◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ ตายายดูแลหมาแมวจรจัด 300 ตัว

    ที่มา : นสพ.ไทยโพสต์

    สงสารหมาแมว ตายายใช้ชีวิต 25 ปี ดูแลสัตว์จรจัด จากเดิม 50 ตัว เพิ่มเป็น 300 ตัว ต้องออกจากงานมาดูแล ล่าสุดที่ที่อาศัยอยู่ถูกขายทอดตลาดต้องย้ายที่ แต่ก็จนปัญญา วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ ถึงไม่มีที่ บริจาค มีข้าวมาให้ก็พอแล้ว เผยชีวิตสุดลำบาก แต่ที่ต้องดูแลเพราะความผูกพัน อยู่กันมานาน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   2  ตายายใจบุญเลี้ยงหมาแมวเกือบ 300 ชีวิต ตลอด 25 ปี ล่าสุดมีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยต้องหาที่ใหม่  แต่จนปัญญา นางนิดา รสรื่น วัย 61 ปี ยายใจบุญ กล่าวว่า ตอนนี้มีหมา 158 ตัว และแมว 110 ตัว ที่ดูแลอยู่ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่หมู่บ้านร้างแถบตลิ่งชัน โดยขออาศัยเจ้าของเก่าอยู่ เนื่องจากหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่โดนแบงก์ยึด อาศัยมาได้ 13 ปีแล้ว มีพื้นที่ใช้เลี้ยงหมาแมว  แต่ตอนนี้โครงการขายออกแล้ว เราก็ต้องย้ายออก  ลำบากเหมือนกัน ไม่รู้จะอยู่ที่ไหน "ชีวิตเติบโตมากับหมาแมว เมื่อก่อนทำงานอยู่กับสามีที่โรงเรียนสอนคนพิการ และก็เริ่มเลี้ยงมาเรื่อยๆ ที่เลี้ยงเพราะสงสาร มีคนเอามาปล่อยทิ้งไว้ เราทนไม่ได้ก็เก็บมาดูแล เริ่มแรกก็ประมาณ  50-60 ตัว ซึ่งตอนนั้นทำงานที่โรงเรียน และวันหยุดก็ออกเก็บของเก่ามาขายอีก เดือนนึงมีรายได้ประมาณหมื่นกว่าบาท ก็พออยู่ได้เลี้ยงได้ แต่ตอนหลังๆ มีคนเอาหมาแมวมาปล่อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ   เราก็ต้องดูแลเพิ่มขึ้น   ทีนี้กลายเป็นว่าต้องใช้เวลามากขึ้นไปอีก  ก็ทำให้ต้องออกจากงานประจำมาเก็บของเก่าขาย"

    ป้านิดากล่าวอีกว่า  "ตอนนี้ทั้งหมาแมวมีเกือบ 300 ตัวแล้ว  เราก็ต้องเลี้ยงต่อไป เพราะเราทิ้งเค้าไม่ได้ ไม่รู้จะทิ้งไว้ได้ยังไง แล้วเค้าจะอยู่กันยังไง สงสารถ้าต้องทิ้งไว้

    ทุกวันนี้มีค่าใช้จ่ายตกวันละประมาณ 1,200 บาท เป็นค่าอาหารเม็ดของแมว 7 ก.ก. ส่วนข้าวหมาใช้ประมาณวันละ 2 ถังครึ่ง แต่ทั้งนี้ส่วนใหญ่จะมาจากการบริจาค ซึ่งโดยปกติก็จะไม่พอ  ก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเป็นค่าอาหารบ้าง  สำหรับชีวิตประจำวันตอนนี้ต้องตื่นตี 5 ทุกวัน ขึ้นมาหุงข้าว จากนั้นก็ทำความสะอาด พอตอนบ่ายก็ให้ข้าว แล้วก็ทำความสะอาดต่ออีก ทุกวันวนเวียนอยู่อย่างนี้ หมาแมวก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีคนเอามาปล่อยอยู่เรื่อยๆ เราก็ต้องเลี้ยงต่อไป ส่วนรายได้ตอนนี้ก็ไม่มี  กินข้าวกับหมาแมว  แต่ก็จะมีบ้างคือพวกคนที่มาฝากให้เลี้ยง และให้เงินบ้าง อาจจะเดือนละ 1,000 บาท ก็พอมีเงินหมุนเวียนบ้าง แต่จริงๆ ก็ไม่พอ เลี้ยงกันไปตามมีตามเกิด"

    ด้าน นายสัญญา  รสรื่น  สามีวัย  55 ปี กล่าวว่า ตอนนี้ปัญหาคือเราไม่มีที่อยู่แล้ว  เพราะเจ้าของที่เค้าจำเป็นต้องใช้สถานที่ แต่ก็ยังดีที่ให้เราได้ย้ายออกมาอยู่ข้างๆ แต่สถานที่ก็ไม่กว้างมาก  ยังดีที่ยังได้อาศัยอยู่  แต่ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่ แต่ก็คงจะไม่ทิ้งหมาแมวที่เราเลี้ยงไว้  เพราะเรารักเค้าเหมือนลูก อยู่ด้วยกันมาตั้งนานแล้วเป็นสิบๆ ปี ก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นไป

    สำหรับความช่วยเหลือก็ยังมีคือ จากสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย สมาคมคนรักสุนัข  หรือจากคนใจบุญทั่วไป เราก็พออยู่ได้เรื่อยๆ ส่วนหน่วยงานอื่นก็ไม่มีใครเข้ามาช่วย   เราก็คงจะเลี้ยงต่อไปจนสุดความสามารถ   ส่วนความช่วยเหลือก็อยากวอนขอสถานที่ ซึ่งใครมีเหลือถ้าบริจาคให้เราไปอยู่ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง หรือจะเป็นอาหารก็ได้ เงินเราไม่ต้องการ  เพียงแค่มีอาหารให้หมาแมวกินเราก็พอใจแล้ว ทุกวันนี้อยู่กันสองคนตายายก็มีความสุขตามอัตภาพ ได้ดูแลสัตว์ที่เรารักก็พอแล้ว มันเป็นความผูกพัน เคยมีคนมาบอกว่าให้เอาไปขาย จะติดต่อให้ แต่เราก็ทำไม่ได้ มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว.

    ----------------------------------------------------------

    เสียดาย จริงๆคุณตาคุณยายน่าจะเปิดบัญชีรับบริจาคด้วยนะคะ

    เชื่อว่าคงมีหลายๆคนที่ไม่สะดวกจะไปบริจาคอาหารเองถึงที่ พร้อมจะบริจาคเงินช่วยเหลือค่ะ

    ขอเป็นกำลังใจให้คุณตาคุณยาย และน้องหมาน้องแมว ได้ที่อยู่ใหม่ในเร็ววันค่ะ

    แก้ไขเมื่อ 21 พ.ย. 49 15:09:23

    จากคุณ : chubbycat - [ 21 พ.ย. 49 15:06:31 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม