คุณพ่อคุณแม่ท่านไหนรู้จัก รร สัตาไส ของ ดร อาจองบ้างค่ะ อยากทราบข้อมูลค่ะ

ไม่ทราบว่ามีใครเคยได้ยินชื่อ รร นี้มาก่อนหรือเปล่าค่ะ อยากทราบข้อมูลว่าดียังไงค่ะ ได้แต่หาข้อมูลจากเน็ตค่ะ

เท่าที่ทราบอยู่ที่ลพบุรี เป็น รรที่เน้นสอนจริยธรรม เน้นให้เด็กเป็นคนดี ช่วยเหลือตัวเองได้ แล้วก้อเป็น รร ประจำด้วยค่ะ

รบกวนหน่อยนะค่ะ

จากคุณ : Team-Tan - [ 25 ก.พ. 51 12:25:56 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

เข้ามารอฟังด้วยค่ะ  เพราะอ่านนิทานให้ลูกฟัง เป็นนิทานของ ดร.อาจอง เล่าสอนให้นักเรียนที่รร.นี้ฟังทุกวัน  ชื่อหนังสือ นิทานสีขาว  ดีมั่ก ๆ ค่ะ เราชอบนะ มี 2 เล่ม นะ หน้าปกสีฟ้า กะสีชมพู  อ่านแล้วยังอยากรู้เลยว่ารร.นี้อยู่ที่ไหน  แต่ในหนังสือไม่ได้บอกไว้อ่ะคะ

จากคุณ : The Star in The Sky - [ 25 ก.พ. 51 13:31:23 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

ชื่อโรงเรียนสัตยาไสค่ะ

เป็นโรงเรียนที่ไม่ได้เน้นให้เด็กเป็นคนเก่ง แต่...สอนให้เด็กเป็นคนดี

ดร.อาจอง บอกว่า คนเก่งมีเยอะแล้วในโลกนี้ แต่คนดี มีคุณธรรม มีน้อยมาก

โดยเฉพาะคนเก่งด้วยแล้วดีด้วยนี่มีน้อยยิ่งกว่าน้อย

ที่นี่จะสอนให้เด็กเป็นคนดีก่อน เพราะมีแนวทางว่าเมื่อเด็กมีจิตใจที่ดีงามและใสสะอาด ความเก่งก็จะตามมาเอง

ที่นี่สร้างคนดี และความดีทำให้เด็กกลายเป็นคนเก่ง  เคยได้ยินมาว่าเด็กของที่นี่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ 100%

สัตยาไส เป็นโรงเรียนประจำ รับเด็กๆตั้งแต่ชั้นเล็กๆ ประถม 1  (ไม่แน่ใจนะคะ)
ได้ยินมาว่าผู้ปกครองท่านไหนอยากส่งลูกเข้าที่สัตยาไส จะต้องตอบเหตุผลว่าทำไมถึงอยากให้ลูกเข้าโรงเรียนสัตยาไส...ซึ่งมีคำตอบเดียวเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องตัดสิน

สำหรับครูอาจารย์ของที่นี่ จะมีกฎอยู่สองข้อ  

1. จงเป็นตัวอย่างที่ดี  
2. ย้อนกลับไปดูข้อ 1

ที่นี่สอนให้"คน"เป็น "มนุษย์" ค่ะ  เป็นมนุษย์ที่มีค่าต่อตัวเอง ต่อครอบครัว ต่อสังคม ต่อประเทศชาติ ต่อโลก


จากคุณ : พิมปะการัง - [ 25 ก.พ. 51 14:11:32 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

ณ  โรงเรียนสัตยาไส   จังหวัดลพบุรี




1.  ข้อมูลทั่วไปโรงเรียนสัตยาไส  ตั้งอยู่เลขที่  95 หมู่ 2   ตำบลลำนารายณ์  อำเภอชัยบาดาล   จังหวัดลพบุรี มีพื้นที่ประมาณ 300  ไร่เศษ เป็นธรรมชาติ ป่าเขา หนองบึง  สงบ  ร่มรื่น  มีนักเรียน 352 คน ครู 49 คน อัตราส่วนครูต่อนักเรียน 1 : 6  โดยประมาณ เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 จำนวน 12 ห้องเรียน ห้องเรียนละไม่เกิน 30 คน เป็นโรงเรียนประจำ นักเรียนพักค้างภายในโรงเรียน  ยกเว้นนักเรียนชั้นอนุบาลไป-กลับ  และรับเฉพาะเด็กบ้านใกล้โรงเรียนโรงเรียนสัตยาไส  เกิดจากแรงบันดาลใจของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ได้พบกับท่านสัตยาไส หรือไสบาบา ผู้นำทางจิตวิญญาณในประเทศอินเดีย เมื่อ 25 ปีที่ผ่านมา  ท่านสัตยาไส บอกว่า ชีวิตที่เหลืออยู่ขออุทิศให้กับการศึกษา  ดร.อาจอง  ชุมสาย ณ อยุธยา จึงมาบุกเบิกโรงเรียนสัตยาไสกับทีมงาน ซึ่งดำเนินมาแล้วกว่า  15 ปี  และมีผู้สนใจแนวทางของโรงเรียนสัตยาไส  และนำแนวทางการจัดการศึกษาแบบสัตยาไสไปใช้ทั่วโลก จนขณะนี้ มีโรงเรียนสัตยาไส 57 โรงเรียน ใน 37 ประเทศ  โดย ดร.อาจอง  ชุมสาย ณ อยุธยา  ได้สร้างสำนักมาตรฐานคุณภาพโรงเรียนสัตยาไสขึ้นที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และทำการประเมินโรงเรียน ทุก 3 ปี   โรงเรียนสัตยาไส ในประเทศไทยได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน

ปรัชญาของโรงเรียน คือ  “ปลายทางการศึกษา คือ อุปนิสัยที่ดีงาม” วัตถุประสงค์ของโรงเรียนเพื่อให้นักเรียนเจริญเติบโตเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความเป็นเลิศทางคุณธรรม วิชาการและกีฬา  สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบันได้อย่างมีความสุข

วิสัยทัศน์ของโรงเรียน      

เด็กจะได้รับการอบรมบ่มนิสัยให้มีความรัก ความเมตตากรุณา  มีกิริยามารยาทที่ดีงาม มีความอ่อนน้อมถ่อมตน  ซื่อสัตย์ สุจริต กล้าหาญ กตัญญู  มั่นใจในตนเอง รู้จักคิด เสียสละ   มีระเบียบวินัย ปฏิบัติต่อผู้อื่นและ...อย่างผู้มีความรับผิดชอบ และรักวัฒนธรรมไทย

Website      : www.Sathyasai.ac.th
โทรศัพท์    : 036 – 462 – 335 – 7        : 036 – 462 – 334 - 7  

2.  สาระสำคัญที่ได้รับ                

2.1  ด้านหลักสูตร      

2.1.1 ใช้หลักสูตรสถานศึกษาโดยยึดมาตรฐานแกนกลาง มีการเรียนรู้สาระครบทั้ง 8 สาระ      

2.1.2 เพิ่มกิจกรรมการเรียนรู้อีก 1 กิจกรรมคือกิจกรรมทักษะชีวิต

2.2  ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน       โรงเรียนสัตยาไส ใช้หลัก “Educare” โดยมุ่งดึงสิ่งที่ดีจากนักเรียน ตั้งคำถามที่ดีและสร้างสรรค์ โน้มนำให้สวดมนต์ ปฏิบัติสมาธิ ระลึกถึงบุญคุณของผู้อื่น บุญคุณของสรรพสิ่ง มีความนอบน้อม มีความเคารพ มีความเมตตากรุณา ฯลฯ  อยู่เป็นปกตินิสัย                        “คุณธรรม 5 ประการ” ซึ่งถือเป็นหลักในการดำเนินชีวิตและดำเนินกิจกรรมทั้งหลายในโรงเรียนสัตยาไส คือ        

1. เปรมา (ความรักความเมตตา)    
2. สัตยา (ความจริง) (สัตยาไสย = มารดาแห่งความจริง)
3. ธรรมา (การประพฤติชอบ)
4. สันติ (ความสงบสุข)        
5. อหิงสา (การไม่เบียดเบียน)          
และมีเป้าหมายในการจัดการศึกษาตามอักษรย่อที่รวมกันเป็นคำว่า “EDUCATION” ดังนี้                        
1.  Enlightenment               (การรู้แจ้ง)    
2.  Duty and Devotion      (การปฏิบัติหน้าที่และการเสียสละอุทิศตน)
3.  Understanding              (ความเข้าใจถ่องแท้)                  
4.  Character                       (อุปนิสัยที่ดีงาม)                        
5.  Action                             (การนำความรู้ไปปฏิบัติ)        
6.  Thanking                        (การมีใจกตัญญูรู้คุณ)                      
7.  Integrity                          (ความมีเกียรติ)                      
8.  Oneness                          (ความมีใจสมาน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน)
9.  Nobility                           (ความสง่างาม)              

         
โรงเรียนใช้หลักการ “การเรียนรู้โดยนักเรียนเป็นศูนย์กลาง” และ “การเรียนรู้แบบ   บูรณาการ” เช่น ให้นักเรียน (เริ่มแต่ชั้นอนุบาล) ร่วมกำหนดหัวข้อที่จะเรียนรู้ แล้วครูเป็น  ผู้เอื้ออำนวย (ไม่ใช่สอน) ให้นักเรียนได้เรียนรู้ โดยเน้นการเรียนรู้จากการได้ปฏิบัติ ได้เห็นได้ฟัง ได้สัมผัส ได้ทดลอง ได้คิด อย่างเหมาะสม                       ในส่วนของการเรียนรู้อย่างบูรณาการก็มีตัวอย่างของการ “บูรณาการการเรียนรู้ เรื่อง           สุขกาย สบายใจ” ซึ่งนักเรียนชั้น ม. 1 - 3 เรียนด้วยกัน เริ่มต้นด้วยการนั่งสมาธิร่วมกัน แล้วแบ่งเป็น   4 กลุ่ม แยกย้ายไปเรียนรู้ไปตามฐานการเรียนรู้ 4 ฐาน กลับมารวมกันในช่วงท้าย แต่ละกลุ่มนำเสนอผลการเรียนรู้จากแต่ละฐานพร้อมอภิปราย แล้วจบด้วยการทำสมาธิ แผ่เมตตา และทำความเคารพ                  
        สำหรับสาระที่มีการเรียนรู้จากแต่ละฐาน ประกอบด้วยสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม ได้แก่                              
1. ภาษาไทย (เรียนรู้มารยาทในการสนทนาเพื่อให้ผู้อื่นรู้สึกดี)                              
2. สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม (เรียนรู้เรื่องคุณธรรมกับการดำรงชีวิต)                              
3. ดนตรี (ขับร้องเพลง Think good – Speak good – Do good)                              
4. คณิตศาสตร์ (เรียนรู้เรื่องปริมาณ)                              
5. วิทยาศาสตร์ (เรียนรู้เรื่องสารเสพติดประเภทต่างๆและผลกระทบต่อระบบในร่างกาย)                              
6. การงาน อาชีพ และเทคโนโลยี  (เรียนรู้การทำน้ำผลไม้ อาหารที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย)                                
7. สุขศึกษา และพลศึกษา (เรียนรู้ประโยชน์ของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ที่ดีพร้อมสำหรับวัยที่กำลังเจริญเติบโต)                                
8. ภาษาต่างประเทศ (เรียนรู้ศัพท์ภาษาอังกฤษจากบทเพลงและกิจกรรมคุณค่าความเป็น มนุษย์)                      

โรงเรียนสัตยาไสได้นำหลัก “ศีล สมาธิ ปัญญา” มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน เน้น “ความรักความเมตตา” และ “คุณธรรม” โดยบูรณาการเข้าไปในการเรียนการสอนและกิจกรรมทั้งหลาย เช่น ก่อนรับประทานอาหาร จะมีการสวดมนต์ ขอบคุณพ่อแม่ ครู ธรรมชาติ โดยมีนักเรียนเป็นผู้นำ นักเรียนทุกคนกล่าวถ้อยคำ “ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง .....” ตามด้วย การพูดเป็นภาษาอังกฤษ (เด็กอนุบาลก็พูดอย่างนี้ ทั้งสองภาษา)  หลักการสอนของโรงเรียน เน้นหลัก 3 H คือ   Head  = สมอง  Heart = หัวใจ  Hand  =การกระทำ การเรียนการสอนเริ่มจากความคิดดี  คิดด้านบวกแล้วถ่ายทอดออกมาเป็นการกระทำ ที่ดีเวลาพูดก็พูดจากใจ  การสอนคุณธรรมสอนผ่านนิทานคุณธรรม

2.3  ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน        จัดกิจกรรมโฮมรูมในห้องจริยธรรม หรือห้องสวดมนต์ เรียกว่า กิจกรรมคุณค่าของความเป็นมนุษย์จัดทุกวัน  วันละ 50 นาที  ในเวลา 08.00 – 08.50 น. ซึ่งดำเนินการโดย ดร. อาจอง  ชุมสาย ณ อยุธยา  ช่วงนี้จัดได้ว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของนักเรียน รายละเอียดของกิจกรรม คือ การไหว้พระ สวดมนต์นั่งสมาธิ ฟังการอบรมคุณธรรมจริยธรรม  มีเกมและกิจกรรมต่างๆ หลากหลาย สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมในทุกสาระการเรียนรู้ สอนทักษะชีวิตในการอยู่ร่วมกัน นักเรียนได้เรียนรู้ตามศักยภาพของตน ตลอดจนการส่งเสริมศักยภาพของนักเรียน โดยใช้กิจกรรมชมรมตามความสนใจ ฝึกให้นักเรียนรู้จักคิด วิเคราะห์อย่างมีเหตุผล เพื่อเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ นักเรียนจึงกล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็น เน้นการเรียนการสอนแบบโครงงานตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึงมัธยมศึกษา มีแหล่งเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีอย่างเพียงพอต่อนักเรียน มีครู เพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง เป็นกัลยาณมิตร ให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยครูจะเป็นที่ปรึกษาดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความอบอุ่นมีความรัก ความผูกพันต่อกัน

2.4  บทบาทของครู         เป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ครูไม่เป็นผู้สอน แต่ครูเป็นแบบอย่างและพยายามดึงความดีออกมาจากนักเรียนใช้วิธีจัดการเรียนรู้แบบ “ร่วมมือกัน” ไม่ใช่แบบ “แข่งขันกัน” ให้นักเรียนมีบทบาทในการเลือกว่าจะเรียนอะไร   เรียนที่ไหน  และเรียนอย่างไร เป็นต้น                      

ครูของโรงเรียน รวมทั้งผู้บริหาร มีกฎอยู่ 2 ข้อ ข้อแรกคือ  เป็นตัวอย่างที่ดี  ข้อสองคือ ถ้าจำข้อหนึ่งไม่ได้ให้กลับไปดูข้อหนึ่งใหม่ ครูจะอยู่ร่วมกับเด็กและปฏิบัติตนประหนึ่งแม่ของเด็กๆที่เปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา                

2.5  ชาวต่างชาติศึกษาดูงาน   การศึกษาดูงานจากโรงเรียนสัตยาไส นอกจากคณะครูโรงเรียนต่าง ๆ ในประเทศไทยได้มาศึกษาดูงานแล้ว  ส่วนหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ เพราะโรงเรียนนี้ได้จัดการเรียนการสอนเป็นสองภาษา จึงทำให้โรงเรียนประสบความสำเร็จ  ชาวต่างชาติจึงให้ความสนใจ มาศึกษาดูงาน   พักในโรงเรียนเป็นเวลาหลายสัปดาห์  และยังช่วยสอนภาษาอังกฤษและให้การสนับสนุน  ในเรื่องของทุนการศึกษาแก่โรงเรียนด้วย



2.6  ด้านการบริหารจัดการ        โรงเรียนมีคณะกรรมการบริหารโรงเรียน เป็นผู้กำหนดเป้าหมาย และนโยบายในการจัดการศึกษา มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เน้นคุณธรรมจริยธรรมนำหน้าวิชาการ รูปแบบการจัดโรงเรียนเป็นโรงเรียนประจำกินนอน มูลนิธิสัตยาไส เป็นผู้บริจาคเงินให้แก่โรงเรียนในการดำเนินกิจการ โรงเรียนไม่เก็บค่าเล่าเรียน แต่เก็บค่าใช้จ่ายส่วนตัวของนักเรียน เช่น ค่าอาหาร ค่าซักรีด ฯลฯ คนละ 13,000 บาทต่อเทอม

2.7  ผลผลิต           นักเรียนที่สัตยาไส มีคุณธรรมและความรู้ เพราะนักเรียนโรงเรียนสัตยาไส มีวินัย พึ่งพาตนเอง จากการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง  ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัย ได้ร้อยละ 100  เกินเป้าหมายที่เขตพื้นที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ

 3.  การนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโรงเรียน

3.1  ด้านหลักสูตร ควรจะเพิ่มกิจกรรมทักษะชีวิตเข้าไปทุกกลุ่มสาระทั้ง 8 กลุ่มสาระ
3.2  ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน  สอนแบบบูรณาการ จัดให้การเรียนการสอนแบบยืดหยุ่น นำหลักการจัดกิจกรรมที่สอนให้นักเรียนคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล คิดเป็น พูดเป็น กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกในทางที่ถูกที่ควรไปใช้ในโรงเรียน  ปลูกฝังให้นักเรียน  ฝึกให้เห็นคุณค่าแห่ง ความเป็นมนุษย์ เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีอุปนิสัยที่ดีงาม  ฝึกการเป็นผู้นำให้กับนักเรียน  
3.3  บทบาทของครู  เป็นกัลยาณมิตร มีความเอื้ออาทรเป็นแบบอย่างที่ดี การส่งเสริมผู้เรียนให้เรียนตามศักยภาพอย่างสูงสุด
3.4  การจัดบรรยากาศสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและห้องเรียน  ให้เป็นธรรมชาติ   และสงบร่มเย็น ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ
3.5  การบริหารจัดการศึกษา  ผู้บริหาร  ครู  และชุมชนต้องร่วมมือกัน

4.  ข้อคิด สิ่งที่ได้จากการศึกษาดูงานและสามารถนำมาปฏิบัติได้ทันที4.1  การนำนิทานคุณธรรมมาพัฒนานักเรียน  นิทานที่เรามีอยู่มากมาย  ทั้งนิทานพื้นบ้าน  นิทานอีสป  นิทานชาดก  และนิทานร่วมสมัย  เราควรนำมาจัดเป็นกลุ่ม ๆ เช่น  นิทานสอนกตัญญู  นิทานสอนความขยัน การพึ่งพาตนเอง  นิทานสอนเรื่องความซื่อสัตย์  นิทานสอนเรื่อง ความเพียร พยายาม ความอดทน แล้วนำเข้าสู่หลักสูตร  จัดให้เข้ากับวัยของนักเรียน ชั้นเรียน4.2  การฝึกนั่งสมาธิก่อนเรียนทุกกลุ่มสาระ เพื่อให้นักเรียนมีสมาธิในการเรียน4.3  การปฏิบัติ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับเด็ก  ครูทำตนเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นแม่เด็ก      เป็นครูสอนตลอดเวลา  ทำให้เด็กกล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็น  กล้าแสดงออก



ปล.หามาให้อ่านค่ะ  อยากรู้เหมือนกัน


จากคุณ : อาเดียร์ - [ 25 ก.พ. 51 14:28:37 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

แง้ ๆ ทำไมแถวนนท์ไม่มีอ่ะ รร.แบบนี้ อยากพาลูกไปเรียนจังเลยค่ะ อ่านหนังสือแล้วชอบ มาอ่านข้อความนี้ยิ่งชอบอ่ะ อยู่ตั้งลพบุรี คิดถึงลูกแย่เลย

จากคุณ : The Star in The Sky - [ 25 ก.พ. 51 16:35:49 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

เคยพาหลานไปดูค่ะ  สถานที่จริง โอเคนะคะ  อยู่แบบแวดล้อมธรรมชาติ  โรงเรียนสอนให้เป็นคนดี   และเริ่มรับ นร.ตั้งแต่ป.1 - ป.4 คือ ป.4 ยังสามารถรับได้อยู่ค่ะ  แต่ต้องดูที่เด็กด้วยว่าจะเข้ากับเพื่อนๆที่อยู่มาตั้งแต่ ป.1 ได้หรือเปล่า  เพราะที่นี่เน้นให้ พี่ๆ เด็กโต ดูแลเด็กเล็กๆ  เวลานอนจะนอนเป็นบ้านพัก หลังละ ประมาณ 10 คน หรือมากกว่านั้น  จะคละกันระหว่างเด็กเล็กและเด็กโตเพื่อ  ให้พี่ได้ดูแลน้องที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้  เช่นการอยู่ร่วมกันกับคนอื่น  การผลัดเวรกันทำความสะอาดที่พัก  ทำให้เด็กๆมีระเบียบวินัย  

และที่สำคัณอีกอย่างนึงคือ การที่เด็กๆ ชาย-หญิง ได้เรียนกันมาตั้งแต่ ป.1-ม.6 ทำให้ความรู้สึกเป็นแบบพี่น้องที่ อยู่กันมาตั้งแต่เด็ก  ทำให้เรื่องชู้สาว ไม่เกิดขึ้น   เพราะเหมือนเป็นพี่น้องกันมา  

แต่สิ่งสำคัญที่เรา และที่บ้านยังตัดสินใจยังไม่ส่งหลานไปเรียนที่นี่  ทั้งๆที่บ้านพ่อ - แม่ เราอยู่ใกล้็โรงเรียน คือ  การติดต่อระหว่างผู้ปกครองกับเด็ก   สามารถทำได้เท่าที่ได้รับอนุญาต  เพราะทางโรงเรียน ไม่อยากให้ นร.  ออกไปรับสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนกับที่ โรงเรียนบ่อยมากนัก  ทำให้เวลาเข้ามาอยู่ในโรงเรียนจะดื้อ มากขึ้น  

โรงเรียนจะมีวันหยุดให้ นร. กลับมาอยู่บ้านกลับ ผู้ปกครอง  ตอนเวลาปิดเทอม  และเวลาที่มีวันสำคัณทางพระพุทธศาสนา เท่านั้น  ซึ่ง เสาร์-อาทิตย์ไม่สามารถกลับมานอนกับผู้ ปกครองได้  แต่วันสำคัญทางพุทธศาสนา  ถ้าติดๆกับหลายวัน  ก็จะหยุดยาวให้ นร.ได้มีโอกาสไปทำบุญกับผู้ปกครอง

การติดต่อกับบุตรหลาน ในเวลาที่อยู่โรงเรียน คือ การโทรศัพท์เข้าไปที่โรงเรียน  ในเวลาพักรับประทานอาหาร กลางวัน  หรือเย็นเท่านั้น  ครูจะเป็นคนมาตามไปรับโทรศัพท์  และไม่ให้ นร.มีโทรศัพท์มือถือ ใช้ด้วย

การที่จะพาบุตรหลาน  ออกไปนอกโรงเรียนบ้าง สามารถทำได้  เช่นพาไปกินข้าว  แต่ต้องพากลับมาส่งในเวลาที่กำหนด

อาหารจะทานมังสะวิรัต  ไม่ทานเนื้อสัตว์เลย

ค่าเรียนถูกมาก  ประมาณเทอมละ 10000 บาท รวมค่ากินอยู่  ค่าซักรีดเสื้อผ้า

แต่ในรายหลานเรา  พ่อกับแม่เค้าแยกทางกัน  ตอนนี้อยู่กับน้องชายเรา ซึ่งเป็นพ่อของเด็ก  พ่อมีน้องใหม่กับแม่ใหม่   ส่วนแม่หลานเราเค้าก็มีลูกใหม่อีกคน  เราเลยตกลงกับที่บ้าน ( พ่อ - แม่เราว่าไม่อยากให้ไปเรียน  เพราะกลัวเด็กจะคิดว่า  ไม่มีใครต้องการแก  ถึงได้ส่งมาอยู่ รร.ประจำ ) ตอนนี้อยู่กับพ่อเค้าเอง น่าจะยังดีกว่า

แต่ในแง่โรงเรียน  เป็นโรงเรียนที่ดีนะคะ  ดูจากเด็กๆที่อยู่แล้ว  ก็ไม่มีใครมีแววเกเร  เด็กผู้ชายที่โตเป็นวัยรุ่นแล้ว  ก็มีมารยาทที่เรียบร้อย  เวลาที่คนนอกเข้าไปเยี่ยมชมโรงเรียน  ซึ่งแสดงถึงการอบรมของโรงเรียนได้เป็นอย่างดีค่ะ


จากคุณ : พุงกระเพื่อม - [ 25 ก.พ. 51 18:32:18 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

ขอบคุณค่ะ อีกนานค่ะที่ลูกจะเรียน พอดีเรากะแฟนคุยกันเรืองนี้ก้อเลยอยากถามเป็นข้อมูลค่ะ ได้ฟังแค่ข้อดีของ รร มาเยอะค่ะ ก้อเลยอยากรู้ด้านอื่นบ้าง มีคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนส่งลูกไปเรียนที่นี่บ้างค่ะ มาเล่าประสบการณ์ให้ฟังหน่อยสิค่ะ

เมื่อวานนี้ได้โทรไปถามที่ รร ก้อได้ข้อมุลเหมือนกันค่ะว่ามีตั้งแต่อนุบาลแต่จะไม่อยู่ประจำค่ะ อยู่ประจำระเริ่มตั้งแต่ ป1ค่ะ การคัดเลือกจะเป็นแบบสอบเข้าสำหรับเด็กแล้วก้อวัด EQ IQ ของพ่อแม่ด้วยค่ะ  เปิดรับ พย - มค เริ่มเรียน พค ของทุกปีค่ะ ตอนนี้ website กำลังปรับปรุงอยู่ค่ะ

ถ้าต้องให้ลูกไปเรียนจริงๆ ไม่รู้เราจะทำใจได้หรือป่าวเพราะต้องห่างลูก เฮ้อ


จากคุณ : แม่ลูกอ่อน (Team-Tan) - [ 26 ก.พ. 51 10:36:50 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลที่เอามาบอก  โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ดีมาก  เคยคูจากทีวี รร.นี้ก็เป็นโรงเรียนที่เราอยากจะพาลูกไปเรียนอยู่เหมือนกัน

จากคุณ : วินนี่ย์หมีพูห์ - [ 26 ก.พ. 51 13:11:55 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

ลูกคนโตจบจากโรงเรียนนี้ชั้น ม.6 กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยปีนี้
ส่งไปเรียนตั้งแต่ ป.1
อันดับแรกเลย ต้องให้ลูกของเรามีทัศนคติที่ดีต่อโรงเรียนประจำค่ะ
เมื่อ 12 ปีก่อน สอบสัมภาษณ์เด็กกับผู้ปกครอง ไม่มีสอบข้อเขียน
ตอนนี้คนสนใจมากขึ้น มีการสอบข้อเขียนด้วย
เพราะทาง ร.ร. รับได้จำนวนจำกัดค่ะ มีชั้นละ 1 ห้องเรียน
เมื่อปี 2539 เพื่อนๆ ว่า เราทิ้งลูก
ถ้ามีเวลาดูแลเอง คิดว่าจัดสภาพแวดล้อม ให้ความรักความอบอ่นแกได้
ก็เลี้ยงดูเองเถอะค่ะ ......(ยังมีต่อ เดี๋ยวมาโพสต์ใหม่)


จากคุณ : aoywan (aoywan) - [ 27 ก.พ. 51 15:38:44 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

เมื่อ 12 ปี ก่อน เราเป็นครอบครัวเดี่ยวค่ะ อยู่กัน 3 คน พ่อแม่ลูก ไม่มีใครพอจะดูแลเด็กหลังจากที่กลับจากโรงเรียนได้  
อาจจะจ้างพี่เลี้ยงเด็ก หรือฝากข้างบ้านได้ แต่เวลาที่เขาโตขึ้น เขาไม่ต้องการพี่เลี้ยง หรืออาจไม่เชื่อฟังพี่เลี้ยงเมื่อโตขึ้น ซึ่งเป็นธรรมชาติของเด็ก
เมื่อพ่อและแม่ ต้องออกจากบ้านตั้งแต่ 6 โมงเช้า กลับถึงบ้านเมื่อ 6 โมงเย็น อาจมีงานพิเศษเร่งด่วนในความรับผิดชอบอีก ก็จะกลับดึก
เด็กที่กลับจาก ร.ร.ก็จะมาถึงบ้านประมาณ 3 โมงเย็น
เพราะฉะนั้น เขาจะมีเวลาอยู่กับพี่เลี้ยง ซึ่งอาจหาจ้างได้ แต่คงไม่ได้จบปริญญาตรี หรือเข้าใจเด็กพอ) ประมาณ 3 ชั่วโมง หรือมากกว่า
พี่เลี้ยงก็อาจจะให้อยู่หน้าจอทีวี ซึ่งอันตรายมากค่ะ
รายการที่เด็กอายุ 13 ปี ควรได้รับคำแนะนำ มีมากกว่า รายการสำหรับบุคคลทื่ไป ... เบื่อยังคะ ....(ยังมีต่อ พักสายตาซะหน่อย)


จากคุณ : aoywan - [ 27 ก.พ. 51 15:47:26 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

ในที่สุดก็ตัดสินใจส่งเข้าโรงเรียนประจำเจาะจงเฉพาะโรงเรียนสัตยาไส
ชอบแนวคิดของ ท่านสัตยาไส นักบุญอินเดีย ที่ว่า ให้ทุกคนมีความรักความเมตตา และทุกศาสนาที่ต่างคนต่างนับถือดีอยู่แล้ว
ตอนนี้ถามลูกคนโต (ที่เพิ่งจบ ม.6) ว่าอยู่ ร.ร. ประจำ คิดว่าเป็นไงบ้าง) เขาตอบว่า ดีมาก มีความสุข หรืออาจจะเป็นเพราะโรงเรียนสัตยาไส ก็ได้นะ ที่เขาตอบอย่างนี้

ตอนนี้มีลูกคนเล็กอายุ 4 ขวบครึ่ง อนุบาล 2 ว่าจะพาไปเรียนเหมือนกันค่ะ

โรงเรียนประจำไม่ใช่โรงเรียนดัดสันดาน เพราะฉะนั้น อย่าให้เด็กมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อโรงเรียนประจำนะคะ   จบซะทีค่ะ


จากคุณ : aoywan - [ 27 ก.พ. 51 15:58:12 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

ขอบคุณค่ะ คุณ aoywan ตอนนี้ก้อได้แต่คิดไว้ก่อนค่ะเพราะยังอีกน้านนานกว่าลูกจะโตค่ะ

จากคุณ : แม่ลูกอ่อน (Team-Tan) - [ 28 ก.พ. 51 12:28:20 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

[กติกามารยาท] [Help & FAQ
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่

คลิกเพื่อเลือก : โพสไฟล์ประกอบ / วาดภาพประกอบ / โพสคลิปวิดีโอ
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
แตกประเด็น : ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่

  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ และวาดภาพประกอบ Preview ไม่ได้)  
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom