ขอ link กระทู้แนะนำ "น้ำมัน" ชนิดต่างๆ ทีค่ะ

จำได้ว่าเคยอ่านกระทู้หนึ่งที่อธิบายถึงความแตกต่างระหว่าง   "น้ำมันปรุงอาหาร" ชนิดต่างๆ     พอดีไม่ทันเซฟไว้   มาอีกที   หากระทู้ไม่เจอแล้ว

ใครมีเซฟไว้   ช่วยแปะ link ทีนะคะ

ขอบคุณมากเลยค่ะ

จากคุณ : blacksatinrose - [ 15 พ.ย. 49 19:07:58 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

man ... เข้ามาดู

จากคุณ : Mr. Fusion - [ 15 พ.ย. 49 19:35:31 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

Hello คุณ Fusion

man ... เข้ามาตอบ haha

หา link ไม่เจอแต่ลองอ่านดูนะครับ

การเลือกใช้น้ำมันพืช


กรดไขมันที่เป็นส่วนประกอบของน้ำมันพืช  สามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิด :
1.       กรดไขมันอิ่มตัว (Saturated Fatty Acid)
2.       กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fatty Acid)
3.       กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fatty Acid)


น้ำมันพืชแต่ละชนิดล้วนมีส่วนประกอบของ กรดไขมันอิ่มตัว กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว และเชิงคู่ ทั้ง 3 ชนิด เพียงแต่มีสัดส่วนของกรดไขมันแต่ละตัวมากน้อยแตกต่างกันไป


น้ำมันพืชชนิดมีกรดไขมันอิ่มตัวมาก :
จะจับตัวแข็งเมื่อถูกความเย็นเพียงเล็กน้อย เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม เป็นน้ำมันที่ไม่เหม็นหืน ไม่เกิดควันที่อุณหภูมิสูง จึงเหมาะที่จะใช้ทอดอาหาร ทอดขนม ที่ทอดแบบน้ำมันท่วม หรือ ทอดกรอบ


น้ำมันพืชชนิดมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวมาก :
เป็นของเหลวไม่จับตัวแข็งแม้อุณหภูมิจะเย็นลง เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันงา น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันมะกอก  ดูเป็นน้ำมันที่ได้รับความสนใจและถูกแนะนำให้ใช้ในการบริโภคปัจจุบัน เพราะน้ำมันชนิดนี้ลดคลอเลสเตอรอลที่ไม่ดี แต่ช่วยเพิ่มคลอเลสเตอรอลชนิดดี มีกรดไขมันไลโนเลอิกที่จำเป็นต่อร่างกายอยู่พอควร  และที่สำคัญไม่เสี่ยงต่อการรับอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น  

น้ำมันชนิดนี้ใช้ปรุงอาหารได้หลากหลายวิธี ทั้งทอด ผัด น้ำสลัด น้ำจิ้ม แต่ก็ไม่เหมาะนำไปทอดด้วยความร้อนสูง


น้ำมันพืชชนิดมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนสูง :
เป็นของเหลวไม่จับตัวแข็งเมื่อโดนความเย็น เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันเมล็ดคำฝอย ฯลฯ  เป็นน้ำมันที่คนหันมานิยมบริโภคกันมากขึ้น เนื่องจากช่วยลดปริมาณคลอเลสเตอรอล และที่สำคัญมีกรดไขมันไลโนเลอิกที่ร่างกายต้องการในปริมาณสูง  

แต่เนื่องจากไปลดปริมาณคลอเลสเตอรอลทั้งที่ดีและไม่ดี ซึ่งอาจทำให้เราขาดคลอเลสเตอรอลที่ดีได้  อีกทั้งเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการรับอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้น้ำมันในการทอด ทำให้เพิ่มอัตราเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง โรคหัวใจและโรคหลอดเลือด  จึงควรบริโภคแต่พอเหมาะ

ไม่เหมาะกับการทอด  เหมาะใช้ทำน้ำสลัดหรือน้ำจิ้ม


สีของน้ำมัน ยิ่งทอดหลายครั้งเท่าไหร่ สีก็จะเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้น เพราะเกิดการเผาไหม้ ยิ่งเกิดการเผาไหม้ ก็ยิ่งเกิดอนุมูลอิสระ เพราะฉะนั้นอย่าใช้น้ำมันที่ทอดซ้ำ  ยิ่งกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนสูง จะยิ่งทำให้เกิดอนุมูลอิสระมาก


น้ำมันที่ใช้กันมากในการปรุงอาหารในท้องตลาด คือ น้ำมันปาล์ม เพราะมีราคาถูก  ซึ่งน่าห่วงใยเพราะมีกรดไขมันอิ่มตัวสูงกว่าน้ำมันหมู และมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่เราต้องการน้อยกว่าน้ำมันหมู
ในน้ำมันพืชจะมีกรดไลโนเลอิคอยู่เกือบทุกชนิด  ประมาณครึ่งหนึ่งของน้ำมันพืชจะมีกรดไขมันไลโนเลอิค ทั้งชนิดกรดไขมันอัลฟาและแกมมา  ซึ่งเมื่อกินเข้าไปเยอะๆมันจะสร้างสารไพสซ่าไกลีน2 ซึ่งทำให้เลือดแข็งตัว เกิดอาการอักเสบ ทำให้เราไวต่อความเจ็บปวด ไขมันไปจับเป็นซีสในเต้านมได้  เสี่ยงต่อเกล็ดเลือดอุดตัน ข้ออักเสบ ปวดประจำเดือนและปวดหัวไมเกรนได้ง่าย


* จากบทความ
  “น้ำมันพืชบริโภคอย่างไร? ให้ดีกับสุขภาพ”  โดย นพ.บรรจบ  ชุณหสวัสดิ์
  ”การสกัดน้ำมันพืชด้วยวิธีธรรมชาติ” โดย คมสัน หุตะแพทย์


จากคุณ : Are Yoi - [ 15 พ.ย. 49 19:41:38 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2006/10/D4792374/D4792374.html

อยู่ในคลังกระทู้เก่าครับ


จากคุณ : Calamity - [ 15 พ.ย. 49 21:05:13 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

เดี๋ยวนี้ สินค้าอะไร ๆ ก็จับกระแสรักสุขภาพกันทั้งนั้น จะด้วยว่าผู้คนมีรายได้มากขึ้น (มีเงินเหลือซื้อของทีดีต่อสุขภาพได้มากขึ้น) ฉลาดเลือกขึ้น หรือให้ความสำคัญกับสุขภาพที่ดีมากขึ้น ก็แล้วสุดแท้แต่เหตุผลของแต่ละคนบรรดาสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งหลาย - เช่น น้ำปลา, น้ำมันพืช, เกลือ, ข้าวสาร ฯลฯ - ที่ไม่รู้จะสรรสร้างความแตกต่างให้เกิดตรงไหนดี เริ่มจับประเด็น "เพื่อสุขภาพ" นี่ล่ะ เป็นตัวสร้างความแตกต่าง

ล่าสุด น้ำมันพืชทิพได้สร้างแบรนด์ย่อย (Sub Brand) ที่ชื่อว่า "ทิพ ไวส์" (Tip Wise) ขึ้นมา ทิพมองว่าน้ำมันนั้นมีหลายประเภท
แต่ละประเภท ก็เหมาะกับการปรุงอาหารแต่ละวิธี แตกต่างกันไป จึงนำเสนอน้ำมันพืช "ทิพไวส์" 5 ชนิด
"น้ำมันเมล็ดฝ้าย" สำหรับทอด
"น้ำมันข้าวโพด" และ "น้ำมันดอกทานตะวัน" สำหรับการทำอาหารประเภทผัด
"น้ำมันถั่วเหลืองผ่านกรรมวิธี" ที่เหมาะสำหรับการทำน้ำสลัดและการผัด
และ "น้ำมันถั่วเหลืองผสมน้ำมันปาล์ม" ที่มีอัตราส่วนกรดไขมันที่สมดุลเหมาะทั้งการทำอาหารประเภททอดหรือผัด

โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมด บริษัทได้ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการทำวิจัย น้ำมันพืชทิพไวส์ กำหนดกลยุทธ์และแนวทางการทำตลาดโดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมี่ยมเป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่ "ใส่ใจสุขภาพ"

ซึ่งจากการคาดการณ์พบว่า กลุ่มผู้บริโภคกลุ่มนี้มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี

ม.ร.ว.สุภาณี ดิศกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำมันพืชทิพ จำกัด ชี้ว่า เป็นครั้งแรกที่บริษัทมีการ Segmentation สินค้า และ ถือเป็นครั้งแรกของวงการน้ำมันพืชที่ใช้กลยุทธ์นี้อีกด้วย

"เราต้องการสื่อให้ผู้บริโภครับรู้ว่าน้ำมันพืชขวดเดียวไม่สามารถใช้ปรุงอาหารได้ทุกประเภท" เธอกล่าว

"เรายังตั้งเป้าว่า ในอนาคตแต่ละบ้านมีการใช้น้ำมัน 2 ขวดไว้สำหรับ ผัด และ ทอด"

เธอยอมรับว่าทุกวันนี้มีผู้บริโภคกลุ่มหนึ่งที่มีพฤติกรรมเช่นนี้อยู่แล้ว คือ ใช้น้ำมันแต่ละชนิดสำหรับการปรุงอาหารที่แตกต่างกัน แต่ก็เพื่อให้เกิด "ความอร่อย" เท่านั้น ในขณะที่ทิพจะมุ่งไปยังประเด็น "สุขภาพ"

"น้ำมันที่เหมาะสำหรับทอด จะสามารถทนความร้อนได้สูงเป็นเวลานาน ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดสารอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งและทำให้เซลล์เสื่อมสภาพหรือแก่ก่อนวัย"

ทั้งนี้บริษัทฯได้ทุ่มงบการตลาด 60-70 ล้านบาท ในการสร้างความรู้และความเข้าใจสำหรับพฤติกรรมการใช้น้ำมันพืช โดยในช่วงแนะนำน้ำมันพืชทิพไวส์ จะใช้ภายใต้คอนเซปต์ "ทิพไวส์ กินอย่างคนที่รู้ อยู่อย่างคนฉลาดใช้ชีวิต"

ซึ่งงบการตลาดจะเน้นการทำบีโลว์เดอะไลน์เป็นหลัก เพื่อให้การสื่อสารเข้าถึงตัวผู้บริโภคโดยตรง โดยได้เตรียมจัดกิจกรรมการตลาด ณ จุดขาย เดินสายโรดโชว์ และจัดโปรโมชั่น ส่วนภาพยนตร์โฆษณาประชาสัมพันธ์จะออกอากาศภายใน 2 เดือนนี้

นอกจากนั้น ทิพยังมีจุดเด่นที่รูปแบบผลิตภัณฑ์ซึ่งมีความโดดเด่นและทันสมัย ได้รับ รางวัลบรอนซ์ อวอร์ด สาขาการสื่อสารการตลาด ด้านการออกแบบกราฟฟิกประเภทบรรจุภัณฑ์ จากการประกวดรางวัล Adman Awards 2006 อีกด้วย

ทิพกำลังเคลื่อนทัพจากตลาดแมสไปสู่ตลาดเฉพาะ ที่มีการแข่งขันต่ำกว่าและกำไรสูงกว่า

ทิพนั้นพยายามหาตลาดที่ทำกำไรได้มากกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามราคาที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงในตลาดแมส ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการน้ำมันพืชได้จำหน่ายสินค้าในราคาถูกกว่าราคาควบคุมถึง 10 บาท

นอกจากนี้ในตลาดยังมีสินค้า "เฮาส์แบรนด์" ที่เข้ามาเป็นคู่แข่งขันรายหลัก โดยชูกลยุทธ์ด้านราคาที่ถูกกว่า ยกตัวอย่าง น้ำมันถั่วเหลืองเฮาส์แบรนด์จำหน่าย 30 บาทต่อขวด แต่สินค้าแบรนด์ทั่วไป 34-35 บาท โดยกลยุทธ์ราคาส่งผลให้น้ำมันพืชเฮาส์แบรนด์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทิพนั้น กำลังบอกอะไรกับเรา?

ทิพกำลังมุ่งหน้าสู่ Blue Ocean ใช่หรือไม่?

จะทำได้รึเปล่า?

บทวิเคราะห์

ทิพคือน้ำมันพืชที่อยู่ในฐานะผู้นำตลาดมาอย่างยาว

ในยุคที่ผู้คนเริ่มเปลี่ยนจากน้ำมันหมูมาใช้น้ำมันพืชในการทำอาหาร ทิพเป็นน้ำมันพืชแบรนด์แรกๆที่ลงมาทำตลาดจนกระทั่งกลายเป็นผู้นำตลาดในที่สุด

ปัจจุบันคนหันมาบริโภคน้ำมันพืชกันทั่วบ้านทั่วเมือง เพราะกลัวคลอเรสเตอรอลจากน้ำมันหมู ทั้งๆที่อยากกินน้ำมันหมูมากกว่าเพราะอร่อยกว่า

การที่ผู้คนหันมาบริโภคน้ำมันพืชกันมากนั้นทำให้ผู้ประกอบการมากหน้าหลายตาแห่กันเข้ามาในตลาดอย่างมากมาย ต่างฝ่ายต่างผลิตน้ำมันพืชอออกมาวางจำหน่ายโดยที่ความแตกต่างอยู่ที่วัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตเท่านั้น แต่โดยรวมไม่มีความแตกต่างมากนัก

ส่งผลให้น้ำมันพืชกลายเป็น Commodity โดยเฉพาะรายที่แบรนด์ไม่แข็งก็ต้องสู้กันที่ราคาเป็นหลัก

คู่แข่งขันที่น่ากลัวก็คือ House Brand ที่มาจากจากเจ้าโมเดอร์นเทรดที่ทุกห้างต่างผลิตออกมาขายแข่งกับแบรนด์ดัง โดยที่ตั้งราคาขายถูกกว่าหลายบาท

ในยุคที่เศรษฐกิจการเมืองจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้นั้น House Brand ของบางห้างขายดีที่มาก เพราะไม่มีความแตกต่างระหว่างสินค้ามีแบรนด์และ House Brand

การแข่งขันจึงค่อนข้างลำบากมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์ที่ไม่ดัง สุดท้ายก็ต้องลดราคามาสู้ ขณะที่แบรนด์ผู้นำนั้นก็ต้องฉีกหนีตลาด Red Ocean ที่การแข่งขันดุเดือดเลือดพล่าน มาร์จิ้นน้อย

ในฐานะผู้นำ การที่น้ำมันพืชทิพฉีกออกมา Tip Wise นั้นถือเป็นการออกมาในจังหวะที่เวลาที่เหมาะเจาะโดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้ชื่อ Wise เพราะผู้ซื้อคือแม่บ้าน และแม่บ้านที่ซื้อนั้นคือแม่บ้านสมองไวที่ชาญฉลาด

Tip Wise เป็นการเข้าสู่เซ็กเม้นท์สุขภาพ

ฟิลิป คอตเลอร์ ให้สัมภาษณ์ไว้ใน "คิดใหม่เพื่ออนาคต" ไว้ว่า"ผมคาดการณ์ว่าการทำการตลาดสำหรับผู้บริโภคจะต้องเริ่มต้นโฟกัสมาที่ความต้องการกลุ่มผู้สูงวัย (Older generation) อย่างน้อยที่สุดก็ในประเทศที่พัฒนาแล้ว

โลกในยุคปัจจุบันเป็นยุคของผู้สูงวัย พลังของประชากรที่ครอบงำสังคมโลกของต้นศตวรรษที่ 21 จะเป็นผู้บริโภคที่มีอายุ 55 ปีหรือมากกว่านั้น เราจะเห็นการเคลื่อนย้ายจุดโฟกัสทางการตลาดในแต่ละทศวรรษตั้งแต่หลังยุคสงครามโลก

...จากวัยทารกไปสู่วัยรุ่น

...จากวัยรุ่นสู่วัยหนุ่มสาว

...จากวัยหนุ่มสาวสู่วัยกลางคนตอนต้น

...และปัจจุบันก็สู่วัยกลางคนตอนปลาย

ขณะที่กลุ่ม "เบบี้บูมเมอร์" เริ่มย่างเข้าสู่วัยห้าสิบและหกสิบ จุดโฟกัสจะเคลื่อนย้ายไปสู่สินค้าสุขภาพ ต้องการบ้านพักในวัยเกษียณและการพักผ่อนที่ไม่ใช้พละกำลังมากมายนัก

ทุกวันนี้เราคิดว่าการดูแลสุขภาพนั้นเป็นเรื่องจำเป็นในยามที่เจ็บไข้ได้ป่วยเท่านั้น

ทว่าในอนาคตกลุ่มผู้สูงอายุนั้นต้องการมีสุขภาพดีตลอดไป ดังนั้นลูกค้ากลุ่มนี้จะต้องตรวจสุขภาพเป็นประจำสม่ำเสมอมากกว่าช่วงอายุก่อนๆ เช่นเดียวกับการนำรถไปตรวจเครื่องยนต์ประจำปี และเหล่าบุคลากรทางการแพทย์จะให้คำแนะนำด้านการออกกำลังกาย โภชนาการ และการจัดการความเครียด

เราสังเกตเห็นความต้องการที่เพิ่มขึ้นของอาหารเบาๆ เครื่องดื่มที่มีแคลลอรี่น้อย อุปกรณ์ออกกำลังกายภายในบ้าน วิตามิน เครื่องสำอางบำรุงผิวหรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็ตามที่ทำให้ลูกค้ากลุ่มนั้นรู้สึกมีอายุน้อยกว่า และมีสุขภาพที่ดีกว่าวัยที่แท้จริง

ผู้บริโภคที่สูงวัยมีเงินมากพอ และพร้อมที่จะจ่ายเพื่อของฟุ่มเฟือย เช่น การศัลยกรรมความงาม ครูฝึกออกกำลังกายส่วนตัว การท่องเที่ยวแบบแปลกๆ และโปรแกรมการเรียนเพิ่มเติม"

โครงสร้างประชากรของไทยก็ไม่ได้แตกต่างจากสหรัฐอเมริกามากนัก นั่นคือผู้สูงวัยจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันกำลังซื้อก็เพิ่มขึ้นด้วย

ดังนั้นเซ็กเม้นท์แม่บ้านผู้ใส่ใจสุขภาพนั้นจึงเป็นเซ็กเม้นท์ที่น่าสนใจ เพราะเป็นการฉีกตลาดไปที่กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง อีกทั้งเมื่อแม่ทำอาหาร ลูกกินน้ำมันพืชเมื่ออร่อยก็ต้องถามว่าใช้น้ำมันพืชอะไร ในอนาคตเมื่อเขาหรือเธอแยกไปมีครอบครัว ก็ต้องใช้ Tip Wise

ข้อได้เปรียบของทิพก็คือเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์แรกที่จับตลาดนี้เต็มรูปแบบเป็นรายแรก และมีการทำIMC ครบวงวจร

Positioning น้ำมันพืชเพื่อสุขภาพก็จะติดตัว Tip Wise ตลอดไป

เช่นเดียวกับที่ Safety ติดตัว Volvo นั่นเอง    
http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=50391


จากคุณ : วี - [ 16 พ.ย. 49 03:58:12 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

ใครที่ชอบกิน ปาท่องโก๋ กะ ลูกชิ้นทอด นี่ตัวดีเลยล่ะ

จากคุณ : สวี่เหวินเฉียง - [ 16 พ.ย. 49 17:43:15 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

[กติกามารยาท] [Help & FAQ
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่

ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)

วาดภาพประกอบ : คลิกเพื่อวาดภาพประกอบ
(ข้อควรระวัง : ต้องทำก่อนขั้นตอนอื่น มิฉะนั้นข้อความที่พิมพ์ไว้ และค่าที่เลือกจะหายไป - ใช้ได้เฉพาะสมาชิก)

แตกประเด็น : ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่

  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ และวาดภาพประกอบ Preview ไม่ได้)  
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom