◀ Previous Next ▶ Up ▲


    ชวนเที่ยวพิพิธภัณฑ์

    วันนี้ได้มีโอกาสไปเก็บภาพ เก็บสัมภาษณ์โครงการดีดีที่ชื่อ บัตรใบเดียว เที่ยว 100 พิพิธภัณฑ์ ที่สวนสัตว์ดุสิตหรือเขาดินนั่นเอง เป็นการร่วมมือกันระหว่าง สสส. และพิพิธภัณฑ์จิ๋วสัญจร
         ตรงดิ่งไปถึงตอน 10:30 น. คุณเอ๋อ 1 ในทีมงานของพิพิธภัณฑ์จิ๋วสัญจรก็มารับและอาสาพาทัวร์บูธต่างๆที่น่าสนใจ
         แวะจุดแรกคือ Zoo Museum ซึ่งมี 2 ชั้น ชั้นล่างจะแบ่งเป็นโซน มี 4 โซนจำลองบรรยากาศของระบบนิเวศและสัตว์มาให้เราชมเป็นตู้กระจกไป ดูสวยงาม น่าเดินมากทีเดียว..."เจ้าหนู"ม้าแคระของสมเด็จพระเทพก็ถูกนำมาสต๊าฟไว้ที่นี่ครับ
         ก่อนจะขึ้นไปชั้น 2 เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์จิ๋ว ซึ่งต้องบอกว่าน่าสนใจมากๆ มีทั้งช้างทรงปั้น ตัวเท่าหัวไม้ขีด กลองยาวขนาดยาวกว่าก้านไม้ขีดนิดนึง ว่าวจุฬาที่เล็กที่สุดในโลก ฯลฯ และไม่ได้มีเพียงของจิ๋วๆเท่านั้น ยังมีของโบราณนับ 100 ปีให้ดูด้วย
         เป้าหมายต่อไปคือบริเวณที่จัดงาน บัตรใบเดียวเที่ยว 100 พิพิธภัณฑ์ มีบู๊ทพิพิธภัณฑ์บางส่วนจาก 100 แห่งมาร่วมเปิดโชว์ให้เห็นว่ามีอะไรเด็ดๆบ้าง จะช้าอยู่ทำไมครับ ลุยกันเลยดีกว่า...
         บู๊ทแรกเลยเป็นบู๊ท 60 ล้านความดีถวายแด่ในหลวงเนื่องในวโรกาสครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เขาจะมีใบไม้รูปหัวใจสีทองให้เราเขียนอวยพรหรือเขียนว่าเราจะทำความดีอะไรถวายแด่ในหลวง แล้วไปเกี่ยวเอาไว้ที่ต้นไม้ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านข้างบู๊ท...ผมจะพลาดได้ไงล่ะครับงานนี้
         บู๊ทต่อมาคือบู๊ทของพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ--"แมลงตัวนั้นตัวนี้ มีเยอะมากมาย ดูไปก็คล้ายๆกันทุกตัว"--แต่แมลงที่ทางเขาเอามาโชว์นี่ไม่เหมือนในเพลงครับ แทบไม่ซ้ำกันเลยและแปลกๆซะด้วย ทั้งผีเสื้อลายสวย มดต่างๆ(แปลงร่างไม่ได้นะ) ตั๊กแตนยักษ์(ขอบอกว่ายักษ์จริงๆ ถ้าเอาไปทอดนี่ ตัวเดียวอยู่ อิอิ) แมลงปีกแข็งต่างๆและทีเด็ดเลยครับ "มดที่เล็กที่สุดในโลก"เล็กชนิดที่มีแว่นขยายให้ส่องดูกันขนาดนั้นเลย...สงสัยซะเหลือเกินว่าไปจับกันมาได้ไงครับเนี่ย..สุดยอดจริงๆ เล็กขนาดนี้
         มาต่อกันที่บู๊ทนี้ครับ ของทางพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช ต้องบอกว่าน่าตื่นตาตื่นใจมากๆเพราะยกเอาของจริงมาให้ดูกันเลยทั้งร่างของเด็กที่ผิดปกติเป็นเด็กตาเดียว  ปอดของเด็กที่เผลอสูดเอาซากลูกโป่งเข้าไปติดที่หลอดลมตาย  กระดูกที่ถูกดูดเอาแคลเซียมออกหมดจนนิ่ม ให้ดูตัวไรฝุ่นเป็นๆจากกล้องจุลทรรศน์  อัณฑะผิดปกติที่ถูกผ่าตัดออกมาหนัก 35 กิโลกรัม(เออ..ยกเว้นอันนี้นะครับที่ต้องไปดูเองที่ศิริราช เห็นพี่วิทยากรบอกแล้วตกใจเฉยๆเลยมาเล่าให้ตกใจกันบ้าง อิอิ)  ที่พูดมาแค่น้ำจิ้มนะครับ ที่ศิริราชเขามีให้ชมกันเต็มที่ถึง 6 พิพิธภัณฑ์กันเลยทีเดียว ไม่ควรพลาด...
         หันหลังขยับเข้าบู๊ทตรงข้ามเป็นพิพิธภัณฑ์ของทางกทม.ซึ่งแต่ละเขตก็มีอะไรที่เด่นๆต่างกันไป ขอพูดถึงป้าต๋อยแห่งบ้านบุที่ได้สัมภาษณ์ล่ะกันครับ บ้านบุอยู่ที่บางกอกน้อยและตอนนี้เหลือแค่ที่เดียวเท่านั้นที่ยังอนุรักษ์สืบสานต่อศิลปะการทำขันลงหินที่ทำกันมาเป็นรุ่นที่ 6 แล้ว ถามได้ความคร่าวๆว่าบ้านของป้านั้นทำกันมาน่าจะก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 สักนิดนึง(แต่อาจเป็นศิลปะสมัยก่อนหน้านั้นมิอาจทราบได้ครับ) วิธีทำคือการนำแผ่นหินมาทุบมาตีแล้วจึงขึ้นรูปเป็นตัวขัน...แต่วิธีการและคำถามอื่นๆไม่โดนใจเท่าคำถามนี้ครับ...ผมถามว่า "มีเปิดสอนไหมครับ"  ป้าแกบอกว่า "มีจ๊ะ แต่ไม่เคยมีใครไปเรียน หลายคนมาเห็นการทำแล้วก็หายไปเลย...คือมันเหนื่อยน่ะจ๊ะกว่าจะได้สักชิ้น"
         ยังคงเพลินเดินต่อไป มาถึงบู๊ทแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก อีก 1 ศาสตร์ที่น่าสนใจครับ สมุนไพรไทยหลายชนิดทีเดียวที่ไม่ควรมองข้าม(แต่แพทย์ไทยหรือคนไทยบางคนมองข้ามแถมเหยียบซะงั้นเพราะไม่คิดว่ารักษาอะไรได้) ที่นี่เขายังมีบอกด้วยว่าธาตุอะไร ควรกินผักผลไม้อะไรให้ร่างกายสมดุล อืมม เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าผมธาตุดิน ควรกินผักผลไม้รสชาติแบบไหน อ่อ ที่นี่มีบริการนวดฝ่าเท้า นวดตัวกันด้วย แต่ได้แต่เล็งครับ เวลาไม่มี(เท้าชุ่มเหงื่อด้วย 55) ไม่งั้นจะแวะซะหน่อย..50 บาทต่อชม.เอง ถูกมากกก...
         ยังมีบู๊ทพิพิธภัณฑ์เครื่องเบญจรงค์อีกครับที่สวยงามมาก ตรงข้ามกับราคาที่ต่ำไม่น่าเชื่อ
         บู๊ทพิพิธภัณฑ์แสตมป์ ท้องฟ้าจำลอง ธนาคารออมสิน กองทัพอากาศ....นี่แค่ส่วนหนึ่งที่มาจัดได้ในงานนี้ เอาเป็นว่ามีพิพิธภัณฑ์อีกเยอะมากมายในกทม.และปริมณฑลที่น่าไปเยี่ยมชมครับ
         ตอนแรกกะกลับเที่ยง นี่ก็บ่าย 2 เข้าให้แล้ว เลยต้องรีบจรลีกลับออฟฟิต ประทับใจมากครับที่ได้มางานนี้ เสียดายอย่างเดียว...อยากเดินเที่ยวสวนสัตว์ต่อ



              ควันหลงของบทความ...

    -- บัตรใบนี้มีเวลาให้ 1 ปี ใครเที่ยวครบ 100 แห่ง 60 คนแรกมีรางวัลให้ สามารถเที่ยวได้ 4 คนรวมตัวเรา

    -- ใครจะรู้บ้างว่า...แค่ในกทม.มีพิพิธภัณฑ์ 184 แห่ง
      ใครจะรู้บ้างว่า...เรามีพิพิธภัณฑ์มากเป็นอันดับ 1 ในเอเซียและอันดับ 2 ของโลก รองจากอเมริกา
      ใครจะรู้บ้างว่า...พิพิธภัณฑ์แต่ละแห่งแทบไม่มีใครเที่ยวชม
      อย่าถามผมนะครับ...เพราะผมก็ไม่รู้มาก่อน

    -- พี่นุช ปิยะนุช นาคคง ผอ.พิพิธภัณฑ์จิ๋วบอกกับผมว่า ที่อังกฤษเขามีกฎอย่างนี้กันเลยนะครับว่า "อยากให้ครอบครัวอบอุ่นต้องมีกิจกรรมร่วมกัน 4 แห่ง" คือ
      Park(สวนสาธารณะ)
      Church(โบสถ์ คนไทยอาจเป็นวัด อิอิ)
      Museum(พิพิธภัณฑ์)
      Table(โต๊ะอาหาร)
     
    -- มีเวลาว่าง ไม่รู้จะไปที่ไหน ลองเก็บพิพิธภัณฑ์ไปเป็นตัวเลือกดูนะครับ มีเรื่องราวน่ารู้น่าสนุกมากมายเลยรออยู่ หรือถ้าไม่มีใครไปด้วย ชวนผมก็ได้นะ(ถ้าว่างตรงกัน หุหุ) หรืออยากได้ข้อมูลไรเพิ่ม ส่งเมล์มาถามมาคุยกันได้เลยครับที่ [email protected]

    -- เล่ามาขนาดนี้แล้ว ใครไม่เกิดความรู้สึกอยากไปบ้างนี่ใจร้ายนะครับ อิอิ

     
     

    จากคุณ : Complete Forward - [ 25 พ.ค. 49 10:43:30 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม