดออกมาได้ยังไง ตอนนี้กระทรวงศึกษาบอกเราขาดครูภาษาไทยตั้งหลายพันคน (ข่าวเมื่อวาน)

ให้กำลังใจนะ


จากคุณ : ciri - [ 19 ธ.ค. 49 18:07:41 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 20

มีคนรู้จัก เรียนโทภาษาไทยเหมือนกัน ตอนนี้ไปสอนสิงคโปร์ แล้วก็สอนฝรั่ง เงินเดือนหลายแสนทีเดียว ปัญหาคือต้องจับทางให้ถูก แล้วก็ต้องรู้ภาษาอังกฤษด้วย

ขอแย้งความเห็นที่ 5 ครับ ที่น้องเค้าพูดอาจฟังดูแปลก ๆ แต่ไม่แน่มันอาจเป็นจริงก็ได้ครับ เราฟังดูเหมือนพวกหลงตัวเอง คิดว่าตัวเองเก่ง แต่ผมเคยเจอบางคนพูดประมาณเนี้ย แต่งตัวบ้า ๆ แต่มันก็เก่งจริง ๆ ครับ เก่งแบบไม่น่าเชื่อ โลกนี้เป็นไปได้ทั้งนั้นครับ หลาย ๆ คนในไกลบ้าน เห็นตอบแบบแรง ๆ บ้า ๆ แต่ความสามารถ เกินพวกเราไปหลาย สิบเท่าครับ กล้ายืนยันเลย


จากคุณ : 1234 - [ 19 ธ.ค. 49 19:06:30 A:125.25.45.30 X: TicketID:091427 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 21

ตอบ #20

คุณจะแย้งผมตรงไหนครับ? เรื่องความเก่งของคนๆนี้ หรือเรื่องข้อเท็จจริงในสิ่งที่เขากล่าวอ้าง หรือเรื่องที่ผมไม่ชอบการแสดงออกของเขา

ผมขอยืนยันประเด็นอีกครั้งหนึ่งว่า ผมติเขาเพราะเขาใจแคบ เขาอ้างว่าเขาเป็นศิลปิน แต่การแสดงออกของเขานั้นตรงข้ามกับผู้ที่ควรจะเจริญแล้วเพราะได้รับการกล่อมเกลากมลสันดานแล้วด้วยการฝึกฝนศิลปะ

ผมไม่ได้โต้แย้งเรื่องความมีหรือไม่มีจิตสำนึกในการ appreciate งานศิลปะของหมอและวิศวกร เพราะนั่นไม่ใช่เรื่องของผม ผมไม่ได้บอกว่าคนๆนี้ไม่เก่ง เพราะผมไม่รู้ว่าเขาเก่งหรือเปล่า ไม่เคยเห็นหน้ากัน ไม่เคยสัมผัสผลงาน ผมบอกไม่ได้หรอกว่าเก่งหรือไม่เก่ง ดังนั้นผมไม่ได้ติงเขาเรื่องผลงาน เพราะผมบอกไม่ได้ คุณเองก็บอกไม่ได้ไม่ใช่หรือ เพราะคุณก็ไม่รู้จักกับเขา ดังนั้นผมคิดว่าตรงนี้ไม่ใช่ประเด็น เพราะเราต่างก็ไม่รู้จักเขาทั้งคู่

ประเด็นที่ผมออกมาติงเขาก็เพราะทัศนคติห่ามๆของเขาต่างหาก ทัศนคติในการยกตนข่มท่าน ตรงนี้ต่างหากที่ผมไม่ชอบ เขาเป็นคนเขียนออกมาเอง คุณก็เห็น ผมไม่ได้ใส่ความเขา เมื่อเขาเขียนอย่างนั้น ผมไม่ชอบไม่เห็นด้วย ผมก็บอกไม่ชอบไม่เห็นด้วยเพราะเป็นสิทธิของผม ส่วนใครจะชอบก็เป็นสิทธิของคนนั้นเช่นกัน ห้ามกันไม่ได้

ศิลปะเป็นเรื่องของความรู้สึก เป็นเรื่องของสุนทรียภาพ คนที่ฝึกฝนเรื่องศิลปะนั้นเป็นการนำเอาด้านสร้างสรรค์ในตัวเองออกมาเพื่อให้เกิดความสุนทรีย์แก่โลกนี้ แน่นอนว่าต้องมีความเป็นตัวของตัวเองสูง แต่ความเป็นตัวของตัวเองนั้นมันต้องเหยียบคนอื่นที่มันเห็นไม่เหมือนกับตัวด้วยหรือครับ ทำไมต้องผูกขาดความถูกต้องและดีงามให้อยูกับตัวท่านคนเดียวด้วยล่ะครับ? นี่คือข้อติติงของผมที่มีต่อคนๆนี้

ถ้าศิลปะมีความสำคัญต่อชีวิตและวิญญาณของคนๆนี้จริงๆ ก็ชอบที่เขาจะต้องหมั่นสร้างสรรค์ผลงานโดยไม่ต้องไปปรารมหรอกว่าไอ้พวกหมอและวิศวกรสะตึๆทั้งหลายมันจะอภิเชษฐ์หรือไม่ ปล่อยมันตายเองเหอะถ้ามันด้อยจิตวิญญาณจนตายไปเกิดอีกสิบชาติก็ยังอภิเชษฐ์งานศิลปะไม่เป็น ระวังตัวเขาเองอย่าให้อยู่บนหอคอยงาช้างของตัวเองนานเกินไปก็แล้วกัน

และผมก็ไม่คิดว่า ครูบาอาจารย์ในสำนักที่เขาประกาศตัวว่าเป็นศิษย์นั้นจะยินดีนักดอกที่ลูกศิษย์ลูกหามาระรานคนอื่นอย่างนี้ เพราะมันจะพลอยลามปามมาถึงคนสอนด้วยว่าสอนกันมาอย่างไร ขออภัยที่ต้องพาดพิงถึงท่านอาจารย์ทั้งหลายด้วย

นี่คือประเด็นของผมครับ ไม่ใช่เรื่องอื่น


จากคุณ : แอ๊ด ปากเกร็ด - [ 19 ธ.ค. 49 22:58:30 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 22

ต้องขอโทษคุณพี่แอ๊ด ปากเกร็ด จริงๆ
ที่ต้องทำให้เสียเวลาตอกเสียงหัวเราะออกมาซะขนาดนั้น
ส่วนหมอ และวิศวกร(บางคน)ที่ผมว่าน่ะ
ต้องขอโทษที่ต้องพูดความจริงครับ
ผมลบชื่อสถาบันผมออกไปนะครับ
เพราะเชื่อว่าต้องมีบางคนคิดลามปามไปว่าอาจารย์ผมแน่ๆ
สำหรับเหล่าอาจารย์ของผมทุกคน ท่านไม่เกี่ยวด้วยหรอกครับ
แต่บางท่านอาจจะอยากเกี่ยวครับ เพราะคงคิดแบบผม

ผมไม่เก่งหรอกครับคุณแอ๊ด (ผมบอกว่าผมเก่งเหรอ)
แต่ผมก็หลงตัวเองบ่อยๆ ด้วยสิ
ผมรู้ครับว่าคุณแอ๊ด กว้างขวางและเก่งขนาดไหนในวงการน้ำหมึก
ผมไม่กล้าไปเทียบปลายเล็บหรอกครับ เพราะผมก็ไม่รู้จะเทียบไปทำไม
ผมบอกได้แค่ว่า ทุกคำที่ผมพูดไปผมพูดจากความจริง
และำไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง
ที่เรียนปริญญา 2 ใบก็แค่ชอบอ่านหนังสือ มีความสุขที่ได้เรียน
ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองเก่งกว่าคนเรียนจบชั้นประถม
เพราะผมบอกแล้วว่าอย่ามองเป็นเส้นตรงขนาดนั้น
คนเรามันต่างกันจะเอาอะไรมาวัด

ประเด็นของผมคือต้องการจะบอกว่าคนเราน่ะมันต่างกันครับ
หมอหรือวิศกร เขาก็เก่งทางเขา
แล้วที่ผมต้องยกหมอ และวิศวกรมายกตัวอย่างก็เพราะว่า
เขาถูกขีดโดยมวลชนนิยมมาแล้วว่ามีมูลค่า และคุณค่าสูง
ภาษาไทยมันก็คือองค์ความรู้หนึ่ง
ที่ถูกขีดมูลค่าไว้ต่ำ แต่คุณค่าของมันนั้นสูง
เมื่อมวลชนนิยมเอาวาทกรรมน้ำเน่า มาสาดใส่ จขกท.
ผมก็เลยให้กำลังใจด้วยวิธีของผม ก็คนมันต่างกัน
คุณค่าของคนอยู่ที่สติ ส่วนมูลค่ามันอยู่ที่สตางค์
ผมมันขาดทั้งสติและสตางค์ครับเลยพูดความจริงออกไป โดยไม่ยั้งคิด
นี่คือที่ผมพูด

"...ผมเคยคุยกับทั้งวิศกรรมและหมอ
พอคุยด้านนามธรรมที่ลึกซึ้งเหมือนศิลปินมอง
ทั้งสองสาขาผมให้ติดลบครับ..."

อ่านอีกครั้งก็ยืนยันตามเดิมครับ

ที่คุณแอ๊ด ใส่มาซะขนานใหญ่ว่าผมผูกขาดความถูกต้องและดีงามให้กับตัวเองนั้น ผมคงไม่กล้าแย่งมันไปจากคุณ ซึ่งดูผูกขาดความดีและความถูกต้องไปเองเสียแล้ว
และก็ไม่คิดแอบอ้างเลยว่าผมเป็นศิลปิน ตามที่คุณกล่าวหาเลย
ที่ผมเขียนว่า
"...ตอนนี้ผมเป็นกราฟิคดีไซน์
แต่หาโอกาสทำศิลปะเสมอ
และบั้นปลายชีวิตจะเป็นศิลปินให้ได้..."
นั้นผมก็พูดความจริง และไม่มีคำไหนที่บอกว่าผมเป็นศิลปินเลย
มันเป็นความฝันที่อยากทำให้ได้ก็เท่านั้น

สำหรับที่คุณแอ๊ดนิยามผมว่า

"...เขาใจแคบ ..."

"...เขาอ้างว่าเขาเป็นศิลปิน แต่การแสดงออกของเขานั้นตรงข้ามกับผู้ที่ควรจะเจริญแล้ว..."

"...ทัศนคติห่ามๆของเขา..."

"...ทัศนคติในการยกตนข่มท่าน ..."

" ...มันต้องเหยียบคนอื่นที่มันเห็นไม่เหมือนกับตัวด้วยหรือครับ ทำไมต้องผูกขาดความถูกต้องและดีงามให้อยูกับตัวท่านคนเดียวด้วยล่ะครับ?..."

" ...ตัวเขาเองอย่าให้อยู่บนหอคอยงาช้างของตัวเองนานเกินไปก็แล้วกัน..."

ขอบคุณครับ สำหรับความใจกว้างของผู้เจริญแล้ว
ที่มาพร้อมกับทัศนคติสุกๆ โดยไม่ยกตนข่มใคร
และไม่เคยผูกขาดความดีงามกับตัว
นี่ขนาดยังไม่รู้จักผม ยังนิยมชมชอบผมขนาดนี้
อย่าลืมนะครับว่าที่ผมบอกว่าเคยคุยกับหมอหรือวิศวกรน่ะ ผมยังรู้จักเขาบ้าง

คำว่า วิศวะสะตึๆ แปลว่าอะไรครับ
ไม่ทราบว่าคิดมาโดยทัศนคติสุกๆด้วยหรือเปล่า
แล้วไอ้หอคอยงาช้างนี่มันอยู่ที่ไหนกันครับ
อยู่ตามเว็บบอร์ดวรรณกรรมใช่ไหมครับ
คุณแอ๊ดช่วยลงมาบอกผมหน่อยได้ไหม
ผมรู้ครับว่าคุณแอ๊ด กว้างขวาง ใหญ่โต
ไอ้ผมน่ะรู้จักแค่บ้านไร่ชายเขา
แต่ถ้าได้สร้างมากับมือก็พอใจแล้วครับ

และนี่คือที่ผมพูด
"...ผมว่าภาษาไทยของคุณก็เช่นกัน
บทกวี  ไฮกุ  วรรณกรรม โอ้สุดยอดครับ
ให้วิศวกร หมอหมาที่ไหน
เกิดมาสิบชาติก็เข้าไม่ถึงหรอกครับ  
ถ้าไม่รู้รหัสลับแห่งภาษาำไทยที่คุณกุมไว้
รักษา และรักมันให้มาก
แสดงมันให้กับคนที่รู้คุณค่า แค่นี้วิเศษสุดแล้วครับ..."

ถ้าไม่สุภาพขอเปลี่ยนเป็นสัตวแพทย์ครับ (หมอหมา)
แต่ยังยืนยันคำเดิมครับ คุณ จขกท.
เพราะวิศวกร หมอ สัตวแพทย์หรือสุนัข
มันก็มีคุณค่าในแบบของมันครับ
หรืออยากจะให้นิยาม ฟันธงต้องรบกวนคุณแอ๊ด ปากเกร็ดช่วยครับ

ส่วนคุณ 1234 ขอบคุณมากครับ
สำหรับความใจกว้าง
ขอให้สติจงอยู่คู่กับคุณ เพื่อคุณค่าที่จะตามมา
ส่วนสตางค์หาเอาเองนะครับ

จาก
คนสะตึๆ ที่ไม่มีสตางค์

แก้ไขเมื่อ 20 ธ.ค. 49 05:24:26

แก้ไขเมื่อ 20 ธ.ค. 49 04:57:10

แก้ไขเมื่อ 20 ธ.ค. 49 04:53:02

จากคุณ : vankohgang (vankohgang) - [ 20 ธ.ค. 49 02:09:47 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 23

#22

ผมบอกแล้วว่าผมไม่รู้จักคุณ ในชีวิตจริงคุณมีนิสัยใจคออย่างไรผมไม่รู้ แต่ผมสัมผัสกับคุณเพราะตัวหนังสือของคุณซึ่งสะท้อนเสี้ยวหนึ่งของโลกทัศน์และท่าทีต่อชีวิตของคุณ ผมตำหนิเพราะผมเห็นว่ามันไม่ถูก เพราะคุณไปเกะกะระรานชาวบ้านเขา ถ้าคุณเห็นว่ามันถูกผมก็ไม่มีอะไรจะกล่าว ส่วนผมเป็นใครนั้นไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้

เอาเถิด ในโลกนี้ไม่มีใครบังคับความคิดเห็นและความรู้สึกกันได้หรอก คุณอยากคิดอย่างไรก็เชิญตามสบาย คุณจะเป็นหรือไม่เป็นศิลปินก็เป็นเรื่องของคุณ ขึ้นกับฉันทะ ขึ้นกับการฝึกฝนฝึกอบรม ขึ้นกับปฏิปทา พูดง่ายๆขึ้นกับภูมิหลังและการกระทำของคุณ ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน และ หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คนครับ

ส่วนหอคอยงาช้างอยู่ที่ไหน? อยู่ที่เดียวกับสระน้อยที่กบอยู่ครับ  อยู่ริมสระเลยละ วิวสวยมาก ขอบอก smile


จากคุณ : แอ๊ด ปากเกร็ด - [ 20 ธ.ค. 49 07:19:31 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 24

ไปประชดเขาทำไมเล่าลุงแอ๊ด เออ น้องเขาอุตส่าห์มาให้กำลังใจ เจ้าของกระทู้ นะ

จากคุณ : 1234 - [ 20 ธ.ค. 49 15:42:54 A:58.181.183.125 X: TicketID:091427 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 25

เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้ครับ
ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา ก็สามารถประสบความสำเร็จได้นี่ครับ
ขอให้ได้เรียนตามใจหวัง  



คห.2  เจ๋งมากๆเลย  เท่ห์โคตะระๆๆๆ
แต่ที่คาบอยู่ มันเป็นสนิมหรือเปล่า  ระวังด้วยนะครับ

ราศีเมถุน


จากคุณ : นายกาเมศ - [ 21 ธ.ค. 49 02:18:00 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 26

คุณ 1234 ครับ

เออ จริงของคุณ เจ้าตัวเขาเองก็บอกอยู่ว่า "..ผมมันขาดทั้งสติและสตางค์ครับเลยพูดความจริงออกไป โดยไม่ยั้งคิด..."

งั้นถือเสียว่าลูกติดพันก็แล้วกันตอนกรรมการแยก ขออภัย

ขอฝากคำสอนหลวงพ่อชา

พึงระวังความคิดเพราะมันจะกลายเป็นคำพูด
พึงระวังคำพูดเพราะมันจะกลายเป็นการกระทำ
พึงระวังการกระทำเพราะมันจะกลายเป็นนิสัย
พึงระวังนิสัยเพราะมันจะกลายเป็นบุคลิก
พึงระวังบุคลิกเพราะมันหมายถึงอนาคตของเรา


จากคุณ : แอ๊ด ปากเกร็ด - [ 21 ธ.ค. 49 08:13:41 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 27

ผมเองก็คิดเหมือนคุณนะครับ ผมกำลังเลือกเรียนต่อระหว่าง MBAที่ชอบ, M.Econ หรือว่าจะไปขอทุนม.พายัพเพื่อเรียนต่อเทววิทยา เพื่อมาเป็นศิษยาภิบาลคริสเตียนดี 2อย่างแรกคงมีคนจำนวนมากสนับสนุน ส่วนอันหลังล่ะก็ จนแน่นอน แต่ผมก็ชอบนะ ศึกษาศาสนาเพื่อมาเผยแพร่ต่อ

แต่แน่นอนครับ ถ้าผมเลือก ผมจะไม่ฟังเสียงใครทั้งนั้นนอกจากตัวผมเองว่าผมจะอยากเรียนอะไร ขอให้คุณเชื่อมั่นในการตัดสินใจของคุณนะครับ ถึงแม้ว่าจบมาอาจจะไม่ได้ทำเงิน แต่แน่นอนครับว่า "คุณจะไม่เสียใจเลยที่ได้เรียนในสิ่งที่คุณรัก"


จากคุณ : Siniza - [ 21 ธ.ค. 49 10:25:55 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 28

อยากเรียนเหมือนกันล่ะค่ะ ป.โท ภาษาไทย
แต่ขอเก็บเงินก่อน ตอนนี้กรอบมาก ๆ


จากคุณ : เชอร์เบต จี๊ดด ด - [ 21 ธ.ค. 49 12:05:57 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 29

สู้ๆ

จากคุณ : oads1900@hotmail.com - [ 21 ธ.ค. 49 14:37:44 A:203.158.118.15 X: TicketID:134081 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 30

เป็นกำลังใจให้ครับ

จากคุณ : yut - [ 21 ธ.ค. 49 23:34:09 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 31

เป็นกำลังใจให้นะคะ อยากเรียนอะไรก็เรียนไปเถอะค่ะ ตอนนี้เรายังรู้สึกเสียดายอยู่เลยที่ไม่ได้เรียนอย่างที่ตัวเองชอบ แต่เรียนเพราะพ่อ แม่ อยากให้เรียน ตอนนี้เรียนไปก็ไม่มีความสุขหน่ะค่ะ พยายามเข้านะคะ
....ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะน้องใหม่ค่ะ.....


จากคุณ : วิกรมจริต (วิกรมจริต) - [ 22 ธ.ค. 49 12:30:28 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 32

มาเป็นกำลังใจให้ด้วยครับ

จากคุณ : Slammin JustintimE - [ 22 ธ.ค. 49 13:04:19 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 33

มาร่วมให้กำลังใจด้วยคนครับ ตอนนี้ผมกำลังอยากเรียนภาษาสันสกฤตอะครับ เห็นคนอื่นเขาเรียนกันแล้ว แบบว่าอิจฉา เอิ๊ก
ดาว


จากคุณ : คุณพีทคุง (พิธันดร) - [ 22 ธ.ค. 49 19:39:51 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 34

ตอนนี้ไม่สนใจเสียงนกเสียงการอบข้างแล้วค่ะ เวลาอันน้อยนิด พยายามมุ่งมั่นตามที่ตั้งใจไว้ดีกว่า... ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นและทุกกำลังใจค่ะ

อ่านช่วงแรกแล้วไม่สบายใจค่ะ ที่มีบางท่านมีความเห็นขัดแย้งกัน แต่มาหลังๆ ก็คลี่คลายไป เลยโล่งใจค่ะ...  นี่ล่ะค่ะ ชาวพันทิพ ขัดแย้งกันก็เพื่อมิตรภาพค่ะ.. @^-^@

ปล.. อากาศหนาว ทุกท่านรักษาสุขภาพด้วยนะคะ


จากคุณ : za_cooll (za_cooll) - [ 22 ธ.ค. 49 22:43:41 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 35

เหอๆๆ
สู้ๆ นะคะ พี่เจ้าของกระทู้ แนนเองก็อยากเรียนภาษาไทยนะ แต่สมองคนเราไม่เหมือนกัน รับได้ไม่มาก เข้าไม่ถึงแก่นของมันจริงๆ ใครจะว่าไงก็ช่างเหอะค่ะ

ฟังไว้นะคะ "ความถูกต้องอยู่ที่มุมมอง" สิ่งไหนใครว่าดี ใครว่าถูก มันอยู่ที่มุมมองของแต่ละคน ใครก็ว่าตนเองถูก ตนเองดี ตนคิดถูกแล้วทั้งนั้น ใครๆ ก็เข้าข้างตัวเอง ฉะนั้น อย่าไปยึดติดในสิ่งที่เค้ามอง เราฟังได้
เราเองก็มีสมองนะคะ เราคิดเป็น ถ้าเค้าบอกว่าไม่ดี เราก็คิดพิจารณาได้ ใช่มั้ยคะ มองโลกกว้างๆ เถอะค่ะ อย่ามองแค่สิ่งที่ผ่านแค่นี้เท่านั้น เพราะพี่จะไม่สนใจอะไรคำพวกนั้นเลย สู้ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้


จากคุณ : นู๋แนน (][NuUnAn--) - [ 24 ธ.ค. 49 17:33:24 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 36

ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้
ขอชื่นชมที่เจ้าของกระทู้รู้ว่าตัวเองชอบอะไรและเลือกที่จะทำตามความฝันให้เป็นจริงขึ้นมา
บางคนอยู่มาก็นานยังไม่รู้เลยว่าตัวเองชอบอะไร หรือไม่กล้าที่จะทำตามความฝัน (อย่างเราเป็นต้น เฮ้อ เบื่อตัวเอง)
ขอให้ทำให้สำเร็จ แค่มีความสุขกับสิ่งที่ทำก็เรียกว่าสำเร็จแล้วหล่ะค่ะ


จากคุณ : เมเปิ้ล <inRED> - [ 28 ธ.ค. 49 23:18:19 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 37

เป็นกำลังใจให้นะครับ ผมว่าดีออก สุดยอดเลย
ตัวผมเอง ยังอยากเรียนเลย เพราะเคยเก่งภาษาไทยมาก่อนนะครับ

ถ้าได้เรียน ก้อยากจะนำใช้สอนภาษาไทยที่นานาชาติ

คุณza_cooll ไม่คิดเรื่องสอนหรือครับ? ต้องขอบคุณเช่นกันที่เรียนโทภาษาไทย

ขอเชิญอ่านคอลัมน์ได้ที่ http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K4868455/K4868455.html


จากคุณ : tonmelb - [ 30 ธ.ค. 49 22:16:51 A:203.209.123.34 X: TicketID:054700 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 38

ผมว่าจริงๆแล้วสังคมเรามองกันที่เปลือกครับ คนที่ดูถูกคุณเค้าอาจจะคิดแค่ว่าเรียนไปทำไม โทภาษาไทย ไม่น่าจะหาเงินได้เยอะ เป็นการพูดเชิงวิเคราะห์ สั่งสอนมากกว่า คือคนในอายุ 20-30 ส่วนใหญ่ก็จะมองถึงสิ่งที่หาเงินได้เยอะๆเข้าว่า

ส่วนกรณีคุณแอ๊ด ปากเกร็ดผมเห็นด้วยทุกประการครับ "หมอหมา"ตอนแรกที่พูดถึง ผมมองว่าไม่ได้หมายถึงสัตวแพทย์นะ

"ให้วิศวกร หมอหมาที่ไหน
เกิดมาสิบชาติก็เข้าไม่ถึงหรอกครับ"

คุณ vankohgang ครับ ผมขอพูดตรงๆนะครับ ผมว่าคุณแก้ตัวไม่เข้าท่าเลยครับ ที่มา edit ที่หลังว่าหมายถึงสัตวแพทย์

มนุษย์เรามีดีกันทุกคนนะครับ แต่อาจจะคนละด้านแตกต่างกันไป บางทีคนที่มีศิลปะในหัวใจมากเกินไปก็อาจจะขาดเหตุผล คนที่มีแต่หลักการและเหตุผลก็อาจขาดศิลปะ แต่ที่แน่ๆ ทุกคนควรจะให้เกียรติกันครับ


จากคุณ : ice-gooner - [ วันปีใหม่ 02:46:32 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 39

เอาใจช่วยค่ะ หนูก็เรียนเอกภาษาไทย ตอนนี้อยู่ปี4แล้วด้วย หนูเข้าใจความรู้สึกเลยที่พี่โดนคนที่"ไม่เห็นความสำคัญของเอกลักษณ์ของชาติ" ว่าแบบนั้น อย่าไปสนใจค่ะ

หนูเคยได้ยินหลายคนเค้าว่า จบภาษาไทยจะทำอะไรเป็นครูเหรอ (แล้วทำไมล่ะ..อาชีพครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติ แล้วพวกที่ว่านั้นมีความรู้มาได้ไงถ้าไม่ใช่เพราะ ครู) บางคนก็ว่าเรียนทำไมภาษาไทย พูด ก็พูดทุกวัน เขียนก็เขียนทุกวัน (แต่คนที่ว่านั้นเขียนคำง่ายๆอย่างคำว่า "กฎหมาย" ไม่ถูกเลยค่ะ)

หนูคิดว่า ไม่ว่าเราจะเรียนอะไร ขอให้เราชอบ และรักในสิ่งที่เราเรียน หากเราเรียนได้ดี ไม่ว่าจะทำอะไรก็ประสบความสำเร็จทั้งนั้นแหละค่ะ^^

อีกอย่างปัจจุบัน คนมักให้ความสำคัญกับภาษาไทยน้อยลง มักเขียนคำไม่ถูกต้อง ใช้กันอย่างละเลย จนบางครั้งก็น่าเศร้าใจว่า ทำไมเอกลักษณ์ของชาติ แท้ๆ ทำไมไม่รู้จักดูแลกันบ้าง ฝากถึงคนไทยทุกคนนะคะ รักชาติไทย แล้วอย่าลืม รักภาษาไทยด้วยค่ะ


จากคุณ : annie (b_ann) - [ 2 ม.ค. 50 15:06:58 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

[กติกามารยาท] [Help & FAQ
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่

ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)

วาดภาพประกอบ : คลิกเพื่อวาดภาพประกอบ
(ข้อควรระวัง : ต้องทำก่อนขั้นตอนอื่น มิฉะนั้นข้อความที่พิมพ์ไว้ และค่าที่เลือกจะหายไป - ใช้ได้เฉพาะสมาชิก)

แตกประเด็น : ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่

  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ และวาดภาพประกอบ Preview ไม่ได้)  
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom