โครงการ "รักษ์แมว ปันน้ำใจให้แมวจร" ควรตั้งเป็นมูลนิธิหรือไม่

  เห็นด้วย (39 คน)
  ไม่เห็นด้วย (20 คน)

จำนวนผู้ร่วมโหวตทั้งหมด 59 คน

 66.10%
 33.90%


สืบเนื่องจาก โครงการ "รักษ์แมว ปันน้ำใจให้แมวจร" ของคุณรักษ์ และพวก ๆ เราทุกคนที่ร่วมช่วยกัน
ผมว่าเป็นโครงการที่ดีมาก โครงการหนึ่ง ซึ่งผมอยากทำให้เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ครับ คือ

1. อยากจดทะเบียนตั้งเป็นมูลนิธิ แบบเต็มรูปแบบ
   A. ข้อดีคือการที่ตั้งเป็นมูลนิธิแล้ว เรามีอำนาจต่อรองกับบริษัทสปอนเซอร์ได้ดีขึ้นมาก เพราะเงิน และมูลค่าสิ่งของต่าง ๆ ที่ใบเสร็จ
จากมูลนิธิ สามารถนำมาหักภาษีได้ และสามารถยื่นขอสปอนเซอร์เพื่อนนำเงินและสิ่งของต่าง ๆ มาช่วยเหลือแมวได้ง่ายขึ้น
    B. สามารถตั้งโต๊ะ ตู้บริจาค ตามศูนย์การค้าต่าง ๆ ได้ เช่น Lotus คนเข้าออกวันละไม่น้อยกว่า 1000 คน
แค่คนละ 10 บาท/วัน วันละ 50% ของคนที่ใช้บริการเท่านั้น
    C. สามารถ จำหน่ายของที่ระลึก หรือสิ่งของต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นของเล่นแมว  เพื่อนำเงินมาบำรุงมูลนิธิได้
    D. เพื่อความโปร่งใส ในการใช้เงินบริจาคต่าง ๆ และเป็นจุดยืน ในการขอความช่วยเหลือ
    E. เพื่อแบ่งเบาภาระของคุณรักษ์ และเพื่อน ๆ  ที่ต้องทำกันในกลุ่มเล็ก ๆ ซึ่งจะทำให้มีการขยายงานทำกันเป็นทีม
เพื่อที่คุณรักษ์จะไม่เหนื่อยเกินไปเพราะ มูลนิธิจะเป็นของทุกคน

ผมได้ปรึกษาหารือกับคุณรักษ์แล้ว  คุณรักษ์อยากให้ทุกคนที่เป็นสมาชิกและไม่ได้เป็นสมาชิก
ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจร่วมก่อตั้งมูลนิธิในครั้งนี้ครับ

 
 

จากคุณ : Srisugda - [ 20 มี.ค. 50 21:26:31 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

มาเห็นด้วยคนแรกเลยค่า...

ตะกี้ก็แอบกาซิบหลังไมค์ไป ตอนจะหยอดกระปุกน้องแมว..คิคิคิ


จากคุณ : SupertooK - [ 20 มี.ค. 50 21:40:10 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

มาเห็นด้วยค่ะ เพราะขอสปอนเซอร์ง่ายดี เพราะลองไปขอเค้า เค้าขอใบเสร็จด้วยง่ะ

จากคุณ : vedas - [ 20 มี.ค. 50 21:46:10 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

ตั้งได้ก็ดีอยู่แล้วค่ะ
แต่ใครจะดูแลไหวล่ะนี่
งานใหญ่ งานที่ต้องรับแรงเสียดทานสูง
ต่อไปเมื่อเป็นมูลนิธิ นั่นหมายถึงภาระที่ต้องดูแลเต็มๆ
ตามที่ได้ตั้งโครงการ ใช้เงินหมุนเวียนมิใช่น้อย
ใช้กำลังแรงกายอีกมหาศาล
คงต้องสละชีวิตครอบครัว การงานที่ทำอยู่เพื่อทุ่มเท
และถ้ามีแต่คนโทรไปบอกว่ามีแมวที่นู่เจ็บ ที่นี่ป่วย
แล้วไม่มีกำลังหนือทุนทรัพย์พอเพียง
ผลคือเสียงบ่น และเกิดความผิดหวังต่อผู้แจ้ง
ใครละจะสามารถรับกับปัญหาทั้งหมดได้


ต้องศึกษา ปรึกษากับมูลนิธิต่างๆดูให้รอบคอบก่อนนะคะ
ว่ามีข้อจำกัดอะำไรอยู่หลายอย่างพอควรเลยค่ะ
ท่านที่ทราบเงื่อนไขในการจัดตั้งมูลนิธิ
ช่วยแจงรายละเอียดด้วยนะคะ


จากคุณ : ยายมะลิ - [ 20 มี.ค. 50 21:48:09 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

เห็นด้วยอย่างแรง

จากคุณ : aikochan (aikochan) - [ 20 มี.ค. 50 21:51:49 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

เห็นด้วยคนค่ะ

จากคุณ : neenabkk - [ 20 มี.ค. 50 21:54:42 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

เห็นด้วย

จากคุณ : ยัยกำปุ๊ง - [ 20 มี.ค. 50 22:06:00 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

ใช่ครับเราต้องศึกษาให้ดีก่อน ผมเห็นด้วยและคิดใว้ก่อนหน้านี้แล้วเพราะการที่เราจะทำอะไรสักอย่าง
ต้องมีการมานั่งปรึกษากันอย่างละเอียดหลายขั้นตอน แล้วเวลาที่ต้องสละกันมานั้นก็จริงครับ
เราถึงต้องช่วยกันว่างก็เข้ามาช่วยกันอย่างเช่น บัญชีต้องมีสักคนสิครับที่สามารถเจียดเวลาวันละชั่วโมง
หรืออาทิตย์ละครั้งช่วยทำบัญชีรับจ่าย ผมถือเป็นนิมิตรที่ดีนะครับ ในการที่เราจะช่วยกันทำ
อะไรสักอย่างเพื่อสังคม ทำแล้วดีหรือไม่ดีแต่ก็ถือว่าได้ทำ ใจเราเป็นสุขก็เพียงพอแล้ว


จากคุณ : Srisugda - [ 20 มี.ค. 50 22:19:06 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

เพื่อลูกๆครับ

 
 


จากคุณ : Srisugda - [ 20 มี.ค. 50 22:25:49 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

ไม่ค่อยเห็นด้วยนะคะ

ทำไปทำมามันจะกลายเป็นงานใหญ่  

การจัดตั้งมันจะวุ่นวายหรือเปล่า ไหนจะข้อกฎหมายอะไรต่างๆอีก

นอกจากนี้ ความรับผิดชอบมันจะมากขึ้นด้วย  มันจะหนักเกินไปไหมคะที่จะแบกรับภาระที่เพิ่มขึ้น

คนที่อาสามาทำตรงนี้ ก็สละเวลาว่างกันมา ถ้าตั้งมุลนิธิ มันย่อมต้องมีคนมาทำเต็มเวลา  แล้วใครจะมาทำ

ทำเท่าที่ทำได้ดีกว่าค่ะ  คิดการใหญ่เกินไป มันก็เหนื่อยเกินไปนะ

เอาเป็นว่า ถ้าพี่รักษ์ไม่เหนื่อย  ก็แล้วแต่พี่อ่ะค่ะ  แต่เราคิดว่า ทำแค่พอตัวจะดีกว่าค่ะ แบกมาก ก็หนักมากนะคะ


จากคุณ : ช่วยเหลืออย่างพอเพียงก็เพียงพอ (ลูกหมูยอ) - [ 20 มี.ค. 50 22:26:10 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

--- อืม...เรื่องใหญ่นะครับเนี่ย ^o^

จากคุณ : เหมียวหล่อ (myth) - [ 20 มี.ค. 50 22:26:16 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

พะดีเคยคุยกะแม่ไอ่โน่ เหมียวซ่าส์เรื่องนี้เล่นๆ ถึงที่มาของไอ่คุงโน่อ่ะ...

เลยได้เจ้าลิงค์นี้มา
http://www.dchanimaladoptions.com/

บ้านเก่าไอ่ดีโน่มัน...

เราดูๆ แล้วก็คิดว่าในไทยน่าจะมีอย่างงี้บ้างเนอะ...

ฟังดูก็เหมือนไม่ได้ทำอะไรมากมาย มากไปกว่าที่คุณรักษ์ทำอยู่ในปัจจุบัน...แถมได้ค่าวัคซีนให้เด็กๆ ด้วย...

ส่วนรายละเอียด...รอแม่ไอ่โน่มาอธิบายดีกว่า...ว่าเป็นยังไง ^_^


จากคุณ : SupertooK - [ 20 มี.ค. 50 22:33:49 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

คงต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมน่ะครับ  เพราะถ้าไปถึงขั้นนั้น
ต้องมีการจัดหาสถานที่ การจ้างพนักงานประจำ วัตถุประสงค์ แหล่งรายได้ แผนการดำเนินงานที่ต้องเสนอเข้ากระทรวง กฎหมายเกี่ยวกับสัตว์ที่จะมารองรับการดำเนินงาน เช่นว่าถ้ามีการแจ้งเรื่องการทารุณสัตว์เข้ามา จะดำเนินการอย่างไร กฎหมายอนุญาติให้ทำหรือไม่เพียงใด
ในกรณีนั้นๆ ฯลฯ  
   ใจจริงสนับสนุนเต็มร้อย  แต่ต้องศึกษาเพิ่มเติมครับ
เพราะตั้งมูลนิธิ หรือสมาคมมีข้อกำหนดมากอย่างคาดไม่ถึงเชียวล่ะ
   ในชั้นนี้น่าจะจดทะเบียนเป็นชมรมขึ้นมาก่อน เพื่อศึกษางานขั้นต้นครับ ถ้าประสพความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ
มีสมาชิกและเงินทุนพอที่จะจัดตั้งสมาคมหรือมูลนิธิได้ ค่อยผลักดันให้ก้าวขึ้นไปอีกที
   เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ ใครเห็นต่างหรือมีมุมมองใดๆก็แนะนำกันมาครับ จะได้ร่วมกันพิจารณา


จากคุณ : easyboy - [ 20 มี.ค. 50 22:47:13 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

มีกระทู้ข้อมูลที่ตั้งขึ้นมาเกี่ยวกับโครงการนี้มั้ยคะ อยากอ่านคะว่ามีการทำอะไรบ้าง เพื่อที่ได้เข้าใจข้อมูลมากขึ้น

ที่ได้ไปรับลูกสาวมาเล้ยงก็คล้ายๆกับที่น้องโน่นะคะ เป็น charity ที่นั่นจะมีหมอประจำ มีพยาบาล มีคนดูแล ก็ได้เงินเดือนจาก charity แต่เงินเดือนน้อย เป็นที่รักษาสัตว์ของคนที่ไม่มีเงินไปรักษา ก็พาไปที่นั่น ค่ารักษาพยาบาลบางตัวคิดเป็นเงินไทยก็เป็นแสนๆบาท เค้าก็มีราคาค่ารักษาไว้สำหรับคนจ่ายได้ ไม่มีเงินก็จ่ายตามที่มี เงินก็เข้า charity ไป ล่าสุดมีน้องหมามารักษา หมดไปทั้งหมด แสนกว่าบาทเป็นเงินไทย แต่เจ้าจองมีให้แค่พันบาท คือว่าเค้าไม่คิดเงินหรอก แต่เพราะว่าเป็นมูลนิธิ อยู่ได้ก็จากเงินบริจาค

พวกคนดูแล พวกนี้เป็นผู้อาสาสมัครได้ ไม่จำเป็นต้องให้เงิน แบบว่ามาทำอาทิตย์ละครั้ง หรือตามที่จะมีเวลามาแบ่งให้ แต่ที่จะอยู่ได้ต้องมีพนักงานประจำด้วย และก็ต้องมีพวกอาสาที่มีความรับผิดชอบ ไม่ใช่ว่านึกจะมาก็มา นึกจะไม่มาก็หายไปดื้อๆ คนก็ขาด

มันอยู่ที่เราทำมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าถึงกับที่เปิดเป็นที่พักอาศัยเลยก็ต้องมีความรับผิดชอบมากคะ


จากคุณ : Sam of Gang Bah - [ 20 มี.ค. 50 22:59:02 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

เห็นด้วยกับหลายๆความเห็นค่ะ ว่าต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด
เมืองไทยก็พอมีมูลนิธิเกี่ยวกับสัตว์บ้างแล้ว ถ้ายังไงต้องลองศึกษาข้อมูลจากมูลนิธิเหล่านี้ดู จะได้ประเมินกำลังกันถูก
ถ้าอยากให้เป็นรูปธรรมจริงๆเราว่าตอนนี้ต้องเปิดรับอาสาสมัครเพื่อเริ่ม research ข้อมูลค่ะ ฝ่ายบัญชี ฝ่ายกฏหมาย กรมปศุสัตว์(หมอ เจ้าหน้าที่) ติดต่อหน่วยงานหรือมูลนิธิอื่น  
เรามาดูว่าเบื้องต้นมีคนสนใจเป็นอาสามากน้อยแค่ไหน จะได้เห็นแนวโน้มความเป็นไปได้ค่ะ


จากคุณ : เหมียวเจย์เจย์ (Rabbit4JJ) - [ 20 มี.ค. 50 23:21:37 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

ดีจ้า

จากคุณ : จำปีขี้สงสาร - [ 20 มี.ค. 50 23:22:42 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 16

จริงๆ เห็นด้วยมากนะครับ  เพราะขอบเขตของการช่วยเหลือแมวจรจะทำได้มากขึ้น แต่ก็คงหมายถึงภาระที่เพิ่มขึ้นของคุณรักษ์ด้วย เพราะคงทำเป็น part time ไม่ได้แล้ว ก็แล้วแต่คุณรักษ์จะตัดสินใจละกันครับ จะ say no หรือ say yes ก็ยินดีสนับสนุนทั้ง 2 ทางครับ
ปล. ผมขอร่วมหยอดกระปุกด้วยนะครับ จะหลังไมค์ไปครับ


จากคุณ : รังสี-X - [ 20 มี.ค. 50 23:34:59 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 17

เหมือนจะง่าย แต่มันยากค่ะ (คิดว่าคนเห็นด้วยมีมากค่ะ  แต่คนทำจริงๆอาจจะมีน้อยค่ะ)


คิดว่าการที่จะแบ่งเบาภาระของพี่รักษ์ได้ คือ ทุกคนต้องลงมือทำค่ะ เพราะคิดว่า พี่เค้าก็เสียสละเวลาส่วนตัวมากๆแล้วเหมือนกัน ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดี ควรเอาเป็นแบบอย่างค่ะ


ส่วนตัวแล้วสนับสนุนให้ทุกคนหันมาช่วยแมว คนละไม้คนละมือมากกว่าค่ะ


จากคุณ : benjamam - [ 20 มี.ค. 50 23:57:12 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 18

เรื่องใหญ่เลยค่ะหากจะจัดตั้งเป็นมูลนิธิ เจ้าของมูลนิธิ ต้องทำงานได้ตลอดเวลา มีพนักงานหรืออาสาสมัครหมุนเวียนตลอดเวลา ต้องหารายได้เข้ามูลนิธิให้สม่ำเสมอ พร้อมทั้งประสานกับองค์กรต่างๆได้ตามกฎหมาย และเป็นผล
แต่ปัญหาใหญ่สุด คือกฏหมายคุ้มครองสัตว์ถูกทอดทิ้งและทารุณกรรม ยังไม่เป็นตัวเป็นตน ยังไม่เป็นผลที่เป็นรูปธรรม ดังนั้น การช่วยเหลือสัตว์ จะมีข้อจำกัด และไม่เป็นผลเพียงพอ ยากมากค่ะ แต่ๆๆๆๆๆๆๆๆ

หากมีกฏหมายรองรับ ถึงการจัดตั้งมูลนิธิ จะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็มีความเป็นไปได้ หากมีการร่วมแรงร่วมใจและร่วมมือ อย่างจริงจัง

ภาวนา จากใจ ขอให้มีกฏหมายออกมาเป็นรูปธรรม เร็วๆด้วยเถิด


จากคุณ : แก้มป่องแป่ง - [ 21 มี.ค. 50 00:37:47 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 19

ยังไม่ค่อยเห็นด้วยกับการตั้งเป็นมูลนิธิอ่ะค่ะ อาจจะเป็นการทำอะไรเกินกำลังไปหรือเปล่า และมีคนที่เต็มใจลงมาช่วย 100% มากน้อยแค่ไหน ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับคุณยายมะลิและคุณลูกหมูยอค่ะ

จากคุณ : ส้มเปรี้ยวจิ๊ด - [ 21 มี.ค. 50 07:40:50 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 20

ไม่ออกความเห็น  เพราะว่าไม่มีความรู้เพียงพอค่ะ
อย่างน้อยขอข้อมูลของคนที่จะเป็นแกนในการทำมูลนิธิจริงจังสักหน่อยก็ยังดี
เท่าที่เห็นปัจจุบันก็มีอยู่ไม่กี่คน  แต่ละคนก็มีภาระหลักที่บ้านกันทั้งนั้น
น้องแมว 80 ตัวของคุณวชิรากระทู้ข้างล่างยังหาคนดูแลลำบากเลยค่ะ
ขออาสาสมัครมาช่วยคุณวชิราทำงานที่มีอยู่ปัจจุบันเพื่อลดภาระให้บ้างก่อนดีไหมคะ


จากคุณ : Y-BOY - [ 21 มี.ค. 50 07:50:52 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 21

โหวตเห็นด้วยเรียบร้อยคะ

จากคุณ : JaoMom (JaoMom) - [ 21 มี.ค. 50 07:57:05 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 22

ตาม คห.20 อะคับ

จากคุณ : เหมียวตั้ม - [ 21 มี.ค. 50 08:07:55 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 23

ดีครับช่วยกันออกความคิดเห็นผมก็เห็นด้วยกับทุกท่านนะครับว่าการจัดตั้งนั้นจะเป็นภาระอันใหญ่หลวงหรืออาจเป็นการทำอะไรที่เกินกำลัง ตัวอย่างเช่น http://www.geocities.com/homehaf/history1.html และ http://www.soidog.org/Treatment_before_&_after.htm ในส่วนตัวผมนะครับคุณรักษ์ได้เริ่มก้าวแรกใว้แล้วเราน่าจะช่วยกันทำก้าวที่สองสามและสี่ค่อยๆก้าวออก อาจจะทำแบบคุณ easyboy ว่าจัดตั้งเป็นชมรมขึ้นมาก่อนเพื่อให้เป็นรูปเป็นร่าง ผมก็ว่าน่าจะเป็นก้าวที่สองได้จริงไหมครับ ขอหนึ่งคำนะครับ (ทำไม่ได้หรือยังไม่ได้ทำ)

 
 


จากคุณ : Srisugda - [ 21 มี.ค. 50 08:20:44 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 24

อ่า..
เรื่องใหญ่แน่ค่ะ แต่เราเริ่มจากจุดเล็กๆ ก่อนดีมั๊ยคะ..

อยากบ้านเจ้าโน่ เค้าก็เริ่มทำจากจุดเล็กๆ ก่อน
เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มคนรักแมว (ซึ่งเราเห็นว่า ที่นี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีนะ)

ไปช่วยแมวจรมา เอาแมวจรมาดูแล หาบ้านให้ คัดเลือก คนที่จะดูแลแมว รวมทั้งหมาด้วย ให้ความรู้เบื้องต้น..

คนที่เป็นตัวหลัก ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง เป็นตัวกลางคอยประสานงาน .. งานประจำเหรอคะ ก็ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เค้าเริ่มทำกันตั้งแต่จัดหาบ้านให้แมวตัวแรก ไป ตัวที่ 2 จนทุกวันนี้ เริ่มหลักร้อยแล้ว และเพิ่งจดทะเบียนไปเป็น มูลนิธิเมื่อปีก่อนเอง เพื่อที่จะสามารถให้คนที่บริจาค นำเงินบริจาคไปหักภาษีได้ด้วย.. แล้วก็สามารถขอความช่วยเหลือได้มากขึ้น

ส่วนคนที่เป็นสมาชิก มีหลายแบบ ช่วยๆ กัน
บ้านใครมีที่เหลือ พอสำหรับดูแลแมว หมาได้ ก็มาบอกคนประสานงาน แล้วก็ช่วยแบ่งเบาไปดู จะ 2 ตัว 3 ตัว รึ 10 ตัว ก็ตามความสามารถและเหมาะสม และแมว หมา เหล่านั้นก็จะเอามาลงประกาศ หาบ้านให้ จนกว่าจะได้บ้าน

ตอนที่ไปรับเจ้าโน่ เห็นอีกตัว ก็อยากได้ เป็นห่วง คุณคนดูแล บอกว่า ไม่ต้องห่วง ถึงเค้าจะไม่มีใครมารับ ชั้นก็รับรองว่าเค้าจะได้อยู่ดีกินดี เพราะนี่คือบ้านของเค้า

สมาชิกบางคน ไม่สามารถรับเลี้ยงได้ ก็ช่วยด้านอื่น พาหมาแมวไปเดินเล่น บริจาคของ คอยเป็นหูเป็นตาสอดส่อง หมาแมว จรที่ถูกทิ้งและนำกลับมารักษา

มีรพ สัตว์ เป็นแบคอัพ ช่วยเหลือ เพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แล้ว น้องหมา น้องแมว ไม่ใช่ดูแลแค่ ปี รึ 2 ปีนะคะ ต้องมองในแง่ว่า เค้าอยู่ได้เต็มที่ 10 ปีขึ้นไปนะ

สัตว์ทุกตัวที่ถูกขอไปเลี้ยงจะได้รับการรักษาเบื้องต้น รวมทั้งทำหมัน ค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ที่ต้องจ่ายก็คือค่ายา วัคซีน และค่าทำหมัน..

ถามว่าทำไมต้องจ่าย เค้ามาช่วยเอาไปเลี้ยง ทำไมไม่ให้ฟรี..

ความเห็นของเราเองนะคะ ถ้าแค่นี้ ซี่งไม่ได้มากเรย คนที่ขอไปยังรับภาระไม่ได้.. เด็กๆ ที่ถูกขอไปเลี้ยง จะมั่นใจได้อย่างไร ว่าไม่ถูกทิ้งขว้าง..

ที่สำคัญ.. เงินส่วนนั้นยังสามารถเอามาช่วยเหลือเด็กๆ ตัวต่อไป ที่อาจจะโชคดีไม่เท่า ไม่มีใครเอาไปเลี้ยงได้อีก.. ไม่ดีกว่าเหรอคะ

คนเห็นด้วย มีเยอะ แต่คนทำจริงๆ มีกี่คนคะ พอรู้ไม๊

อีกอย่าง ที่นี่องค์กรช่วยเหลือสัตว์ทุกที่ ช่วยเหลือกันด้วย ที่เมืองไทย เป็นยังงั้นไม๊เอ่ย..

อันนี้อาจจะไม่สำคัญมาก แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ได้ก็ดีนะคะ เพราะบางที ถ้าเป็นไปได้ สมาชิกขององค์กร อาจจะอยู่กันคนละภาคแต่เราสามารถช่วยเหลือกันได้ ตัวอย่างเช่น น้องแมวถูกน้ำร้อนที่อุบล ต้องการความช่วยเหลือ เราอาจจะติดต่อ สมาชิกที่อยู่ใกล้ๆ ให้ให้ความช่วยเหลือได้ ยังงี้อ่ะค่ะ

ลองเข้าไปดูในเวบก็ได้นะคะ ตอนที่ไปขอเจ้าโน่มา คุณคนดูแลบอกว่า ไม่อยากให้เอาใส่กล่องขึ้นรถไฟ เค้าเป็นห่วง
เราบอกว่า งั้นเราไปซื้อกระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยง เค้ายังไม่ยอมเลย เค้ากลัวว่า นายสถานีจะไม่ให้ แล้วเค้าก็พาเจ้าโน่มาส่งเราในเมือง วันรุ่งขึ้น ระยะทางประมาณ กรุงเทพ นครปฐม มั๊ง..

ตั้งแต่ได้เจ้าโน่ ก็เริ่มเห็น เริ่มอ่านหลายอย่าง เพราะไม่รู้จริงๆ ว่าที่นี่ก็มีอย่างนี้ด้วย นึกว่า อยากได้แมวก็ไปซื้อที่ร้าน ..

(เคยเห็นสภาพน้องหมาแม่พันธ์ตัวนึง เธอออกลูกมาไม่รู้กี่ครอก ต่อกี่ครอก พอเธอหมดสภาพ คนเพาะพันธ์ก็เอาเธอไปปล่อย.. แม่ไอ่โน่ ไม่สนับสนุนการเพาะพันธ์สัตว์ ไร้มนุษยธรรมแบบนี้ค่ะ...โหดร้าย)

เรามาเริ่มจากก้าวเล็กๆ ก้าวแรกก่อนดีไม๊คะ..
อย่างเช่น คนที่เห็นด้วย มาลงชื่อ ส่ง profile คร่าวๆ แล้วบอกว่า สามารถช่วยงานด้านไหนได้บ้าง ดีไม๊..

ไม่งั้นคุณรักษ์ รับคนเดียวเต็มๆ แน่เลยนะคะ..


++ อยากให้ฝันเป็นจริง อยากให้หมาแมวถูกทิ้ง ไม่มีอีกเลย ++

 
 


จากคุณ : Dino เหมียวจอมซ่าส์ - [ 21 มี.ค. 50 08:22:43 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 25

ตั้งมูลนิธิ อาจต้องศึกษาและมีคนทำงาน full time มีเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้อง ผลดีเราช่วยแมวได้มากขึ้น คงต้องศึกษารายละเอียด ตอนนี้ขอเสนอว่า ขอให้มีการบริจาคประจำแบบสมาชิกรายเดือนได้ไหมคะ เช่นสมาชิกสนับสนุนเงินเข้าโครงการรักษ์แมวเดือนละ 100 หรือ 200 บาท ช่วยน้อยๆแต่ช่วยนานๆ เพราะโครงการจะได้มีรายรับแน่นอนที่คำนวณได้ ไม่รู้ว่าเพื่อนๆคิดว่าไง ถ้าเราเป็นมากกว่าโครงการรักษ์แมวแต่ไม่ต้องถึงขั้นมูลนิธิได้ๆไหม อาจเป็น shelter ที่พักพิงแมวจรแบบครบวงจร ใครว่างก้อมาช่วย ใครช่วยส่วนไหนได้ก้อทำตามสะดวกใจ สบายใจดีด้วย ไม่ต้องเครียดหรือทำเกินตัวเกินไป

จากคุณ : hidrolite - [ 21 มี.ค. 50 08:25:25 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 26

** ไม่เห็นด้วยค่ะ **

จากคุณ : ~ เหมียวอารีย์ ~ - [ 21 มี.ค. 50 08:55:08 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 27

การจัดตั้งเป็นมูลนิธิ เป็นเรื่องที่ดี แต่ ... เป็นงานใหญ่ค่ะ .........

คนที่ไม่มีงานทำ และมีเวลาว่างมากกกกกกกกกกกกก
จึงจะสามารถทำและบริหารในส่วนนี้ได้

...ส่วนรักษ์ .... เค้ามีงานประจำทำอยู่แล้ว  เข้างานก็ช่วงบ่าย กว่าจะเลิกงานก็เที่ยงคืน

พอเช้า ..ก็ต้องตื่นเพื่อไปส่งลูกไปโรงเรียน .. จากนั้น ก็กลับบ้านมางีบอีก 1-2 ชั่วโมง แล้วก็ไปทำงาน / บางวันก็ไม่ได้งีบ เพราะต้องไปจับแมวส่งทำหมัน หรือรับแมวทำหมันแล้ว ส่งกลับที่เดิม / พาลูกแมวออกตลาดหาบ้านหน้าตึกเมืองไทยภัทรฯ (นาน ๆ ครั้ง)

...เสาร์-อาทิตย์ บางครั้งก็ต้องไปทำ โอ ที .. วนเวียนแบบนี้ ... แค่เอาเวลาว่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เหลือมาช่วยเหลือแมวจร แมวเจ็บ ก็แทบจะเครียดตายอยู่แล้ว ...

ถ้าเพื่อนท่านใดคิดว่า อยากรับช่วงต่อในการจัดตั้งให้เป็นมูลนิธิ  และรับภาระทั้งหมดไป.. เช่น เรื่องเงิน เรื่องบัญชีรายรับ-รายจ่าย เรื่องหาสปอนเซอร์ เรื่องประมูล / ส่งของที่เพื่อน ๆ ประมูลกันได้  เรื่องทำเสื้อ เรื่องทำปฎิทิน เรื่องจัดมิตติ้ง และสารพัดเรื่อง ... กรุณาแจ้งชื่อไว้นะค่ะ .......

เพื่อน ๆ ที่นี่จะได้พิจารณาว่า ใครจะเป็นผู้ที่เหมาะสมจะรับช่วงต่อไปค่ะ .......


จากคุณ : ~ เหมียวอารีย์ ~ - [ 21 มี.ค. 50 09:05:30 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 28

ก่อนจะคิดการใหญ่
เรามาช่วยแมวที่อยู่ในการดูแลของสมาชิคพันทิพย์นี้ก่อน
ให้ทุกๆคนที่เข้ามา มีความรู้ในการดูแลแมว
มีความรับผิดชอบต่อแมวที่อยู่ในความดูแลให้ดีและถูกต้อง
รณรงค์ให้ทำหมัน ให้ฉีดวัคซีนให้ครบ
ไม่ให้ไปก่อความเดือดร้อนต่อสังคม และเพื่อนบ้าน
แถมด้วยช่วยบอกต่อโน้มน้าวเพื่อนบ้าน ญาติๆ เพื่อนๆที่เลี้ยงแมว
ให้มีความเข้าใจในการดูแลแมว โดยมีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม
ไม่เพิ่มภาระให้กับองกรณ์ต่างๆที่ทำงานกันไม่ไหวอยู่แล้ว
ยายมะลิคิดว่าต่อให้ตั้งอีก20สมาคม
ก็ไม่สามารถช่วยแมวได้หมด
ถ้าทุกๆคนไม่ร่วมมือกัน โดยการทำหมันแม้แต่แมวตัวผู้
ที่พร้อมจะหนีไปผลิตลูกให้แมวจรได้ปีละหลายสิบตัวค่ะ

ยายเองยังทำไม่ได้เต็มร้อยเลย
ยังไม่สามารถเลี้ยงแมวในระบบปิดได้ทั้ง7ตัว
ยังขาดวัคซีนเอดส์ที่ยังไม่ฉีดเลยค่ะ
แมวจรข้างบ้านที่เข้ามาขโมยกินข้าวก็ยังหาทางจับมาทำหมันไม่สำเร็จ แถมมากัดแมวเอดส์ในบ้านไปอีก
ซึ่งไม่รู้ป่านฉะนี้เอาเชื้อไปติดแมวอื่นละแวกบ้านไปแล้วรึเปล่า
ขอแค่ทุกๆคนในห้องนี้ ช่วยกันตรงนี้ก่อน น่าจะพอเพียง
ของน้องรักษ์นั่นยายว่าฟุ่มเฟือยเกินเพียงพอไปหน่อย แต่ชื่นใจน่ะค่ะ

คนอื่นๆหลายๆคนในนี้ก็เกินพอเพียง
แต่หลายๆคนยังไม่พอ มาช่วนกันรณรงค์ให้คนพอเพียงกันมากกว่านี้ก่อนมั้ยคะ


จากคุณ : ยายมะลิ - [ 21 มี.ค. 50 09:25:00 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 29

ว่าใครทำงานละเนี่ย
มีแต่กำลังใจ งานไม่เดินนะเจ้าคะ
เข้าใจว่าหวังดีเพราะดูมุมไหนก็ดีกว่า
แต่ปัญหา คือ ใครจะมาช่วยงาน
ถ้าบอกว่า ช่วยๆกันไป
ก็น่าจะบอกแบบนี้99.9 เปอเซง

เพราะโลกฟามจิง มีแค่0.1เปอเซง
ที่ยอมเสียเวลาสนุกในชิวิตออกมาทำงานช่วยเหลือสัตว์ โดยไม่ได้ผลตอบแทน
(ภาษาลูลู่ คือ เหนื่อยชิ หาย ค๊า)


เริ่มจากดูว่าวันนี้มีใครช่วยงาน
มากพอจะเป็นกลุ่มก้อน แบ่งหน้าที่กันทำให้ได้ก่อนดีกว่ามะคะ
รวมกลุ่มกันให้ได้จิงจัง ความฝันคงเป็นจิงได้สักวันคะ


จากคุณ : น้องต๋าว - [ 21 มี.ค. 50 09:27:01 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 30

ดูตัวอย่างพี่นิดา SOS นะค่ะ

วัน ๆ เห็นขับรถกระบะ ตระเวนจับหมาจรฯ แมวจร ใส่ไว้ในกรง (กรงอยู่ท้ายกระบะ มีเป็นสิบกรงเลย) แล้วก็พาไปพักไว้ในที่ปลอดภัย เพื่ออดข้าว อดน้ำหมาก่อนทำหมัน ..

(ก่อนจับหมา พี่เค้าก็ต้องไปขอคิวนัดทำหมัน ทุก ๆ อาทิตย์กับ กทม.ดินแดง ไว้ล่วงหน้า จะได้รู้ว่า วันไหน จะพาหมา แมว ไปทำหมันได้กี่ตัว ถ้าพาไปเกิน ก็ไม่มีสิทธิ์ได้ทำหมัน หลายครั้งก็ต้อง fight กับพวกเจ้าหน้าที่ที่นั่น เพื่อให้ทำหมันหมาแมวที่พาไปให้ได้ทั้งหมด)

พอเช้า ก็ขับรถกระบะ พร้อมกรงหมา แมวท้ายรถ ไปดินแดง เพื่อทำหมัน พอทำหมันเสร็จ ก็ต้องพาไปหาที่พักฟื้น อีก 5-7 วัน ตัดไหมแล้ว ก็พากลับไปไว้ที่เดิม

ส่วนลูกหมา ลูกแมว หรือหมา แมวโต ที่ไม่มีคนต้องการ พี่เค้าก็ต้องหาที่พักพิงให้ (เรื่องใหญ่).... แล้วก็พาไปออกตลาดหาบ้านที่ ตลาดนัด ม.จุฬา ทุก ๆ วันศุกร์ ถ้าได้บ้าน ก็ดีไป แต่ถ้าไม่ได้ ก็ต้องพาที่เก็บ

ไหนจะค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไหนจะค่าน้ำมันรถ ค่าอาหารหมาแมว ค่าคนดูแลหมาแมว ค่าสถานที่พักสัตว์ ...จิปาถะ

แค่คิดก็ปวดหัวแทนพี่นิดาแล้วค่ะ ........ yuck ....

และเวลามีคนโทรเข้าไปหาเพื่อขอความช่วยเหลือต่าง ๆ พี่นิดาก็ต้องตระเวนไปที่นั่น เพื่อช่วยเหลือพวกสัตว์เหล่านั้น เท่าที่จะทำได้ ......... ภาระอันยิ่งใหญ่นี้ ถ้าคนที่ไม่มีเวลา ไม่มีใจที่คิดจะทำ ไม่มีความเสียสละอย่างมาก เสียสละทั้งเวลาส่วนตัวและครอบครัว  ....  ทำไม่ได้แน่ ๆ ค่ะ ...........

** แก้ไขคำผิดค่ะ **

แก้ไขเมื่อ 22 มี.ค. 50 08:52:38

จากคุณ : ~ เหมียวอารีย์ ~ - [ 21 มี.ค. 50 09:34:30 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 31

ค่อยๆคิดทำไปทีละขั้น ก็ได้ค่ะ พวกเราทุกคนในนี้ ก็มีภาระประจำวันกันอยู่แล้ว ดูเหมือนทั้งหมด จะไปลง ที่ รักษ์ อยู่ คนเดียว เวลา เอาแมว ไปออกบ้าน หรือ ไป ทำหมัน ก็ รักษ์ อีกนั่นแหละ ในส่วนตัว ถ้าเริ่มแบ่งเบา ภาระตรงนี้ของรักษ์ ได้ ก็น่าจะเป็น การเริ่มต้นที่ดี

ช่วยเรื่องเงินเป็น เรื่องง่ายสำหรับ ทุกๆคน รวมทั้งตัวเราด้วย แต่ถ้าต้องลงแรงด้วย มันแทบจะนับคนได้เลย แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ก็อยากเห็น โครงการนี้ เป็นรูปธรรม มากกว่านี้ ค่ะ

ลองจัดสรร กระจาย ศูนย์ ความช่วยเหลือ ไปยัง สมาชิกท่านอื่นๆ ก่อนดีมั๊ย นี่ก็เป็นก้าวแรก เหมือนกัน นะ


จากคุณ : น้องเฟอร์บี้ - [ 21 มี.ค. 50 09:36:37 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 32

ย้ำอีกทีเผื่อใครไม่อยากอ่านยาวๆ

เรามาเริ่มจากก้าวเล็กๆ ก้าวแรกก่อนดีไม๊คะ..ไม่ต้องเป็นมูลนิธิหรอก

อย่างเช่น คนที่เห็นด้วย อยากให้เป็นรูปธรรมกว่านี้  มาลงชื่อ บอกคร่าวๆ ว่า สามารถช่วยงานด้านไหนได้บ้าง มีใครสามารถช่วยดูแลน้องแมวชั่วคราว ระหว่างหาบ้านได้บ้าง

ถ้าไม่สามารถรับเลี้ยงได้ ก็ช่วยด้านอื่น พาหมาแมวไปเดินเล่น บริจาคของ คอยเป็นหูเป็นตาสอดส่อง หมาแมว จรที่ถูกทิ้งและนำกลับมารักษา ดีไม๊..


++ อยากให้ฝันเป็นจริง อยากให้หมาแมวถูกทิ้ง ไม่มีอีกเลย ++


จากคุณ : Dino เหมียวจอมซ่าส์ - [ 21 มี.ค. 50 09:48:29 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 33

และที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งค่ะ

พวกแมวจร ทั้งเล็กใหญ่ ทั้งปกติ และพิการ ที่ถูกทอดทิ้ง

จะมีใครรับอาสานำไปเลี้ยงต่อตลอดชีวิตของพวกค้าไหมค่ะ


จากคุณ : ~ เหมียวอารีย์ ~ - [ 21 มี.ค. 50 09:55:37 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 34

อยากทราบผู้ที่โหวตว่า ... เห็นด้วย

จะอาสาเข้ามาลงมือทำงานในส่วนไหนไหมค่ะ


จากคุณ : ~ เหมียวอารีย์ ~ - [ 21 มี.ค. 50 10:00:04 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 35

เห็นด้วย แต่ต้อง ศึกษาข้อมูล และ การวางแผนที่ดีค่ะ

จากคุณ : soomchon - [ 21 มี.ค. 50 10:04:19 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 36

คริ คริ ดีนะที่ยังไม่ได้โหวต
เลยต้องรีบไปติ๊กข้อไม่เห็งล่วย
เพราะม่ายมีเพลาช่วยแล้นอ่ะจ้า
อันที่8 นี่ของยายมะลิน้า....


จากคุณ : ยายมะลิ - [ 21 มี.ค. 50 10:05:15 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 37

เห็นด้วยมากๆเรยค่ะ

จากคุณ : โปโก้ (คุมะ) - [ 21 มี.ค. 50 10:07:27 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 38

อันที่ 6 ของโน่ โว้ๆๆๆๆ อิอิ
ไม่เห็นด้วย เนี่ยแต่ช่วยเต็มที่เนาะยายมะลิเนาะ

อยากจะเห็นด้วยอยู่หรอก แต่ นะ ตอนนี้อยากเห็นเป็นรูปเป็นร่างมากกว่าอ่ะค่ะ

แก้ไขเมื่อ 21 มี.ค. 50 10:14:50

จากคุณ : Dino เหมียวจอมซ่าส์ - [ 21 มี.ค. 50 10:07:57 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 39

เห็นด้วยกะค.ห.  3
                     9
                   10
                   13 โอว..และอีกหลายๆค.ห. เต็มไปหมด
ตั้งมูลนิธิเป็นเรื่องใหญ่  
อย่างที่คุณหลายท่านข้างบนว่า

ต้นคริสต์มาส

แก้ไขเมื่อ 21 มี.ค. 50 15:48:57

จากคุณ : ข้าวแต๋นน้ำแตงโม - [ 21 มี.ค. 50 10:14:34 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 40

ขำ ยายมะลิ กับ Dino ........

จากคุณ : ~ เหมียวอารีย์ ~ - [ 21 มี.ค. 50 10:15:06 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 41

เห็นด้วยอย่างแรงกับ คห. 32 อ่ะค่ะ

จากคุณ : CYNDY - [ 21 มี.ค. 50 10:16:03 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 42

คิดว่ามันก็มีทั้งข้อดี  ข้อเสียนะคะ

ข้อดี คือ ตามคุณSrisugda บอกมาตอนแรก กะที่เพื่อนๆ หลายคนมาโพสไว้แหละค่ะ

ข้อเสีย คือ งานจะหนักขึ้นมาก จากที่หนักมากอยู่แล้ว
คนจะทำต้องมีเวลามากทีเดียว ถ้าคนที่มีงานประจำ
ก็ต้องใช้เวลาว่างมาทำ และจะว่างได้แค่ไหน? แล้วจะกระทบกับงานหรือเปล่า

แล้วทีนี้พอเป็นมูลนิธิ ก็ต้องมีคนทำงานประจำ มีเงินเดือน
ถ้าไม่มีเงินเดือน อย่าฝันไปเลย เป็นไปไม่ได้
ทุกคนที่นี่รักแมวก็จริง แต่ถ้ามีงานไม่มีเงิน แล้วจะอยู่อย่างไร ค่าใช้จ่ายต่างๆ มากมาย ทั้งของคน ของแมว

แล้วแรงกายจะมีกี่คนที่จะมีเวลามาช่วย แมวจร แมวป่วย
แมวเจ็บ มีเกลื่อนเมือง เรื่องเงินมันไม่มีปัญหา ทุกคนเต็มใจจะช่วยบริจาค แต่แรงกายล่ะ ทุกคนทำงานประจำ บางคนก็แทบไม่มีเวลาแล้ว  

เคยไปอ่านของศูนย์พิทักษ์สัตว์ เค้าบอกว่าถ้าจะแจ้งให้ไปจับน้องหมา หรือ สัตว์ดุๆ หรืออะไรก็ตามเนี่ย เค้าไปจับให้
แต่คนแจ้งต้องจ่ายเงินเค้าด้วยนะ เราเข้าใจเอาเองว่าเป็นค่าน้ำมัน ค่าเดินทางของเค้า เพราะมูลนิธิที่ช่วยสัตว์ต่างๆ รายได้หลักก็มาจากเงินบริจาค ถ้าไม่มีเงิน งานก็ไม่เดิน
เพราะไม่สามารถดำเนินการได้  

เท่าทีเราเห็นนะ ก็เห็นมีการประมูล ขายเสื้อ ปฏิทินเพื่อหาเงินช่วยน้องแมวอยู่เรื่อยๆ ซึ่งในเวลาไม่นานเงินก็หมดลงรวดเร็วมาก เพราะมีแมวจรบาดเจ็บ ป่วย มากมาย
ทีนี้ถ้าเป็นมูลนิธิ ก็ต้องใช้เงินมากขึ้น แล้วรายได้ที่เท่าเดิม
จะรับภาระได้อย่างไร

เอาละ มีสปอนเซอร์ ออกเงินให้ แต่สปอนเซอร์เค้าก็ต้องมีข้อจำกัดว่าจะจ่ายให้เท่านี้ แล้วถ้าส่วนที่เกินมาจากนี้ล่ะ
จะหาจากไหน จากวิธีเดิมๆ ที่เคยทำหรือก็ได้อยู่ แล้วจะพอไหมกับภาระที่เพิ่มขึ้น

สำหรับเราคิดว่ามันก็มีทั้งข้อดี ข้อเสีย ด้วยกัน ทั้งสองอย่างค่ะ

 
 


จากคุณ : น้ำผลไม้ในแก้วไวน์ - [ 21 มี.ค. 50 10:26:37 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 43

โดยส่วนตัวรู้สึกว่ามันจะขาดความคล่องตัวในการทำงาน และก็ทีมงานจะมีภาระหนักขึ้นค่ะ คนที่ทำงานจริงๆ นับแล้วก็มีแค่ไม่กี่คน และเราก็เป็นคนนึงแหละที่ช่วยได้แค่เงิน แถมช่วยได้เป็นบางเดือนด้วย

ถ้ามองในฐานะคนนอก เป็นมูลนิธิมันดีค่ะ น่าเชื่อถือ แต่คนในอะตายแน่ แค่นี้ก็แทบตายแล้ว ทำได้เท่าที่ทำได้แล้วกันค่ะ ทุกวันนี้ทุกอย่างก็แทบจะเทมาที่คุณรักษ์คนเดียวแล้ว

แก้ไขเมื่อ 21 มี.ค. 50 11:19:35

จากคุณ : ban_ri - [ 21 มี.ค. 50 11:17:15 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 44

ค่อย ๆ ก้าวทีละก้าวดีกว่าไหมคะ..

ถ้ารีบตั้งตอนนี้มันจะยังไม่พร้อมหรือเปล่า

คือเห็นด้วยกับการตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือสัตว์เจ็บป่วย ไร้บ้าน เหมือนที่เมืองนอกเค้ามีกัน

แต่ว่าด้วยกำลังของพวกเรา ซึ่งต่างมีภาระส่วนตัวกันอยู่แล้ว มันจะทำให้เราลงแรงได้ไม่เต็มที่กันหรือเปล่า แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น เราจะเฟลกันเองแล้วก็ช่วยเหลือน้องแมวได้ไม่เต็มที่ไหม

ไม่อยากให้เกิดปัญหาทีหลังค่ะ.. เลยอยากให้ค่อยเป็นค่อยไป.. แต่เต็มใจช่วยเหลือเต็มที่ ในวันเสาร์อาทิตย์ค่ะ


จากคุณ : NakaKumi (Nakamura Kumiko) - [ 21 มี.ค. 50 11:28:33 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 45

ทำยังไงก็ได้เราไว้ใจทุกคนที่ทำอยู่แล้ว
แต่ขออย่างนึง ถ้าเป็นโครงการที่ใหญ่ขึ้น
ขอให้อย่าลืมความตั้งใจเดิมนะคะ

เพราะไอ้คำว่า "ผลประโยชน์" เนี่ย
มันน่ากลัว กลัวใจคนเปลี่ยนอ่ะค่ะ


จากคุณ : ส้มเองนะ - [ 21 มี.ค. 50 11:41:07 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 46

ยังไม่เห็นด้วยค่ะ

แต่ถ้าตอนนี้ โครงการฯ มีอะไรให้ช่วยยินดีนะคะ
เราถนัดเรื่องการประชาสัมพันธ์ค่ะ ส่งข่าว แจกข่าว


จากคุณ : เช้านี้ยังมีเธอ - [ 21 มี.ค. 50 11:47:53 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 47

คิดดี ทำดี ก้อดีนะคะ
ความเห็นส่วนตัว
อยากให้ทำเกี่ยวกับเรื่องแมวอย่างนี้กันไปก่อนค่ะ
แล้วค่อยๆหาวิธีที่ดีที่สุด
เพื่อลดปัญหาไม่มีคนเพียงพอ
สำหรับเรื่องการช่วยเหลือยินดีช่วยทุกเรื่อง
เท่าที่จะพอทำได้ค่ะ
ทุกๆคนมีความตั้งใจดีทั้งหมดค่ะ
แต่อาจจะต้องดูความพร้อม
เห็นด้วย40%ไม่เห็นด้วย60%ค่ะ


จากคุณ : ดีดี้small - [ 21 มี.ค. 50 11:49:49 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 48

นั่งอ่านมาเยอะ

ส่วนตัวเห็นว่า
เป็นภาระที่ใหญ่ยักษ์มากๆ รายละเอียดมากมายเราเองยังช่วยได้ในบางเรื่อง ไม่สามารถไปลงแรงได้อย่างคุณรักษ์เลยอ่ะคะ

อีกอย่างคุณรักษ์มีทั้งงานประจำและครอบครัวที่ต้องดูแล
คงไม่เหมาะสมที่จะทำในตอนนี้ แต่ถ้าพวกเราในห้องแมวช่วยเหลือกันมากขึ้นอย่างที่เคยช่วยเหลือตลอดมา
โครงการการรักษ์ แมวฯก็เพียงพอนะคะ

แก้ไขเมื่อ 21 มี.ค. 50 12:01:57

จากคุณ : leopardy - [ 21 มี.ค. 50 11:56:37 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 49

** ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ** เพราะว่าเป็นงานใหญ่มาก ๆ

1. เป็นคนนึ่งที่ทำงานเบื้องหลังเหมือนกันกับป้ารักษ์ บุคคลภายนอกที่เห็นอาจจะเห็นว่าสิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์กับสังคม แต่มีใครเคยคิดบ้างค่ะ ว่าสิ่งที่เราอยู่ เราเหนื่อยมาก แต่เราทำด้วยใจค่ะ เวลากินบ้างครั้งไม่ได้กิน เวลานอนยังมีคนโทรมาหา เวลาพักผ่อนก็มีคนโทรมาจิก

แล้วถ้าเกิดว่าตั้งเป็นมูลนิธิขึ้นมา จะไม่ยิ่งยุ่งกว่านี้หรือค่ะ  คนที่หนักก็คือป้ารักษ์ คิดดูดี ๆนะค่ะ จขกท.  ตอนนี้ป้ารักษ์ก็ไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากพออยู่แล้ว แล้วยังจะหาเรื่องให้ป้าเขาทำอีกเหรอค่ะ

2. ในความคิด คนที่จะร่วมอุดมการณ์ ร่วมเหนื่อยมีไม่มากแน่ แต่รู้ว่ามีคนให้กำลังใจมาก และ case แมวก็มาก ถ้าเกิดว่ามีการตั้งมูลนิธิคิดว่าพี่รักษ์จะได้มีเวลาพักผ่อนไหมน้า

3. ตอนนี้ที่เราทำอยู่เราก็พยายามประหยัด ทำเองเท่าที่ทำได้ไม่จ้างคนอื่น ถ้าเป็นมูลนิธิ เราไม่มีเวลาทั้งวันเราก็ต้องจ้างคน หนิงคิดว่ามันเปลืองเงินค่ะ อย่างน้อย ๆ  2-3 พัน เราสามารถ ช่วยทำหมันแมว ช่วยแมวป่วย หรืออย่างน้อย ๆ ก็ยังซื้ออาหารได้หลายกระสอบ

4. การต่อรองกับสปอนเซอร์ คิดว่าไม่จำเป็นเท่าไหร่ เพราะว่าบอกตามตรงค่ะ บางครั้งเราได้ของฟรีหรือของบริจากมาเราก็แบ่งปันให้กับสถานที่ต่าง ๆ ได้ หรือบางครั้งเราขอซื้ออาหารแมวในราคาถูกกว่าท้องตลาดได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ข้อนี้หนิงเห็นว่าไม่มีความสำคัญเลย

5. เรื่องความโปร่งใส เรื่องนี้ทุกคนรู้อยู่แล้วไม่ต้องพูดมาก เงินทุกบาททุกสตางค์ ป้ารักษ์ ก็แจ้งให้เข้าใจ ไม่ใช่มุบมิบ ใช้อะไรไปก็บอก   แม้แต่ค่าน้ำมันรถ ป้าเขายังไม่เอาเงินกองทุนไปใช้เลยค่ะ

เข้าใจค่ะว่า จขกท.มีความคิดเห็นที่ดีเป็นประโยชน์ อยากแบ่งเบาภาระ  แต่เราก็ต้องมองกันหลาย ๆ มุม แล้วก็อยากให้มองผลเสียที่ได้มากกว่าผลที่ได้ค่ะ  

ในส่วนนี้ต้องขออภัยถ้าออกความคิดเห็นที่ค่อนข้างแรงในสายตาของเพื่อน ๆ บางคน แต่เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริง แล้วหนิงก็เขียนข้อความอ้อม ๆ ไม่ค่อยเป็น  ทุกคนมีมุมมองของตัวเอง แต่ความปรารถนาดี ความร่วมแรงรวมใจ ก็มีจุดประสงค์เดียวกัน

แก้ไขเมื่อ 21 มี.ค. 50 12:52:06

จากคุณ : ning_kaa - [ 21 มี.ค. 50 12:00:08 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 50

ผู้ที่เห็นด้วย

อยากทราบว่า คุณจะช่วยมาลงมือ ลงแรงได้ไหมค่ะ

ถ้าเป็นมูลนิธิเมื่อไหร่
ลูกแมวทั้งใหญ่ และเล็ก จะตามมาอีกเป็นร้อย ๆ ตัวค่ะ


จากคุณ : ~ เหมียวอารีย์ ~ - [ 21 มี.ค. 50 12:13:20 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 51

ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ...

จากคุณ : คากิ~คากิ - [ 21 มี.ค. 50 13:06:09 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 52

ไม่เห็นด้วยค่ะ เพราะเราคงเป็นอีกคนที่ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้เต็มที่

จากคุณ : wewitch - [ 21 มี.ค. 50 13:14:51 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 53

กดไม่เห็นด้วยค่ะ

เราอาจไม่ได้เป็นสมาชิกห้องนี้ แต่ก็แวะเวียนมาอ่านทุกวัน
ในมุมมองเรา คิดว่ายังไม่พร้อมทำถึงขั้นตั้งเป็นมูลนิธินะ เพราะหลายๆ อย่างไม่พร้อม

ถ้าดันทุลังตั้งไป  มีปัญหาขึ้นมา มันถอยไม่ได้นะคะ

การจัดตั้งมูงนิธิอาจจะช่วยเหลือแมวได้มากขึ้น แต่ในมุมกลับกัน คนที่ดูแลส่วนนี้ ก็จะสูญเสียชีวิตส่วนตัว
การผลักภาระแมวหลายร้อยชีวิตไปให้คนไม่กี่คนดูแล มันจะดีหรอคะ

ใจเย็นๆ นะคะ ตอนนี้ช่วยกันเท่าที่ทำได้ดีกว่า


จากคุณ : พู่กันไร้สี - [ 21 มี.ค. 50 13:28:13 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 54

ไม่เห็นด้วยค่ะ

จากคุณ : araikanwa - [ 21 มี.ค. 50 13:37:36 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 55

ค่อยเป็นค่อยไปก็แล้วกันคะ
โดยส่วนตัวคงช่วยได้แค่เรื่องเงินนิดหน่อย แล้วก็ช่วยประชาสัมพันธ์ให้เท่านั้นเอง ..


จากคุณ : แทรคเตอร์ชมพู - [ 21 มี.ค. 50 13:52:10 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 56

ผมว่า ความเห็นที่สำคัญที่สุดก็อยู่ที่ คุณ วชิรา แหละครับ
เข้ามาโหวตคนเดียวก็ได้คำตอบสุดท้ายแล้ว


ถ้าคิดว่า เป็นมูลนิธิ แล้ว ดีขึ้น  ไม่เหนื่อยขึ้น  เครียดน้อยลง  ก็โอเค

ถ้าทำแล้ว เหนื่อยขึ้นก็อย่าทำเลยครับ


จากคุณ : ยากจริงจริง - [ 21 มี.ค. 50 14:06:33 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 57

โหวตไปแล้ว ว่า ไม่เห็นด้วยค่ะ

ส่วนเหตุผลก็ขอลอก ยายมะลิ เหมียวอารีย์ หนิง ตามนั้น
จำได้ว่า เรื่องมูลนิธินี่ คุยกันมาหลายปี ตั้งแต่ที่ cat4love
มีคนมาบอกให้ตั้งเป็นมูลนิธิบ่อย ๆ แต่ก็ตกไป
เพราะไม่พร้อมหลาย ๆ อย่าง และยังไม่มีคนว่างพอจะทำ
ไหนจะด้วยข้อบทกฏหมายต่าง ๆ อีก

แต่พอเห็นผลโหวต มีคนเห็นด้วยเยอะเลย กระพริบตา
ขอเป็นความเห็นส่วนน้อยแล้วกัน เนื่องจากสงสารน้องรักษ์
และเราเองไม่มีเวลาช่วยซะด้วย ลำพังตัวเองยังเอาไม่รอดเลย
กับแมว 13 หมา 3 ตอนนี้หน่ะ sad

แก้ไขเมื่อ 21 มี.ค. 50 14:12:26

จากคุณ : Jookjik - [ 21 มี.ค. 50 14:09:42 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 58

ขอบคุณมากครับสำหรับผู้ที่เข้ามาโหวตทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยและความคิดเห็นที่ช่วยกันโพสเข้ามาทุกคห. นะครับนีคือความสามัคคีที่เรามีต่อกัน อย่างน้อยความสามัคคีคือพลังครับช่วยกันคิดช่วยกันทำสักวันความฝันจะเป็นจริงแต่อย่าปล่อยให้มันเป็นแค่ความฝัน สิ่งที่ผมอยากรู้และสงสัยอยู่นานก็ได้รู้แล้วว่าทำไมมูลนิธิเพื่อนช้างทำไมฝรั่งถึงได้เป็นผู้ก่อตั้งนั่งงงตั้งนาน ถ้างั้นผมขอปิดโหวตเลยแล้วกันนะครับ

 
 


จากคุณ : "ทำไม่ได้หรือยังไม่ได้ทำ" (Srisugda) - [ 21 มี.ค. 50 14:12:16 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 59

สิ่งที่ผมอยากรู้และสงสัยอยู่นานก็ได้รู้แล้วว่าทำไมมูลนิธิเพื่อนช้างทำไมฝรั่งถึงได้เป็นผู้ก่อตั้งนั่งงงตั้งนาน

คุณจะงงทำไมคะ question

โซไรดา ซาลวาลา เกิดเมื่อ 27 เม.ย. 2500 ที่กรุงเทพฯ
เริ่มมีความรู้สึกผูกพันกับช้างตั้งแต่ 8 ขวบ เพราะพบเห็นเหตุการณ์ที่ช้างถูกรถชนบนถนนจนเป็นภาพติดตา จึงให้ความสนใจข่าวคราวเกี่ยวกับช้างมาตลอด


เริ่มต้นเป็นนักอนุรักษ์ เกิดจากความสนิทสนมกับน.พ.บุญส่ง เลขะกุล
นักธรรมชาติวิทยา เพราะเป็นคนไข้ประจำของคุณหมอ จากนั้นลาออกจากที่ทำงานเดิมเพื่อเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายจัดหาทุนให้มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย ซึ่งน.พ.บุญส่งเป็นผู้ก่อตั้ง ภายหลังแยกตัวออกมาร่วมกับคนที่ตั้งใจทำงานเพื่อช้าง จึงก่อตั้งมูลนิธิ "เพื่อนช้าง" เมื่อ 10 ส.ค. 2536
มีเป้าหมายผลักดันให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขปัญหาช้างอย่างจริงจัง ซึ่งตัวคุณโซไรดาเป็นเลขาธิการขององค์กร

ล่าสุดมีผลงานดูแลช่วยเหลือช้างพังโมตาลา ให้รอดชีวิตจากการบาดเจ็บ เนื่องจากไปเหยียบกับระเบิดตามที่เป็นข่าวสะเทือนใจไปทั่วโลก

--------------
คุณโซไรดา มีความพร้อมมากกว่า เพราะทำงานด้านนี้อยู่แล้ว และมีเงินด้วย เขามีทุนจดทะเบียน ห้าแสนบาท และมีคนร่วมทำงานนี้ด้วยหลายด้าน ดูจากคณะกรรมการผู้ร่วมมูลนิธิ
และมิใช่ว่า การดำเนินงานจะราบรื่น แต่มีปัญหาตลอด และมากมาย
เรายังเห็นคนเอาช้างมาเดินเร่ร่อน ตามถนน อยู่เลย
ยังคุมได้ไม่หมด และช้างเป็นสัตว์ใหญ่ ที่มีคุณค่า และกำลังจะสูญพันธ์ จึงมีคนเห็นด้วยเยอะ...

ส่วนมูลนิธิเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง หมา แมว นก ฯลฯ จริง ๆ ก็มีอยู่เยอะแล้ว แต่ก็ไม่สามารถควบคุมอะไรได้

พวกเรา จึงมีโครงการรักษ์แมว เกิดขึ้น เพื่อแบ่งเบา มูลนิธิ สมาคม อะไรนั่น อีกขั้นหนึ่ง ซึ่งก็น่าจะพอเพียง (ยืมคำคุณยายมะลิหน่อยนะคะ smile)


จากคุณ : Jookjik - [ 21 มี.ค. 50 14:27:24 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 60

อ้าว.ยังไม่ได้โหวตเลยค่ะ    


แต่ก็ไม่(ค่อย)เห็นด้วยน่ะค่ะ


จากคุณ : nongcattanee - [ 21 มี.ค. 50 14:28:41 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 61

ขออีกนิด...มิใช่ว่า คนไทย ใจไม่ถึง หรอกนะคะ แต่ไม่อยาก เตี้ยแล้วยังอุ้มค่อมอีก

พอดีดิฉันเตี้ย และจนซะด้วยค่ะ แหะ ๆ

ขำ ๆ นะ เข้าใจว่าคุณหวังดี

สู้ต่อไป ทาเคชิ สักวัน ฝันคงเป็นจริง


จากคุณ : Jookjik - [ 21 มี.ค. 50 14:30:07 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 62

รีบกลับบ้านมาตอบทู้นี้เลยนะ... คุณรักษ์โทรไปบอก

เอ้อ... เริ่มไงดีนะ

นี่เป็นความคิดที่ดีค่ะ คุณ จขกท หวังดีอย่างเต็มร้อย ไม่มีข้อสงสัยเลย... แต่นี่ไม่ใช่คนแรกที่คิดอย่างนี้ มีหลายท่านแม้แต่ดิฉันเองก็คิดค่ะ แต่ยังทำไม่ได้ในเวลานี้ ถ้ามีใครสักคนพร้อมที่จะเริ่มต้นให้เป็นรูปธรรมจริงๆได้ ดิฉันก็เห็นด้วย พร้อมที่จะช่วยเหลือในบางด้านที่ทำได้ แต่ใครจะสละเวลาทั้งหมดมาดูแลล่ะคะ ถ้าให้เป็นคุณรักษ์หรือพี่เหมียว คงไม่ได้ ทั้งสองท่านไม่มีเวลาพอจะดูแลมูลนิธิอย่างเต็มตัว

เอาล่ะ จะไม่มาวิเคราะห์ว่าทำไมถึงทำไม่ได้นะคะ เพราะทางคุณ จขกท อาจมีความพร้อมมากกว่าดิฉันหรือเพื่อนๆบางท่านที่ได้เคยฝันไว้

งั้นดิฉันอยากถามถึงแพลนการก่อตั้ง การบริหารจัดการมูลนิธิอย่างคร่าวๆได้ไหมคะ  วิธีการหาเงินมาบริหารองค์กร โดยไม่นั่งรอเงินบริจาค .. ใครจะเป็นผู้บริหารจัดการ ใครจะมาทำงานเต็มเวลา ใครเป็นผู้ให้เงินเดือนบุคลากร

ในส่วนกฎหมายดิฉันมีข้อกำหนดการตั้งมูลนิธิเตรียมไว้ค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง

สิ่งที่ดิฉันถามนั้นดิฉันกำลังหาทางแก้ปัญหาอยู่ค่ะ แต่ไม่ใช่เวลานี้ที่จะสำเร็จ บางทีอาจมีทีมที่พร้อมกว่า ถ้าเป็นอย่างนั้น ยินดีเข้าร่วมขบวนการด้วยเลยค่ะ


จากคุณ : Quenn - [ 21 มี.ค. 50 15:05:15 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 63

ต้นคริสต์มาสงานใหย่ๆ คนตัวใหย่ทำได้
งานใหย่ๆ คนตัวเล็กๆ หลายๆคนช่วยกันทำ ก็สำเร็จได้
ช่วยกันจับหมาแมวทำหมัน คนละนิดละหน่อย ก็ช่วยลดประชาการแมวจร แมวจนได้เยอะแล้วค่ะ


ต้นคริสต์มาสไม่เห็น้วยอย่างแรง อย่างที่พี่ มอร.ว่าเด๊ะๆเลย กับการตั้งมูลนิธิ ดูพี่นิดา sos ไม่มีเวลาพักเลย ขับรถกะบะ ตระเวนไปทั่วกรุงเทพ กับน้องนิ่ม หมาคู่ใจ ไม่มีวันหยุด  ไม่มีพัก ไม่มีบ่น เก่งจิงๆและต้องทุ่มเท+ลำบาก+ขาดชีวิตส่วนตัวสุดๆต้นคริสต์มาส

พลุ ไม่เห็นด้วยอีกครั้ง...อย่างแรง..สุดๆ

แก้ไขเมื่อ 21 มี.ค. 50 16:40:00

จากคุณ : ข้าวแต๋นน้ำแตงโม - [ 21 มี.ค. 50 16:25:51 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 64

ถ้าพี่ถูกแจ๊คพอตที่นี่นะ จะไปตั้งเองเลยพับผ่า ถูกทีได้เป็นร้อยล้านพันล้านบาท


แต่ ณ ตอนนี้ ยังไม่เห็นด้วยนะคะ

การตั้งมูลนิธิ เป็นเรื่องใหญ่นะคะ สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องมีไว้ และต้องมีไว้ตลอดคือ

1 เงิน ( การลงทุนเบื้องต้น สถานที่ รถ อุปกรณ์ เงินเดือนบุคคลากร และการเงินที่ต้องอยู่ในสภาพคล่องตลอด พร้อมช่วยเหลือในทุกกรณีและทุกวินาที )

2 บุคคลากร ( ใน ตปท โดยมากใช้แบบอาสาสมัครวนเวียนกันไป มาลงชื่อว่าใครว่างวันไหน ไม่ได้เงินเดือน ทำด้วยใจค่ะ )

ตรงนี้ถ้ามีคำตอบแล้วว่า "พร้อม" ก็จะโอเคทันทีเลยค่ะ

ถ้ายังไม่พร้อมนี่ ยังไม่อยากให้ทำค่ะ


จากคุณ : ทิวลิบ - [ 21 มี.ค. 50 17:12:54 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 65

ไม่เห็นด้วยนะคับ เหนื่อยเกิน หนักเกิน ที่สำคัญกฏหมายสัตว์บ้านเราไม่สอดคล้อง ไม่เอื้อ ไม่สนับสนุนต่อมูลนิธิและองค์กรที่เกี่ยวกัยสัตว์ใดใดเลย การตั้งเป็นมูลนิธิ รึ สมาคม มันก็ไม่ได้แตกต่างใดใดในแง่เป้าหมายหลัก

ถ้าเปิดตัว รับรองแห่กันมาขอความช่วยเหลือเป็นร้อยเป็นพันแน่ๆ แทนที่จะทำให้คนมีสำนึก กลับกลายเป็นว่า กรูมีที่พึ่งแล้วเว้ย ทิ้งแมวแมร่งสิบตัวเลย

ผมมองอีกว่าการเป็นมูลนิธิจะทำให้ขาดความคล่องตัวในการช่วยเหลือสัตว์ ถึงแม้จะมีความพร้อมในเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือก็ตาม เพราะติดกฏตรงนั้น กฏตรงนี้ กว่าจะได้ช่วย สัตว์ตายก่อน อย่างนี้ดีแล้วครับ แม้ว่าจะขัด กับ พรบ.เรี่ยไร นิดนึง แต่ก็นะ ไม่เป็นไรพี่ เข้าปิ้งด้วยกันหมด อิอิ

ผมว่าเปิดใหม่ๆคงมีคนมาช่วยเย๊ออ ซักพักก็หายจ้อยเรื่อยๆ

ได้ดั่งใจก็เป็นนางฟ้า+เทวดา พอผิดใจขัดใจ ก็หมาตัวนึง แบบผมนี่แหล่ะ


จากคุณ : มีนะ กะ กาโม่ - [ 21 มี.ค. 50 19:23:12 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 66

เห็นด้วยกับที่บอกว่า... เริ่มจากเล็กๆก่อน

จัดตั้งทีมเล็ก กันก่อน

ใครมีเวลามาช่วยกันดูแลสอดส่อง

จับน้องแมวจรทำหมัน ....

เริ่มจากตรงนี้ก่อนก็ดีนะคะ

ขอลงชื่อช่วยงานด้วยคน

แต่คงรับมาดูแลไม่ไหว...

ที่บ้านมีสองทีม ก็จะตีกันตายอยู่แล้ว

อยากช่วยเรื่องพาทำหมัน หรือ ออกตลาดหาบ้านค่ะ


จากคุณ : น้ำหวานพิษ - [ 21 มี.ค. 50 19:26:46 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 67

แทบจะตอบได้เลยว่า
ในกลุ่มคนทำงานช่วยหมาแมวด้วยตัวเอง เกือบจะทั้งหมด
จะไม่เห็นด้วยกับการตั้งมูลนิธิ
เพราะคนที่เคยทำงาน จะรู้ปัญหา ดีกว่า คนที่อยู่วงนอก

ขณะนี้  คุณรักษ์และเพื่อนๆ ทำงานนี้  อย่างจะเกินความพอดี หรือความพอเพียงไปหน่อยแล้วด้วยซ้ำ
อย่าได้มอบภาระอันหนักหนานี้  ไว้บนบ่าของเธออีกเลยค่ะ
เพราะ โครงการอย่างนี้  เราจะทำ หรือ ไม่ทำ จะเลิก หรือ จะรักษาไว้
เมื่อไร อย่างไร ก็ได้ค่ะ

แต่ถ้าเป็นแล้ว  คุณรักษ์คงต้องลาออกจากงานและหน้าที่แม่บ้าน
เพื่อมารับ้ชอบตรงนี้ เต็มตัว

เราให้ความร่วมมือ กับมูลนิธิอื่นๆ ได้เสมอ
ไม่จำเป็นต้องตั้งมูลนิธิขึ้นมาอีก

แต่ถ้าใครพร้อมที่จะทำนะคะ ยินดีสนับสนุนค่ะ
และช่วยแบกรับภาระ ที่คุณรักษ์กับเพื่อนๆทำอยู่ เข้าไปในมูลนิธิด้วยนะคะ

เวลานี้  ไม่อยากได้คนช่วยคิดอะ อยากได้คนช่วยทำมากกว่า
ลงมือทำโลด


จากคุณ : ป้าจายแคราย (-.-) - [ 21 มี.ค. 50 19:35:08 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 68

นู๋ยังไม่ค่อยเห็นค่อยเห็นด้วยกับการจัดตั้งเป็นมูลนิธิเพราะกฎหมายยังไม่รองรับ แต่ถ้าเป็น ชมรม เห็นด้วยค่ะ เรามาเดินก้าวเล็กแล้วมั่นคงกันก่อนดีไหมค่ะ

แก้ไขเมื่อ 21 มี.ค. 50 20:10:20

จากคุณ : chemmut - [ 21 มี.ค. 50 19:56:19 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 69

เป็นงานใหญ่ค่ะ

มีกฏระเบียบมากมายต้องทำตาม และต้องมีคนดูแลทุ่มเททำงานเต็มเวลา


จากคุณ : yingcs - [ 21 มี.ค. 50 20:19:41 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 70

สรุปว่ามูลนิธิพับกันไว้ก่อน
แต่มาช่วยคุณรักษ์ทำงานกันดีกว่า
ไม่ทราบโครงการรักษ์แมวมีเว๊บไซด์เป็นทางการหรือเปล่า ถ้ายังไม่มีเราเริ่มจากตรงนี้ดีมั๊ยค่ะ
รวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับแมว สถานที่ทำหมัน โรงพยาบาลสัตว์ วัคซีน คู่มือการเลี้ยงแมวเด็ก แมวแก่
ทำทะเบียนแมวหาบ้านทุกตัว สถานที่พักฟื้นแมว
จัดกิจกรรมเผยแพร่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมเช่นไปดูแลแมว 80 ตัวที่คุณรักษ์กับคุณเจี๊ยบดูแลอยู่ เสาร์อาทิตย์ไปช่วยออกตลาดแมว หรือพาแมวไปทำหมัน หรือทำสินค้าจำหน่ายหารายได้ เพื่อแบ่งเบาภาระคุณรักษ์  
เราคิดว่าการโพสในกระทู้ก็ดีเพราะมีคนจากห้องอื่นๆสามารถเข้ามาดูได้ แต่ถ้ามีเว๊บไซด์เป็นทางการจะกระจายข้อมูลจะติดตามและการอัพเดทกิจกรรมได้ดีกว่า รวมถึงไปประชาสัมพันธ์บนเว๊บอื่นๆได้ง่าย และยังสามารถขอสปอนเซอร์ได้ด้วย
ใครมีความรู้ด้าน IT ประสบการณ์เขียนเว๊บมาลงชื่อแล้วเริ่มจากตรงนี้กันเลยดีมั๊ยค่ะ จะได้เริ่มก้าวที่สองกัน


จากคุณ : เหมียวเจย์เจย์ (Rabbit4JJ) - [ 21 มี.ค. 50 21:21:37 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 71

^
^
ถ้าอย่างนี้ก็น่าจะพอเป็นไปได้อ่ะค่ะ

แต่ห่วงอีกอย่างว่าถ้าประชาสัมพันธ์มากขึ้น  case ที่ต้องเอามาแบกมันจะเยอะขึ้นรึเปล่าอ่ะคะ

จากที่เราเห็นมาตลอด (ไม่ว่างไปเย้วๆกะเค้าซะที ได้แต่ support ข้อมูลลับๆอยู่ข้างหลัง) ทุกคนมีงานประจำ มีครอบครัวที่ต้องดูแล  กลัวว่าถ้า case มันเยอะขึ้นแล้วเค้าจะไม่ไหวกันอ่ะค่ะ

คือเราว่าถ้าจะขยายให้มันกว้างขึ้น มันก็ต้องมีทีมงานเพิ่มขึ้นด้วย

ถ้าคนทำงานเท่าเดิม เราว่าทำแค่เล็กๆแค่นี้ดีกว่าค่ะ

การทำเว็บไซต์เราก็เห็นด้วยนะ  แต่ก็แล้วแต่คนที่ทำงานอยู่ละกันว่าจะเอาไง

ไม่ใช่ไม่อยากเห็นมันเติบโตขึ้นหรอกนะ แต่ว่าถ้าเติบโตอย่างไม่มั่นคง เติบโตอย่างไม่มีความสุข   ก็อยู่เล็กๆแค่นี้ดีกว่า


จากคุณ : ลูกหมูยอ - [ 21 มี.ค. 50 22:03:49 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 72

ไม่เห็นด้วยค่า
สงสารพี่รักษ์ สงสารคนทำงานทุกๆคน

ถามว่าเรารักแมวไหม
รักมากที่สุดเลยล่ะ

แต่พี่เค้าทำแค่นี้ก็รู้สึกว่าช่วยเหลือ+สสะเวลาส่วนตัวมากๆแล้วค่ะ


จากคุณ : แม่หนูหมี (Polly5) - [ 21 มี.ค. 50 22:33:58 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 73

ทำมูลนิธิฯมาก่อน(มูลนิธิเกี่ยวกับคน)

มูลนิธิขั้นตอนมากมายนะคะ ไม่ง่ายอย่างที่คิด

มีกรรมการ  มีการประชุมสามัญ-วิสามัญประจำปี มีการวางกรอบแผนงานให้เปนไปตามวัตถุประสงค์ ทำงบดุลย์ ต้องส่งเรื่องการประชุม เรื่องราวต่างๆไปยังเขต   มีการจัดทำบ/ช

ส่วนเรื่องการหักลดหย่อนภาษี ไม่ใช่แต่ละมูลนิธิจะสามารถหักลดหย่อนได้นะคะ  ต้องมีผลงานโชว์ให้เห็นจะจะ ไม่น้อยกว่ากี่ปี(อันนี้จำไม่ได้)  โดยไปยื่นเรื่องต่อกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณา  (ขนาดมูลนิธิฯที่ดิฉันเคยทำมาเกือบ 20 ปีน่ะค่ะถึงจะยื่นขอให้ผู้บริจาคสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งๆที่บริจาคเงินในแต่ละปีเกือบๆ10 ล้าน)

ส่วนทำเปนมูลนิธิแล้วคนจะช่วยเหลือมากขึ้นพูดจากับใครก็ง่ายขึ้นอันนี้เห็นด้วยทุกประการค่ะ  เพราะความน่าเชื่อถือมันมีมากกว่าอยู่แล้ว

เรื่องจะเปนหรือไม่ อยู่ที่ความพร้อมค่ะ ว่าผู้ดูแลท่านจะสะดวกและพร้อมหรือไม่  หากไม่พร้อมเห็นว่ามันโตเกินไปยุ่งยากเกินไป ที่ทำอยู่ก็พอดีกับกำลังความสามารถอยู่แล้ว  เรื่องเปนมูลนิธิก็อาจไม่จำเปน


เอาเปนว่าในความคิดของตัวเอง จะเปนหรือไม่เปน ก็รู้สึกชื่นชมเสมอ บ/ชนี้ค่ะ


จากคุณ : nongthee - [ 21 มี.ค. 50 22:43:37 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 74

ทำ Demo ใว้แล้วครับ เหลือแต่ปรับให้ลงภาษาไทยได้ ในเวปสามารถ ลงรูปได้ โหวตรูปได้ ให้คะแนนกระทู้ได้ บอกวันเกิดสมาชิคได้ มีเกมให้เล่น จับรางวัลได้ มีวิทยุให้ฟัง บอกกระทู้ล่าสุดได้ อีกหลายอย่างครับลองเข้าไปดู ผมจดทะเบียนใว้นานแล้วทั้งเนื้อที่ไม่จำกัด โดเมนก็จดเป็นดอดคอมใว้แล้วแต่ไม่ได้ใช้ http://www.poorcat-tracker.com/forum/portal.php ลองเข้าไปเล่นดูนะครับ ตอนนี้ผมลงเป็นพวกละครญี่ปุ่นใว้เป็นตัวอย่างนะครับ อยากให้ปรับแต่งอะไรก็บอกได้นะครับ อันนี้ผมช่วยนะครับ แล้วถ้าใครอยากเป็นผู้ดูแลประชาสัมพันก็แจ้งมานะครับผมจะแจ้งระหัสผ่านให้

จากคุณ : Srisugda - [ 21 มี.ค. 50 22:44:27 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 75

ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณในความปรารถนาดีของพี่ลอยด้วยนะคะ  เรื่องการจัดตั้งมูลนิธิ  ขอบคุณสำหรับทุก ๆ สิ่ง ทุก ๆ อย่างที่ตั้งใจจะทำให้ค่ะ  ไม่ว่าจะเป็น เวปไซท์  แผนงาน ต่าง ๆ และขอขอบคุณเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่ร่วมให้ความคิดเห็นที่หลากหลาย  แตกต่างกันออกไป  เป็นมุมมองต่าง ๆ ให้ตระหนักถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นข้างหน้า เมื่อพวกเราก้าวไปถึงขั้นนั้นแล้วว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร


ขอเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับโครงการรักษ์แมวให้ทราบอีกครั้งหนึ่งว่า  เกิดมาจากมีแมวตัวหนึ่งที่ร้านดอกไม้ถูกรถชน จึงมาเรี่ยไรเพื่อน ๆให้ช่วยกันลงขันเพื่อนำเงินไปใส่เหล็กรักษาแมวตัวนั้น แต่ภายใน 3 วันแมวก็ตาย ส่วนเงินในบัญชีที่ได้ก็เอามาปรับปรุงที่อยู่ให้แมว แล้วที่เหลือก็เอามาเป็นบัญชีรักษาแมวป่วย  พอไป ๆ ก็มีคนมาขอปันเพื่อรักษาแมวตัวอื่น ๆ กระทู้อื่น ๆ ในห้องแมว จนคนเริ่มรู้จักกันมากขึ้น ก็คิดจะทำเสื้อจำหน่ายเพราะได้บูทในงานเพ็ทเอ็กซโปร์ ที่ศูนย์ประชุมฯ ปีก่อน  จึงได้มาซาวน์เสียง ขอชื่อเฉพาะของบัญชีอย่างเป็นทางการ จนกระทั่งได้ชื่อว่า โครงการรักษ์แมวในปัจจุบัน


นับจากวันที่แมวตัวนั้นตายจนถึงปัจจุบัน บัญชีนี้ก็เปิดมาได้ 1 ปีกับ 2 เดือนแล้ว ถามว่าเหนื่อยมั้ย เหนื่อยค่ะ แต่มีความสุขกับการทำงานตรงนี้ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ทำแค่นี้แต่ทำให้ดีที่สุด  คิดไว้แค่นี้จริง ๆ  


ทำโดยเบียดเบียนเวลาของครอบครัว หรืองานประจำที่ทำอยู่ให้น้อยที่สุด ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและสังคมเท่าที่จะช่วยเหลือกันได้


ต่อคำถามที่ถามว่า โครงการ "รักษ์แมว ปันน้ำใจให้แมวจร" ควรตั้งเป็นมูลนิธิหรือไม่  ในความคิดเห็นส่วนตัวแล้ว บอกเลยว่า ไม่ควรค่ะ  เพราะถ้าโครงการรักษ์แมวหมายถึงรักษ์ รักษ์ทำไม่ไหวค่ะ  รักษ์ไม่อยากให้ใครมาคาดหวังอะไรในตัวรักษ์  มันอึดอัดเกินไปค่ะ รักษ์ทำเท่าที่รักษ์ทำได้  ช่วยได้ แต่ไม่ใช่ทุกคน ไม่ใช่ทุกเคส  แต่ถ้าถามว่า อยากให้ห้องหมาและห้องแมวมีมูลนิธิที่ช่วยเหลือหมาและแมวมั้ย อยากค่ะ  ดีมากเลยค่ะ  ขอให้มีคนช่วยทำกันเยอะ ๆ แบ่ง ๆ กันไปทำ  ใครใกล้ตรงไหนก็ทำตรงนั้น ในภาพรวมก็จะดีเองค่ะ  ปัญหาหมาแมวจรจัดก็จะดีขึ้นเองค่ะ  ลดน้อยลงไปเองค่ะ


สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทุก ๆ คนที่อยู่ในห้องจตุจักรด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นห้องหมา ห้องแมว หรือห้องงานฝีมือ  ลำพังคนเดียว โครงการรักษ์แมวจะอยู่ต่อไปได้นานสักแค่ไหน ถ้าไม่มีคนช่วย support อยู่เบื้องหลัง  ขอขอบคุณผู้อยู่เบื้องหลัง ทุก ๆ คน มา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ


** ขอทำแค่นี้ แต่ทำให้ดีที่สุดเท่าที่คน ๆ หนึ่งที่มีมีครอบครัว  มีงานประจำทำ มีเวลาว่างเข้าห้องแมว จะทำ จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้นะคะ

ขอเข้ามาปิดกระทู้นี้เลยนะคะ



** จัดเว้นวรรคให้อ่านง่าย

แก้ไขเมื่อ 22 มี.ค. 50 00:03:01

จากคุณ : วชิรา - [ 21 มี.ค. 50 23:57:52 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 76

เห็นด้วยกับคห20

จากคุณ : เหมียวดอกโมก (-=[Zold]=-) - [ 22 มี.ค. 50 17:22:32 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 77

มาช้าไปแหง๋มๆเลยค่ะ พี่รักษ์ปิดกระทู้ซะแล้ว
แต่ขอออกความเห็นหน่อย
ส่วนัวไม่เห็นด้วยค่ะ เพราะอย่างที่บอก คนเห็นด้วยอาจจะเยอะ แต่คนที่ทำจริงๆ ล่ะ จะมีสักกี่คนกันเชียว
เหนื่อยค่ะ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย


แต่ถึงจะไม่เป็นมูลนิธิ เป็นแค่โครงแพทยินดีจะช่วยในส่วนที่แพทสามารถทำได้ค่ะ


จากคุณ : gomaki - [ 22 มี.ค. 50 23:35:49 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 78

ไม่เห็นด้วยค่ะ เพราะเพื่อน ๆที่ไม่เห็นด้วยก็ได้อธิบายไปหมดแล้วค่ะ

.


จากคุณ : catgang - [ 23 มี.ค. 50 02:41:47 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

[กติกามารยาท] [Help & FAQ
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่

คลิกเพื่อเลือก : โพสไฟล์ประกอบ / วาดภาพประกอบ / โพสคลิปวิดีโอ
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ และวาดภาพประกอบ Preview ไม่ได้)  
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | PanTown.com | BlogGang.com