ภาพจากตองจี อินเล และพุกาม

มีโอกาสไปหาเพื่อนชาวพม่าเมื่อปีที่แล้วๆได้ไปเที่ยวเมืองต่างๆของพม่าร่วมเดือนกับเพื่อนคนนี้ เวลาล่วงเลยไปปีหนึ่งความประทับใจก็ยังไม่จางหายไปเลย ก็เลยได้โอกาสนำรูปมาให้ทุกท่านได้ชมกันครับ

 
 

จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 15:53:34 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

รูปเเรกเป็นขนม คิดว่าเป็นข้าวเกรียบขายอยู่ตรงท่าเรือที่ทะเลสาบอินเลครับ ส่วนรูปนี้เป็นท่าเรือที่จอดรอผู้โดยสารมาเหมาลำไปเที่ยวรอบๆทะเลสาบ ราคาเท่าไหร่จำไม่ได้เเล้วหล่ะครับ เพราะพี่สาวของเพื่อนคนที่อยู่ที่ตองจีนั้นจ่ายให้ครับ

 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 15:57:12 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

รูปนี้ก็เป็นบรรยากาศรอบๆทะเลสาบจะเห็นภูเขาที่ทอดยาวกับทะเลสาบด้วย วันที่ไปนั้นอากาศดีมากๆ เห็นฟ้าเป็นสีฟ้าสด ไม่ร้อนเท่าไหร่ด้วยครับ

 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 16:04:01 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

สภาพบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ภายในทะเลสาบครับ มีทั้งโรงเรียน อนามัยพร้อม


[คลิกเพื่อชมภาพขนาดจริง]
 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 16:42:12 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

ชาวทะเลสาบอินเล แต่เสียดายถ่ายช็อตที่ใช้ขาพายเรือไม่ทันหน่ะครับ สำหรับผู้คนที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบอินเลนี้เรียกว่า ชาวอินตา (หรืออีงตา) "มีตำนานกล่าวถึงชาวอีงตาต่างๆกันไป บ้างก็ว่าเดิมก็คือชาวทวายที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของพม่า ภายหลังได้อพยพขึ้นมาพร้อมกับพระเจ้าอลองสิธู แห่งพุกามพระองค์ทรงให้ชาวทวายที่ติดตามมาด้วยอยู่ตั้งรกรากที่นี่ หรืออีกทฤษฏีหนึ่ง ชาวอีงตานี้ก็คือชาวพุกามที่มาอาศัยอยู่ในทะเลสาบนี้ คราเมื่อพระเจ้าอลองสิธูมาที่หนองน้ำนี้จึงได้มีโอกาสถวายการรับใช้ พอพระองค์เสด็จทางน้ำไปเมืองทวายก็ได้ติดตามไปด้วย เลยมีการตั้งถิ่นฐานที่เมืองทวาย ซึ่งภาษาของชาวอีงตานั้นจึงคล้ายกับภาษาของชาวทวาย" (อ้างอิงจาก "ผ้าใยบัว งานทอท้องถิ่นจากทะเลสาบอิงเลสู่ตลาดต่างประเทศ" โดยอรนุช นิยมธรรม จากสารรู้จักพม่า ฉบับที่ 22 เดือนสิงหาคม 2548 ,ศูนย์พม่าศึกษา ม.นเรศวร)


[คลิกเพื่อชมภาพขนาดจริง]
 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 16:57:01 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

เรือที่พวกเราเหมาลำกันไป ขับเร็วพอสมควร กลัวๆกล้าเพราะว่ายน้ำไม่เป็น แต่ก็มีชูชีพให้พร้อม เรือมีหลายชนิดเหมือนกัน มีแบบที่มีเก้าอี้บนเรือด้วย


[คลิกเพื่อชมภาพขนาดจริง]
 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 17:01:24 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

วัดผ่อต่ออู วัดที่มีความสำคัญที่สุดต่อชาวอีงตา มีพระประธานที่ใช้ในเทศกาลแห่พระทางเรือประดิษฐานอยู่ที่วัดนี้


[คลิกเพื่อชมภาพขนาดจริง]
 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 17:03:51 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

ไร่มะเขือเทศบนทะเลสาบ สามารถปลูกพืชผักได้โดยไม่ต้องอาศัยดิน


[คลิกเพื่อชมภาพขนาดจริง]
 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 17:07:29 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

ก่อนหน้าที่จะไปทะเลสาบอินเลนั้น พวกเราได้ไปเที่ยวกลุ่มเจดีย์โบราณกั๊กกู ซึ่งคิดว่ายังไม่เป็นที่ท่องเที่ยวที่รู้จักกันนักในหมู่นักท่องเที่ยว จากบ้านของพี่สาวเพื่อนที่ตองจี เราก็เหมารถแทกซี่ไปกัน ไม่รู้เหมือนกันว่าอยู่ทางไหนของเมือง แต่เท่าที่จำได้จะผ่านสถานีรถไฟตองจีขึ้นไป ด้วยความที่ถนนที่รถวิ่งนั้นไม่ดีเลย พวกเราก็นั่งรถกันโขยกเขยกตลอดเวลา ผ่านป่าเขาในรัฐฉาน จนถึง รอบๆก็จะมีคล้ายๆตลาดนัดของชนเผ่าต่างๆมาขายของป่า มีร้านอาหาร


[คลิกเพื่อชมภาพขนาดจริง]
 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 17:11:59 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

กลุ่มเจดีย์แบบพม่าเต็มพื้นที่ไปหมด ทั้งเก่าแก่ปรักหักพัง มีต้นไม้เลื้อยคลุมไปหมดเหมือนทีปราสาทตาพรหมของกัมพูชาก็มี ที่ทำขึ้นมาใหม่ขึ้นมาก็มี เหมือนกับเดินหลงเข้าไปในอาณาจักรโบราณมากๆ


[คลิกเพื่อชมภาพขนาดจริง]
 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 17:16:23 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

วันถัดไป เราออกเดินทางตั้งแต่ตีสี่จากเมืองตองจีไปพุกาม ทางพี่สาวของเพื่อนก็ได้ซื้อตั๋วรถให้ ปรากฏว่ารถที่จะไปนั้นเป็นรถปิ๊กอัพไม่ใช่รถบัสอย่างที่เราคิดไว้ แล้วข้าวของก็เต็มกระบะรถไปหมดเลยไม่รู้ว่าจะนั่งที่ไหน แต่เพื่อนก็บอกว่าพี่สาวของเขาได้จองที่นั่งหน้ารถให้เราสองคนแล้ว ในใจคิดว่าก็โชคดีอยู่เหมือนกัน เพราะคนพม่าที่นั่งข้างหลังกระบะนั้นต้องนั่งกันเต็มเอียด ตากแดดตากฝนกันตลอดทางเลย


[คลิกเพื่อชมภาพขนาดจริง]
 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 17:20:35 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

ระยะทางจากตองจีไปพุกาม ถ้าดูจากแผนที่แล้วดูเหมือนไม่ไกล แต่จริงๆแล้วไกลมากๆเพราะต้องผ่านพื้นที่ๆเป็นป่าเขา โค้งไม่รู้กี่โค้ง เท่าที่จดมาก็จะผ่านเมืองเฮโฮ(จากรูปข้างบนคือรูปพระสงฆ์ที่ออกบิณฑบาตตอนเช้าที่เมืองเฮโฮ) ซึ่งถ้าใครนั่งเครื่องมาจากย่างกุ้งหรือเชียงตุงเพื่อมาตองจีก็จะมาลงที่สนามบินเมืองนี้ ต่อจากนั้นก็จะผ่านเมืองที่เพื่อนผมบอกว่าเป็นเมืองรีสอร์ทก็คือเมืองกะลอว์ แล้วรถก็ผ่านป่าเขา บ้านเรือนของชนกลุ่มน้อย จากกะลอว์จะเข้ามาถึงเมืองเมกทีลา ซึ่งสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนเป็นพื้นที่ว่างเปล่าเหมือนทะเลทราย แดดแรง ผสมฝนตก ทำให้ผมน็อกไปเหมือนกัน ต้องอัดพาราไปหลายเม็ด หลับๆตื่นๆหลายสิบรอบยังไม่ถึงสักที

 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 17:28:02 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

ชอบครับ อยากไปพม่าเหมือนกัน
คุณA_Mongเดินทางไปยังไง ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย


จากคุณ : สุริยะ - [ 6 พ.ย. 48 17:40:55 A:203.113.67.134 X: TicketID:031822 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

ขอโทษทีนะครับ ไม่รู้ทำไมรูปถึงเล็กบ้างใหญ่บ้าง มือใหม่หัดโพสต์ครับ
ขออ้างอิงชื่อเมืองเป็นภาษาอังกฤษหน่อยนะครับ
เฮโฮ Heho  
กะลอว์ Kalaw    
เมกทีลา Meiktila
ตอนนี้ไม่ได้ถ่ายรูปเลยเพราะร่างกายอ่อนเพลียมากๆไม่มีที่ซื้อน้ำหรืออาหารอะไรเลย มีแวะตรวจตรงด่านนิดหนึ่ง เราคนต่างชาติคนเดียวเลยต้องลงไปรายงานตัวกับเขาด้วย ตอนแรกนายด่านที่ตรวจคงไม่นึกหรอกว่าเราเป็นคนไทยเพราะหน้าตาก็ไม่ต่างอะไรกับคนพม่าหน่ะครับ เขาเลยขอดูพาสปอร์ตแล้วก็ถามชื่อ(ไม่รู้จะถามไปทำไม) แล้วก็ถามว่ามาเที่ยวเหรอ เห็นเพื่อนบอกว่าเจ้าหน้าที่ด่านบอกว่าไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวใช้เส้นทางนี้เท่าไหร่ ก็เลยแอบอึ้งเล็กน้อย จากนั้นก็ต่อไปเรื่อยๆผ่านแต่พื้นที่แห้งแล้ง จนถึงทางแยกที่จะไปเขาโปปา (Popa Mount.) เจอน้ำท่วมอีก ต้องเสียเวลาตรงนี้พอสมควร จากทางแยกเขาโปปาก็เข้าเมืองเจ้าก์ปะด่อง(Kyaukpaduang)แล้วก็มาถึงด่านเข้าเมืองพุกามลงไปเสียตังค์ค่าเข้าเมือง 10 ดอลล่าร์ (ถ้าจำไม่ผิดนะครับ) พอลงไปกลับถูกทักว่าเราเป็นคนพม่าพาเพื่อนคนต่างชาติมาเที่ยวเสียชิบ (สรุปว่าหน้าตาเราเหมือนคนพม่ามากกว่าเพื่อนคนพม่าเสียอีก...)
รถขับตรงไปเรื่อยๆจนถึงหมู่บ้านนยองอุ(Nyaung-U) ก็เป็นอันถึงพุกามแน่แล้ว เพราะมีหมู่เจดีย์(รูปบน)ต้อนรับ บอกให้คนขับรถพาไปเกสต์เฮ้าส์ที่เพื่อนคนพม่าของผมเขารู้จักชื่อ"เมงกะลาเกสต์เฮ้าส์" ถึงที่แทบหมดลมเพราะเหนื่อยมากๆ เป้ที่ถูกเอาไปไว้หลังกระบะมีโคลนติดกรังต้องมาทำความสะอาดยกใหญ่ สรุปรวมออกจากตองจีตีสี่ถึงเมืองพุกามหกโมงเย็นพอดิบพอดี...สุดยอดการเดินทางที่จะไมมีวันลืมของผมจริงๆครับ


[คลิกเพื่อชมภาพขนาดจริง]
 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 17:48:37 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

สวัสดีครับคุณสุริยะ การเดินทางเข้าประเทศพม่าที่สะดวกและปลอดภัยที่สุดก็คงจะเป็นทางเครื่องบินหน่ะครับ ผมไปตอนนี้ก็เพราะทางBKK Airwaysเขามีโปรโมชั่นตั๋วอยู่เพราะเพิ่งเปิดเส้นทางใหม่ก็เลยซื้อตั๋วเขาไป ส่วนถ้าการเดินทางภายในประเทศพม่านั้นก็รถโดยสารอย่างเดียว แต่ดีที่มีเพื่อนคนพม่าไปด้วยก็เลยไม่ลำบากเท่าไหร่ แล้วผมก็พอพูดภาษาพม่าได้บ้างนิดหน่อยครับ

จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 17:59:29 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

หลังจากถึงที่พักก็จัดข้าวของ แล้วก็อาบน้ำเสร็จแล้วก็ออกไปหาข้าวเย็นทานกันแถวที่พัก อาหารพม่าส่วนใหญ่ก็เป็นข้าวกับแกงเหมือนบ้านเราแต่ที่ต่างกันคือเขาจะให้เลือกแกงตักเป็นถ้วยเล็กๆมากินกับข้าว ไม่เห็นมี"ข้าวราดแกง" แบบบ้านเรา แกงส่วนใหญ่ก็ออกแนวแขกๆ มีถั่ว แล้วก็พวกแกงทำปลาก็เยอะเหมือนกัน รสชาติแน่นอน..จืดกว่าไทยมากๆ แต่ที่อร่อยมากก็คือน้ำพริก "งาปิจ่อ" หรือน้ำพริกกะปิของเขา เผ็ดดี ผักที่คนพม่านิยมกินกับน้ำพริกคือฝักกระเจี๊ยบต้มกับใบมะนาว(เพิ่งเคยกินใบมะนาวกับน้ำพริกที่พม่าเป็นครั้งแรก)
วันต่อมาตื่นกันแต่เช้าตรู่ แวะร้านชากาแฟแบบนั่งยองๆที่พบได้ทั่วไปทั้งประเทศ ผมชอบนะเพราะบรรยากาศเป็นกันเองดีมาก อาหารก็ไม่มีไรมากกินปลาท่องโก๋กับกาแฟ(ปลาท่องโก๋ตัวใหญ่มากๆ) หลังจากนั้นก็พากันไปเช่าจักรยานขี่เที่ยวรอบเมืองกัน ด้วยความโชคดีของผมที่เพื่อนคนนี้เป็นอาจารย์สอนศิลปะอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในย่างกุ้งก็เลยอธิบายประวัติความเป็นมาของเจดีย์ที่สำคัญต่างๆเช่นในรูปก็จะเห็นเจดีย์ธรรมยันยีงซึ่งเป็นเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองพุกาม ภายในแบ่งเป็นคูหาๆมีรูปเขียนสี มองไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่เพราะค่อนข้างมืด ชื้น ในเจดีย์แต่ละที่ก็จะมีคนพม่าคอยขายภาพวาดหรือไม่ก็โปสการ์ด ถูกบ้างแพงบ้างแล้วแต่ว่าจะต่อกันได้เก่งขนาดไหน


[คลิกเพื่อชมภาพขนาดจริง]
 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 18:22:31 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 16

เพื่อนผมคนนี้ก็พาขี่จักรยานเข้าเจดีย์โน้นออกเจดีย์นี้เป็นว่าเล่น พร้อมทั้งอธิบายที่มา ประวัติเรื่องราวพงศาวดารมากมายแต่ก็จำไม่ไหวหรอกครับ อาศัยหนังสือเกี่ยวกับพม่าภาคภาษาไทยที่เอาไปช่วยในการอ้างอิงได้มาก เราตระเวนไปทั่ว เจดีย์บางองค์สามารถขึ้นไปถ่ายภาพได้ พอขึ้นไปแล้วก็สุดประทับใจกับวิวทิวทัศน์ที่เห็นจริงๆ รอบๆทั้ง180 องศาจะเต็มไปด้วยเจดีย์น้อยใหญ่ สมกับเป็นทุ่งแห่งเจดีย์จริงๆครับ รู้สึกเหมือนอยู่ในอาณาจักรโบราณมากๆ ประทับใจหายเหนื่อยจริงๆ สำหรับเจดีย์บางองค์ที่เขาปิดไม่ให้ขึ้นก็มีนะครับ เห็นเพื่อนบอกว่ามีนักท่องเที่ยวเคยปีนขึ้นไปแล้วตกลงมาเสียชีวิตก็เลยไม่อยากให้ขึ้นไปอีก..น่าขนลุกเหมือนกัน เพราะฉะนั้นคุณจ๋อทั้งหลายถ้าอยากปีนก็ต้องระวังหน่อยนะครับ เพราะไม่มีอะไรให้เกาะยึดเท่าไหร่


[คลิกเพื่อชมภาพขนาดจริง]
 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 20:49:14 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 17

เจดีย์อานันดา (Ananda Paya) อยู่ในเขตพุกามเก่าครับ สร้างโดยพระเจ้าจันสิตตา(Kyansittha)แล้วเสร็จเมื่อปีพ.ศ.1090 ข้างในมีพระพุทธรูปน้อยใหญ่เป็นพันๆองค์พร้อมกับมีภาพเขียนฝาผนังเป็นร้อยเลยครับ และที่สำคัญยังมีพระพุทธรุปสีทองอร่ามประดิษฐานอยู่ทั้งสี่ทิศ มีองค์หนึ่งที่เคยได้ยินมานานแล้วว่าถ้าอยู่ใกล้ๆจะเห็นเป็นหน้าที่ยิ้ม แต่ถ้าอยู่ไกลๆหน้าจะบึ้ง ก็เลยได้ลองทดสอบดู แล้วก็พบว่าเป็นจริงตามที่เขาพูดไว้ ก็เลยอึ้ง เห็นมีคนเคยบอกว่าเป็นเพราะแสงที่ตกกระทบบนใบหน้าของพระพุทธรูปหรือเปล่าไม่แน่ใจ และทำให้นับถือฝีมือการสร้างโบสถ์วิหารของคนสมัยโบราณจริงๆ


[คลิกเพื่อชมภาพขนาดจริง]
 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 21:03:38 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 18

รูปนี้เป็นแม่น้ำอิระวดี แต่คนพม่าเรียกว่า "เอยาวดี"(Ayeyarwady) เป็นแม่น้าสายหลักของพม่า ที่ไหลจากทางภาคเหนือของประเทศเริ่มจากรัฐกะฉิ่นไหลไปทางใต้แล้วออกไปสู่มหาสมุทรอินเดีย ความยาวทั้งหมด 2,170 กิโลเมตรครับ ชื่อของแม่น้ำนี้มาจากภาษาสันสกฤต ที่เรียกว่า Airavati แปลว่า "แม่น้ำแห่งช้าง" (อ้างอิงจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Ayeyarwady_River)
ตรงนี้จะเห็นว่าแม่น้ำกว้างมากๆ เห็นเพื่อนบอกว่ามีเรือจากจุดนี้ล่องไปถึงเมืองมัณฑะเลย์ด้วย
พวกเราใช้เวลาสองวันอยู่ในเมืองพุกาม (หรือ Bagan) แห่งนี้เรียกได้ว่าปั่นจักรยานไปกับเกือบทุกหมู่บ้าน บางทีกลางแดดเปรี้ยงๆผมก็ล้าเหมือนกัน แต่ไอ้เจ้าเพื่อนผมสิมันอึดมากๆบอกว่าไหนๆมาแล้วต้องไปให้หมดทุกเจดีย์ ก็เลยฮึดขึ้นมาปั่นต่อทั้งๆที่ตอนนี้ร้อนหัวจะระเบิด แล้วหนังก็เริ่มเกรียมได้ที่เลย..แนะนำสำหรับผู้หญิงการนั่งรถม้าชมเมืองก็คงดีไม่น้อย..

 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 21:20:18 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 19

แวะเวียนไปทุกๆเจดีย์เป็นร้อยๆพันๆได้แล้วมั้งครับ เพื่อนก็พามาดูที่พิพิธภัณฑ์บ้าง ดูจากภายนอกแล้วใหญ่โตมโหฬารเอาเรื่องเหมือนกัน ค่าเข้าสำหรับชาวต่างชาติก็ประมาณ 4ดอลล่าร์ได้ แต่สำหรับผมๆคิดว่าคุ้มมากๆ สมควรที่จะไปชมถ้าได้ไปพุกาม เพราะเมื่อก้าวเข้าไปในตัวอาคาร ก็จะได้พบกับภาพเขียนสีตามผนังของพิพิธภัณฑ์ ที่เป็นเรื่องราวของพระมหากษัตริย์ของพม่าตั้งแต่อาณาจักรพุกาม พระเจ้าอโนรธา มาจนถึงยุคบุเรงนอง เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่อลังการมากครับ ตอนที่ผมไปมีบางส่วนที่ยังสร้างไม่เสร็จด้วย เลยได้เข้าชมแค่สามชั้น แต่ก็เรียกว่าคุ้มสุดๆเพราะมีศิลปวัตถุ โบราณวัตถุยุคต่างๆของพม่ารวบรวมไว้ที่นี่อย่างครบถ้วน พิพิธภัณฑ์ของพม่าเนี่ยผมคิดว่าดีมากๆเลย พิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่ย่างกุ้งของเขาก็ดีนะครับ มีจัดเป็นโซนเช่นพัฒนาการอักษรพม่า ชนเผ่าต่างๆในประเทศ อาณาจักรโบราณ แล้วก็ที่ทึ่งมากที่สุดก็คงจะเป็นบัลลังก์กษัตริย์พม่าสีทองอร่ามทำให้ขนลุก รวมๆแล้วพิพิธภัณฑ์ของพม่าน่าชมมากครับ


[คลิกเพื่อชมภาพขนาดจริง]
 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 21:30:57 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 20

มาถึงเจดีย์ที่ควรไปสักการะบูชาอีกที่หนึ่งของพุกาม ก็คือมหาเจดีย์ชเวสิกอง (Shwezigon Paya) เจดีย์นี้อยู่ใกล้สถานีรถประจำทางกลับย่างกุ้งมาก เป็นเจดีย์ทรงระฆังสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าจันสิตตาเช่นเดียวกับเจดีย์อนันดา มีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ด้วย
เราเดินไปตามทางเดินที่มีของฝาก ของที่ระลึก และพระพุทธรูปขายเรียงรายเพื่อไปยังตัวเจดีย์ วันนั้นแดดเปรี้ยงมากๆ และต้องเดินเท้าเปล่าเข้าไปด้วยก็เลยต้องยอมทนร้อนเท้า เพราะไม่ว่าวัดไหนหรือเจดีย์ไหนในประเทศพม่าก็ตามจะไม่อนุญาตให้ใส่รองเท้าเข้าไปอย่างเด็ดขาด ถุงเท้าหรือถุงน่องก็ไม่ได้นะครับ ก็เลยต้องถือรองเท้าเองแล้วก็เดินเขย่งๆชมรอบๆตัวองค์เจดีย์ มีศาลของผีนัต(Nat)ซึ่งเป็นวิญญาณที่ชาวพม่าให้ความเคารพนับถือกันมาก มีทั้งหมด 37 ตน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดสำหรับการเคารพบูชาผีนัตก็อยู่ที่เขาโปปานั่นเอง..แต่เสียดายที่ผมไม่ได้ไปที่นั่นเนื่องจากเวลาไม่พอต้องรีบกลับย่างกุ้งด้วย เพราะเพื่อนลาสอนมาหลายวันแล้ว
หลังจากนมัสการพระมหาเจดีย์ชเวสิกองกันแล้ว ผมกลับเพื่อนก็ได้กลับไปที่เกสต์เฮ้าส์เพื่อเก็บข้าวของ เตรียมตัวกลับย่างกุ้งกัน


[คลิกเพื่อชมภาพขนาดจริง]
 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 6 พ.ย. 48 21:53:03 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 21

โชคดีจังคุณ A_Mong ที่ได้เที่ยวแบบนี้

จากคุณ : จันทร์กลางหาว - [ 7 พ.ย. 48 11:06:13 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 22

เมืองตองจี   ภาษาอังกฤษสะกดยังไงเหรอ  ?
  ภาพความคิดเห็นที่  18  จ๊าบดี  มีสิ่งก่อสร้างอะไรอยู่บนยอดเขานะ  ถ้านั่งเรือจากตรงนั้นไปถึงมัณฑะเลย์ระยะทางกี่ก.ม. ?  มีบริการเรือล่องไปหรือเปล่า ?  
  ภาพความคิดเห็นที่  15  ก็สวยดี  มีที่อยู่อีเมล์มั๊ยครับ ? เผื่อมีอะไรจะได้ถาม   แล้วเราสามารถนั้งรถไฟจากย่างกุ่งไปเมือง  myitkyina  ได้หรือเปล่า ?
  ให้ภาพสักภาพนึงอันนี้ไม่เกี่ยวกับพม่า  แต่ว่ามันเป็นภาพจากแถวๆ ชายแดนมณฑลซินเกียงกับธิเบต ( ผมเดาเอา )เป็นภาพของแม่น้ำ  karamiran  แม่น้ำมันกว้างดี  สะพานมันจะสร้างคร่อมอยู่กลางแม่น้ำ  สงสัยถ้าจะสร้างข้ามแม่น้ำทั้งสายคงจะลำบาก  มันจะมีช่องเขาชื่อเดียวกับแม่น้ำอยู่ตรงแนวชายแดนพอดีแป๊ะเลย  
http://www3.utsidan.se/corax-e/photos%20murphy/karamiranhe.JPG

แก้ไขเมื่อ 07 พ.ย. 48 13:02:29

จากคุณ : kangchenjunga - [ 7 พ.ย. 48 12:48:43 ]

 
 

ความคิดเห็นที่ 23

ตอบคุณ kangchenjunga
เมืองตองจี ภาษาอังกฤษเขียนว่า Taunggyi ครับ
คำว่า "ตอง" แปลว่า "ภูเขา" คำว่า "จี" แปลว่า "ใหญ่"
ก็คือ "เขาใหญ่" มั้งครับ...ฮ่าๆ
ส่วนเรื่องเรือจากพุกามไปมัณฑะเลย์นั้นเท่าที่เห็นจะมีเป็นพวกเรือนำเที่ยว ให้ลองเข้าไปดูที่เวบนี้
http://www.orient-express.com/web/luxury/luxury_travel.jsp
แต่ท่าทางจะหรูหราและแพงอยู่เหมือนกันนะครับ ส่วนราคาแบบประหยัดๆก็ไม่ทราบเหมือนกัน เดี๋ยวเอาไว้ถามเพื่อนคนพม่าอีกที ส่วนรถไฟจากย่างกุ้งไปมิจีนา(Myikyina) คิดว่าไม่มีนะครับ เพราะเส้นทางไกลขนาดนั้น แล้วการเดินทางโดยรถไฟในพม่าก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยม เพราะแพงและช้ากว่ารถบัสมาก เห็นหลายๆบอร์ดก็บอกเอาไว้อย่างนั้นนะครับ ถ้าอยากไป Myikyina จริงๆน่าจะมีรถบัสจากมัณฑะเลย์นะครับ แต่ที่แน่ๆมีเครื่องบินจากมัณฑะเลย์ไปลงที่นั่นครับ ว่าแต่เมืองนี้น่าไปเหมือนกันนะครับ แต่ไกลมากๆและคงหนาวอยู่ไม่น้อย


จากคุณ : A_Mong - [ 7 พ.ย. 48 21:51:05 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 24

จากรูปเป็นคนขายภาพวาดที่อยู่ในเจดีย์ติโลมินโล(Tilominlo Paya) รูปสวยดี แต่ขายค่อนข้างแพงเหมือนกัน ต้องต่อเยอะๆ แล้วผมก็ซื้อมาผืนหนึ่ง แต่เมื่อมาถามเด็กๆที่เดินขายอยู่ข้างนอกราคาถูกกว่าตั้งเยอะแหน่ะ..ภาพที่พวกเขาเอามาขายก็คล้ายๆกัน คิดว่าคงผลิตมาจากที่เดียวกันแล้วก็ไปรับกันมาขายมากกว่า
หลังจากที่เก็บข้าวของจากที่พักแล้วพวกเราก็ให้รถที่เกสต์เฮ้าส์ไปส่งที่สถานีรสประจำทาง(ตรงที่อยู่ใกล้กับพระเจดีย์ชเวสิกอง) คราวนี้ขากลับดีใจมากๆที่ได้นั่งรถบัสคันใหญ่ๆเสียงที ถึงแม้จะดูไม่ใหม่มาก แต่ผมว่าก็โอเคเลยทีเดียว มีน้ำบริการด้วย(แต่แนะนำให้ซื้อจากร้านดีกว่า เพราะรสชาติของน้ำแจกฟรีเป็นไงก็ไม่รู้ ปะแล่มๆชอบกล)  พอรถวิ่งผ่านประตูเมืองพุกาม ผมก็ใจหายเล็กน้อยที่ต้องจากลา พร้อมกับยกมือไหว้ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์นี้ท่วมหัวเลยทีเดียว อยากอยู่ต่อครับเพราะพุกามเป็นเมืองที่สงบมากๆ ผู้คนก็น่ารัก ใจดี ถึงแม้ว่าจะมีบางพื้นที่แห้งแล้งไปหน่อย..
ทางล่องลงใต้ขากลับนี้กลับคนละทางกับขามา เพราะขามามาจากย่างกุ้ง ผ่านพะโค(Bago) - Pyinmana-Shwemyo-Kalaw แล้วก็ตองจี ซึ่งเป็นวงรอบทางทิศตะวันออก แต่ขากลับนี้จะกลับทางวงรอบทางทิศตะวันตกคือจากพุกาม-Chauk-Yenangyaung-Magwe-Taungdwingyi-Prome-Minla-Yangon ซึ่งเมืองที่ผ่านแต่ละเมืองก็น่าสนใจแต่ไม่มีโอกาสได้แวะครับ เช่นที่เมืองChauk ก็เป็นแหล่งน้ำมันดิบของพม่า ซึ่งตอนผ่านก็เห็นแท่นขุดเจาะน้ำมันหลายจุดเหมือนกัน แต่ดูเหมือนเงียบๆยังไงก็ไม่รู้ ส่วนที่เมืองProme (ภาษาพม่าเรียกว่าเมือง "ปยี Pyi" หรือที่คนไทยเรียกว่าเมือง "แปร" ตอนผ่านเมืองนี้ก็เห็นอนุสาวรีย์พระเจ้าเมืองแปรเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมืองเลย เมืองดูเล็กๆบ้านก็เป็นสไตล์พม่าๆมีวัดน้อยใหญ่ มีแม่น้ำอิระวดีตัดผ่านน่าแวะมากๆ ตอนถึงเมืองแปรก็ประมาณตีสี่ได้มั้งครับ กว่าจะถึงย่างกุ้งก็ประมาณแปดโมงกว่าๆได้


[คลิกเพื่อชมภาพขนาดจริง]
 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 7 พ.ย. 48 22:19:51 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 25

เที่ยวนี้เสียดายอยู่เหมือนกันครับที่ไม่ได้ไปถึงมัณฑะเลย์ เพราะว่าเหลือเวลาอีกสองวันก็ต้องกลับไทยแล้ว ประจวบกับที่เพื่อนต้องรีบลงมาย่างกุ้งเพื่อมาสอนแล้ว เพราะว่าหมดวันลา ก็เลยไม่ได้ไป คงไว้คราวหน้า..
พอมาถึงย่างกุ้ง(อีกรอบ) เหลือเวลาอีก 2 วันเต็มๆที่จะต้องอยู่ที่นี่ อีกทั้งเพื่อนผมก็ทิ้งให้เที่ยวคนเดียวแล้วหล่ะ เพราะเขาต้องไปสอน รายการบุกเดี่ยวย่างกุ้งก็เกิดขึ้น สิ่งที่เพื่อนเหลือให้เราคือโสร่งหนึ่งตัวสำหรับการอำพรางว่าไม่ให้แตกต่างจากคนพม่ามากนัก ตอนแรกๆใส่แล้วก็เขินๆ แต่พอนานๆไปก็สบายดีเหมือนกัน (แต่ผมต้องใส่กางเกงขาสั้นไว้ข้างในนะ..กลัวหลุด) ใส่ไปใส่มาพ่อแม่เพื่อนกลับทักว่าใส่โสร่งได้ดูดีกว่าเพื่อนเสียอีก....แต่การใส่โสร่งให้เหมือนกันคนพม่าก็ได้ผลจริงๆครับ ขึ้นรถแทกซี่คนขับก็งงๆเหมือนกันว่าทำไมใส่โสร่งแต่พูดพม่าไม่ได้ หาว่าเราเป็นกะเหรี่ยงหรือมอญหรือไทใหญ่บ้างหล่ะ..พอบอกว่าคนไทยกลับไม่เชื่อเสียอีก..
อยู่ที่ย่างกุ้งวันแรกก็บุกไปตลาดโบโจ้กอองซาน(Bogyoke Aungsan Market) ตลาดใหญ่ดีเหมือนกัน แต่ส่วนมากก็จะเป็นตลาดผ้ากับอัญมณีซะเยอะเลย ไม่ค่อยตรงจุดประสงค์ของแบ็คแพ็กเงินน้อยอย่างเราเท่าไหร่ ฮ่าๆ
แล้วก็ได้เดินโต๋เต๋ไปแถวๆพระมหาเจดีย์ชเวดากองอีกครั้งหลังจากวันแรกที่ได้มาถึงย่างกุ้ง แต่ครั้งที่สองเพียงแค่เดินรอบๆตามตลาด(ตามรูปข้างบน)


[คลิกเพื่อชมภาพขนาดจริง]
 
 


จากคุณ : A_Mong - [ 7 พ.ย. 48 22:38:06 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 26

อยากไปมากๆ ครับ

จากคุณ : บ้านผือ - [ 10 พ.ย. 48 12:59:58 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 27

นั่งรถจากตองจีมาที่ย่างกุ้ง เป็นการนั่งรถที่ยาวนานและทรมารที่สุดตั้งแต่เที่ยวมา สิริรวมแล้ว 23 ชั่วโมง เพราะรถเสียด้วย และในรถก็วางข้าวของเต็มไปหมด ทั้ง ๆ ที่เป็นรถปรับอากาศ เหยียดแข้งเหยียดขาไม่ได้เลย โอ พระเจ้า มันแย่มาก

จากคุณ : สวีทตี้ - [ 14 พ.ย. 48 19:52:47 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี
  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ Preview ไม่ได้) PANTIP Toys
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป