◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    รีวิวครั้งแรกครับ The Prestige - คุณยังดูมายากลแบบจับผิดอยู่รึเปล่า?

    The Prestige - คุณยังดูมายากลแบบจับผิดอยู่รึเปล่าครับ?

    REVIEW แนะนำเนื้อหนัง
    สมัยเด็กๆ ผมก็เป็นอีกคนนึงที่ชอบดูมายากลมากครับ ดูด้วยความตื่นตาตื่นใจประสาเด็ก รวมถึงความอัศจรรย์ที่(เชื่อว่า)เด็กๆเกือบทุกคน กลับบ้านแล้วคงไปทำตามมั่ง ประเภท เข้าตู้เสื้อผ้าแล้วไปโผล่ห้องอื่น เป็นต้น รวมทั้งเชื่อว่าคนที่แสดงให้เราดูบนเวทีนั้น มีอำนาจวิเศษสมชื่อจริงๆ (Magic - มายากล,เวทย์มนต์) พอโตมาสักหน่อย หลังจากที่พอจะรู้ทริคมายากลจากหนังสือและสื่อต่างๆ ทำให้การดูมายากลเป้นไปในลักษณะของการจับผิด ผมดูมายากลครั้งใดก็จะไม่ใช่การดูด้วยความสนุกอีกแล้ว แต่เป็นการดูเพื่อจะจับให้ได้ว่านักมายากลเขาใช้วิธีใดในการแสดง เมื่อใดที่สามารถมองออกก็จะรู้สึกลำพองว่าตูข้าเก่งกว่าไอ้นักมายากลจอมหลอกลวงนั่นอีก และจะหงุดหงิดทุกครั้งที่โดนนักมายากลซ้อนกลเข้าอีกที ตามประสาเด็กๆที่อยากเอาชนะไปเสียทุกเรื่องที่ตัวเองคิดว่ารู้

    ปัจจุบันนี้ผมเลิกจับผิดแล้วครับ ทุกวันนี้ผมดูมายากลด้วยความตื่นตาตื่นใจ และทึ่งกับความสามารถในการหลอกคนดูได้อย่างเยี่ยมยอด แม้จะรู้ว่าโดนหลอก รู้ว่าสิ่งที่เห็นมันเป็นการใช้ทริคและเครื่องมือต่างๆมาหลบสายตาคนดูด้วยจิตวิทยาและการแสดงที่เหนือชั้น  แต่ก็เข้าทำนองรู้ว่าหลอก แต่เต็มใจให้หลอก และปรบมืออย่างชื่นชมทุกครั้งให้กับนักมายากล

    แล้วสำหรับภาพยนต์ล่ะครับ คุณเลิกดูแบบจับผิดรึยัง?

    The Prestige จับความสมัยช่วงเปลี่ยนศตวรรษในลอนดอน กล่าวถึงสองนักมายากลผู้เก่งกาจที่แข่งกันชิงดีชิงเด่นจนผลที่ได้ก่อให้เกิดการสูญเสียมากกว่าที่พวกเขาคิดไว้ รับบทนำโดยสองพระเอกคนละขั้วแต่เท่เหมือนกัน (อิอิ) คริสเตียน เบลล์ รับบทอัลเฟรด เบอร์เดน นักมายากลผู้ทุ่มเททั้งชีวิตได้เพื่อการแสดงที่เยี่ยมยอม และฮิวจ์ แจ๊คแมน รับบทโรเบิร์ต แองเจียร์ นักมายากลผู้คิดค้นและพยายามสรรหากลวิธีใหม่ๆตลอดเวลาเพื่อมาใช้กับกลของเขา

    หากใครที่เป็นแฟนผลงานของคริสโตเฟอร์ โนแลน คงจะคุ้นเคยกับวิธีการลำดับเรื่องราวของเขา ที่มักจะไม่เล่าเรื่องตามเวลา แต่ใช้การตัดสลับเหตุการณ์ในแต่ละช่วงมาเรียงร้อยปะติดกันเป็นคำถามในใจคนดู และเฉลยให้กระจ่างในตอนท้ายสุด เช่นเดียวกับที่ทำมาแล้วและทำได้ดีมากๆใน Memento และ Batman Begins สำหรับ The Prestige นี้ก็ยังเล่าเรื่องแบบตัดสลับเหมือนเดิมครับ ซึ่งอาจจะเข้าใจยากไปเสียหน่อยสำหรับผู้ที่ไม่คุ้น โดยเฉพาะช่วงเวลาของเหตุการณ์ในหนังเป็นช่วงราวปี 1900 ซึ่งหน้าตาและการแต่งกายของผู้คนดูคล้ายๆกันไปเสียหมด อีกทั้งโทนของหนังก็ไม่ใช่โทนสดใส ออกจะเป็นแนวเอิร์ธโทนสีหม่นๆตามบรรยากาศ แต่เพราะบทภาพยนต์และเนื้อเรื่องที่เข่มข้น น่าจะคุ้นเคยได้โดยเร็วหลังจากชมไปแล้วสักพัก

    ในส่วนของเนื้อเรื่อง เรื่องนี้ไม่ได้มีการหักมุมที่ช็อคคนดูแบบจังๆเหมือน The Sixth Sense หรือ Memento อีกทั้งสมัยนี้หนังประเภทหักมุมก็ออกมาแล้วเกลื่อนกลาด ใครที่ตามดูหนังแนวๆนี้มาเยอะหน่อยก็คงพอจะเดาออกได้ไม่ยาก แต่จุดสำคัญที่อยากจะให้สังเกตคือ การนำคอนเซปต์ของมายากลมาใช้นี่แหละครับ

    'มายากลจะหมดความมหัศจรรย์ไปในทันทีที่เรารู้เคล็ดลับ' นี่คือความจริงของมายากล ตัวละครในหนังตัวหนึ่งก็พูดไว้ในทำนองนี้ ในหนังมีหลายช่วงที่ตัวละครเปิดเผยทริค เทคนิคต่างๆที่พวกเขาใช้ในงานแสดงกล หลายกลเป็นประเภทที่พอเรารู้แล้วก็จะ 'อ๋อ พื้นเปิดได้นี่หว่า' หรือ 'มันซ่อนลูกบอลไว้ในแขนเสื้อนี่เอง' แต่แม้จะรู้เคล็ดลับแล้ว ก็ยังยากที่จะแสดงตามให้เหมือนได้ เป็นเพราะพวกเขาเหล่านั้นฝึกฝนมาอย่างดีจนเป็นความสามารถเฉพาะตัวที่ยากจะเลียนแบบ บางครั้งพวกเขา'หลอก'ผู้ชมได้อย่างอยู่หมัด ด้วยวิธี'หลอกล่อ'เช่นเดียวกับที่ตัวละครหนึ่งในหนังใช้ในการเล่นกลง่ายๆแต่เหนือความคาดหมายกับตัวละครอีกตัวหนึ่ง  หนังเรื่อง The Prestige นี่ก็เช่นกันครับ ตรงนี้ขอปรบมือให้ผู้กำกับที่เข้าถึงจิตใจของคนดู หนังประเภทนี้อย่างที่บอกคือใครดูหนังมามากหน่อยก็จะเดาได้ แต่เดาได้แล้วยังไง? คิดเหรอครับว่าที่เดานั้นถูก? อันนี้คงต้องไปติดตามเอาเองในโรงภาพยนต์นะครับ

    หนังยังเล่นกับความคลุมเครือของ'ความดี' กับ 'ความถูกต้อง' และ 'เหตุผล' จริงหรือที่การแก้แค้นเป็นเรื่องที่ถูก? หรือว่ามันผิดตรงไหนที่จะขโมยความลับของคู่แข่ง ในเมื่อฝีมือเท่าเทียมกันก็ต้องตัดสินด้วยวิธีอื่น หนังเรื่องนี้เป้นการต่อสู้กันของนักมายากลทั้งสอง โดยที่เราไม่อาจเรียกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งว่า 'พระเอก' หรือ 'ตัวร้าย' ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ เรียกว่าจะเชียร์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะเห็นจะยาก เพราะต่างก็มีทั้งสิ่งดีและสิ่งไม่ดีด้วยกันทั่งคู่ นอกจากนี้ ยังอาจเป็นคำถามให้เราคิดต่อด้วยว่า จำเป็นด้วยหรือที่ต้องใช้วิธีที่เหนือชั้นเพื่อให้ชนะ ในเมื่อวิธีธรรมดาๆก็ให้ผลที่เหมือนกัน เหล่านี้เป็นรายละเอียดที่ผู้สร้างใส่ลงไปในหนัง ทำให้ภาพยนต์เรื่อง The Prestige นี้น่าชมได้โดยไม่ต้องพึ่งเอฟเฟคต์ตื่นตาตื่นใจมากมาย แต่สนุกได้ด้วยรายละเอียดและบทสนทนาที่ยอดเยี่ยม

    ชอบ
    1.การนำคอนเซ็ปต์ของการแสดงมายากลมาใช้กับเนื้อหนัง ยิ่งเป็นเนื้อเรื่องที่มีการหักมุมด้วยแล้ว (แน่นอนว่าต้องมีการจับผิด) ทำให้การชมภาพยนต์เรื่องนี้ไม่ต่างอะไรกับการชมมายากลชั้นดีชุดหนึ่งเลย
    2.การเติบโตของตัวละคร ทั้งเบอร์เดนและแองเจียร์ อยากให้สังเกตพฤติกรรมต่างๆตั้งแต่ต้นจนจบของตัวละครสองตัวนี้ครับ คนแต่งวางโครงเรื่องและบทบาทได้ดีจริงๆ
    3.รายละเอียดเล็กๆน้อยๆระหว่างการดำเนินเรื่อง (ที่ทำให้เราจับผิดได้) คริสโตเฟอร์ โนแลน ยังคงความดีในจุดนี้ได้เยี่ยมครับ
    4.ฉาก 'อับราคาดาบรา' ของเบลล์ในตอนท้ายๆ เท่มากๆ ชอบเป็นการส่วนตัวครับ ^^

    ไม่ชอบ
    1.ไม่มีช่วงที่เร้าใจระทึกคนดูมากๆ ในช่วงแรกๆจึงง่วงๆอยู่สักหน่อย
    2.ด้วยยุคสมัยในเรื่อง ทำให้สังเกตความแตกต่างของตัวละครได้ยาก (เพื่อนผมยังจำสับสนระหว่างแจ๊คแมนกับเบลล์ หรือโยฮันสันกับตัวละครหญิงอื่นเลย เหอๆ)

    คะแนนรวม 9/10 ครับ = พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

    ว่าแต่นานรึยังครับที่แม้จะจับผิดได้ แต่ก็ยังสนุกกับการแสดงอยู่? ^^

    จากคุณ : CARAGIO - [ 5 พ.ย. 49 01:36:32 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม